วันอาทิตย์ที่ 10 พ. ค. 69 ตั้งแต่ เวลา 11. 20น.- 12.20 น. ครูหยกได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร หัวข้อ "เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก และการพัฒนาทักษะการสื่อสารภายในครอบครัว" ณ ห้องประชุมรังนก ชั้น 1 อาคารโอท็อป สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร ครับ
รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แล้วเจอกันนะครับ😘🥰🤟
พัฒนาการเด็ก เรื่องง่าย ด้วย ISHI CHILD by ครูหยก
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก พัฒนาการเด็ก เรื่องง่าย ด้วย ISHI CHILD by ครูหยก, บริการดูแลเด็ก, 99/101 ม. 10 ต. นาทุ่ง อ. เมือง จ. ชุมพร, Chumphon.
ให้คำแนะนำการเลี้ยงดู
แก้ไขปัญหาติดจอ
กระตุ้นพัฒนาการเด็ก
พัฒนาการล่าช้าแบบรอบด้าน
โรคสมาธิสั้น
กลุ่มออทิสซึม
ฝึกพูด
ปรับพฤติกรรมผ่านการให้ความรู้ ผปค.
โดยนักกิจกรรมบำบัดหนึ่งเดียวในชุมพร
15/02/2026
"ทำไมเวลาน้องจะอึ ต้องแอบไปอึด้วยคะ5555555 สังเกตหลายรอบมาก ชอบไปแอบที่ไม่มีคนมอง ในห้องก็ไปแอบหลังประตู"
555555 เป็นเรื่องที่น่าเอ็นดูและคลาสสิกมากครับคุณแม่! พฤติกรรม "แอบอึ" นี้เป็นเรื่องปกติที่เจอได้บ่อยมากในเด็กวัยหัดเดิน (Toddler) ซึ่งเบื้องหลังพฤติกรรมนี้มีเหตุผลทางจิตวิทยาและพัฒนาการที่น่าสนใจอยู่หลายข้อเลยครับ
# # # 🕵️♂️ ทำไมต้องแอบ? เปิดเหตุผลลับของ "นักอึนิรนาม"
* **ต้องการสมาธิขั้นสูงสุด:** การเบ่งอึสำหรับเด็กไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เขาต้องใช้การประสานงานของกล้ามเนื้อหลายส่วน การไปอยู่ในที่เงียบๆ หรือหลังประตูช่วยให้เขา "โฟกัส" กับภารกิจตรงหน้าได้โดยไม่มีใครมารบกวนครับ
* **เริ่มรู้จักความเป็นส่วนตัว (Privacy):** นี่คือสัญญาณที่ดีมาก! น้องเริ่มตระหนักว่ากิจกรรมนี้เป็น "เรื่องส่วนตัว" และเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่ที่เวลาเข้าห้องน้ำต้องปิดประตู เขาเลยหา "โซนส่วนตัว" ของตัวเองบ้าง
* **สัญชาตญาณความปลอดภัย:** ตามสัญชาตญาณดั้งเดิม เวลาขับถ่ายจะเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแอและระวังตัวได้น้อยที่สุด เด็กบางคนจึงรู้สึกปลอดภัยกว่าถ้าได้หลบไปอยู่ในมุมที่เขารู้สึกว่า "ไม่มีใครเห็น" ครับ
* **ไม่อยากโดนขัดจังหวะ:** น้องอาจจะกลัวว่าถ้าคุณแม่เห็นปุ๊บ จะโดนอุ้มไปล้างก้นหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที ซึ่งสำหรับเด็กบางคนนั่นคือการ "ขัดจังหวะการเล่น" ที่แสนสนุกของเขาครับ
