18/08/2026
📌 อินฟลูเอนเซอร์โพสต์—แบรนด์ได้โฆษณา—แพลตฟอร์มได้ยอดเข้าถึง แล้วใครต้องรับผิด?
กรณีศึกษาจากฝรั่งเศสส่งสัญญาณชัดว่า “โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโลกออนไลน์ ไม่ใช่พื้นที่นอกเหนือกฎหมาย”
เมื่อเดือนมกราคม 2023 ศาลกรุงปารีสมีคำสั่งให้ Meta นำโพสต์โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายออกจาก Instagram จำนวน 37 โพสต์ ซึ่งเผยแพร่โดยอินฟลูเอนเซอร์ประมาณ 20 ราย มีผู้ติดตามรวมเกือบ 5 ล้านคน พร้อมสั่งให้เปิดเผยข้อมูลของผู้โพสต์แก่ Addictions France เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โพสต์เหล่านี้ไม่ได้ขายสินค้าอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ใช้ภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างอินฟลูเอนเซอร์กับผู้ติดตาม เชื่อมโยงการดื่มกับความสนุก มิตรภาพ งานเลี้ยง การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตที่น่าปรารถนา
นี่คือพลังของ influencer marketing—ผู้ติดตามอาจไม่ได้รู้สึกว่ากำลังดู “โฆษณา” แต่กำลังรับคำแนะนำจากบุคคลที่ตนชื่นชอบและไว้วางใจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งอาจเข้าถึงเนื้อหาเหล่านี้ได้ตลอดเวลา
สำหรับประเทศไทย พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 กำหนดไว้ในมาตรา 32/2 ว่า
“ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชนโดยการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”
บทบัญญัตินี้จึงมุ่งรับมือโดยตรงกับการใช้ดารา ศิลปิน บุคคลมีชื่อเสียง และอินฟลูเอนเซอร์เป็นช่องทางสร้างแรงจูงใจให้ดื่ม ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาตรง การรีวิว การวางสินค้าในฉาก การติดแฮชแท็ก หรือโฆษณาแฝงที่ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพชีวิตที่ดูดี
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต้องดูองค์ประกอบสำคัญร่วมกัน เช่น
• บุคคลนั้นใช้ชื่อเสียงของตนหรือไม่
• มีการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผลตอบแทนหรือไม่
• มีการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือไม่
• เนื้อหามุ่งหมายชักจูงให้เกิดการบริโภคหรือไม่
ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายในยุคดิจิทัลไม่ควรหยุดอยู่ที่อินฟลูเอนเซอร์เพียงคนเดียว แต่ต้องครอบคลุมทั้งผู้ว่าจ้าง บริษัทเครื่องดื่ม ตัวแทนโฆษณา และแพลตฟอร์มออนไลน์
แพลตฟอร์มควรมีระบบตรวจจับ รับแจ้ง ระงับการเผยแพร่ เก็บหลักฐาน และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างทันท่วงที เพราะหากเนื้อหาผิดกฎหมายถูกแชร์ต่อไปอีกหลายล้านครั้ง แม้จะลงโทษผู้โพสต์ภายหลัง ความเสียหายต่อเด็ก เยาวชน และสังคมก็เกิดขึ้นแล้ว
กฎหมายต้องตามให้ทันรูปแบบการตลาด ไม่ใช่ปล่อยให้คำว่า “คอนเทนต์” หรือ “โพสต์ส่วนตัว” กลายเป็นช่องทางหลบเลี่ยงความรับผิด
ที่มา:
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
https://prt.parliament.go.th/items/7f1183c2-4cae-4d4f-8329-189a496d0ebc
กรณี Addictions France v. Meta
https://movendi.ngo/policy-updates/2023/02/07/addictions-france-wins-lawsuit-against-meta-over-alcohol-ads/