25/06/2021
🔥ราคา 299 บาท ส่งฟรี!🔥
🌟สินค้าพร้อมส่ง มีจำนวนจำกัดค่ะ
แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ
Very First Alphabet Sentences
📝การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรให้เริ่มฝึกตั้งแต่เด็กๆ ขอเสนอตัวช่วยที่จะทำให้น้องๆ เก่งอังกฤษได้ โดยการทำแบบฝึกหัด พิมพ์สีสวยงามทั้งเล่ม พร้อมภาพประกอบน่ารัก น่าดึงดูด ให้การเรียนไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ช่วยเพิ่มความรู้ภาษาอังกฤษ และทบทวนบทเรียนจากในห้องเรียนด้วย แนะนำมากๆ เลยค่ะ
🎀1เล่มใหญ่ 240 หน้า
⚠️⚠️เนื่องจากสินค้าทางร้าน เป็นสินค้านำเข้า อาจเกิดการโยน หรือกระแทก ระหว่างการขนส่ง 📦หากกล่อง/แพ็คเกจ ไม่สวย-บุบ-ยับ ***ย้ำ ‼️เฉพาะแพ็คเกจ*** ทางร้านงดรับเคลมทุกกรณีนะคะ⚠️⚠️ ขอบคุณค่ะ🙏🏻🙏🏻
🔺🔺🔺🔺🔺🔺🔺
สินค้าจริงอยู่ในรูปสุดท้ายค่ะ
12/01/2020
ทุกวันนี้เดินไปไหนมาไหนก็เจอคุณพ่อคุณแม่คุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษค่ะ 😀 น่าดีใจแทนเด็กๆ ที่มีคุณพ่อคุณแม่มองการณ์ไกลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฝึกภาษาอังกฤษให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กค่ะ 👏👏👏
คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กำลังฝึกอยู่ขอให้ฝึกต่อไปนะคะ อย่าเพิ่งท้อหรือยัดเยียดหน้าที่นี้ให้คุณครูเพราะการเรียนรู้ภาษาที่ดีที่สุดคือการฝึกพูดค่ะ พูดให้เยอะๆ เข้าไว้ วันนี้เขาอาจจะยังโต้ตอบกลับมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาได้ฟังและบันทึกข้อมูลเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กำลังจะเริ่มแต่ยังลังเลอยู่ ไม่ต้องลังเลแล้วค่ะ ฝึกไปพร้อมๆ ภาษาไทยเลยค่ะ ยัดเยียดภาษาอังกฤษไปด้วยเลย ให้เป็นธรรมชาติที่สุด 😊
🙅ไม่แนะนำให้รอเวลาจนเขาโตแล้วจับเขามานั่งโต๊ะสอนแบบในโรงเรียนเพราะแบบนั้นมันน่าเบื่อเกินไปค่ะ
25/11/2018
"แม่เลิกพูดภาษาอังกฤษได้มั้ยยยยย"
อันดาพูดประโยคนี้ออกมาเมื่อ 3 วันก่อน พร้อมกับทำหน้ามุ่ย 😡 แม่ออยถึงกับไปไม่เป็นเลยค่ะ เอาตรง ๆ เลยคือไม่เคยเตรียมใจมาก่อนเลยว่าจะเจอแบบนี้ เมื่อก่อนอันดาจะพยายามโต้ตอบกลับมาทุกครั้ง แต่เมื่อช่วงปิดเทอมเดือนตุลาที่ผ่านมา อันดากลับไปอยู่บ้านกับย่า ซึ่งแน่นอนล่ะว่าการสื่อสารภาษาอังกฤษจะต้องตัดขาดไปเลย
"ทำไมล่ะลูก ถ้าอันดาอยากจะพูดกับแม่ก็ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษนะลูก" แม่ออยก็ยังคงพยายามพูดเกลี้ยกล่อม
"ไม่เอาอ่ะ อันดาอยากพูดภาษาไทย" อันดาก็ยังคงค้านที่จะพูดภาษาอังกฤษต่อไป
