เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรม Food Technology & Innovation UTCC

เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรม Food Technology & Innovation UTCC

แชร์

สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

24/06/2026

เช็คลิสต์กันชัดๆ กับ "4 กลุ่มอาหารทำขายได้เลย ไม่ต้องง้อเลข อย." 👇
🥩 1. อาหารสดและผลผลิตการเกษตร
ผัก ผลไม้สด เนื้อหมู ไก่ อาหารทะเล หรือไข่ไก่ ที่ผ่านแค่การล้าง หั่น ปอกเปลือก หรือแช่เย็น (ต้องไม่มีการหมัก ปรุงรส หรือใส่สารยืดอายุ)

🍲 2. อาหารปรุงสดใหม่
ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวแกง สตรีทฟู้ด ก๋วยเตี๋ยว หรือเบเกอรี่อบร้อนๆ จากเตาหน้าร้าน ที่ขายให้ลูกค้าแบบวันต่อวัน ไม่ได้แพ็กส่งไปขายที่อื่น

🍡 3. อาหารทั่วไปที่ไม่ใส่บรรจุภัณฑ์ปิดสนิท
ขนมไทยห่อใบตอง ขนมครก ข้าวต้มมัด น้ำพริกตักขายเป็นขีด หรือหมูยอขายเป็นมัดตามตลาดสด

🌾 4. วัตถุดิบแห้งพื้นฐาน
ข้าวสาร ถั่วแห้ง หรือธัญพืช ที่แค่ตากแห้ง คัดแยก แล้วใส่ถุง/กระสอบธรรมดา ไม่มีการปรุงแต่งรส

🚨 ข้อควรระวังสำคัญ
ถ้าคุณเอาอาหารเหล่านี้มา "ใส่บรรจุภัณฑ์ปิดสนิท" (เช่น ซีลสุญญากาศ, ใส่กระป๋อง, ขวดฝาล็อก) เพื่อยืดอายุ และ "นำไปฝากขาย" ตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือขายออนไลน์แบบส่งทั่วประเทศ... แบบนี้ต้องขอ อย. ทันที!

ไม่อยากปวดหัวเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก หรือกำลังวางแผนแปรรูปอาหารเพื่อสเกลธุรกิจ?
ทักมาปรึกษา 'สถาบันอาหาร' ได้เลย ที่เดียวจบ ครบทุกขั้นตอนการขอ อย. และมาตรฐานความปลอดภัย 💯

💬 ใครกำลังทำเมนูไหนขายอยู่ คอมเมนต์มาเล่าให้ฟังหรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลย!
......................................
“𝙔𝙤𝙪𝙧 𝙋𝙖𝙧𝙩𝙣𝙚𝙧 𝙞𝙣 𝙛𝙤𝙤𝙙”
สถาบันอาหารคู่คิดธุรกิจอาหาร
ติดตามข่าวสารสถาบันอาหารได้ที่:
FB : https://www.facebook.com/NFIConnext
Line: หรือ https://lin.ee/vW07JSa
www : https://www.nfi.or.th

#สถาบันอาหาร

24/06/2026

เบคอนหอมๆ แฮมเนื้อนุ่ม หรือแซลมอนรมควันฟินๆ ที่เราชอบกิน... รู้ไหมว่าต้องควบคุมทั้งอุณหภูมิ เวลา และความเข้มข้นของเกลืออย่างแม่นยำเพื่อความปลอดภัย! 🥓🐟 เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร มาเจอกันที่สาขาฟู้ดไซน์นะ!

#เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรม #เด็กหัวการค้า #มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย #หอการค้า #หอการค้าไทย

23/06/2026

ี🇯🇵🚨 ญี่ปุ่นคลอดนิยาม "อาหารเสริม" ใหม่ พร้อมลุยบังคับใช้เกณฑ์ GMP ผู้ส่งออกและ OEM ไทยต้องรู้! 💊✨

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (CAA) และกระทรวงสาธารณสุขฯ (MHLW) ของญี่ปุ่น ได้บรรลุข้อตกลงกำหนดนิยามและข้อบังคับใหม่สำหรับ "อาหารเสริม" เตรียมบรรจุเข้าสู่การทบทวนกฎหมายสุขาภิบาลอาหารแล้ว!

📌 "อาหารเสริม" ในนิยามของญี่ปุ่นคืออะไร?
คืออาหารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมการได้รับสารอาหารจากการบริโภคอาหารตามปกติ หรือเพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบสรีระในร่างกาย โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบบางส่วนหรือทั้งหมดถูกทำให้เข้มข้นขึ้นในกระบวนการผลิต อยู่ในรูปแบบที่รับประทานได้ง่ายแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่อการบริโภคเกินขนาด ซึ่งรูปแบบที่เข้าข่ายกฎเกณฑ์นี้จะครอบคลุมตั้งแต่ยาเม็ด แคปซูล ของเหลว ผง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบกัมมี่ เจลลี่ และช็อกโกแลต

📋 ดีเดย์ 1 ก.ย. นี้! บังคับใช้เกณฑ์ GMP เข้มงวด

กลุ่มที่ถูกบังคับใช้: อาหารเสริมรูปแบบ ยาเม็ด แคปซูล ของเหลว และผง ต้องขึ้นทะเบียนเป็นอาหารที่แสดงฟังก์ชันสารอาหาร (FCC) และจะเริ่มส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นี้เป็นต้นไป!

กลุ่มที่ได้รับการยกเว้น: กัมมี่ เจลลี่ และช็อกโกแลต (สนับสนุนให้ทำตามความสมัครใจ เนื่องจากใช้สายการผลิตเดียวกับขนมขบเคี้ยว)

ข้อควรระวัง: แม้บางกลุ่มจะไม่ถูกบังคับด้วยกฎหมาย แต่กลุ่มผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ ร้านขายยา และ OEM ในญี่ปุ่น เลือกทำสัญญาเฉพาะกับโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP แล้วเท่านั้น!

🇹🇭 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ OEM ไทย (โอกาส vs อุปสรรค)
ตลาดอาหารเสริมญี่ปุ่นคาดว่าจะโตทะลุ 1 ล้านล้านเยน ในปี 2025 กฎระเบียบใหม่นี้ส่งผลกระทบต่อไทย 2 ด้าน:

⚠️ ความท้าทาย: SMEs ไทยที่อิงมาตรฐาน ASEAN GMP ต้องลงทุนเพิ่มในระบบประกันคุณภาพ การจัดการเอกสาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ให้สอดรับกับมาตรฐานญี่ปุ่น

✨ โอกาสทอง: หากปรับตัวได้ นี่คือโอกาสสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งประเทศอื่น ด้วยจุดแข็งด้านสมุนไพรและคุณภาพที่อาเซียนยอมรับอยู่แล้ว

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : https://fic.nfi.or.th/

#กฎหมายอาหาร #ข่าวอุตสาหกรรมอาหาร #ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #ส่งออกญี่ปุ่น #อาหารเสริม ิม #กฎระเบียบญี่ปุ่น #ธุรกิจSME #อุตสาหกรรมอาหาร #สินค้าสุขภาพ

23/06/2026

🍰🚫 อาหารลดน้ำตาลยุคใหม่: ไม่ใช่แค่ตัดน้ำตาล แต่คือการ "สร้างประสบการณ์ความหวานรูปแบบใหม่" ✨

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Foodnext ของไต้หวันชี้ให้เห็นว่า การลดน้ำตาลคือเทรนด์หลักของอุตสาหกรรมอาหารโลก โดยผลสำรวจจาก Innova Market Insights ปี 2568 พบว่า ผู้บริโภคราว 20% ตั้งใจลดการบริโภคน้ำตาล และมองหาสินค้าที่เป็นฉลากสะอาด (Clean Label) มากขึ้น

แต่ความท้าทายคือ "น้ำตาลไม่ได้ให้แค่ความหวาน" แต่ยังช่วยเพิ่มปริมาตร ความหนืด เนื้อสัมผัส ควบคุมจุดเยือกแข็ง และรักษาความชื้น (โดยเฉพาะในเบเกอรี่ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์นม) การใช้สารให้ความหวานยุคเก่าอย่างหญ้าหวาน (Stevia) หรือซูคราโลสเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดรสขมติดปลายลิ้น หรือเนื้อสัมผัสที่ไม่สมบูรณ์

💡 นวัตกรรมและเทคนิคการลดน้ำตาลในปัจจุบัน:
เพื่อรักษาคุณภาพให้ใกล้เคียงสูตรเดิมมากที่สุด ผู้ผลิตได้หันมาใช้เทคนิคต่างๆ ผสมผสานกัน ได้แก่:

ใช้ "น้ำตาลหายาก" และสารให้ความหวานธรรมชาติ เช่น อัลลูโลส (Allulose) ทากาโทส และไอโซมอลทูโลส ซึ่งให้คุณสมบัติโครงสร้างคล้ายน้ำตาลทราย (เช่น อัลลูโลสมีความหวาน 70% ของน้ำตาลทราย และช่วยคงเนื้อสัมผัสได้ดี)

เทคโนโลยีการหมักแบบแม่นยำ (Precision Fermentation) นำมาพัฒนาสารให้ความหวานและโปรตีนให้ความหวานรูปแบบใหม่

เสริมด้วยใยอาหารและพรีไบโอติก: เช่น อินูลินและเดกซ์ทรินทนการย่อย ช่วยเพิ่มความหนืดและปริมาตร

ออกแบบประสาทสัมผัส (Taste Modulation): ใช้กลิ่นวานิลลา อบเชย หรือกลิ่นผลไม้ เพื่อหลอกสมองให้รับรู้ความหวานโดยไม่ต้องเพิ่มน้ำตาล

กลยุทธ์ค่อยเป็นค่อยไป: ทยอยลดระดับความหวานลงภายใน 1–2 ปี เพื่อให้ผู้บริโภคปรับตัวได้โดยไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง

🇹🇼 ข้อเสนอแนะจาก สคต. สำหรับผู้ส่งออกไปตลาดไต้หวัน

ตลาดไต้หวันให้ความสำคัญกับสุขภาพและ "ผู้บริโภคไม่ชอบทานหวานจัด" ข้อมูลนี้จึงเป็นประโยชน์มากในการทำ R&D เพื่อปรับสูตรอาหารส่งออก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ "กฎระเบียบด้านการแสดงฉลากความหวาน" ของไต้หวันค่ะ

🚨 ข้อควรระวังในการติดฉลาก (ฝ่าฝืนมีโทษปรับหนัก!)
การใช้คำว่า “ไม่หวาน” หรือ “หวานเล็กน้อย” จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับคำว่า “น้ำตาลต่ำ” และ “ปราศจากน้ำตาล” ดังนี้:

น้ำตาลต่ำ: อาหารแข็งต้องมีน้ำตาลไม่เกิน 5 กรัมต่อ 100 กรัม / เครื่องดื่มต้องมีน้ำตาลไม่เกิน 2.5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

ปราศจากน้ำตาล: ต้องมีน้ำตาลไม่เกิน 0.5 กรัม

⚠️ หากใช้ข้อความไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จะเข้าข่ายการแสดงฉลากเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด มีโทษปรับตั้งแต่ 40,000 ถึง 4,000,000 เหรียญไต้หวัน!

ที่มา : สคต. ณ กรุงมะนิลา ส่วนที่ 2 (ไต้หวัน) (TTC, Manila – Section 2 (Taiwan))
------------------------------------------------------------
📌 ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมอาหาร และรอบรู้เรื่องอาหารไปกับศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
Facebook : https://www.facebook.com/NFI.FIC
Line : .nfi หรือ https://lin.ee/04MoaSs
Website : https://fic.nfi.or.th/

#ลดน้ำตาล #อุตสาหกรรมอาหาร #สารให้ความหวาน #อาหารเพื่อสุขภาพ #นวัตกรรมอาหาร #ตลาดไต้หวัน #กฎระเบียบอาหาร #ส่งออกอาหาร #ข่าวอุตสาหกรรมอาหาร #ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร #สถาบันอาหาร

22/06/2026

กว่าจะเป็นน้ำเชื่อมเมเปิลหวานฉ่ำ 66% ต้องผ่านทั้งระบบ Reverse Osmosis และเครื่องระเหย Evaporator ไม่ใช่แค่ต้มๆ ก็จบนะขอบอก! 🍁✨ อยากรู้เทคนิควิศวกรรมอาหารเจ๋งๆ แบบนี้ มาเรียน Food Science ด้วยกันสิ!

#เทคโนโลยีอาหารและนวัตกรรม #เด็กหัวการค้า #มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย #หอการค้า #หอการค้าไทย

21/06/2026
21/06/2026

🥤 โปรตีนที่เห็นบนฉลาก...คือ "โปรตีนจริง" หรือไม่?

กระแสอาหารและเครื่องดื่ม High Protein กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพและผู้ควบคุมน้ำหนัก แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดประเด็น "False Protein Claim" หรือการแสดงปริมาณโปรตีนที่ไม่สอดคล้องกับผลวิเคราะห์จริง จนกลายเป็นคำถามสำคัญของทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิต และห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อาหาร

🔬 การวัดโปรตีนด้วยวิธี Kjeldahl คืออะไร?
🧬 ทำไมการวิเคราะห์กรดอะมิโนจึงถูกมองว่าเป็นการวัด "True Protein"?
⚠️ ความคลาดเคลื่อนของการเคลมโปรตีนเกิดจากความผิดพลาดหรือความตั้งใจ?

INNOLAB Magazine พาคุณเจาะลึกเบื้องหลังการวิเคราะห์โปรตีน ตั้งแต่มาตรฐานสากลของ FAO ไปจนถึงข้อจำกัดของเทคนิคการทดสอบที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและห้องปฏิบัติการควรรู้

📖 อ่านบทความเต็ม
"Food Protein: Classic False Claim and Analysis" ได้ที่
http://www.media-matter.com/protein.html

21/06/2026

🥩 เทคโนโลยีตัดแต่งเนื้อสัตว์อัจฉริยะ: ยกระดับประสิทธิภาพและความแม่นยำในทุกมิติ

ปัจจุบัน การตัดแต่งเนื้อสัตว์ไม่ได้พึ่งพาเพียงแรงงานหรือเครื่องจักรแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ “ระบบการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” (Data-driven System) ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด

⚖️ แม้แรงงานมนุษย์จะมีความยืดหยุ่น แต่ระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอ ลดการสูญเสียเนื้อ (Yield Loss) และเพิ่มความปลอดภัยในการผลิต โดยการเลือกใช้เทคโนโลยีต้องเหมาะสมกับวัตถุดิบและเป้าหมายธุรกิจ

🌡️ การควบคุมอุณหภูมิของเนื้อสัตว์ อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการตัดและประสิทธิภาพการผลิต

💡 เทคโนโลยีสำคัญที่ถูกนำมาใช้ ได้แก่
💧 Water Jet & Ultrasonic Cutting 👁️ Machine Vision & AI 📊 IoT & Real-time Sensors
เพื่อช่วยเพิ่ม Yield ลดความแปรปรวน และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน

🚀 เทคโนโลยีการตัดแต่งเนื้อสัตว์ยุคใหม่ จึงไม่ได้แข่งขันกันแค่ “ความเร็ว” แต่คือความสามารถในการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่ม Yield ลดความสูญเสีย และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน

🙏 ขอขอบคุณผู้นำเสนอบทความ:
ดร. ภณธกร วงศ์เจริญ จาก Betagro Country Head Indonesia, International Business, Betagro Group
✉️[email protected]

21/06/2026

🌱 ในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ “ผลพลอยได้” ไม่ได้ถูกมองเป็นของเสียอีกต่อไป แต่สามารถต่อยอดเป็นส่วนผสมมูลค่าสูงได้ด้วยเทคโนโลยีเอนไซม์

🧪 เอนไซม์อย่าง Protease, Cellulase และ Hemicellulase ถูกนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนกากยีสต์ โปรตีนพืช ผลพลอยได้ทางการเกษตร และเยื่อหุ้มเปลือกไข่ ให้กลายเป็นเปปไทด์ชีวภาพ ใยอาหารพรีไบโอติกส์ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ

💡 เทคโนโลยีเอนไซม์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสกัด ลดผลพลอยได้ที่ไม่พึงประสงค์ และใช้กระบวนการที่ส่งผลดีต่อวัตถุดิบมากขึ้น

📊 อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังต้องสอดคล้องกับกฎหมายอาหารไทย มาตรฐาน Codex, GMP และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน

🚀 Enzyme Technology จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Circular Economy และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต

Food & Feed additive by CF Chem

#ซีเอฟเคม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Din Daeng?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Din Daeng
10400