Kiddy Chefs by ครูก้อย

Kiddy Chefs by ครูก้อย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kiddy Chefs by ครูก้อย, Chiang Rai.

23/04/2017
13/02/2017
21/11/2016

#เลี้ยงลูกอย่างไรให้สมองทำงานดี

สัญชาตญาณของพ่อแม่ย่อมมุ่งหวังให้ลูกมี “สติปัญญาดี” เพื่อเอื้อต่อการเอาตัวรอดได้ในสังคม สิ่งที่พ่อแม่ปรารถนาเหล่านี้มีศูนย์รวมอยู่ที่ “สมอง” แท้จริงแล้ว สมองไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการคิด ความจำ การควบคุมคำสั่งในร่างกายเท่านั้นแต่สมองยังเป็นที่รวมของมโนสำนึก ศีลธรรม ความเจริญทั้งทางจิตใจ และความคิดด้วย

การที่เด็กมีเชาวน์ปัญญาที่ดีนั้นจึงไม่ใช่การเน้นแต่ความฉลาดหรือความสามารถในการคิดเพียงอย่างเดียวแต่ยังครอบคลุมไปถึงจิตใจ และลักษณะนิสัยที่ดีด้วย เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นทั้งคนดี คนเก่ง และมีความสุขแตกต่างจากเด็กอีกคนหนึ่งได้นั้นอยู่ที่วิธีการคิด และมีลักษณะนิสัยที่ดี ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นที่ “ครอบครัว” ค่ะ

วันนี้ ครูปุ๊กได้สรุป “20 กิจกรรมพัฒนาสมองลูกให้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ” มาฝากคุณพ่อ คุณแม่เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติกับลูก ให้สมองของลูกทำงานอย่างเต็มศักยภาพด้วยวิธีการที่เหมาะสมในวัยที่ลูกต้องการคุณมากที่สุด และคุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองค่ะ

ด้วยรัก
ครุปุ๊ก - ชลมาศ คูหารัตนากร
ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy

21/10/2016

"อาหาร" ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ช่วยในการพัฒนาสมองของลูกน้อย แต่ในทางกลับกันอาหารบางประเภทก็อาจส่งผลร้าย ทำลายสมองลูก ของคุณได้

21/10/2016

Homeคลังความรู้รักหนูอย่าทำร้ายหนู!!! ประสบการณ์จริงเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยีมีแต่เสีย ร้อนฉ่ากับประเด็นสุดฮอต การเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยีที่อาจทำให้เรารู้สึกว่า ลูกมีเพื่อน มีอะไรดูเล่นในขณะที่คุณพ่อคุณแม่อาจวุ่นๆกับการงาน ลูกจะได้ไม่เหงา แต่หารู้ไม่ว่า นี้คือการทำร้ายลูกในระยะยาว เอาล่ะ แอดมินจะพาไปดูเ...

18/10/2016

เด็กในสังคมยุคปัจจุบันแทบจะมีทุกอย่างที่ผู้ใหญ่มีกัน ทั้งที่ยังไม่ต้องทำงาน แต่ก็มีพร้อมทุกอย่างเพราะพ่อแม่หาให้ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน ไอแพด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้เด็กไทยมีโรคใหม่ติดตัวที่ชื่อว่า “โรคไม่รู้จักความลำบาก” โรคนี้คืออะไร ตามมาดู “โรคไม่รู้จักความลำบาก” โรคใหม่ที่เกิดขึ้...

18/10/2016

Curta e compartilhe 1001 Ideias

14/10/2016

The Most Efficient Way to Raise Up A Child โรงเรียนทอสีได้จัดสัมมนาเรื่อง “เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า” โดยคุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา อดีตข้าหลวงในพระองค์ มาร่วมเล่าประสบการณ์และแบ่งปันคำสอนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกของพระองค์

02/10/2016

#อย่าสนุกบนความไม่น่าสนุก

หมอได้อ่านข่าวที่คุณครูโพสต์ภาพแหย่เด็กนักเรียนหญิงวัยอนุบาล สวมกางเกงในใส่ทับข้างนอกกระโปรง ร่วมกับการโพสต์

"การแกล้งเด็กคืองานของเรา ไม่ร้องไม่เลิก"

ที่หมอตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ เพราะมีกระแสคอมเมนท์ในโลกออนไลน์ หลังมีกระแสการวิจารณ์ครู

"เรื่องแค่นี้เอง ขำๆ ทำไมต้องจริงจังกันด้วย"
"ครูเค้าก็แค่แหย่เล่นมั้ย"

หมอเป็นที่ปรึกษาโครงการยุติการ "ล้อ แกล้ง รังแก" ในโรงเรียนของ สสส.

หมออยากบอกว่าตอนนี้ปัญหา "การล้อ แกล้ง รังแก" ในโรงเรียนของนักเรียนไทย เป็นปัญหาที่ใหญ่มากกกก

สำหรับเด็กหลายคนโรงเรียนเหมือนเป็นขุมนรก ที่ทรมานจิตใจทุกครั้งที่ไปเรียน

"โรงเรียน" ที่ควรได้ชื่อว่าเป็นที่พัฒนาเด็กและเป็นที่ๆเด็กอยู่แล้วมีความสุข

การล้อ แกล้ง รังแก หลายครั้งเกิดจากที่เด็กเชื่อว่า
"ก็แค่ขำๆ"
"ก็แค่แหย่สนุกๆ"
"ไอ้อ้วน ไอ้เตี้ย ไอ้ตุ๊ด อีเหยิน ฯลฯ

รากคิดที่ทำให้เกิดการเบียดเบียน การมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น

รากคิดที่หลายครั้งต้นแบบมาจากการเลี้ยงดู ของผู้ใหญ่ที่ "ชอบแหย่ ชอบแกล้ง" และคิดว่าการล้อ การแหย่กัน มันเป็นเรื่องธรรมดา.................................

การแหย่ แกล้ง เป็นสิ่งที่ทำได้ ถ้าเกิดความสุข สนุกกันทั้งสองฝ่าย

แต่การแกล้ง แหย่ ที่อีกฝ่ายไม่สนุก เป็นการแกล้ง แหย่ ที่นับว่าเป็นการ "รังแกกัน"

"ครู" ควรเป็นต้นแบบของการเคารพสิทธิของเด็ก

สิทธิที่จะอยู่โรงเรียนแบบมีความสุข ไม่ใช่ของเล่นสนุกของใคร

ที่สำคัญ...
"การไม่ทำร้ายกันบนโลกไซเบอร์"

เพราะอะไรก็ตามที่ถูกโพสต์บนโลกออนไลน์ หลายครั้ง "มันจะอยู่ที่นั่นตลอดไป"

ซึ่งนั่น...มันช่างเป็นฝันร้ายของเด็กหลายคน

รักลูก(ศิษย์)... ไม่คิดว่าการแหย่กันมันเป็นเรื่องธรรมดานะคะ
เพราะทุกวันนี้การแกล้ง รังแกกัน แบบที่ไม่เห็นใจใคร นอกจากความสนุกของเรา มันเป็นเรื่องน่าเศร้าของโรงเรียนจริงๆ

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เชื่อว่าผู้ใหญ่ต้องเป็นต้นแบบของการไม่รังแกกันให้กับเด็ก

17/09/2016
07/09/2016

เด็กไอคิวสูงไม่ได้หมายถึงเรียน เก่ง แต่หมายถึงรู้จักใช้ชีวิต คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็น พึ่งพาตัวเองได้ และเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น

07/09/2016

ตอนที่ 518 “อย่าเสียเวลาจมอยู่กับอารมณ์แย่ๆเลย!”

เมื่อลูกเริ่มโตในระดับประถมฯ
และเราใช้เทคนิคสะท้อนอารมณ์ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ลูกเงียบเองบ่อยๆจนลูกรู้ขั้นตอนแล้ว

สิ่งหนึ่งที่เราจะพบเจอก็คือ ลูกพยายามจะสื่อสารกับเราแม้ว่ายังมีอารมณ์นั้นๆอยู่และผลเสียก็คือ ลูกจะคิดแก้ปัญหาเองไม่ได้! เพราะลูกยังไม่ได้สงบนิ่งและมีสติจริง!!

และหากเราพยายามยื้อให้ลูกสงบเองไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นลูกแช่อยู่กับอารมณ์นั้นนานเกินไป

พลวัย 8 ปี เป็นเด็กหงุดหงิดง่ายมาก ทั้งพ่อ แม่ และเพื่อนฯ
ครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้ง.... พลหงุดหงิดเรื่องเพื่อน เพื่อนไม่เอาของมา เพื่อนคุยกัน เพื่อนไม่แบ่งของฯลฯ

แม้ว่าอารมณ์พลไม่แรง แต่พลก็หงุดหงิดมาก นาน และบ่อย จน....
จนขัดขวางสติ....และเมื่อสติไม่มา ปัญญก็ไม่มี...

พลมักจะแก้ปัญหาตอนนั้นเองไม่ได้ แต่เมื่อมาถามไถ่กันทีหลังก็จะตอบได้ว่า ต้องทำยังไง เช่น พลรู้ว่า ถ้าเพื่อนไม่เอาของมา ก็ต้องทำใจกว้างๆ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร จะแบ่งให้เพื่อนก็ได้ หรือจะไม่แบ่งก็ยังได้หากไม่พร้อม แต่ให้คงการทำงานต่อเนื่อง อย่าให้เสียงาน นี่คือคำตอบที่ออกมาจากปากพลที่แม่มักสอนให้พลคิด

แต่ในความจริง ณ เวลาที่เกิดขึ้นจริง พลมักหงุดหงิดนาน จนรบกวนการทำงานและเสียสมาธิ

วันนี้พลหงุดหงิดแม่ที่เร่งให้เก็บของเล่นเพื่อไปอาบน้ำ....
พลนั่งนิ่ง หน้าหงิกอยู่ประมาณ 15 นาทีแล้ว
แม่เข้าไปถามพลว่า “หายหรือยัง พร้อมคุยมั๊ยครับ”
พล “หายแล้ว คุยได้แล้ว!”
แม่ฟังเสียงและดูท่าทีพลก็รู้ว่า ยังไม่พร้อม จึงพูดไปว่า “แม่ว่าลูกยังไม่พร้อม แม่จะรอนะ”

แม่เดินออกมาเก็บข้าวของต่อ พลหน้าหงิก
อีก 15 นาทีต่อมา แม่เห็นพลเริ่มเล่นกระดาษชิ้นเล็กๆ จึงเข้าไปคุย “พร้อมคุยมั๊ยครับ”
พลหน้าหงิกขึ้นมาทันที และตอบแบบเดิม “หายแล้ว คุยได้แล้ว!!”

ปัญหาของพลคือ พลใช้เวลามากเกินไปในการควบคุมอารมณ์และมันกลายเป็นความเคยชินกับการแช่อารมณ์แย่ๆนั้นไว้ ทำให้เวลาพลหงุดหงิดเพื่อน จึงดึงสติกลับมาไม่ได้สักที

ครั้งนี้ แม่ตัดสินใจบอกพลว่า “พลครับ คนเราหงุดหงิดกันได้เป็นเรื่องที่จริงอยู่ และคนเราก็ควรสงบก่อนคุยกัน แต่ครั้งนี้ แม่อยากให้พลเปลี่ยนใหม่.....”

แม่สูดลมหายใจลึกๆ เว้นจังหวะเงียบให้ลูกหันมาสบตา เพื่อดูความจริงจังของแม่ “ความหงุดหงิดมีมา ก็หายไป ลูกจะรอมันหายไปเอง หรือ...ลูกจะเลือกไม่สนใจมัน โดยบอกตัวเองว่า อย่าเสียเวลากับความหงุดหงิด!! ฉันไม่สนใจมัน ไม่แคร์มัน และลุกไปทำอะไรอย่างอื่นแทน!....”

พลหน้าหงิกมากขึ้น..ดูลังเล แต่ก็คิดตาม
แม่หนักแน่น เป็นตัวอย่าง “มานี่ๆ เดินมาๆ ไปที่ห้องกัน มาๆๆๆ อย่าเสียเวลา บอกตัวเองอย่าเสียเวลากับความหงุดหงิด มันนานไปแล้ว”
พลทำท่าลุกขึ้น อิดออด ดูยังไม่หายดี.....

เมื่อพลลุกไปที่ห้องหยิบเสื้อผ้าและอาบน้ำ พลก็ดีขึ้น....แล้วพลก็ค่อยคุยกับแม่ตอนมีสติแล้ว

หลังจากนั้น...เมื่อพลหงุดหงิด แม่จะกระตุกพลให้คิดแบบนั้นอีกหลายๆหน
จนพลเริ่มบอกตัวเองเป็น “อย่าจมอยู่กับมัน อย่าเสียเวลากับมัน คิดเรื่องอื่น ทำอย่างอื่น..แล้วค่อยสะสางตอนมีสติ”
ปรากฏว่า พลเริ่มหงุดหงิดน้อยลงและใช้เวลาสั้นลงด้วยเช่นกัน

สอนลูกให้ควบคุมอารมณ์ตนเองแล้ว สื่อสารความรู้สึกกันแล้ว
อย่าลืมสอนให้ลูกสลัดความทุกข์ออก อย่าจมอยู่กับมัน และอย่าเสียเวลาให้มันเลย

แนะนำ : เทคนิคเลี้ยงลูกเชิงบวกในหนังสือ “ปราบลูกดื้อ รับมือลูกกินยากฯ”

และนิทานสร้างเสริมลักษณะนิสัยชุด “รัน” 7 เรื่อง เพื่อช่วยให้ลูกมองเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้ง่ายขึ้น

#หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

ที่อยู่

Chiang Rai
57120

เบอร์โทรศัพท์

084 2995366

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kiddy Chefs by ครูก้อยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์