ห้องเรียนครูพร

ห้องเรียนครูพร ข้อมูลที่เสนอเกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กปฐมวัย ทั้งกิจกรรมภายในห้องเรียน กิจกรรมของสถานศึกษา และชุมชน

26/08/2026

ปั๊มขวดน้ำและลิฟต์เทียน 🕯️

ภาพบรรยากาศการทดลอง “ปั๊มขวดน้ำและลิฟต์เทียน 🕯️”
26/08/2026

ภาพบรรยากาศการทดลอง “ปั๊มขวดน้ำและลิฟต์เทียน 🕯️”

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰ฉบับที่ 16/2569 📅 วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬กิจกรรมที่ 16 ปั๊ม...
26/08/2026

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰
ฉบับที่ 16/2569 📅 วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569
กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬
กิจกรรมที่ 16 ปั๊มขวดน้ำและลิฟต์เทียน 🕯️
📌จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กบอกได้ว่า อากาศต้องการที่อยู่ และอากาศมีอยู่รอบตัวเรา
2. เพื่อพัฒนา ทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ และการอธิบายการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศและระดับน้ำก่อน-หลังครอบขวด
3. เพื่อให้เด็กมีความกระตือรือร้น สนุกสนาน และสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์
📌ผลที่เกิดกับเด็ก
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กสามารถบอกหรืออธิบายได้ว่า อากาศมีอยู่รอบตัวเราและต้องการที่อยู่ แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
1.2 เด็กเกิดทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบ โดยสามารถชี้แจงความแตกต่างของระดับน้ำได้อย่างชัดเจน ระหว่าง "ก่อนครอบขวด" (น้ำอยู่ในจานปกติ) และ "หลังครอบขวด" (น้ำในจานลดลง แต่น้ำในขวดพุ่งสูงขึ้น)
1.3 เด็กแสดงความกระตือรือร้นและมีความสุข ผ่านการส่งเสียงตื่นเต้น ยิ้มแย้ม หรือจดจ่ออยู่กับการเฝ้ามองเมล็ดพืชเต้นระบำในแก้ว
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐานและการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / ด้านสติปัญญา
- เด็กเข้าใจถึงคุณสมบัติของอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ โดยเมื่ออากาศได้รับความร้อนจากเปลวไฟหรือน้ำร้อน อากาศจะขยายตัวและเบาจนลอยหนีออกไปนอกภาชนะ แต่เมื่ออุณหภูมิเย็นลงอากาศจะหดตัวเล็กลงจนเกิดเป็นพื้นที่ว่างภายในขวด ส่งผลให้ความดันอากาศภายในลดต่ำลง แรงดันอากาศภายนอกที่มีมากกว่าจึงทำหน้าที่ผลักดันให้น้ำสีพุ่งตัวสูงขึ้นเข้าไปแทนที่อากาศที่หายไป
- เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเอง
- เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเองว่าเรียนรู้ได้อย่างไร และได้พบคำตอบที่อยากรู้
- เด็กสามารถบอกและทำการทดลองกิจกรรมปั๊มขวดน้ำและลิฟต์เทียนได้
- เด็กสามารถสรุปและนำเสนอผลการสรุปแก่คนอื่นได้
- เด็กบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์การทดลอง โดยใช้คำพูดของตนเอง
2.2 ด้านสังคม
- เด็กสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
- เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กมีความเพลิดเพลิน สนุกสนานในการทำกิจกรรมการทดลองและได้ผ่อนคลาย
- สนองความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก
- เด็กได้ฝึกความกล้าแสดงออก
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย
- เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบ จับ อุปกรณ์การทดลองได้คล่องแคล่ว
📢ประชาสัมพันธ์ โดย นางสาวกนกพร รุ่งระวี ครูปฐมวัย 👩‍🏫

25/08/2026

การเผาไหม้ 🔥

ภาพบรรยากาศการทดลอง “การเผาไหม้ 🔥”
25/08/2026

ภาพบรรยากาศการทดลอง “การเผาไหม้ 🔥”

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰ฉบับที่ 15/2569 📅 วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2569กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬กิจกรรมที่ 15 การเ...
25/08/2026

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰
ฉบับที่ 15/2569 📅 วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2569
กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬
กิจกรรมที่ 15 การเผาไหม้ 🔥
📌จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กบอกได้ว่าสารที่มีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายกันอย่างน้ำตาลและเกลือ เมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน
2. เพื่อให้เด็กใช้ประสาทสัมผัส (ตาดู หูฟัง หูได้ยินเสียงเกลือแตก ดมกลิ่นไหม้ของน้ำตาล) สังเกตการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับความร้อน
3. เพื่อให้เด็กมีความกระตือรือร้น สนุกสนาน และสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์
📌ผลที่เกิดกับเด็ก
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กสามารถบอกและอธิบายความแตกต่าง ของสารทั้งสองชนิดได้ชัดเจนว่า น้ำตาลเมื่อโดนความร้อนจะหลอมละลาย เปลี่ยนเป็นสีน้ำ
1.2 เด็กพัฒนาทักษะการใช้ประสาทสัมผัสในการสืบเสาะอย่างเต็มที่ ได้แก่ ใช้ตาดูการเปลี่ยนสถานะและสี, ใช้หูฟังเสียงเปรี๊ยะ ๆ ของเกลือที่ขยายตัวเมื่อโดนความร้อน, และใช้จมูกดมกลิ่นหอมไหม้ควันของน้ำตาล
1.3 เด็กแสดงความกระตือรือร้นและมีความสุข ผ่านการส่งเสียงตื่นเต้น ยิ้มแย้ม หรือจดจ่ออยู่กับการเฝ้ามองเมล็ดพืชเต้นระบำในแก้ว
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐานและการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / ด้านสติปัญญา
- เด็กเข้าใจว่าความร้อนสามารถทำให้สารที่มีลักษณะภายนอกเป็นผงสีขาวคล้ายกันอย่างน้ำตาลและเกลือ เมื่อได้รับความร้อนจะมีการตอบสนองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ น้ำตาล จะเกิดการหลอมละลาย เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลว เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ และส่งกลิ่นไหม้ ในขณะที่ เกลือ จะมีความทนทานต่อความร้อน ไม่ละลาย ไม่เปลี่ยนสี แต่จะส่งเสียงแตกตัวเมื่อขยายตัวเพราะความร้อน
- เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเอง
- เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเองว่าเรียนรู้ได้อย่างไร และได้พบคำตอบที่อยากรู้
- เด็กสามารถบอกและทำการทดลองกิจกรรมการเผาไหม้ได้
- เด็กสามารถสรุปและนำเสนอผลการสรุปแก่คนอื่นได้
- เด็กบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์การทดลอง โดยใช้คำพูดของตนเอง
2.2 ด้านสังคม
- เด็กสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
- เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กมีความเพลิดเพลิน สนุกสนานในการทำกิจกรรมการทดลองและได้ผ่อนคลาย
- สนองความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก
- เด็กได้ฝึกความกล้าแสดงออก
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย
- เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบ จับ อุปกรณ์การทดลองได้คล่องแคล่ว
📢ประชาสัมพันธ์ โดย นางสาวกนกพร รุ่งระวี ครูปฐมวัย 👩‍🏫