---
# # # ✨ ข่าวดีคือ... นี่คือสัญญาณ "พร้อมบอกลาผ้าอ้อม"!
การที่น้องแอบไปอึ บ่งบอกว่าเขามีพัฒนาการที่สำคัญมากคือ **"การรับรู้สัญญาณจากร่างกาย" (Body Awareness)** น้องรู้ตัวแล้วว่า "กำลังจะมาแล้วนะ" และสามารถควบคุมร่างกายให้เดินไปที่มุมห้องก่อนที่จะถ่ายออกมาได้
> **เทคนิคแนะนำ:** เมื่อคุณแม่เห็นน้องเริ่มทำท่า "หามุมสงบ" ลองเข้าไปทักด้วยน้ำเสียงปกติ (ไม่ดุและไม่กดดัน) เช่น *"อ๊ะ น้อง... กำลังจะอึเหรอคะ? ไปนั่งบนกระโถน/ห้องน้ำกันไหม จะได้สบายตัวนะ"*
---
# # # 💡 สิ่งที่คุณแม่ทำได้ตอนนี้
1. **ไม่ล้อเลียน:** แม้จะขำแค่ไหน พยายามอย่าล้อหรือทำให้เขารู้สึกอาย เพราะอาจจะทำให้เขาอั้นอึจนท้องผูกได้ครับ
2. **ชมเชยความเก่ง:** *"เก่งมากเลยที่น้องรู้ตัวว่าปวดอึ"* เพื่อสร้างความมั่นใจ
3. **วางกระโถนไว้ใกล้ๆ มุมโปรด:** ถ้าเขาชอบแอบหลังประตู ลองเอากระโถนไปวางแถวนั้นดูครับ เป็นการเริ่มต้นฝึกเข้าห้องน้ำแบบเนียนๆ
**น้องเริ่มมีท่าทาง "เบ่ง" หรือ "ทำหน้าจริงจัง" ประกอบด้วยไหมครับ? ถ้ามี... นั่นคือจังหวะทองที่จะชวนไปนั่งกระโถนเลยครับ!**🚽🚻
02/01/2026
คำขวัญวันเด็กปี 2569
ถึงหัวจะดื้อความรู้
ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ
แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน
สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
02/01/2026
การเล่นสร้าง "ป้อมปราการ" หรือ "บ้าน" จากหมอนและผ้าห่ม (Pillow Forts) ไม่ใช่แค่การเล่นสนุกแก้เบื่อนะครับ แต่เป็นสัญญาณที่ดีมากว่าลูกกำลังมี **พัฒนาการที่ก้าวกระโดด** ในหลายด้านพร้อมกัน ดังนี้ครับ
---
# # # 🧠 1. พัฒนาการด้านสติปัญญาและทักษะการแก้ปัญหา
เมื่อเด็กพยายามเอาหมอนมาต่อกัน หรือเอาผ้าห่มมาพาด สมองของเขาจะทำงานหนักมากในเรื่อง:
* **มิติสัมพันธ์ (Spatial Awareness):** เขาต้องคำนวณว่าพื้นที่ข้างในจะกว้างพอไหม หรือผ้าผืนนี้จะยาวพอที่จะทำเป็นหลังคาหรือเปล่า
* **ทักษะวิศวกรรมเบื้องต้น:** เด็กจะเรียนรู้เรื่องสมดุล แรงโน้มถ่วง และโครงสร้าง เช่น "ถ้าไม่เอาหมอนข้างมาค้ำ ผ้าจะยุบลงมา" นี่คือการฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่มีประสิทธิภาพมากครับ
* **ความคิดสร้างสรรค์ (Symbolic Play):** การเปลี่ยนหมอนธรรมดาให้เป็นกำแพงเมืองจีน หรือผ้าห่มให้เป็นถ้ำมังกร คือพื้นฐานของการจินตนาการที่ซับซ้อน
# # # 🏡 2. พัฒนาการด้านอารมณ์และความรู้สึกปลอดภัย
ในทางจิตวิทยา การสร้างบ้านจำลองตอบโจทย์ความต้องการลึกๆ ของเด็ก:
* **การสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Space):** โลกภายนอกสำหรับเด็กนั้นกว้างใหญ่และควบคุมยาก การมีบ้านหลังเล็กๆ ที่เขาสร้างเองช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยและมีอำนาจการตัดสินใจ
* **ความเป็นอิสระและการควบคุม:** ในบ้านหลังใหญ่ พ่อแม่เป็นคนคุมกฎ แต่ใน "บ้านหมอน" **เด็กคือเจ้าของบ้าน** เขาจะได้ฝึกการตัดสินใจว่าใครเข้าได้หรือไม่ได้ หรือจะจัดวางของอย่างไร
* **ความเป็นส่วนตัว:** เด็กเริ่มเรียนรู้ที่จะมีโลกส่วนตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอัตลักษณ์ของตัวเอง (Sense of Self)
# # # 💪 3. พัฒนาการด้านร่างกาย
* **กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills):** การแบกหมอนใบใหญ่ การลากนวม หรือการคลานเข้าคลานออก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการประสานงานของร่างกาย
* **ทักษะการวางแผนการเคลื่อนไหว:** การต้องค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปในป้อมโดยไม่ให้ป้อมพัง ช่วยฝึกการกะระยะและความใจเย็นครับ
---
# # # 💡 คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่
* **ปล่อยให้ "รก" สักพัก:** แม้บ้านจะดูวุ่นวาย แต่การยอมให้เขาสร้างค้างไว้สัก 1-2 วัน จะช่วยให้เขารู้สึกว่าผลงานของเขามีค่า
* **สนับสนุนอุปกรณ์เสริม:** ลองให้ตัวหนีบผ้า ไฟฉาย หรือกล่องกระดาษเพิ่ม เพื่อต่อยอดจินตนาการ
* **เคารพกฎของเขา:** หากจะเข้าบ้านหมอนของลูก ลอง "เคาะประตู" หรือ "ขออนุญาต" ก่อน วิธีนี้จะช่วยสร้างความภูมิใจและสอนเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่นให้เขาด้วยครับ
#พัฒนาการเด็กเรื่องง่ายbyครูหยก
#ฝึกพูดเด็กชุมพร
ภารกิจกวาดความสุข สนุกต้อนรับปีใหม่
#บักโอบ2026
28/10/2025
วิธีรับมือ ลูกดื้อรั้นเอาแต่ใจเฉพาะเมื่ออยู่กับคนที่ตามใจ แต่จะเชื่อฟังก็ต่อเมื่ออยู่กับคนอื่น
นี่เป็นสัญญาณว่า **"ลูกของคุณฉลาด"** ครับ
เขาไม่ได้ "ดื้อ" โดยสันดาน แต่เขา "เรียนรู้" และ "ปรับตัว" เก่งมาก เขารู้ว่าพฤติกรรมไหนใช้ได้ผลกับใคร สถานการณ์นี้เป็นเรื่องคลาสสิกที่เรียกว่า **"พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้" (Learned Behavior)**
* **เมื่ออยู่กับคนที่ตามใจ:** ลูกเรียนรู้ว่า "ถ้าฉันร้องไห้ เอาแต่ใจ หรือลงไปดิ้น = ฉันจะได้สิ่งที่ต้องการ"
* **เมื่ออยู่กับคนอื่น (ที่ตั้งกฎกติกา):** ลูกเรียนรู้ว่า "ถ้าฉันร้องไห้ หรือเอาแต่ใจ = ฉันก็ไม่ได้สิ่งที่ต้องการอยู่ดี สู้เชื่อฟังดีกว่า"
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็ก แต่อยู่ที่ **"ความไม่สม่ำเสมอ" (Inconsistency)** ของผู้ใหญ่รอบตัวเด็กครับ
นี่คือวิธีรับมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งต้องอาศัย "ความร่วมมือ" จากผู้ใหญ่ทุกคนครับ
# # # 1. "ประชุมทีมผู้เลี้ยงดู" (The Caregiver Meeting)
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ คุณต้องนัดคุยกับ "คนที่ตามใจลูก" ไม่ว่าจะเป็น คุณปู่คุณย่า, คุณตาคุณยาย, หรือคู่ของคุณเอง (สามี/ภรรยา)
* **สื่อสารด้วยความเข้าอกเข้าใจ (ไม่ตำหนิ):**
* เริ่มต้นด้วยเจตนาที่ดี "หนู/ผมรู้ว่าแม่/พ่อ/คุณย่า รักหลานมาก และอยากให้เขามีความสุข..."
* **ชี้ให้เห็นปัญหา (ผลกระทบระยะยาว):**
* "...แต่ตอนนี้หนูสังเกตเห็นว่า น้องเริ่มสับสน เขาเรียนรู้ว่าถ้าอยู่กับย่า เขาจะร้องเอาของได้ แต่พออยู่กับคนอื่น เขาทำไม่ได้"
* "สิ่งที่น่ากังวลคือ มันจะทำให้เขาปรับตัวเข้าสังคม (เช่น ที่โรงเรียน) ได้ยาก เขาจะไม่เคารพกฎกติกา เพราะคิดว่าถ้าโวยวายแล้วจะได้เสมอ"
* **ขอความร่วมมือ (ไม่ใช่บังคับ):**
* "หนูอยากขอความร่วมมือจากคุณย่า ให้เรามาอยู่ 'ทีมเดียวกัน' เพื่ออนาคตของน้อง"
# # # 2. ตั้ง "กฎเหล็กของบ้าน" (The House Rules)
หลังจากประชุมทีมแล้ว ให้ตกลง "กฎกติกา" ร่วมกันที่ชัดเจน ง่าย และทุกคนต้องทำเหมือนกัน เช่น
* **กฎเรื่องขนม:** กินได้หลังอาหารมื้อหลักเท่านั้น และได้แค่ 1 ชิ้น
* **กฎเรื่องหน้าจอ:** ดูได้ 30 นาทีก่อนอาบน้ำเย็น
* **กฎเรื่องการซื้อของ:** ถ้าวันนี้ไม่ได้ตกลงกันไว้ว่าจะซื้อ จะไม่ซื้อ แม้จะร้องไห้
* **กฎเรื่องพฤติกรรม:** เราไม่ตี ไม่ขว้างของ ถ้าโกรธ ให้ใช้คำพูด
# # # 3. วิธีรับมือ "เฉพาะหน้า" (เมื่อลูกเริ่มเอาแต่ใจ)
สถานการณ์: ลูกอยู่กับคุณ และ "คนที่เคยตามใจ" (เช่น คุณย่า)
ลูกเริ่มร้องจะเอาขนมชิ้นที่ 2 (ซึ่งผิดกฎ)
* **คนที่ 1 (คุณ):** เป็นคนพูดกฎอย่างหนักแน่น
* "แม่เข้าใจว่าหนูอยากกินอีก แต่กฎของเราคือวันละ 1 ชิ้นนะคะ" (พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ตะคอก)
* **คนที่ 2 (คุณย่า):** ต้องสนับสนุนทันที **(ห้ามหักหน้ากันเด็ดขาด!)**
* *สิ่งที่ห้ามทำ:* "โอ๋ๆ เดี๋ยวย่าซื้อให้" หรือ "ให้ๆ เขาไปเถอะ น่าสงสาร"
* *สิ่งที่ต้องทำ:* "ใช่จ้ะหลาน ย่าก็ว่าวันนี้พอก่อนนะ ไว้กินพรุ่งนี้" หรือ "ฟังที่แม่พูดนะลูก" หรือ "ถ้าหนูร้องไห้ หนูก็จะไม่ได้อยู่ดีนะ"
* **รับมืออาการอาละวาด (Tantrum):**
* เมื่อลูกรู้ว่าคุณย่าไม่ช่วยแล้ว เขาอาจจะอาละวาดหนักกว่าเดิม (เรียกว่า Extinction Burst) เพื่อทดสอบว่ากฎใหม่นี้จริงจังแค่ไหน
* **หน้าที่ของผู้ใหญ่ทุกคนคือ "ใจแข็ง" ครับ**
* เพิกเฉยต่อการร้องไห้ (ตราบใดที่เขาปลอดภัย) ไม่ดุ ไม่ปลอบ ไม่ต่อรอง
* เมื่อเขาสงบลง ค่อยเข้าไปกอดแล้วพูดว่า "ขอบคุณที่หนูหยุดร้องไห้นะ แม่รักหนู แต่กฎก็ยังเป็นกฎ"
# # # 4. เสริมแรงบวก (Positive Reinforcement)
เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่ถูกต้อง (เช่น เมื่อเขาถูกปฏิเสธแล้วไม่โวยวาย หรือแค่หน้ามุ่ยแต่ยอมรับ) **ให้ชมทันที!**
* "แม่ภูมิใจในตัวหนูมากเลย ที่พอแม่บอกว่าหมดเวลาดูทีวี หนูก็ปิดเอง"
* (เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณย่า) "วันนี้หนูเก่งมากที่เข้าใจกฎเรื่องขนม คุณย่าก็ภูมิใจในตัวหนูนะ"
# # # สรุปหัวใจสำคัญ
1. **ความสม่ำเสมอคือกุญแจ:** เด็กจะหยุดพฤติกรรมเอาแต่ใจ ก็ต่อเมื่อเขาทดสอบซ้ำๆ แล้วพบว่า "มันใช้ไม่ได้ผลกับใครเลย"
2. **ผู้ใหญ่ต้องเป็นทีมเดียวกัน:** ถ้ามีผู้ใหญ่ 1 คนแอบใจอ่อน กฎทั้งหมดที่สร้างมาจะพังทลายลงทันที และเด็กจะเรียนรู้ว่า "ต้องพยายามให้หนักขึ้น"
3. **อดทน:** ในช่วงแรกของการปรับเปลี่ยน ลูกจะต่อต้านหนักมาก เพราะสิ่งที่เคยทำได้ผล มันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ขอให้อดทนและใจแข็งไว้ แล้วพฤติกรรมจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ
#พัฒนาการเด็กเรื่องง่ายbyครูหยก
#พัฒนาการเด็กชุมพร
#กิจกรรมบำบัดชุมพร
24/10/2025
นัอมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ ๙๓ พรรษา
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
24 ตุลาคม 2568
09/10/2025
"ขอวิธีจัดการเด็กวัยทองหน่อยค่ะ น้อง2ขวบ4เดือนคะ เอาแต่ใจมากคะ ตีแม่ตลอดเลยคะ บ้างวันแม่ก็เผลอด่าเผลอพูดรึตีน้องแรงคะ เลี้ยงคนเดียวเหนื่อยมากคะ แม่พยายามไม่ตีและพูดดีๆกับน้องแล้วแต่น้องทำร้ายแม่ตลอดเลยคะ ปาของทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า"
โอ้โห... อ่านแล้วเข้าใจและขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่แน่นๆ เลยนะครับ การเลี้ยงลูกคนเดียวในวัยนี้เหนื่อยมากจริงๆ ครับ สิ่งที่คุณแม่กำลังเจออยู่คือสิ่งที่เรียกว่า **"Terrible Twos"** หรือที่คนไทยเรียกว่า **"วัยทอง 2 ขวบ"** ครับ เป็นภาวะปกติของพัฒนาการเด็กวัยนี้ ไม่ได้แปลว่าน้องเป็นเด็กไม่ดี และไม่ได้แปลว่าคุณแม่เป็นแม่ที่ไม่ดีเลยนะครับ
ก่อนอื่น อยากให้คุณแม่เข้าใจ "สาเหตุ" ที่น้องเป็นแบบนี้ก่อนครับ:
1. **สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่:** สมองส่วนหน้าของเด็กที่ใช้ควบคุมอารมณ์และเหตุผลยังพัฒนาไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ครับ ทำให้เวลาเขารู้สึกโกรธ เสียใจ ไม่ได้ดั่งใจ เขาจะแสดงออกมาเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก เพราะยัง "เบรก" อารมณ์ตัวเองไม่เป็น
2. **ต้องการเป็นตัวของตัวเอง:** วัยนี้เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองกับแม่คือคนละคนกัน เขาเลยอยากลองทำอะไรด้วยตัวเอง อยากตัดสินใจเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการแม่มากๆ ความสับสนนี้ทำให้เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย
3. **ภาษายังมีจำกัด:** เขามีความรู้สึกมากมาย แต่ยังพูดหรืออธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ดีพอ การตี การกรี๊ด การปาของ คือวิธีการสื่อสารที่ง่ายและเร็วที่สุดสำหรับเขาครับ
พอเราเข้าใจที่มาแล้ว เราจะรับมือได้ง่ายขึ้นค่ะ ลองใช้วิธีเหล่านี้ดูนะครับ
# # # **วิธีรับมือ "เฉพาะหน้า" (ตอนน้องกำลังอาละวาด)**
1. **ตั้งสติคุณแม่ก่อน:** สำคัญที่สุดครับ! หายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองว่า "นี่คือพฤติกรรมตามวัย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" ถ้าคุณแม่เริ่มโกรธ ให้เดินออกมาจากตรงนั้นสัก 10 วินาที (ถ้าปล่อยน้องไว้ได้โดยปลอดภัย) เพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองก่อน
2. **หยุดพฤติกรรมที่รุนแรง:** ถ้าลูกตี ให้จับมือเขาไว้เบาๆ แต่หนักแน่น มองตาแล้วพูดสั้นๆ ชัดๆ ว่า **"แม่ไม่ให้ตีนะ / ตีแม่ไม่ได้นะ แม่เจ็บ"** ไม่ต้องอธิบายยาวๆ เพราะตอนนั้นเขาไม่พร้อมจะฟัง
3. **ยอมรับอารมณ์ แต่ไม่ยอมรับพฤติกรรม:** นี่คือหัวใจสำคัญครับ แยก "ความรู้สึก" ออกจาก "การกระทำ"
* **พูดสะท้อนอารมณ์เขา:** "หนูโกรธอยู่ใช่ไหมที่แม่ปิดทีวี" "หนูเสียใจที่ไม่ได้กินขนมใช่มั้ยลูก" การทำแบบนี้ทำให้เขารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ และได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับอารมณ์ด้วย
* **ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน:** "แม่เข้าใจว่าหนูโกรธ แต่หนูปาของไม่ได้นะ" "เสียใจได้ ร้องไห้ได้ แต่ตีแม่ไม่ได้"
4. **ให้ทางเลือกลงที่เหมาะสม:** เมื่อเขาสงบลงเล็กน้อย ลองให้ทางเลือกง่ายๆ 2 ทาง เพื่อให้เขารู้สึกว่าได้ควบคุมสถานการณ์บ้าง เช่น "หนูจะให้แม่กอด หรือจะไปนั่งพักสงบๆ ที่มุมโซฟาดี"
# # # **วิธีจัดการ "ระยะยาว" (เพื่อป้องกันและลดพฤติกรรม)**
1. **ชมเมื่อทำดี:** เวลาที่เขาทำตัวน่ารัก หรือจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น (แม้จะนิดเดียว) ให้ชมทันที "วันนี้หนูเก่งมากเลยที่บอกแม่ว่าอยากได้อันนี้ดีๆ ไม่ขว้างของเลย"
2. **ตั้งกฎกติกาง่ายๆ ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ:** เช่น "เราไม่ตีคน เราใช้คำพูดดีๆ" "ถ้าขว้างของเล่น แม่จะเก็บของเล่นนะ" และคุณแม่ต้องทำตามกฎนั้นทุกครั้งจริงๆ
3. **ใช้เวลากับเขาแบบมีคุณภาพ:** วันละ 15-20 นาที ที่ปิดทีวี วางมือถือ แล้วมาเล่นกับเขาเต็มที่ กอดเขา อ่านนิทานให้ฟัง จะช่วยเติมเต็มความรักความผูกพัน ทำให้น้องรู้สึกมั่นคงและลดพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจได้
4. **ดูแลตัวเองนะคะคุณแม่:** ข้อนี้สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นเลยครับ การเลี้ยงลูกคนเดียวมันเหนื่อยมากจริงๆ
* **หาเวลาพัก:** หาช่วงเวลาสั้นๆ ที่จะได้ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง แม้จะแค่ 10-15 นาที เพื่อจิบกาแฟเงียบๆ หรือดูคลิปตลกๆ
* **อย่าโทษตัวเอง:** การที่คุณแม่เผลอดุหรือตีน้องไปบ้าง ไม่ได้แปลว่าคุณแม่เป็นแม่ที่แย่ครับ มันเป็นปฏิกิริยาของคนที่เหนื่อยและเครียดมากๆ ให้อภัยตัวเอง แล้วเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้
* **หาคนระบาย:** คุยกับเพื่อนสนิท หรือหา "กลุ่มแม่ๆ" ในโซเชียลมีเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การได้รู้ว่าเราไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว มันช่วยได้มากจริงๆ ครับ
จำไว้นะครับคุณแม่ วัยนี้เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นครับ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป สิ่งที่คุณแม่ทำอยู่ตอนนี้มันหนักหนาและยิ่งใหญ่มากๆ แล้ว คุณแม่เก่งมากๆ แล้วนะครับที่พยายามอย่างเต็มที่ ส่งกำลังใจให้รัวๆ เลยครับ ❤️💪
08/10/2025
"ปลดล็อก EQ!" 🔐 4 เทคนิคสำคัญ สร้างรากฐานความฉลาดทางอารมณ์ให้ลูกวัยอนุบาล!
อยากให้ลูกโตไปเป็นเด็กที่มีความสุข เข้าใจตัวเอง และเข้ากับผู้อื่นได้ดีใช่ไหมครับ? EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ คือหัวใจสำคัญ! มาดู 4 เทคนิคที่พ่อแม่ทำได้จริง เพื่อสร้าง EQ ให้ลูกวัยอนุบาลกันครับ 👇
เป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model):
คุณคือกระจกของลูก! แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณจัดการกับอารมณ์ตัวเองอย่างไรเมื่อโกรธ ผิดหวัง หรือดีใจ ลูกจะเรียนรู้จากสิ่งที่คุณทำ มากกว่าสิ่งที่คุณพูด
ลองพูดว่า: "แม่/พ่อกำลังหงุดหงิดนิดหน่อย ขอไปสงบสติก่อนนะ" หรือ "วันนี้แม่/พ่อดีใจมากเลยที่ได้ทำสิ่งนี้สำเร็จ!"
พูดคุยและสอนเรื่องอารมณ์ (Emotion Coaching):
ช่วยให้ลูกรู้จักอารมณ์ตัวเอง: เมื่อลูกมีอารมณ์ใดๆ ให้ช่วยระบุชื่ออารมณ์นั้นๆ และยอมรับความรู้สึกของลูกเสมอ
ลองพูดว่า: "แม่เห็นว่าหนูเสียใจมากที่ของเล่นพัง" หรือ "หนูคงจะโกรธมากเลยที่เพื่อนแย่งของไป" (แล้วค่อยสอนวิธีจัดการ)
สอนทักษะสังคมและความเห็นอกเห็นใจ (Social Skills & Empathy):
ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่น: ชวนลูกแบ่งปัน รอคอย และมองจากมุมมองของคนอื่น
ลองพูดว่า: "ถ้าเพื่อนโดนแย่งของเล่น เพื่อนจะรู้สึกยังไงนะ?" หรือ "เราจะช่วยเพื่อนที่กำลังร้องไห้ได้อย่างไรดี?"
เน้นการเล่นอย่างอิสระและการเรียนรู้ (Free Play & Learning):
ปล่อยให้ลูกได้สำรวจ: การเล่นอิสระช่วยให้เด็กได้เรียนรู้การแก้ปัญหา การจัดการกับความผิดหวัง และการสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง
ลองจัด: มุมของเล่นที่หลากหลาย กิจกรรมศิลปะ หรือให้ลูกมีเวลาเล่นกลางแจ้งโดยไม่ต้องมีกรอบมากนัก
จำไว้ว่า การสร้าง EQ คือการเดินทางที่ไม่เร่งรีบ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและด้วยความเข้าใจ ❤️
EF ในผู้ใหญ่สร้างได้ก่อนไปสอนลูก
#พัฒนาการเด็กbyครูหยก #พัฒนาการเด็กชุมพร
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
99/101 ม. 10 ต. นาทุ่ง อ. เมือง จ. ชุมพร
Chumphon
86000