เมื่อแม่ออยเห็นถึงการเริ่มต่อต้านภาษาอังกฤษของอันดาแล้วก็ต้องจำยอมที่จะถอยร่นมาตั้งหลักก่อนค่ะ กลับมานั่งพิจารณาว่าจุดประสงค์ของเราที่จะสอนภาษาอังกฤษให้เขาคืออะไร
สุดท้ายแม่ออยเลือกที่จะไม่ทำให้เขารู้สึกว่าภาษาอังกฤษคือความทุกข์ ความไม่สนุก และคือการบังคับ เพราะมันไม่ใช่การเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเรียนรู้แบบที่เราสื่อสารภาษาไทยกับเขา ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราพยายามสอนเขาแบบนั้นตั้งแต่ต้น
"โอเคครับอันดา จากนั้นเจ้าแกะก็กลับบ้านอย่างปลอดภัย" แม่ออยเลยเล่านิทานเป็นภาษาไทยจนจบเล่ม
"So, are you hungry now?" แม่ออยปิดท้ายด้วยบทสนทนาภาษาอังกฤษ
"Yes, I am hungry." อันดาตอบรับอย่างมีความสุข
การสอนภาษาอังกฤษลูกให้มีความสุข คุณแม่ควรปรับบทเรียนโดยยึดลูกของเราเป็นสำคัญนะคะ เร็วบ้าง ช้าบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะถึงแม้เขาจะพูดภาษาไทยบ้าง แต่ในหัวของเขาก็ยังคงมีภาษาอังกฤษอยู่ เพราะลูกของคุณแม่เป็นเด็ก 2 ภาษาไปซะแล้วค่ะ 😊
25/06/2018
อย่าปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไปนะคะ 😉😉
อย่าพลาดช่วงโอกาสทอง ของเด็ก 2 ภาษา
แม่อ่อน..ก็สอนภาษาได้นะ !!
สัปดาห์ก่อน หมอไปบรรยาย
ได้มีโอกาสคุยกับกลุ่มพ่อแม่ที่ฝึกลูกเป็นเด็ก 2 ภาษา
ในกลุ่มนี้ มีบรรดาแม่ที่ประสบความสำเร็จในการสอนลูก
คนที่กำลังอยู่ระหว่างทาง
และคนที่คิดว่า เราคงไม่ไหว ไม่ได้ไปต่อ !!
1 ในเรื่องที่เรามีประสบการณ์ตรงกันคือ
ช่วงก่อน 3 ขวบเป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาลูก
ให้เป็นเด็ก 2 ภาษาหรือหลายภาษา
แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละบ้าน
หมอเอง สอนลูกมา 2 คน
เจ้าขา เริ่มพูดคำศัพท์มาเรื่อยๆตั้งแต่เล็กๆ
แต่ไม่ได้พูดประโยคต่อเนื่องจริงจัง
มาตั้งใจฝึกฝนจริงๆ ทั้งตัวแม่เองและลูก
(ใครติดตามกันมาแต่แรกจะรู้ว่า
หมอไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเก่งตั้งแต่แรก
เก่งอ่าน เก่งทำข้อสอบ ตามแบบฉบับการเรียนรู้เด็กไทย
แต่พอจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน พูดเรื่องง่ายๆกับลูก
อึ้งไปเลย คิดไม่ออกว่าจะพูดยังไง
แต่พอตั้งใจเรียนรู้พัฒนาตัวเองและมาสอนลูก
พอลูกพูดคล่องเราก็เก่งไปด้วย :) )
ย้ำเพื่อเป็นกำลังใจให้แม่ที่คิดว่า
ตัวเองอ่อนภาษาเหลือเกินได้รู้ว่า
แม้เราพูดไม่ได้ แต่เราสามารถพัฒนาตัวเอง
เพื่อสอนลูกได้นะคะ
24/05/2018
แม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แล้วจะทำให้ลูกเก่งได้ยังไง อ่านเทคนิคเลยค่ะ!
แม่ออยเป็นคนนึงค่ะที่ยอมรับว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย คำศัพท์ในหัวก็มีอยู่น้อยนิดแค่พอเอาตัวรอดในชีวิตประจำวันได้เท่านั้น คำบางคำยังออกเสียงไม่ถูกเลยค่ะ ตอนสอนลูกก็ยังคิดอยู่ว่าจะสอนยังไงให้เค้าเก่งกว่าเราให้ได้ คิดว่าคงสอนเค้าได้แค่ในระดับความรู้ของเราเค้าก็คงจะต้องตันแน่ๆ เลย แต่เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ในเมื่อเราอยากให้เค้าพูดภาษาอังกฤษได้ก็เอาตามนี้ไปก่อนละกัน เดี๋ยวค่อยคิดอีกที 5555
เมื่อตกลงกับตัวเองได้แล้ว แม่ออยก็สอน อย่าใช้คำว่าสอนดีกว่าค่ะ ใช้คำว่าพูดคุยกับเค้าด้วยระดับภาษาที่เรามี พูดทุกวัน พูดทั้งวัน ประโยคเดิมๆ คำศัพท์เดิมๆ นั่นแหล่ะ ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างก็ทำท่าทางประกอบไปค่ะ แต่ #ห้ามแปล เด็ดขาดนะคะ (กฎเหล็กค่ะ)
ทีนี้พอเราย้ำทุกวัน เค้าได้ฟังทุกวัน ก็สำเร็จสิคะ ลูกเริ่มพูด เริ่มโต้ตอบ เริ่มมีส่วนร่วม กำลังใจแม่มาเต็มค่ะ คราวนี้ชวนคุยหนักกว่าเดิม ประโยคเดิมๆ คำศัพท์เดิมๆ จนเค้าชินไปเลยค่ะ
คราวนี้ก็คิดจะทำยังไงดีให้เค้าได้คำศัพท์เยอะขึ้น สำเนียงเป๊ะขึ้น เลยหาข้อมูลจนได้ไปเจอคุณแม่ท่านนึงบอกว่าเค้าให้ลูกดูการ์ตูนคายูจากใน youtube ลูกเลยมีสำเนียงดี แม่ออยก็เอาเลยค่ะ เปิดให้ดูเดี๋ยวนั้นเลย ตอนแรกก็คิดว่าเค้าจะฟังรู้เรื่องรึเปล่าน้า แม่ออยก็นั่งประกบไปกับเค้า พยายามอธิบายสิ่งที่ตัวการ์ตูนพูดด้วยคำศัพท์ที่ลูกคุ้นเคยไปด้วย จนเค้าเริ่มฟังรู้เรื่อง
ให้ดูมาเรื่อยๆ ทุกวัน วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง จนตอนนี้ลูกชอบมาก ดูจนสนิทกับคายูไปแล้ว 555. นั่งอยู่เฉยๆ ก็พูดภาษาอังกฤษออกมาคนเดียว และที่คิดว่าเห็นผลสุดๆๆ คือลูกโต้ตอบคำใหม่ๆ และประโยคใหม่ๆ ที่เราไม่เคยสอนเค้ามาก่อนได้ค่ะ
นี่ล่ะค่ะ แม่ออยจะบอกว่า สอนไปเถอะค่ะ รู้แค่ไหนก็พยายามสอนเค้าไปในสิ่งที่เรารู้ อย่างน้อยให้เค้าชิน เพราะมันเป็นขั้นพื้นฐานที่เค้าจะสามารถนำไปต่อยอดได้เองในอนาคตค่ะ
09/05/2018
เอานิทานภาษาอังกฤษมาฝากค่ะ คำไหนอ่านแล้วลูกงง ให้คุณแม่ช่วยเค้าด้วยการใส่ท่าทางประกอบไปด้วยค่ะ จะทำให้เค้าจับความหมายของคำได้ถูกต้องค่ะ ห้ามแปลนะคะ ถึงวันนี้จะงง แต่วันหน้าเค้าจะไม่งงค่ะ 😉
https://drive.google.com/drive/mobile/folders/1wN8agKw_t9jWTjphEMfS5YgtcuJqGre-
09/05/2018
ช่วงเวลาไหนที่เหมาะที่สุดในการสอนภาษาที่ 2 ให้กับลูก?
บ้านนี้เริ่มพูดภาษาอังกฤษกับลูกแบบจริงจังตอนอายุ 2 ขวบค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นเค้าต้องอยู่กับย่าที่ต่างจังหวัด มีโอกาสได้เจอกันแค่เสาร์และอาทิตย์เท่านั้น
ถามว่าเริ่มช้าไปมั้ย ตอบเลยว่าช้าไปมากค่ะ เพราะ
1. เค้าเริ่มพูดแล้ว
2. เค้ารู้คำศัพท์ภาษาไทยบ้างแล้ว
3. เค้าคุ้นเคยกับสำเนียงไทยแล้ว
เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นงานหนักสำหรับบ้านนี้เลยค่ะที่จะต้องพยายามเอาภาษาอังกฤษเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อให้เค้าเข้าใจและพูดโต้ตอบกับเราได้ในชีวิตประจำวันเทียบเท่ากับภาษาไทยค่ะ ซึ่งตอนนี้ลูกสามารถเข้าใจในสิ่งที่เราพูดได้มากกว่า 80% และโต้ตอบได้ประมาณ 60% เพราะเค้าคุ้นชินกับภาษาไทยไปก่อนหน้านั้นแล้วค่ะ
การฝึกภาษาอังกฤษให้กับลูก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ #ตั้งแต่เค้ายังพูดไม่ได้ค่ะ
พ่อและแม่ต้องฝึกเค้าให้รู้จักคำศัพท์ทั้งไทยและอังกฤษไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ และที่สำคัญที่สุดคือ #ไม่ต้องแปลค่ะ เป็นตายร้ายดียังไงท่องไว้ค่ะว่า ห้ามแปล (ข้อเสียของการแปลอ่านได้ในบทความก่อนหน้านี้ค่ะ)
ถ้าพูดภาษาอังกฤษแล้วเค้าไม่เข้าใจ ให้หยิบของสิ่งนั้น หรือหารูปภาพประกอบให้เค้าดูค่ะ หรือแอดวานท์หน่อยคือให้พูดพร้อมกับทำท่าทางประกอบค่ะ การทำแบบนี้เด็กจะจดจำเป็นภาพ เค้าจะเชื่อมโยงภาพกับคำศัพท์เข้าหากันทันทีค่ะ
การฝึกตั้งแต่เค้ายังพูดไม่ได้จะทำให้เค้าไม่รับสำเนียงไทยมาใช้กับการพูดภาษาอังกฤษค่ะ เค้าจะเลียนสำเนียงภาษาอังกฤษจากเราและแยกแยะได้เองโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้คุณพ่อและคุณแม่ต้องมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องด้วยนะคะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ถูกต้องก่อนที่จะนำไปพูดกับลูกเพราะถ้าลูกจำแบบผิดๆไปแล้วจะแก้ให้ถูกคืองานที่ยากยิ่งกว่าค่ะ
04/05/2018
รักลูก ต้องไม่แปล!
ตอนนี้หลายๆ บ้านกำลังตามเทรนด์ฝึกลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษากันอยู่ใช่มั้ยคะ
ซึ่งก็ 2 ภาษาจริงๆ ค่ะ เพราะพ่อแม่ปู่ย่าตายายสอนคำศัพท์ภาษาไทยพร้อมทั้งแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เสร็จสรรพเลย หรือไม่ก็สอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษแล้วก็แปลเป็นภาษาไทยให้ด้วยเหมือนกัน
ทรงมาดีแล้วนะคะ ความตั้งใจดีแล้ว แต่วิธีการปฏิบัติมันยังไม่ผ่านค่ะ
การสอนแบบนี้ไม่มีผลเสียต่อภาษาไทยค่ะ เด็กได้สื่อสารภาษาไทยทุกวันอยู่แล้ว เพราะเป็นภาษาแม่ของเค้านี่คะ
แต่มันส่งผลเสียกับภาษาอังกฤษเต็มๆ ค่ะ เพราะแทนที่เด็กจะพูดภาษาอังกฤษออกมาได้เลยทันทีกลับต้องคิดเป็นภาษาไทยก่อนแล้วถึงค่อยพูดออกมาได้
สุดท้ายเค้าจะสับสน แยกไม่ออก จนรู้สึกเหนื่อย แล้วก็จบที่การไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษอีกเลยค่ะ
เพราะฉะนั้น
#รักลูกต้องไม่แปลนะคะ
03/05/2018
ยิ่งอ่านยิ่งได้นะคะ 😉
#ฝึกลูกให้เป็นเด็กสองภาษาด้วยนิทานภาษาอังกฤษกันค่ะ