02/08/2026
[ Predators ]
Week ที่ถึงนี้มีวันสำคัญของชาวนักลงทุนให้ติดตามกันครับ ทั้งเรื่องงบการเงิน Q2/26ที่ทยอย public กันเรื่อยๆและคาดว่า ภายในกลางเดือนนี้น่าจะประกาศกันครบแล้ว มีอีกเรื่องคือวันที่ 4.Aug.26 ที่เป็นวันปลด Lock-up ของหุ้นสายการบินแห่งชาติ THAI เป็น Event ที่น่าสนใจเพราะว่าแอดมินจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของการปล่อยหุ้นจากเขื่อนเก็บกักหุ้นกว่า 19,800ล้านหุ้นสู่ที่เก็บกักหุ้นส่วนอื่นๆ (หุ้นเชิงกลยุทธ 17,000ล้านหุ้น จากแหล่งข่าวหนึ่งว่ามา)
•
โดยครั้งที่แล้วปริมาณหุ้นที่อนุญาตให้ปล่อยออกจากเขื่อนเป็น Lotแรกเมื่อวันที่4.Feb.26 จำนวน 6,600ล้านหุ้น คิดเป็น 25%ของหุ้นในมือผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ในวันนั้นมีปริมาณหุ้นซื้อขายหมุนเวียนในตลาดเพียง 611ล้านหุ้นเท่านั้น คิดเป็น 10.8% ของปริมาณหุ้นในมือผู้ถือหุ้นรายใหญ่(ในฐานะเจ้าหนี้ที่ช่วยให้THAIผ่านวิกฤตมาได้สำเร็จ) แอดมินศึกษาพฤติกรรมของการซื้อขายในวันนั้นโดยละเอียดตลาอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยมีการเขียนบันทึกย้อนหลังถึงพฤติกรรมของการซื้อขายช่วงนั้นเก็บเอาไว้
•
อธิบายคร่าวๆโดยอ้างอิงรูปนะครับ...พบว่าการซื้อขายวันนั้นมีการแย่งกันขายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตั้งแต่ต้นเกมเลย และราคาหุ้นที่เกิดจากการเปิดเขื่อนเทหุ้นออกมาก็ลงไปนอนที่ Floor @ ราคา 5.25บาท ก่อนที่จะมีการรับของจากนักลงทุนกลุ่มอื่นๆมาช่วยกันผันน้ำออกมาเก็บไว้ที่แอ้งน้ำของตัวเอง และสินค้าก็เหมือนจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในหลายกลุ่ม ที่ข้างล่างสุดในวันนั้น (4.Feb.26) เป็นเหมือนจุดรวมคนของตลาดมือสองครั้งใหญ่ เราจะพบการซื้อของลดราคากันจำนวนมาก บรรยากาศโกลาหลแต่ทุกคนก็สมหวังได้ของไปครบตามจำนวนเิงนที่กำใส่มือมาซื้อ
•
พ่อค้าใหญ่ (ผู้ครอบครองจำนวนสินค้าทั้งโกดัง) ได้กำไรไปแล้ว ส่วนที่ซื้อต่อจากนั้นคือพ่อค้าคนกลางที่มีความ Flexible ในการขายต่อได้ว่องไวในราคาที่ตัวเองอยากจะขายเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นแอดมินจึงพบว่าตลอดทางหลังจากการเทขายวันนั้นราคาหุ้นไม่ได้ไปไหนไกลเลย นั่นก็หมายถึงความพอใจในการซื้อขายกันที่ราคาใดราคาหนึ่งยังคงจูนกันไม่ติด อาจจะเพราะมี Event สำคัญวันที่ 4.Aug.26 เป็นตัวการหลักในการขวางทางน้ำ
•
ดังนั้นในวันที่ 4 ของ week หน้านี้ จึงเป็นวันที่จะทำให้ตลาดได้เคลื่อนไหวเสียที พฤติกรรมของพ่อค้ารายใหญ่ที่จะเปิดเขื่อนเทเอาหุ้น Lot #2 ออกมาขายจำนวนหนึ่งนั้น แอดมินคิด 10.8% เหมือนเดิมก็จะได้หุ้นไหลเวียนซื้อขายในวันนั้นจำนวนประมาณ 2,100 ล้านหุ้น (เพิ่มขึ้นเกือบ3เท่าจาก Lot #1) หลังจากอั้นมานาน 6เดือนก็ได้เวลาเปิดตลาดมือสองขายกันอีกรอบหนึ่งซึ่งเป็นรอบสุดท้าย
•
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจาก Lot #2 ถูกปล่อยขายเป็นที่เรียบร้อยก็คือ THAI จะมี Liquidity (สภาพคล่อง) สูงขึ้นไปอีก ไม่ว่าราคาหุ้นในวันที่ 4 ที่จะถึงนี้จะมี Movement แบบไหน วันนั้นทุกคนที่เข้าร่วมในเกมนี้จะมีต้นทุนที่ราคาใดราคาหนึ่งในมือ มีสินค้าในมือ ซื้อเป็นสินค้ามือ2ราคาไม่แพง ถ้าเป็นภาษาพ่อค้าที่ซื้อของไปขายต่อก็จะใช้คำว่า “ตาดีได้ ตาร้ายเสีย” แต่แอดมินอยากให้ชำเลืองดูด้านซ้ายของภาพหน่อยครับ จะพบว่าผู้เล่นที่ชอบของราคาถูกเอาไปขายแพงก็มีกำไรไปนะ และผู้เล่นซื้อของแพงเอาไปขายในราคาที่ต่ำกว่าทุนก็มี ซึ่งก็เรียกว่า “ขาดทุน” ซึ่งมีให้เห็น (พวกเค้ายังอยู่ตรงนั้น)
•
ซื้อของดีราคาถูก หรือจะรอซื้อของดีในราคาที่แพงกว่า หรือคิดว่าไม่ซื้อดีกว่า สิ่งเหล่านี้นี่เองหากต้องตัดสินใจซื้อมันจะต้องถูกทำงานผ่านการประเมิน THAI ในหลากหลายมิติก่อนนะ (หุ้นตัวอื่นก็ควรทำแบบนั้นเล่นกัน) แต่สำหรับ Event แบบนี้ สิ่งพิเศษของมันก็คือเรามี Reference point ของพ่อค้ารายใหญ่ให้เห็นไปแล้วLot #1นะครับว่าพวกเขามีการเอาของออกมาขายอย่างไร ที่ 5.25บาท คือจุดอ้างอิงหลักๆ นอกจากนั้นก็มีราคา 4.48 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนของผู้ถือหุ้นเก่า (ซึ่งตอนนี้อาจจะขายออกไปหมดแล้ว) ให้ได้เอาไปทำงานกันต่อ รวมถึงราคา Floor ที่ 3.92บาท อีกด้วย
•
สิ่งที่แอดมินอยากจะฝากก็คือ หากเราอยากจะชนะเกมนี้ อย่าเป็นกีกี้ฝึกหัด, กีกี้Pro, หรือแม้แต่ H ที่ซื้อหุ้นไม่เลือกที่ การเป็นกีกี้ฝึกหัด กีกี้โปร หรือแม้แต่ H หากจะต้องเข้าไปส่วนหนึ่งในความโกลาหลครั้งนี้ ต้องรอให้ Predators กินเหยื่อให้จบก่อน ตอนนั้น Predators เค้าก็อิ่มพร้อมนอนแล้ว ตอนนั้นถ้าเราอยากร่วมเกมก็สามารถทำได้ตอนที่ฝุ่นจาง แอดมินคิดว่าไม่นานครับ ขอให้โชคดีและได้ข่าวดีใน Week ที่จะมาถึงนี้ครับ
31/07/2026
[ KOSPI ]
•
บริษัท Broker ที่ดูแลบัญชีของแอดมินมีกำไรในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นมาก (มากจริงๆ) มันสะท้อนการซื้อขายหุ้นที่มีปริมาณมากขึ้นและถี่ขึ้น และเรื่องเล็กๆนี้มันยังบอกได้อีกว่า ผู้คนในตลาดช่างกล้าตัดสินใจเรื่องเงินได้ง่ายกันจัง พกความมั่นใจซื้อขายถี่ขึ้นโดยที่ความเสี่ยงไม่ได้รับความสนใจจะทบทวน
•
กรณีความเจ็บปวดของนักลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีเป็นภาพที่น่าจะต้องมาถึงในสักวัน แต่แอดมินก็ไม่คิดว่ามันจะก่อความพินาศกับประชาชนขอเขาได้มากถึงเพียงนี้ ความหวังสูงลิ่ว+ความมั่นใจกดเต็มคันเร่งมาพร้อมกับตลาดที่วิ่งขึ้น 100%+ ภายในครั่งปี (ยอดสูงสุดวันที่ 19.Jun.2026)
•
เมื่อก่อนแอดมินเคยเป็น ประเภทมั่นใจสูง อวดดีเพราะมีกำไร ชี้ตัวไหนตัวนั้นวิ่ง มันตลกตัวเองและวันนี้แอดมินรู้สึกอายที่เคยได้นำเสนอเรื่องอวดดีพวกนั้นออกไปให้เพื่อนๆได้อ่าน ณ ห้วงเวลากระทิงแบบนั้นจะว่าหลับหูหลับตาซื้อมันก็มักจะได้กำไรติดมือเสมอ แน่นอนแอดมินคิดว่าตัวเองเก่ง จนถึงวันที่...ตลาดสอนบทใหม่ให้
•
กรณี KOSPI แอดมินมี 2มุมมอง, 1คือ พอจะเข้าใจ และ2 คือ ดีใจที่มนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน หลักฐานความเจ็บปวดของพวกเขาในครั้งนี้ทำให้ช่วยยืนยันถึงพฤติกรรมผู้เล่นที่ยังเป็นธรรมชาติ มันยังไม่ผิดเพี้ยนหรือกลายพันธุ์ไปเลย แม้จะมีเครื่องมือช่วยซื้อขายที่ทันสมัยและรวดเร็ว มีแหล่งข้อมูลที่หาได้ง่ายเพียงคลิกเดียว แต่พวกเขาก็ยังแพ้อยู่ดี
•
เงินที่วางลงไปในตลาดทุกบาทก็เพื่อคาดหวังว่ามันจะงอกเงย ตัวแอดมินเองก็เคยคาดหวังว่าลงเงิน 1บาทวันนี้ พรุ่งนี้จะได้เพิ่มอีก 1บาท ใน KOSPI เองก็มีสถานการณ์เชิงจิตวิทยาที่แอดมิน Post ในภาพประกอบว่าพวกเขามั่นใจมากเกินไป ทั้งๆที่ตลาดเตือนด้วย Circuit Breaker บ่อยครั้งช่วง1เดือนที่ผ่านมา
แอดมินเลิกห้าวนานแล้ว อยู่ในตลาดต้องสำรวมตัวเองให้มากๆ
19/07/2026
[ BMC ของ NETBAY ]
วันนี้แอดมินมี Business model ของ NETBAY มาฝากครับ
•
ตัวนี้เป็นหุ้นที่ทำการบ้านมาก่อนหน้าสักพักนึงแล้ว งานส่วนที่เป็นตัวเลขทางการเงินและคุณภาพเชิงปริมาณ แอดมินทำจบไปแล้วก่อนวันที่ 1.Jul ที่ผ่านมา ได้มูลค่าที่แท้จริง(คิดว่าเหมาะสม)ของ NETBAY ในแบบที่แอดมินประเมินการสร้างรายได้ทั้งปีในระดับต่ำหมายถึงหาเงินได้ไม่มากไปกว่า Q1/26 เลยอ่ะนะ ได้ราคาที่ 12 บาท ซึ่งตอนที่แอดมินทำราคาประเมินออกมาได้แล้วนั้น คือเงินไม่มีจะซื้อหรอก ที่สำคัญก็คือการประเมินเชิงคุณภาพก็ยังทำไม่เสร็จ ไม่มั่นใจ
•
ประเด็นคือระหว่างที่แอดมินกำลังทำงานประเมินคุณภาพและความเสี่ยงของบริษัทนี้อยู่นั้น ก็พบว่าราคาหุ้นไม่อยู่ที่เดิมแล้ว เค้าขยับเข้าใกล้ 12บาทเข้าไปทุกที ยิ่งนานวันยิ่งเหมือนตัวเองกำลังจะพลาดบางอย่าง ก็ได้แต่มองทุกวันในขณะที่งานประเมิน Quality ของบริษัทนี้ดำเนินไปอย่างช้าๆ (แบบคนไม่มีเงินจะซื้อแล้ว ถึงวันนี้ก็ยังทำยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่มั่นใจขึ้นมาแล้วว่า NETBAY แข็งแรงดี)
•
เพราะก็ยังไม่เข้าใจตัวธุรกิจของเค้า ภาพมันไม่ชัดจะให้ลงเป็นเล่นเหมือนแต่ก่อนได้ยังไงกัน เพราะหุ้นตัวนี้หากแอดมินจะเข้าซื้อคงต้องซื้อเพื่อรับปันผล (NETBAY ปันผลหนัก ถึงหนักมาก) อยาจจะเป็นการย้ายหุ้นเพิ่ม Position Sizing เข้าไปมากหน่อย และถือๆไปเลย ฝ่าดง concern ที่ติดค้างอยู่กับ NT 2 กรณี (ตอนนี้ Issue ปิดแล้ว1 เหลืออีก 1) ในหัวที่คิดตอนนี้คือ เฮ่ออ...เสียดายจังวะ หากซื้อวันนั้นเลยที่ 10บาท วันนี้ก็เจอ Unrealized โชว์ที่ 50%+ แล้ว
•
หากเพื่อนๆยังไม่ชัดเจนเรื่องจังหวะชีวิต แอดมินขอนำเสนอเคสนี้ มันชัดเจน บางครั้งสิ่งที่ต้องการมันได้มาเพราะเราให้ความสนใจไม่รู้จบในแบบวนๆอยู่ในหัวเสมอๆทุกวันจนเราลงมือตัดสินใจนั่นแหละจึงจะได้มา แต่กรณีนี้แอดมินไม่ลงมือสักทีเพราะก็ด้วยเหตุผลบางอย่างที่กล่าวมานั่นเองครับ อยากขึ้นรถไปขบวนนี้แทบแย่แต่ดันตื่นสายและเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากบ้านเลย รถไฟเคลื่อนออกไปแล้ว
•
ช่างเหอะ วันนี้ฉันก็รวยอยู่ ไม่ได้ตัวนี้เดี๋ยวเอาตัวอื่นก็ได้ ไปซะเถอะ ไปไกลๆ ให้แตะ30บาทไปเลย (lol)
12/07/2026
[ Approaching to the weakest points]
แอดมินวันนี้จะชวนคุย 3เรื่องของตลาดหุ้นบ้านเรา
1) ฤดูกาล
2) เลือก
3) ฉวยโอกาส
แอดมินกำลังนึกย้อนกลับไปสักปีกว่าๆที่ผ่านมา และคิดว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่นะ? ฉันกำลังคิดอะไรอยู่? และได้ทำอะไรลงไปบ้างในช่วงนั้น? มันเป็นการทบทวนเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของตลาดหุ้นไทยเทียบกับปัจจุบันเพื่อคัดกรองข้อเท็จจริงที่เกิดกับตลาดและในข้อมูลที่่ได้มานั้นฉันลงมืออะไรไปแล้ว แอดมินจะเล่าให้ได้อ่านกันวันหยุดนี้
•
[ ฤดูกาล ] : การพยายามจะฟื้น Port รวมของแอดมินในสภาพตลาดที่แร้นแค้นไร้การเหลียวแล พบว่ามันล้มเหลว ตัวเลข Port รวมยิ่งพยายามจะดิ้นหรือจะเปลี่ยนม้าในเวลาแบบนั้นยิ่งเหมือนพยายามจะทำตัวให้โง่ซ้ำแล้วซ้ำอีก มันเป็นความโชคดีที่แอดมินได้ค้นพบว่า ความโง่มันทำได้ง่าย ก็แค่โง่ทำเรื่องเดิมๆที่มักจะได้ผลลัพธ์เดิมๆ จนวันหนึ่งคิดได้ว่า “กูควรเลิกโง่ได้แล้ว” และจังหวะช่วงที่ตลาดกำลังจมโคลน(ในรูปคือโซนAของSET และโซนDของ Mai) ก็หยุดดิ้นหยุดความเจ็บปวดทางใจ และเลือกทำเลือกอ่านเลือกฟังในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่เคยทำมาก่อนนี้ มันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านแบบหักดิบเพราะแอดมินไม่สนุกกับตลาดอีกแล้วจากการพยายามจะ Action ตามลูกคลื่นทุกลูก รู้สึกว่าฉันเป็นคนโง่จัง ช่วงเวลานั้นเองที่แอดมินหายหน้าไปเลย เพราะความจริงคือ แอดมินต้องการแก้ไขเรื่องราวของ Port ให้มันถูกต้อง ด้วยการพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ แอมินอ่านและพยายามเลือกกิจกรรมที่คิดว่าจะทำให้ Port เติบโตกลับมาได้ดัเดิม หรือดีกว่าเดิม
•
ตรงโซนA คือช่วงสำคัญของประเทศในการเปลี่ยนผ่านหลายอย่างโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ผู้นำคนเดิมหายไปจากกรรมที่ทำและตลาดเองก็ตกใจเหมือนสูญเสียหัวเรือในการนำพาประเทศกลับสู่สิ่งที่ดีกว่า ตอนนั้นแอดมินพร้อมแล้วด้วยเงินทั้งหมดใน Port ที่รวบรวมเอาไว้รอโอกาสมาถึง หลังจากนั้นไม่นานมีเหตุการณ์สำคัญเกิดอีก 2อย่างที่ที่บริเวณก้นบ่อ (จุดต่ำสุด) คือการได้มาซึ่งผู้นำประเทศคนใหม่ซึ่งมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านอาละวาดแถวๆชายแดน นี่เป็นช่วงโซน B,E ในภาพ ที่ผู้นำต้องช่วยตัดสินใจ ตอนนั้นแอดมินมีหุ้นแล้วนะครับ มันเป็นช่วงเวลาที่แอดมินประเมินรัฐบาลชุดใหม่ด้วยตัวเองโดยดูจากกิจกรรมและการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศ แม้มันจะเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องได้รับการแก้ไขและต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้นให้ได้ แต่ช่วงนี้เองที่แอดมินได้วางเดิมพันไปแล้ว
•
ช่วงเวลาแบบนั้น เสียงความกังวลสาดเข้ามาหาผู้เสพอย่างแอดมินในทุกทิศทาง มันเสียงดังและต้องยอมรับว่ามันมีผลอย่างมากกับการตัดสินใจ โชคดีที่ชีวิตส่วนตัวของแอดมินเจอจุดต่ำสุดไปแล้ว จึงมีความเชื่อว่าที่จุดต่ำสุดของทุกฤดูกาลมันจะคัดกรองผู้รอดได้อย่างดี ชีวิตส่วนตัวแอดมินรอดจากจุดต่ำสุดมาได้ก็ด้วยการลงมือแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากธุรกิจที่หายวูบกว่า 90%, การ Lay off ลูกน้อง, ธุรกิจใหม่ที่สร้างควบคู่กันเกิดช่องโหว่และโดนโกงเงินจากลูกน้องตัวเองนับล้านบาท, ไม่นับการบาดเจ็บได้เลือดและปัญหาสุขภาพที่รุมทึ้งแอดมินจนแทบยกมือยอมแพ้ ที่สุดเรื่องพวกนี้มันก็ผ่านไปและได้สร้างความเชื่อส่วนตัวเรื่องจุดต่ำสุดของชีวิตให้แอดมินได้นำไปแปะในแผนที่ชีวิต
•
นี่เป็นฤดูกาลครับ เรื่องราวหลังจากช่วงเดือน May Jun Jul ปี 2025 นั้นก็เช่นกันตลาดอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มาก ทั้งการเมือง ทั้งสงคราม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อกดดันตลาดให้จมอยู่ที่ก้นบ่อ แต่เรื่องราวเหล่านั้นอยู่ไม่นาน เหมือนพายุฝนที่ไม่สามารถเล่นงานเราได้ตลอดเวลา เมื่อความวุ่นวายจางลง คนที่ได้อยู่กับความพัง แรงกดดันรอบด้าน จะพากันตระหนักถึงปัญหาและแก้ไขมันให้ดีขึ้น แอดมินมีมุมมองเชิงบวกกับเรื่องราวช่วงนั้น ประกอบกับครั้งนี้คือการจูน Port ครั้งสำคัญ ในวิธีการอยู่ในตลาดแบบใหม่ จากคำสอนของปู่ 2ท่าน ที่แอดมินเลือกท่านทั้งสองมาสอนชีวิตการลงทุนที่แท้จริงให้ ถ้าหากแอดมินรอดจากตลาดไปได้ด้วยมี2ปู่เป็นเข็มทิศให้ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางครั้งใหม่ในตลาดผ่านทุกฤดูกาลอย่างอดทน และมันจะกลายเป็นแผนที่ในหัวของแอดมินเมื่อยามต้องอยู่ในตลาด
•
[ เลือก ] : การเลือกหุ้นจากการ FOCUS ที่ปู่แนะนำให้ทำ มันทำยากและไม่ค่อยเชื่อว่าจะได้ผล แต่อย่างที่บอกครับ แอดมินไม่มีทางเลือกอื่น ต้องลงมือคัดหุ้นรายตัวในวันที่ตลาดแย่ๆแบบนั้นเลย การคัดกรองก็เกิดขึ้นทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ การคัดคุณภาพหุ้นทำถึงขนาดที่ว่าไปพบประธานบริษัทในงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมเลยนะ ไปดูตัวเป็นๆ การประเมินราคาหุ้นเชิงปริมาณก็ทำแล้วพบราคาที่เหมาะสมกับ Valuation แล้วด้วย แอดมินค่อยๆเก็บหุ้นตัวนี้กว่า 7-8ไม้ ในระยะเวลากว่า 4เดือน หุ้นตัวนี้งบการเงินอ่อนแอ อุตสาหกรรมที่มันอยู่ก็อ่อนแอ แต่ด้วยสิ่งที่ปู่ทั้งสองสอนมา แอดมินจึงไม่สนใจเรื่องอื่น เสียงคนอื่น แม้แต่ฝูงชนที่ไม่ได้เห็นตรงกันกับฉัน ซื้อไปแล้วและอดทนเอา โตแล้ว
•
เรื่องนี้แอดมินมาเรียนรู้ทีหลังว่าการเลือกหุ้นที่ดีในช่วงที่มันอ่อนแอนั้นเป็นความได้เปรียบและมีโอกาสชนะสูง เรื่องราวแบบนี้มีหลักฐานอย่างหนึ่งผ่านการดูรายการ Our Planet ที่แอดมินชอบดู เพราะอะไร? เพราะพฤติกรรมสัตว์ไม่ต่างจากพฤติกรรมของคน มันซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา หิวก็ล่า อยากมีลูกก็ผสมพันธุ์ หนาวก็อพยบย้ายถิ่น มันดูเพลินและแอดมินนำมาใช้ในการลงทุนได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น วาฬออก้าล่าลูกวาฬสีเทาเพราะมันอ่อนแอ จระเข้เลือกงับลูกวีลเดอบีสในขณะข้ามแม่น้ำเพราะมันเชื่องช้า และ เพนกวินเจนทูที่เดินช้าบนฝั่งแต่ในน้ำมันคือจรวดความเร็วสูงที่หาตัวจับยากจนนักล่าอย่างแมวน้ำลายเสือต้องถอดใจยอมแพ้ สิ่งที่เล่ามามันบอกแอดมินว่า เออ...ต้องเลือกหุ้นเข้าในตอนที่มันอ่อนแอเราจึงจะได้กินอิ่มแบบวาฬออก้า เลือกสนามแข่งที่เรามีโอกาสชนะได้อย่างเพนกินเจนทู (Gen2) แอดมินเหมือนทำถูกทั้งเลือกหุ้นไทย ในสนามแข่งไทย ที่คุ้นเคย
•
[ ฉวยโอกาส ] : คำนี้ฟังเหมือนมันจะ Negative แต่มันคือเรื่องจริง ยกตัวอย่างจุด C,F ในภาพ ตรงนั้นเป็นการทะเลาะกันของมหาอำนาจอเมริกา กับ อิหร่าน ตลาดกำลังมีทิศทางเป็นขาขึ้นแบบ Bullish เลย จู่ๆเรื่องนี้ก็ทำให้ตกใจมาก (ยิ่งบอบบางอยู่แล้วด้วย) ช่วงนั้นเองที่แอดมินเฝ้าสังเกตและซื้อหุ้นเพิ่มเข้าไปจนเงินในมือหมดเกลี้ยง (100%Port) วันนั้นแอดมินได้เขียนบทความหนึ่งเรื่องแท่งเทียนที่บอกว่าแรงซื้อกลับมีให้เห็นแล้ว นั่นเป็นโอกาสสุดท้ายที่แอดมินซื้อก่อนที่จะเห็นตลาดวันนี้กำลังจะสร้าง New high ใหม่ในรอบ 3ปี เงินหมดแล้ว แอดมินซื้อหุ้นไว้ตั้งแต่ตลาดนอนอยู่ข้างล่าง มันไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญพาตลาดขึ้นมาในวันนี้นะครับ แต่มันคือหุ้นที่แอดมินตกลงและตัดสินเค้าว่ามันมีคุณภาพที่ดีมาก วันนี้ยังสร้างกำไรไม่ยอะ ซึ่งก็หมายถึงตลาดอาจจะยังไม่เห็น สิ่งหนึ่งสำคัญที่แอดมินสามารถทำความเข้าใจได้ตรงนี้ก็คือ ความอดทนต่อเสียงดัง เสียงที่อาจจะตอกย้ำว่าเราอาจคิดผิด ราคาหุ้นที่บางครั้งมันสะท้อนว่าเรากำลังคิดผิด ความอดทนต่อสิ่งนี้ปู่ก็บอกไว้ว่ามันจะเกิดขึ้นนะ ขอให้รู้ว่าในมือคือหุ้นดี ขอเพียงอดทนรอให้ได้ รอจนกว่าราคาหุ้นจะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของมัน
•
ตลาดหุ้นทั้งคู่ SET&Mai โดยเฉพาะ SET ในบาง Sector ที่ยังไม่ขยับแต่กำลังเริ่มจะเห็นการขยับบ้างแล้ว ส่วน Mai โอกาสก็เปิดกว้างอยู่ แอดิมนเองก็หยิบหุ้นที่สนใจมาทำงานต่ออยู่เรื่อยๆ ระหว่างทางจากนี้ก็ยังคงเป็นการให้เวลากับการอ่านและฟัง รวมถึงการดูแลต้นทุนที่สำคัญอย่าง สุขภาพร่างกาย ที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญในการพาตัวเองสู่เป้าหมายชีวิต ขอขอบคุณเพื่อนๆที่คอยตามอ่านเสมอมาครับ จาก 7ปีที่แล้ว 100 Followers สู้วันนี้ 6600 Followers จะสังเกตว่าแอดมินไม่กล้าพูดเสียงดัง ไม่อวดดี (แม้แต่ก่อนเคยคิดจะทำ) เพราะแอดมินไม่มีหลักฐานให้ต้องพูดเสียงดังหรือแนะนำหุ้นดีๆให้ อยู่ในตลาดนานก็จริงแต่วันนี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เลยครับ บางครั้งมันน่าอายมากที่เราเผลออวดดีแต่ตลาดก็สอนเราให้หุบปาก แอดมินจึงมีการนำเสนอบทความในวันที่ต้องสะกิดเพื่อนจริงๆ แอดมินนำเสนอแบบถ่อมตัว ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา เคยคิดจะ Advance กว่านี้ สร้างสื่อที่มันดูน่าตื่นเต้น สวยงาม แต่จะทำไปทำไมกันนะ มันไม่ใช่แอดมิน แอดมินชอบเขียนเอง วาดมือเอง นำทุกสิ่งที่อยู่ในกัวออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด
•
ขอบคุณที่อยู่เป็นกำลังใจเสมอมา :) แอดมินเพื่อนน้อย ชวยคุย Inbox ได้นะครับ
05/07/2026
[ .PROF ]
•
หลังจากที่ตลาก Rally มาพักใหญ่ ดูเหมือนว่าหุ้นไทยจะไม่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่แล้ว เรื่องราวที่ถูกเขียนถึงSETจากหลายๆแหล่งวันนี้เป็นคนละ Topic กับเมื่อก่อน
ที่นี่มีหุ้นตัวเขื่องที่มีอิทธิพลกับทิศทางSETการขยับ+13จุดของเขา SETเองก็บวกได้13จุดเช่นกัน เวลาที่หุ้นตัวนี้เขา -13จุด SETเองก็ติดลบกว่า 10จุด ต้นๆ
•
แสดงว่าหุ้นกว่า 700ตัวที่เหลือจะต้องมีหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งที่หลุดรอดสายตาของบรรดานักบริหารเงินมืออาชีพ และเท่าที่ดูมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
จาก Post ที่แอดมินสรุป 8อุตสาหกรรม วันที่4.Jun พบว่า มีหนึ่งอุตสาหกรรมที่ยังคงไม่ได้ถูกให้ความสนใจมากนัก มันคือกลุ่มอุตสาหกรรม Service
•
มันแปลกไหมที่กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่นักการเงินมืออาชีพจะนำเงินขนาดใหญ่มาซื้อหุ้น ส่วนตัวแอดมินคิดว่า ไม่แปลก สถานการณ์ตลาดSETในช่วงนี้
มันเหมือนกับอาการของคนกำลังหิวข้าว ค่อยๆโซ้ยก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่โดยเริ่มต้นจากจากการกินเส้นเล็กก่อน ตามด้วยซดน้ำ ตามด้วยหมูตุ๋น จนในที่สุด
•
พบว่ามีลูกชิ้น 5ลูกสุดท้ายลอยขลุกขลิกปนอยู่ในน้ำก๋วยเตี๋ยว มันเป็น 5คำที่แสนจะฟิน ก่อนจ่ายตังค์และกลับบ้านพร้อมรอยยิ้มและท้องที่พองขึ้นเบียดเข็มขัด
หากจะมีกลุ่มใดที่สามารถสร้างกำไรให้เงินใหญ่ได้ก่อนพวกเขาจะนำเงินเข้าไปกลุ่มนั้นก่อนเสมอเหมือนอย่างที่ SET มีกลุ่ม TECH ช่วยดันดัชนี้ให้เหินขึ้น
•
คนกลุ่มนี้มีเงินเยอะมาก เวลาพวกเขาเข้าหรือออก เราสังเกตได้ เงินจะถูกใส่เข้าไปในกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูงก่อน จากนั้นเงินที่เหลือจะนำเข้าไปไว้ในกลุ่มที่
การเติบโตอาจจะไม่ได้ประทับใจนักเช่นกลุ่ม รพ. หรือกลุ่ม AGRO แต่เห็นไหมครับว่าดัชนีหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ที่ว่ามา มันเริ่มได้รับการให้ความสำคัญแล้ว
•
ล่าสุด...มีความเคลื่อนไหวในกลุ่ม SERVICE โดย Sector ที่ขยับคือ Prof. เป็นกลุ่มทุดท้ายที่จะได้รับพิจารณาว่าสำคัญ เอาความจริงก็ใช่แหละนะครับ
เพราะการเติบโตของ GDP ในประเทศมีกลุ่มอื่นที่เป็นกลุ่มหลักช่วยดัน และภาครัฐเองก็เห็นว่าการจะปูทางให้ GDPโต มันควรที่จะเริ่มที่กลุ่มใดก่อน แล้วก็ดูเหมือนเริ่มไปแล้ว
•
กลุ่ม Prof (Professional) เป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจโดยมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว นำมาใช้ในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท เป็นกลุ่มเล็กมากๆกลุ่มหนึ่งใน SET
ไม่แปลกที่จะได้รับเลือกเป็นกลุ่มสุดท้ายในการนำเงินเข้ามาลงทุนเอาไว้ แอดมินถือว่าการมาของกลุ่ม Prof เป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันสื่อถึงเศรษฐกิจในภาพใหญ่ได้รับการเปลี่ยนเกียร์แล้วนั่นเองครับ
•
การเลือกวางเงินในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มล่าสุด หรืออาจจะเป็นกลุ่มสุดท้ายของการ Rally ของตลาดรอบนี้ ก็หมายถึง
เงินใหญ่ได้นำเงินไปลงทุนในกลุ่มอื่นๆเอาไว้แล้ว ก็คือหว่านเมล็ดเอาไว้สำหรับการเติบโตไปพร้อมๆกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศเอาไว้แล้ว
•
ที่แปลงนี้ (Prof) จะเป็นที่ดินแปลงล่าสุดที่นักการเงินเก่งๆจะวางเงิน Lot แรกลงไปเพื่อการเติบโตในอนาคต การเติบโตที่ว่าแอดมินหมายถึงการเติบโตของPortของพวกเขาเอง ส่วนการเติบโตของกลุ่ม Prof. เขาโตได้เรื่อยๆนะครับ หุ้นที่อยู่ในกลุ่ม Prof บางตัว ยังเติบโตอยู่ดีอยู่เลย ทั้งรายได้ ทั้งกำไร อีกทั้ง Project ใหม่ก็ทำอยู่
•
แต่ตลาดกลับทำร้ายด้วยการ ขาย ขาย ขาย จนราคานอนแบกะดิน ที่คือความไม่สมเหตุสมผลของตลาด ซึ่งเราต้องมองเห็นให้ได้นะครับ จะหามันเจอ
ไม่ใช่แค่รออ่านโพยหุ้นจากเซียน หรือ รอบทวิเคราะห์จากสำนักต่างๆชี้เป้าให้ แอดมินจะบอกอะไรให้ ถ้าสำนักต่างๆได้พากันเขียนถึงหุ้นตัวใดล่ะก็ ให้รู้ไว้ว่าเราช้าแล้ว
•
ที่กล่าวมาเมื่อกี้นี้ เป็นการทำงานในตลาดหุ้นแบบที่่รายใหญ่ทำ การคิดแบบรายใหญ่คือเราจะต้องเจอของดีก่อนใคร ค่อยๆเก็บของเงียบๆ ระหว่างเก็บของอยู่นั้น
ก็ทำการวิเคราะห์หุ้นตัวนั้นในทุกมิติไปด้วย ระหว่างทางที่เราวิเคราะห์หุ้นอยู่นั้นอาจจะเจอว่ามีปัจจัยที่ทำให้หุ้นตัวนั้นไปต่อไม่ได้ไกล เราก็สามารถถอนตัวได้แบบเงียบๆได้
•
ส่วนการเล่นอีกแบบหนึ่งคือการใช้เทคนิคอลในการจับสัญญาณ สิ่งนี้แอดมินยังคงให้ความสำคัญเช่นกัน การมีทักษะด้านนี้ติดตัวทำให้สมมติฐานของเราได้รับการยืนยันในเชิงเทคนิค ส่วนรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ที่แอดมินใช้ในการตัดสินใจวางเงินลงทุนก้อนใหญ่ลงไปนั้น เป็นก้อนงานที่ถูกทำสรุปไปแล้วก่อนหน้านี้
•
การทำงานในตลาดของแอดมินจะต่างไปจากเมื่อก่อน โดยก่อนนี้ Techinical จะเป็นสิ่งที่แอดมินนำมาพิจารณาก่อน แต่2ปีให้หลังพบความจริงที่ว่า เฮ่ยยย...
เงินในพอร์ตมันใหญ่ขึ้น การวางเงินในหุ้นทุกครั้งต้องมั่นใจว่าหุ้นจะมีสภาพคล่องมากพอจะให้ฉันออกได้นะ ด้วยเหตุแบบนี้การวางเงินในหุ้นของแอดมินจึงต้องคัดแล้วคัดอีก
•
กระบวนการกรองหุ้นแอดมินทำเองคนเดียวมันจึงนานมากกว่าจะมั่นใจว่าหุ้นตัวนี้เจ๋งนะเข้าได้ ยกตัวอย่างหุ้น Tech ใน mai ตัวหนึ่งที่แอดมินได้เกริ่นไปใน Post ที่แล้ว
ว่าหุ้นตัวนี้น่าสนใจของวิเคราะห์ในแน่ใจก่อนซื้อ ผลคือ วันนี้มันวิ่งไปไกลแล้ว ผลการวิเคราะห์ของแอดมินออกมาช้ากว่าราคาหุ้น แล้วแบบนี้ทำยังไง?
คำตอบคือ ไม่เป็นไร เรารอได้ อย่างน้อยบทวิเคราะห์ราคาเหมาะสมก็ทำเสร็จแล้ว ก็หากจะลดตัวลงมารับกันขึ้นยานแม่ ตอนนั้นก็อาจจะได้ซื้อครับ
•
ส่วน Sector Prof ที่แอดมินให้เป็น Topic เชื่อว่าเพื่อนๆหาเจอครับ มีไม่ถึง 8ตัวใน Sector นี้ และมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่การเติบโตสูงอยู่แต่ราคาหุ้นไม่สูงตาม ด้วยราคาที่มีส่วนลดแบบนี้เองที่ทำให้ Port ของแอดมินมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หุ้นไทยยังเปิดโอกาสให้เราได้ลงทุนครับ การลงทุนในประเทศตัวเอง
•
ประเทศที่แอดมินสามารถคุยกับ IR (Investor Relationship) ของบริษัทได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่คุยเพื่อรับข้อมูลพิเศษอะไร แต่การคุยกับ IR ของแอดมินคือการคุย
เพื่อขอข้อมูลยืนยันความเข้าใจของตัวแอดมินเอง ที่ได้เตรียมข้อมูลเอาไว้แล้วว่า ข้อมูลที่แอดมินมีอยู่นั้นมันตรงกันกับที่บริษัทมีหรือเปล่า นี่จึงเป็นเหตุให้การวิเคราะห์หุ้น
ของแอดมินเป็นไปค่อนข้างช้า เพราะเงินที่วางในตลาดไม่ใช่หลักแสนเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว นี่เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตจริงๆ ต้นไม้ของแอดมินโตได้ที่ตลาดหุ้นไทย
เชื่อว่า เพื่อนเองทำได้เช่นกันครับ
•
Get Luck in a coming week ครับ
28/06/2026
[ มันจะลงตลอดไปไม่ได้ ]
•
วันนี้แอดมินชวนคุยประเด็นตลาดเล็กของเรา maiทำไมจึงหยิบ mai ขึ้นมาเขียน แอดมินมี 3เรื่องที่จะเขียน
•
1) บุคคลิกของ mai
2) Dot เหลือง-ขาว
3) หุ้นที่น่าจับมาทำงานต่อ
•
โดยการเขียนอธิบายก็จะเขียนแบบน้ำๆเนียนๆให้อ่านง่ายๆ ทำความเข้าใจร่วมกันในมุมมองของแอดมินที่ต้องการสื่อด้วยเจตนาที่หวังดีและอยากให้ทุกคนเป็นคนรวยมีเงินใช้เยอะๆ เพราะแอดมินได้ลองมาแล้วว่าการมีเงินเยอะมันช่างเป็นความโชคดีจริงๆ
•
คุย mai กันก่อน
ตลาดนี้อ่อนแอนานเกินไปแล้ว มันนานมากจนแทบจะลืมว่าตลาดหุ้นมี mai อยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาความอ่อนแอนี้ทำให้นักลงทุนเบือนหน้าหนี
•
จนเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้ ตลาด mai นอนก้นบ่อที่ดูเหมือนจะลงลึกกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วและเผอิญว่าแอดมินได้ฟัง clip ของนักลงทุนมาดติ๋มและชอบอมยิ้มท่านหนึ่งพูดถึง mai เมื่อไม่นานมานี้
•
ก็เอะใจและกลับเข้าไปส่องดูตลาดนี้อีกครั้ง พบว่า เฮ่ย นี่มันอยู่ใน state ที่เราเคยใช้เป็นจังหวะซื้อหุ้นในตลาด SET นี่หว่า การทำการบ้านในตลาดนี้จึงเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่เงินทั้งหมด 100% อยู่กับหุ้นใน SET รวม 9 ตัว แต่ก็ไม่เป็นไร ลองคัดหุ้นดูไม่เสียหายอะไร เผื่อจะเจอม้าที่ห้าวกว่าแข็งแกร่งกว่า
•
แอดมินต้องบอกเรื่องจริงก่อนนะครับว่า ที่ตลาดรวม (กรณีSET) นอนก้นบ่อแบบนี้ คือโอกาสครั้งสำคัญในการพลิกพอร์ตของแอดมิน
จากพอร์ตที่ไม่ตายแต่เลี้ยงไม่โต สู่การเติบโต 1เท่าตัวกว่าๆของพอร์ตรวมที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นจากการทำเพียงแค่ “เลือก-ซื้อ และรอ”
•
แอดมินเริ่มต้นค้นหาหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยการเข้าไปที่หุ้นรายตัวก่อนครับ การเลือกหุ้นรายตัวมีรายละเอียดพอสมควร
แอดมินขอติดค้างเรื่องวิธีการในการเลือกหุ้นไว้ก่อน มีโอกาสดีๆจะนั่งเขียนให้อ่านเข้าใจง่ายๆแบบคร่าวๆ
•
หุ้นใน mai มี 229 ตัว (เท่าที่หาข้อมูลได้) แอดมินไม่ได้ไล่ดูทุกตัวนะ จะใช้วิธีเลือกจากกลุ่มอุตสาหกรรมของ mai
ซึ่งมี 8กลุ่ม โดยอาศัยความเป็นธรรมชาติของตลาดนี้ช่วยในการคัดกรองหุ้นที่น่าสนใจออกมา เอ่อออ แล้วธรรมชาติยังไงอ่ะ
•
ตลาดนี้เป็นตลาดขนาดเล็กครับหุ้นแต่ละตัวมีผู้ถือหุ้นหลักแค่1000คนไปจนถึง 2000 หรือหุ้นบางตัวก็มีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 6000คนก็มี นั่นหมายถึงผู้เล่นในตลาดนี้มีจำนวนนับหัวได้ในหุ้นแต่ละตัว
•
ส่วนตัวแอดมินคิดว่าที่นี่มีจุดเด่นที่ กลุ่ม INDUS พวกเขาเป็นหนึ่งใน supply chain ของบริษัทใหญ่ๆหลายแห่ง และเมื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขยับตัวจากการซื้อขายที่สูงผิดปกติ มันจะสังเกตง่ายมากดพราะตลาดที่นี่ cap เล็ก เมื่อรายใหญ่นำเงินมาลงที่ไหนมันดูออกครับ แอดมินคิดว่าการเติบโตของ mai จะต้องมีรากแก้วที่แข็งแรงก่อนนั่นคือ สายการผลิตที่แข็งแรงต้องขึ้นนำ
•
มันหมายความถึงการเติบโตขั้นพื้นฐานในเชิงการจ้างงานและตามด้วยยอดขายของบริษัทจดทะเบียนใน mai ซึ่งจะพยุงตัวลุกขึ้นมาคลานด้วยยอดการผลิตที่เพิ่มขึ้น อันจะจะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและผลกำไรตามมาแบบเป็นเงาตามตัว นอกจากนี้ก็มีกลุ่มที่อิงกระแส ai อย่างกลุ่ม TECH ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รวมถึงหุ้นที่อยู่ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างระบบต่างๆที่ช่วยหนุนให้ ai เติบโต
•
คราวนี้มีประเด็นสำคัญอย่างที่แอดมินฝากให้คิด นั่นคือตลาดที่มี market cap ต่ำๆ แบบ mai ผู้เล่นสำคัญของตลาดนี้เป็นรายใหญ่ (Dot เหลืองในรูป) ครับ คนที่มีเงินเยอะๆ หลัก 100ล้านก็สามารถทำให้ตลาดนี้ขยับได้แล้ว
•
ส่วนคนที่มีเงินหลักล้านลงไปหลักแสน จะเติบโตและ scale ขนาดพอร์ตได้ดีแบบมีอัตราเร่งก็สามารถทำได้ที่ mai
เพราะอะไร? เพราะตลาดนี้ผู้เล่นที่ต้องการลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนอาจจะไม่ใช่การใช้เงินก้อนใหญ่จากกองทุนขนาดใหญ่
•
แต่คือการวางเงินขนาดพอเหมาะกับ market cap ของบริษัทนั้นๆ หากเผลอวางเงินมากเกินไปจะลำบาก
เมื่อต้องทำการขายเพราะปัญหาสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นอาจจะต่ำเกินกว่าจะปล่อยของมากมายที่หอบเอาไว้ในพอร์ต
•
เช่น แอดมินมั่นใจหุ้นตัวหนึ่งใน mai และต้องการซื้อหุ้นตัวหนึ่ง 2,000,000 หุ้น ซื้อแบบรวบเอาช่อง Offer ทั้งแถบทั้งหมด 10ช่อง แล้วได้หุ้นตามจำนวนที่ต้องการ 2ล้านหุ้น ราคาพุ่งขึ้นทันที 10ช่องเห็นๆ นักเล่นคนอื่นจะพบแรงซื้อชุดนี้และมันอาจจะเป็นการเชิญชวนเป็นนัยๆว่าหุ้นตัวนี้ดีจึงมีรายใหญ่เข้าไปเก็บและจากนั้นคนอื่นๆก็จะแห่ซื้อตามแอดมิน
•
จนเวลาผ่านไป 5เดือนก็พบว่า หุ้นตัวนี้ทำกำไรไม่ได้อย่างที่แอดมินคาดหวังราคาจะค่อยๆถูกปฏิเสธการซื้อตลอดหลังจากนั้นเป็นต้นมาราคาหุ้นก็เริ่มย้อยตัวลง หากแอดมินรินขาย แอดมินจะขายได้จนหมด 2ล้านหุ้นตลอดทางที่ราคาหุ้นย่อตัวครั้งนี้ แต่หากแอดมินชะล่าใจและปล่อยให้ราคาหุ้นหลุดทุน แล้วอยากขายหุ้นออกทั้งหมดในทันที มันจะขายไม่ได้ไง
•
เพราะปริมาณการซื้อขายหลังจากความตื่นเต้นหมดไปนั้นมันจะมีหุ้นมาปล่อยขายเบาบางมากหลัก100หุ้นต่อวัน จนเรา (รายใหญ่) ปล่อยของออกไม่ได้ ก็นอนจมกองเลือดในที่สุด อันนี้พอเห็นภาพนะครับ ว่าทำไมรายใหญ่จึงสำคัญกับการเล็งหุ้นดีขนาดเล็กและการเข้าซื้อของเขามีนัยสำคัญเพียงใด
•
การมีอยู่ของ mai ในแบบนี้เองที่ทำให้น่าสนใจ แอดมินขอเปรียบตลาดนี้เหมือนบ่อเลี้ยงปลาดุก2000ตัวที่เผอิญมีปลาคาร์พสีทองหลงมาในบ่อ1ตัว เรามองเห็นมันได้ง่ายและมันย่อมโดดเด่นเข้าตา โดยเฉพาะในห้วงเวลาแบบนี้ มันเหมาะมากที่จะเริ่มคัดหุ้นเข้าพอร์ต
•
จากรูปที่แอมินนำเสนอ ดูไม่ยากครับ รายใหญ่ที่เมื่อถึงเวลาซื้อของพวกเขาจะซื้อสินค้ากันที่ราคาต่ำๆ มันเป็นธรรมชาติ
ของนักลงทุนกลุ่มนี้ และแอดมินขอ confirm ด้วยตัวเองว่าการซื้อของดีราคาถูกเป็น common sense ที่เราเองก็เป็นได้เหมือนพวกเขา เพียงแต่สิ่งที่ต้องทำงานต่อคือ “หาของดี” ในราคาที่ตอนนี้สามารถจะสร้างความได้เปรียบให้เราได้ มันมีแน่ แต่ตัวไหนล่ะ?
•
ส่วน dot สีขาวๆเล็กๆ แอดมินมองเป็นเหมือนรายย่อยที่เข้ามาเสริมและมีปริมาณค่อนข้างชุกชุมในขาลงของตลาด ที่ก้นบ่อจะไม่ค่อยพบ Dot ขาวเพราะพวกเขาเพิ่งเจ็บตัวมาจากขาลงที่ยาวนานก่อนหน้านี้แล้ว ตรงนี้เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Snake Bite Effect เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังจากที่เพิ่งสูญเสียเงินให้ตลาดมาหมาดๆนั่นเอง
•
ดังนั้นเราที่อาจจะไม่ใช่รายใหญ่มากก็สามารถทำงานในแบบที่พวกเขาทำได้ครับ หาของดีที่คนทอดทิ้งให้เจอ
และวางเงินซื้อหุ้นของเค้ามาเก็บเอาไว้ แบบไม่ต้องรีบร้อน วันหนึ่งตลาดจะเห็นคุณค่าของบริษัทดีๆที่มีกำไรสม่ำเสมอจากนั้นราคาหุ้นก็จะเริ่มจูนเข้าหามูลค่าของหุ้นตัวนั้น ดีไม่ดีราคาหุ้นมันจะวิ่งเกินมูลค่าไปอีกเป็นเด้งก็เจอมาแล้ว
•
การนอนนิ่งของ mai เป็นเวลาที่ดีมากในการคัดเลือกหุ้น เห็นของดีให้ได้ก่อนตลาดคิดนะครับ เพราะถ้าตลาดเริ่มคิดเองเป็นเมื่อไหร่ ความได้เปรียบของเราจะหายไป ตรงนี้อยากให้รีบๆหาหุ้นที่นี่เอาไว้บ้าง เลือกหุ้นที่มีกำไร และมีรายได้แบบ recurring เอาไว้ก่อน มันมีนะครับ และแอดมินก็เห็นมันแล้วด้วย ตอนนี้กำลังทำสรุปอยู่
•
การสแกนหุ้นของแอดมินมีพอเป็น guide ดังนี้ครับ
•
[ INDUS ] : มีหุ้นที่โดดเด่นกว่าตลาด อย่าง TRT ซึ่งบินนำไปไกลแล้ว BMที่ทำตู้โลหะ ท่อร้อยสายไฟ นอกจากนี้ก็มีหุ้น cap สูงขึ้นมาหน่อยอย่าง TMW ที่มีกำไรเติบโตโดดเด่น5ปีติด และหุ้นที่เปลี่ยนแนวธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตครั้งใหม่อย่าง UREKA ที่ปรับตัวเองสู่ธุรกิจน้ำดิบและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล นอกจากนี้ก็มี UKEM และ UBIS อีกที่น่าจะศึกษาโมเดลธุรกิจของเขา KJL ที่เกี่ยวข้องกับการวาง infra ของการมาของ ai พวกรางเดินสายไฟและอุปกรณ์เดินสายไฟทุกชนิดก็เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่สนใจ
•
[ TECH ] : ตอนนี้แอดมินหมกมุ่นกับ NETBAY เพราะอะไรล่ะ? เพราะเค้ากำลังอยู่ในช่วงที่ผู้คนตั้งคำถาม ตั้งแต่เริ่มศึกษาการลงทุนอย่างจริงจังพบว่า ช่วงที่ดีที่สุดหากจะลงทุนคือช่วงที่คนตั้งคำถามกับหุ้นมากๆแบบนี้นั่นเองครับ มันคลุมเครือ มันมีหมอก มันไม่ชัด มันรอคำตอบ สภาวะการณ์แบบนี้จะทำให้หุ้นลดราคา หน้าที่แอดมินคือ ศึกษา NETBAY ในมิติที่อ่อนไหวที่สุด แล้วประเมินการลงทุนของตัวเอง yes หรือ no เดี๋ยวก็รู้
•
[ PROPCON ] : กลุ่มนี้ใน mai คือกลุ่มที่กำลังจะโดดเด่นนะครับ แอดมินทำการบ้านกับ BKA และ CAZ ซึ่งก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ให้ความสนใจ
•
เข้าใจความเสี่ยงดี แต่สิ่งที่เป็น Fact คือ “ ไม่เสี่ยง ก็ไม่ต้องได้ “ คนตลาดหุ้นกับความเสี่ยงเป็นของคู่กับในรูปแบบตะเกียบ ถ้าคิดว่าตลาดที่นี่อาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด SET แอดมินคิดว่าไม่จริง แต่ถ้าบอกว่า mai ผันผวนกว่า SET อันนี้จริง แต่มีตำนานท่านหนึ่งบอกเอาไว้ว่า “ ถ้าทนต่อความผันผวนของราคาหุ้นไม่ได้ ก็อย่าแม้แต่จะครอบครองหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว “
•
วันนี้ชวนคุยเท่านี้ก่อนครับ คิดถึง
08/06/2026
[ คำตอบที่จริงใจ ]
•
ตอบคำถามที่ถาม inbox ว่าทำไมเปลี่ยนแนว
“กำไรโตไม่ดีเท่าแนวใหม่ หรือโตดีแต่เหนื่อย?”
•
จากรูปที่แอดมินวาดเอง (ai ทำไม่ได้ดั่งใจ 🤭 )
จะพบว่าตลอดช่วงที่เทรด แอดมินไม่เจ็บตัวเยอะ
•
ประคอง Port ได้ดีเรื่อยมา และวิธีแรกนี้เหมาะมาก
กับคนที่อยากดูเหมือนได้คิด ได้ลอง ได้เข้าๆออกๆ
•
ได้เจ็บ มันเป็นช่วงที่แอดมินกอบโกยรสชาติตลาด
ได้ครบรสจริงๆ ชิมทุกรสที่ตลาดส่งให้ชิม
•
ช่วงชีวิตวัย 30 กลางๆ ทนไหวและรู้สุกสนุก
กับรสชาติหลากหลายในตลาดหุ้นไทย
•
แต่หากดูขนาดของ Port แล้วจะพบว่า
มันไม่ได้โตขึ้นเลย และแอดมินก็ละสายตาจากกระดาน
•
การละสายตาจากกระดานแล้ว Port ต้องอักเสบหนัก
มันไม่ใช่แล้วหล่ะ จะให้เอาเวลาชีวิตที่อุตส่าดูแลอย่างดี
•
เอาชีวิตมาวิ่งตาม ticker รายวัน พูดก็พูดมันไม่เหมาะ
กับตัวแอดมินในวัย 40up+ มันจะดีถ้าวิธีนี้ทำให้รวย
และได้ใช้เงินที่ได้ไปในทางที่อยากใช้ เช่น
ซื้อประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิตตัวเอง และครอบครัว
•
แต่ว่าวิธีที่แอดมินทำอยู่ก่อนนั้น มันกลับทิศกันหมดเลย
เพราะมัวแต่วิ่่งตามตลาด ที่โยกแอดมินซ้ายขวาจบหอบ
•
แบบนี้ไม่เพียงแต่ Port พัง หนำซ้ำชีวิตน้อยๆนี้อาจจะ
ปิ๋วไปเลยได้ทุกเมื่อ สรุปเงินก็ไม่ได้ใช้ เอาตัวไม่รอดอีก
•
จากรูปจะเห็น Port พังไปช่วงหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งแอดมิน
และครอบครัวคิดถึงปลายทางของการทำสิ่งนี้อยู่
•
พบว่า มันจบไม่สวยมันจะลงเอยในแบบที่เราไม่ต้องการ
โจทย์ชีวิตเริ่มเปลี่ยน และมีการพบเหตุผลใหม่ในการใช้ชีวิต
•
มาถึงตรงนี้ ก็ถือว่าเป็นคำตอบได้แล้วนะครับ
•
คราวนี้มาพูดถึงแนวใหม่กันอีกนิดนึงนะครับ
ที่ว่าแนวใหม่จะทำให้รวยกว่าได้ไหมนั้น ตอนนี้ไม่ชัวร์เลย
•
แต่แนวใหม่ที่ว่านี้ ทำให้คนอายุยืนยาว 99ปีก็เห็นมาแล้ว
เพื่อนเค้าตำนานที่ยังมีชีวิต ตอนนี้ก็ 95 ปีแล้วดูแข็งแรงซะด้วย
•
หลักฐานที่ใช้ยืนยันว่า มั่งคั่งมหาศาลและอายุยืนยาวนั้น
มีอยู่จริงๆ ในเมื่อวิธีแรกพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่า ไม่Work
•
แอดมินต้องมั่นใจและเชื่อในตำนาน 2ท่านนี้
หลังจากนั้น เรื่องราวก็เปลี่ยนไปอย่างที่เห็นในรูป
•
ความลังเล เสียงในหัวที่คอยรบกวน ความอิจฉา
ความเหนื่อยล้า เวลาชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลที่มัน Concern
•
ตอนนี้มันหายไปหมดหรืออาจจะเกือบหมดด้วย
วิธีคิดในแบบตำนานคิด แอดมินทำไม่ได้เสี้ยวของเค้าด้วยซ้ำ
•
แต่ชีวิตทุกมิติในตอนนี้ก็ดีมากแล้วครับ ค่าครองชีพ
ของทั้งปีที่เคยเป็นโจทย์ใหญ่โจทย์หนึ่งของครอบครัว
•
บัดนี้เงินส่วนนั้นถูก Cover ด้วยเงินปันผลจากหุ้นไทย
มีเงินรายเดือนให้แม่ๆได้ใช้ มีโอกาสอีกมากมายที่รอ
แอดมินอยู่ เพราะการกำเงินไว้ในมือคืออำนาจที่สุดยอด
ในการซื้อโอกาสทุกโอกาสที่เข้ามา อยู่ที่ว่าจะซื้อไหม
•
เจตนาอยากให้แอดมินเป็นหลักฐานว่า ที่จริงแล้ว
“มันไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นก็ได้นะ” แต่ประโยคเมื่อกี้นี้
•
มั่นใจว่าหลายคนพูดได้แบบนี้ตอนปลายทางนักเทรด
แต่ก่อนที่เราจะพูดประโยคนั้นได้ มันต้องมีช่วงออกรบ
•
ยอดขุนศึกกำเนิดเกิดได้ในสนามรบ ไม่ใช่แค่มีเลือดนักรบ
แล้วจะมีสิทธิ์ควบม้าออกนำทัพ มันต้องผ่านเรื่องแบบนี้ก่อนครับ
•
ทิ้งท้าย ด้วยความปรารถนาดี เหมือนเช่นเคย ตลาดหุ้นไทย
เหมาะกับคนไทยที่เพิ่งเริ่มลงทุน แม้แต่แอดมินเองอยู่ในตลาด
11 ปี กล้าพูดได้เลยว่า ตลาดหุ้นไทยแอดมินมั่นใจที่สุด
•
โชคดีทุกคนครับ :)
06/06/2026
[ 3 อย่างที่เคยแยกทางกันวิ่ง ]
ที่จริงแล้วในปีที่9 (ปี2023) ของการอยู่ในตลาดหุ้น
ของแอดมินแทบหยุดเล่นแล้วนะครับ เพราะมันเหนื่อย
•
ปี2023 แอดมินขาดทุน 7ล้าน หน้างี้ชาไปหมด
อ่านก็เยอะ ความรู้ก็มี แต่ทำไม แอดมินยังขาดทุน
•
ถ้าเพื่อนๆได้เห็นตัวเลขจริงๆของ Port แอดมิน
ตลอด 10ปี+ ที่ผ่านมานะ แอดมินคิดว่า (คิดเอาเอง)
•
มันจะเป็นส่วนช่วยให้ใครก็ตามที่ ลังเล อยู่ตอนนี้
ได้เห็นว่า "มันไม่ได้แปลก"แต่เรื่องราว10ปี+ ของแอดมิน
•
จะเป็นเหมือนการ "กางแผนที่" ให้เดินได้อย่างถูกต้อง
ตั้งแต่ก้าวแรก ซึ่งในตอนนี้ อยากจะจูงมือเดินจริงๆเลย
•
จุดที่แย่ที่สุดตอนนั้นเองที่แอดมินตัดสินใจครั้งใหม่
มันเหมือนอาการ "หลังชนฝา" ที่แทบหมดตาเดิน
•
เงินหาย สุขภาพก็แย่ จิตใจระส่ำ ตกต่ำเกินกว่าจะทนไหว
ทันทีที่พบจุดต่ำสุดตรงนั้น มันเหมือนมีมือช่วยดึงพ้นน้ำ
•
มันแปลกตรงที่ว่า แอดมินเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่
เริ่มที่ตัวเองก่อนที่จะไปสนใจ Port ที่ยับเยิน
•
และการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น ทำให้เรื่องราวทั้ง3
วิ่งไปในทางเดียวกันได้ในที่สุด
•
มนุษย์แอดมินที่ล้มยาวนานสู่การฟื้นตัวครั้งสำคัญ
โดยรวม มันยังไม่ได้ดีมาก แต่มันดีกว่าเดิม
•
เรื่องราวแย่ๆพวกนี้ เพื่อนๆที่โชคดีจากการเตรียมตัวดี
อาจจะไม่ต้องแก้ไขอะไรมากมายนัก แต่หากว่า
•
ใครที่มีกราฟ 3เส้น วิ่งไปไปคนละทาง แอดมิน
เป็นตัวอย่างที่แย่ให้ดูแล้ว การปรับจูนสิ่งต่างๆ
•
ให้สนับสนุนการเติบโตที่แน่ๆต้องให้เวลากับเค้า
Port จะมีโอกาสโตได้ ความรู้ก็สามารถ Up skill ได้
•
แต่สิ่งที่แอดมินพลาดก็คือ “แอดมินใช้ร่างนี้หนักไป”
มันดูไม่ฉลาดเลย การฟื้นฟูทำได้ยากและบางสิ่ง
•
ในร่างกายยิ่งใช้ผิดวิธียิ่งเสื่อมไว มาวันนี้
Port โตเร่ง ความรู้เมื่อถึงจุดหนึ่งแอดมินพบว่า
•
“ความรู้” มีอายุสั้นมาก รู้วันนี้ พรุ่งนี้ทุกคนก็ตามทันแล้ว
รู้วันนี้ พรุ่งนี้ความรู้ก็เก่าไปแล้้ว แอดมินจึงหยุดอ่านไม่ได้เลย
•
ร่างกาย จิตใจ ต้องการพื้นที่ให้ผ่อนคลาย กดดันเค้ามากไป
เป็นผลร้าย โชคร้ายอาจจะร้ายขนาดที่แก้ไขไม่ได้เลย
•
การใช้ชีวิตครั้งใหม่ในตลาด เกิดขึ้นหลังจากเรียนรู้ว่า
ไอ้ที่ทำมาก่อนนี้ อาจจะไม่ได้ช่วยให้ไปถึงเป้าหมาย
•
เพื่อนๆจะเป็นเหมือนกันไหมนะ ต้องเจ็บก่อนจึงจะจำ ไหมนะ?
คนนี้ เจ็บแล้วเข็ด จากนั้นปล่อยมือ วางหลายอย่างลง
•
กลับพบว่า อ่าววว..ก็ได้นี่หว่า นอกจากความจริงข้างบน
แอดมินมีความจริงอีกอย่างครับ มันคือ
•
สิ่งพวกนี้ “มันมีราคาที่ต้องจ่าย” เงินหลักหลายล้าน
ที่แอดมินได้มา ก็ต้องจ่ายด้วยสุขภาพที่ไม่ดี
•
เพื่อนๆอาจจะเลี่ยงมันไม่ได้ จนกว่าจะพบว่า
ฉันมีเงินมากพอจะทำให้ชีวิตฉัน วางเงินแล้วนอนหลับได้
•
แอดมินบอกได้เลยว่า 10ล้านเอาอยู่สำหรับเงินปันผล
ที่ช่วยหนุนการใช้ชีวิตตัวโสดๆแบบไม่ต้องดิ้นรนมาก
•
ส่วนแอดมิน มีครอบครัวแล้ว เงินส่วนนี้จะไม่ใช่ 10ล้าน
มันมากกว่าานั้น ซึ่งก่อนจะเจอเงินทุนก้อนใหญ่ขนาดนั้น
•
แน่นอนว่าเพื่อนๆมีราคาที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะช่วงที่ต้อง
เร่งเร้าตัวเองให้รีบมีเงินมากพอนั่นเองครับ
•
ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะฝากไว้วันนี้คือ
ให้สร้าง Cash Flow จากการทำธุรกิจสักอย่างนะครับ
•
ย้ำว่าทำธุรกิจนะครับ ไม่ใช่เงินเดือน เพราะ
การทำธุรกิจหรือการเป็นเจ้าของกิจการจะช่วยให้
•
มีเงินหมุนจำนวนมาก เงินที่ได้มาส่วนนี้ (โชคดีอาจจะได้ล้าน)
จะถูกนำมาลงทุนในตลาดหุ้น และสร้างการทบต้นได้ดีมาก
•
แอดมินในมิติของผู้ประกอบการ ก็มีเงินก้อนเพิ่มขึ้น
ในอัตราเร่งก็ด้วยการเปิดบริษัทขายสินค้าและบริการนั่นเอง
•
วันนี้เอาเท่านี้ก่อน นะครับ เดี๋ยววันหน้าชวนคุยใหม่