25/08/2026

เมล็ดพืชเต้นระบำ 🫘

ภาพบรรยากาศการทดลอง “เมล็ดพืชเต้นระบำ 🫘”
25/08/2026

ภาพบรรยากาศการทดลอง “เมล็ดพืชเต้นระบำ 🫘”

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰ฉบับที่ 14/2569 📅 วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2569กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬กิจกรรมที่ 14 เมล็...
25/08/2026

สารนิทัศน์ปฐมวัย 📰
ฉบับที่ 14/2569 📅 วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2569
กิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสาตร์น้อย 🔬
กิจกรรมที่ 14 เมล็ดพืชเต้นระบำ 🫘
📌จุดประสงค์
1. เพื่อให้เด็กได้สังเกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลงของเมล็ดพืชที่ลอยขึ้นและจมลงในน้ำโซดาหรือน้ำอัดลม
2. เพื่อพัฒนาทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ และการจำแนกความแตกต่างระหว่างการใส่เมล็ดพืชในน้ำเปล่ากับน้ำโซดา
3. เพื่อให้เด็กมีความกระตือรือร้น สนุกสนาน และสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัวผ่านกระบวนการวิทยาศาสตร์
📌ผลที่เกิดกับเด็ก
1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์
1.1 เด็กสามารถบอกหรืออธิบายได้ว่า เมื่อใส่เมล็ดพืชลงในน้ำโซดาหรือน้ำอัดลม เมล็ดพืชจะลอยขึ้นมาและจมลงไปสลับกันไปมา ไม่นิ่งอยู่กับที่เหมือนในน้ำเปล่า
1.2 เด็กเกิดทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบ โดยสามารถชี้แจงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่า เมล็ดพืชที่อยู่ในน้ำเปล่าจะจมอยู่นิ่ง ๆ ที่ก้นแก้ว ส่วนเมล็ดพืชที่อยู่ในน้ำโซดาจะเคลื่อนที่ลอยขึ้นและจมลงตลอดเวลา
1.3 เด็กแสดงความกระตือรือร้นและมีความสุข ผ่านการส่งเสียงตื่นเต้น ยิ้มแย้ม หรือจดจ่ออยู่กับการเฝ้ามองเมล็ดพืชเต้นระบำในแก้ว
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐานและการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / ด้านสติปัญญา
- เด็กได้เรียนรู้ว่า ในน้ำโซดามีฟองอากาศ (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ซ่อนอยู่ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนห่วงยางช่วยพยุงเมล็ดพืชให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และเมื่อฟองอากาศแตกออก เมล็ดพืชจะจมกลับลงไป เกิดเป็นวงจรการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงสลับกันคล้ายการเต้นระบำ แตกต่างจากในน้ำเปล่าที่เมล็ดพืชจะจมอยู่นิ่งเพราะไม่มีฟองอากาศช่วยพยุง
- เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเอง
- เด็กสามารถอธิบายถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเองว่าเรียนรู้ได้อย่างไร และได้พบคำตอบที่อยากรู้
- เด็กสามารถบอกและทำการทดลองกิจกรรมเมล็ดพืชเต้นระบำได้
- เด็กสามารถสรุปและนำเสนอผลการสรุปแก่คนอื่นได้
- เด็กบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์การทดลอง โดยใช้คำพูดของตนเอง
2.2 ด้านสังคม
- เด็กสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
- เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ
- เด็กมีความเพลิดเพลิน สนุกสนานในการทำกิจกรรมการทดลองและได้ผ่อนคลาย
- สนองความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก
- เด็กได้ฝึกความกล้าแสดงออก
2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย
- เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบ จับ อุปกรณ์การทดลองได้คล่องแคล่ว
📢ประชาสัมพันธ์ โดย นางสาวกนกพร รุ่งระวี ครูปฐมวัย 👩‍🏫

21/08/2026

กักน้ำไว้ได้ 🥛

ที่อยู่

หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอเดิมบางนางบวช
Doem Bang Nang Buat
72120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 15:30
อังคาร 08:00 - 15:30
พุธ 08:00 - 15:30
พฤหัสบดี 08:00 - 15:30
ศุกร์ 08:00 - 15:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องเรียนครูพรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท