กิจกรรมเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor โรงเรียนแม่มอญวิทยา

กิจกรรมเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor โรงเรียนแม่มอญวิทยา กิจกรรมเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor
โรงเรียนแม่มอญวิทยา

02/09/2024

‘สีชมพูของผู้หญิง สีฟ้าของผู้ชาย’
‘ผู้หญิงเล่นตุ๊กตา ผู้ชายต้องหุ่นยนต์’
‘ผู้หญิงต้องอ่อนโยน ผู้ชายต้องเข้มแข็ง’

เหล่านี้มักเป็นอะไรที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นการ ‘ตีกรอบ’ ทางเพศ
ให้เด็กๆ เหล่านั้นตั้งแต่พวกเขาลืมตาดูโลกขึ้นมา

การตีกรอบเช่นนั้น อาจบดบังความหลากหลาย
ซึ่งทำให้เด็กๆ อาจพลาดโอกาสที่จะได้ค้นพบตัวเอง
ในรูปแบบต่างๆ อย่างน่าเสียดาย

‘เด็กผู้ชาย’
ก็มักถูกคาดหวังว่าจะต้องกลายไปเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งต่อไปในอนาคต

ซึ่งบางทีพวกเขาอาจเป็นคนอ่อนโยน
เจ็บได้ ร้องไห้เป็น
ชอบอะไรที่อ่อนหวาน
มีของเล่นชิ้นโปรดเป็นตุ๊กตา
และพาหัวใจที่รักในการเต้นได้ออกสเต็ป

รับชม Home Is Where ‘We’ Belong พอดแคสต์ที่จะทำให้คุณเข้าใจคนที่คุณรักมากยิ่งขึ้น
Link : https://m.scasset.com/NKj0

#เด็กผู้ชาย

06/08/2024
13/07/2024

ข้อคิดวันเสาร์🙂

24/11/2023

หลักการ 6 ข้อในการจัดการอารมณ์ที่ดีเพื่อผ่านพ้นวิกฤติสุขภาพจิต
สามารถนำไปใช้เพื่อดูแลตนเองหรือนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือคนใกล้ชิด
⏰1.พยายามใช้ชีวิตและทำกิจวัตรใกล้เคียงกับปกติให้มากที่สุด
เช่น ทำงาน ช่วยกันทำกิจกรรมในชุมชน อย่าปล่อยตัวเองให้ว่าง
🤯2. มีสติกับการวางแผนในการทำงานและอยู่กับเพื่อน มากกว่า
จะเศร้า กังวลคนเดียว
🗣3. พูดคุยเรื่องประสบการณ์กับคนที่ไว้ใจ ถ้ารู้สึกพร้อมจะเล่าเรื่องที่ไม่สบายใจ
😡4.ยอมรับอารมณ์ที่ไม่ดีของตนเอง เช่น กลัว เศร้า ว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย การระบายสิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้สึกดีขึ้น
⛹️5. หาเวลาทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความหมาย ได้แก่ เข้าวัด สวดมนต์ บำเพ็ญประโยชน์
🥱6. เมื่อยังรู้สึกไม่ดีขึ้น นอนไม่หลับมาเป็นเวลานาน ทำให้ทำงานไม่ได้ เครียด หงุดหงิดมาก เกือบตลอดทั้งวัน เมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 1 เดือน อาจพิจารณาใช้บริการคลายเครียดกับแพทย์และหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านต่อไป

05/10/2023

[Work&Life] ‘สุขภาพจิตของเราเป็นสิ่งสำคัญ’ ว่าด้วยต้นตอของซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นได้จากที่ทำงานและโครงสร้างสังคม
ใน 8 ชั่วโมงแห่งการทำงาน ทั้งลูกค้าบ่น หรือเพื่อนร่วมงานตำหนิ ไม่ว่าจะรู้สึกแย่มากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว ก็ต้องกดมันเอาไว้อยู่ดี บางครั้งหลายๆ คนก็กดสิ่งเหล่านี้ไว้ไม่ไหว เผลอปล่อยน้ำตารินไหลออกมา ซึมเศร้าจนเสียงานเสียการด้วย
หากเราลองเสิร์จโรคซึมเศร้าตามอินเทอร์เน็ต ทุกวันนี้ก็มีเว็บไซต์ต่างๆ พูดถึงต้นตอ ฮาวทูไว้มากมายเลยทีเดียว โดยหลักๆ แล้ว ต่างก็มีแก่นแกนเดียวกันนั่นก็คือ การบอกว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากการมีสารเคมีสมองที่ผิดปกติ ความอ่อนแอทางจิตใจ
ซานาห์ อาซัน (Sanah Ahsan) นักจิตวิทยาคลินิกแห่งเนชันเฮลท์เซอร์วิส (Nation Health Service หรือ NHS) ได้พูดถึงเรื่องนี้บนเว็บไซต์สำนักข่าวเดอะการ์เดียน (The Guardian) เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ตนเชื่อว่าเราเคยถูกโกหกเรื่องสุขภาพจิต โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากปัญหาภายในตัวบุคคลอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว อาจเกิดจาก ‘โครงสร้างสังคม และสภาพแวดล้อมห่วยๆ’ ด้วย
เธอเล่าว่า โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บรรยากาศที่อึมครึม ชวนหดหู่ สภาพอากาศที่แปรปรวน มลพิษมากมาย ค่าครองชีพที่พุ่งสูง โรคระบาดที่ไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ คดีอาชญากรรม ตำรวจที่กลายเป็นผู้ร้ายซะเอง ทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆ ถูกทำลายลง
ตามปกติ คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะได้ใบสั่งยากล่อมประสาทที่ใช้ได้ผลดีกับคนส่วนใหญ่อยู่บ่อยๆ แม้จะช่วยให้พวกเขาควบคุมตัวเองได้ แต่ในระยะยาว มันไม่เป็นผลดีเสมอไป ซานาห์เปรียบเทียบว่า เหมือนกับหมอที่ใช้พลาสเตอร์ยารักษาผู้ป่วยจนหมดกล่อง แต่ไม่ได้ลงลึกถึงต้นตอของความทุกข์ที่แท้จริง
อิกนาซิโอ มาร์ติน บาโร (Ignacio Martin Baro) นักเคลื่อนไหวชาวซัลวอดอร์ และนักจิตวิทยาเสนอว่า ปัญหาสุขภาพจิตกับโครงสร้างสังคมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ความทุกข์ ความ Suffer ต่างๆ มักเกิดจากประสบการณ์ และอดีตจากการถูกกดขี่ของผู้คน
ปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อนเป็นผลมาจากแรงกดดันของปัจเจกนิยม และทุนนิยม เพราะฉะนั้น ในทางจิตวิทยา จึงไม่ได้มองพวกเขาในฐานะ ‘คนป่วย’ แต่เปลี่ยนเป็นการมองในฐานะ ‘ผู้มีคุณค่า มีบทบาท และควรได้รับเสรีภาพจากสังคม’ แทน
“เมื่อพืชแห้งเหี่ยว เราไม่ควรวินิจฉัยว่า มันเป็น ‘โรคพืชแห้งเหี่ยว’ แต่ควรเลือกเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ทั้งดิน น้ำ และแสงแดด” เช่นกัน หากบางคนต้องทนทุกข์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย รู้สึกเศร้า ก็ไม่ควรฟันธงทันทีว่า เกิดจากตัวเอง เกิดจากสารเคมีในสมอง ลึกๆ แล้ว มันอาจจะมาจากสภาพแวดล้อมแบบเดียวกับพืชก็ได้
บางทีพวกเขาอาจจะแค่ต้องการความรัก สังคมดีๆ ที่คอยสนับสนุน การจะรักษาด้วยวิธีบำบัดแบบ ‘ตัวต่อตัว’ ให้ได้ผล สิ่งสำคัญเลยก็คือ การเช็กให้แน่ใจว่า ‘ไร้การกดขี่’ อย่างแท้จริง และหนทางที่ดีที่สุดคือ ‘การเปลี่ยนแปลงการกดขี่ทางสังคมที่เป็นบ่อเกิดของความเจ็บปวด’ นั่นเอง
ซึ่งคำอธิบายดังกล่าวก็สอดคล้องกับผลการศึกษาหนึ่งของเดนมาร์กที่เผยว่า โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจาก Workload งานที่ยังทำไม่เสร็จ และแทบจะไม่เกี่ยวกับแรงกดดันเลยด้วยซ้ำ การทำงานหนักไม่ได้มีผลกับโรคนี้ แต่แท้จริงแล้ว มันเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่ดีจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างเช่น เจ้านายที่ไม่ยุติธรรม หรือการมีลูกรัก ลูกชังก็ด้วย
มาร์ทิอัส บรอดกาด กรินเดอร์อัป (Matias Brødsgaard Grynderup) หนึ่งในทีมนักวิจัยระบุว่า ความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าไม่ได้แปรผันตรงตาม Workload ที่ลดลง เนื่องจาก มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
โดยจากการศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างข้าราชการจำนวน 4,500 คน ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก และสำนักงานต่างๆ เกี่ยวกับความเครียด และปริมาณฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในน้ำลายด้วยการสัมภาษณ์รายบุคคลนั้น ผลปรากฏว่า ความเป็นธรรมในออฟฟิศ ทั้งความรู้สึกที่มีต่อหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ล้วนมีนัยยะสำคัญต่อความเสี่ยงของโรคซึมเศร้ามากกว่าความกดดัน
กล่าวคือ ยิ่งใครสักคนรู้สึกไม่แฟร์มากเท่าไร ก็มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้าสูงตาม นอกจากนี้ การมีฮอร์โมนคอร์ติซอลแห่งความเครียดที่มากเกินก็ไม่ได้ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจผิดกัน แต่จริงๆ แล้ว เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงต่ำของโรคซึมเศร้าต่างหาก
ต่อให้เราจะกินยามากเท่าไร ไปหานักจิตวิทยาบ่อยแค่ไหน แต่ตราบใดที่เรายังรายล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมออฟฟิศ คนแย่ๆ องค์กรแย่ๆ และโครงสร้างสังคมห่วยๆ อยู่ท่ามกลาง Trigger เดิมๆ โรคนี้ก็ไม่มีวันจางหายไปจากตัวเราอยู่ดี
‘สุขภาพจิตของเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด’ จิตใจเรามีดวงเดียว เสียแล้วเสียเลย บางทีเงินเดือนที่ได้มาเมื่อชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่ต้องเผชิญแล้วก็อาจจะไม่สอดคล้องกันสักเท่าไร ดูแลจิตใจตัวเองกันให้ดีๆ ถนนข้างหน้ายังอีกยาวไกลมากๆ หากใครที่กำลังเผชิญกับสภาวะแบบนี้ เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แล้วกันนะ :)

เขียนโดย Chompoonut Suwannochin

18/08/2023

#ฮาวทูบีพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข

'พ่อเกรซ' และ 'แม่วีนัส' ถือเป็นพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยความสุข

ถ้าพ่อแม่มีความสุข ลูกๆ มักมีความสุขด้วย แบบที่ 'มาตาลดา' เป็นในละคร


ส่วนตัวของหมอที่เป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นนั้น พบว่า พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข มักมีลักษณะดังนี้

(แต่ไม่ต้องมีครบทุกข้อ ซึ่งก็ยังไม่เคยเจอที่มีครบหมด ส่วนใหญ่จะมีแบบเป็นช่วงๆ แล้วแต่เหตุและปัจจัย เพราะพ่อแม่ก็คือมนุษย์ธรรมดา)


1. มีเวลาและใกล้ชิดกับลูก

2. เข้าใจธรรมชาติ พื้นอารมณ์ของลูก คาดหวังแต่พอดี

3. ไม่ต้องเปรียบเทียบตัวเอง/ลูกเรากับใคร

4. ใจดีแต่มีความชัดเจนในกติกา

5. ชมเชยลูกเป็น

6. ถ้าลูกทำผิด ทำโทษอย่างเหมาะสม ให้ลูกรู้จักรับผิดชอบ

7. จัดการอารมณ์/ความเครียดได้

8. ไม่ละเลยสุขภาพกาย/ใจของตัวเอง ทำตัวเองให้โอเคก่อนไปดูแลลูก

9. อยู่กับปัจจุบัน ไม่กังวลถึงอนาคต ไม่หมกมุ่นกับอดีตเกินไป

10. ให้อภัยตัวเองถ้าเราทำผิดพลาดไปบ้าง พ่อแม่เช่นนี้จะให้อภัยลูกเป็นด้วย

11. มีงานอดิเรกคลายเครียด เช่น ออกกำลังกาย

12. มีทีมที่ดีในการเลี้ยงลูก เช่น คนช่วยแปะมือเวลาเหนื่อย/หมดแรง ช่วยฟังคำบ่นของเรา การเลี้ยงดูไปในทางเดียวกัน/ไม่ขัดแย้งกันเกินไป


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจให้พ่อแม่ทุกคนค่ะ


หมายเหตุ: ในการเขียนบทความนี้ หมอไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ จากบริษัทหรือผู้เกี่ยวข้องกับละคร เพียงแต่ได้รับชมและประทับใจ จึงขอเขียนแบ่งปันข้อคิดที่ได้สู่ผู้อ่านค่ะ

#หมอมินบานเย็น
#มาตาลดา

ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนนะครับ สักวันหนึ่งจะเป็นวันของเราครับ
03/08/2023

ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนนะครับ สักวันหนึ่งจะเป็นวันของเราครับ

30/07/2023
30/07/2023

"เมื่อคนใกล้ตัวมีความเครียด เราควรดูแลเขาอย่างไร ?"

แนวทางดังนี้ค่ะ 🙂

:) 1. รับฟังปัญหาที่เกิดกับเขาอย่างใส่ใจ

ในขั้นนี้ พบว่า ช่วยให้คนทุกข์ใจน้อยลงไปมากทีเดียวค่ะ
(หลายคนบอกว่าความทุกข์ลดลงไปเกิน 50%)
เพราะ บางทีเวลาเราทุกข์
เราแค่ต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ รับฟังเรา อยู่เคียงข้างเรา เท่านั้นค่ะ
ส่วนแนวทางแก้ปัญหา จะค่อยๆคิดเองได้ เมื่อใจพร้อมค่ะ
ดังนั้น ขั้นตอนที่ 1 นี้จึงสำคัญมากๆ ในการเยียวยาแผลใจค่ะ

:) 2. เปิดใจที่จะเข้าใจเขา

แม้ว่าแนวคิดของเขาเราอาจไม่เห็นด้วย
การเปิดใจ วางการตัดสิน วางอคติลง
เป็นสิ่งสำคัญ
แล้วเราจะเข้าใจเขาและปัญหาที่เกิดกับเขามากขึ้น
ขั้นตอนความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญมาก
เราไม่สามารถดูแลใครได้ดีเลย
ถ้าปราศจากความเข้าใจ

:) 3. ให้คำแนะนำที่เหมาะสม

คำแนะนำที่เหมาะสมคืออะไร?
คำแนะนำที่เหมาะสม
คือ คำแนะนำที่มาจากความเข้าใจในตัวเขาและปัญหาที่เกิดขึ้น

ดังนั้น
ไม่ควรรีบแนะนำ...
ถ้ายังไม่เข้าใจในตัวเขาและปัญหา
เพราะ
จะยิ่งทำให้รู้สึกแย่
มากกว่าจะรู้สึกดี

:) 4. ให้กำลังใจ
โดยการชี้ให้เขาเห็นศักยภาพในตัวเขา
เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นตนเองมากขึ้น
ว่าเขามีดีพอที่จะสามารถเผชิญต่อปัญหานั้นได้

ข้อควรระวัง
ถ้าเขายังไม่สามารถเห็นข้อดีในตัวเขา อย่าไปกดดันว่าเขาต้องเห็นในตอนนี้
ควรใจเย็น และ ให้เวลาเขา

:) 5. แนะนำพบผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

ขออนุญาตแปะลิงค์รวม
รวมรายชื่อ โรงพยาบาล และ คลินิกที่มีจิตแพทย์ทั่วประเทศค่ะ

https://web.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/photos/a.499791366791551/2011213002316039/?type=3&_rdc=1&_rdr
----------------------------------------------------------------------------------------
บทส่งท้าย
#ความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาในโลกนี้

1. ในโลกนี้มีปัญหาอยู่ 2 แบบ
แบบที่แก้ไขด้วยตนเราได้ กับ แบบที่แก้ไขด้วยตัวเราไม่ได้

- แบบที่แก้ไขได้
คิดหาวิธีแก้ปัญหา และ ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

- ส่วนที่แก้ไขไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจการจัดการหรือการควบคุมแล้ว
แนะนำว่า
ฝึกที่จะปล่อยวาง ยอมรับมันอย่างที่เป็นแล้วค่ะ
เพราะ คิดไป เครียดไป ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ่น
มีแต่ทำให้ทุกข์ไปเปล่าๆ โดยใช่เหตุค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น กลัวการสอบ กลัวคะแนนไม่ดี
หน้าที่ก็คืออ่านหนังสือ
และ เมื่อทำเต็มที่ ต้องฝึกปล่อยวาง
เพราะคิดมากไปก็ช่วยอะไรให้ดีขึ้นไม่ได้แล้วค่ะ

หรือ กลัวคนไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ คือ ดูแลความสัมพันธ์ให้ดี ด้วยความรัก และ ความเข้าใจ
แต่เมื่อทำเต็มที่ ดีทีสุดแล้ว ไม่ได้เพิกเฉยเกินไป และ ไม่ได้ดูแลมากเกินไป
อีกฝ่ายยังไม่รัก
สิ่งที่ทำได้ และ ควรทำคือ
ต้องฝึกที่จะปล่อยวาง ทำใจยอมรับมันอย่างที่เป็น
ไม่มีใครบังคับใครให้มารัก มาชอบได้
เป็นต้น

2. เมื่อฝึกปล่อยวาง ฝึกยอมรับ และ ฝึกเข้าใจธรรมชาติ ของปัญหา
จิตใจจะสงบขึ้น เพราะ ดิ้นรนน้อยลง ใจจะมีความสุขมากขึ้นค่ะ

แต่ถ้าความรู้สึกเครียดนี้มีมากจนรับมือไม่ไหว
แนะนำการพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจ
เช่น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา
เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้นะคะ

บทความโดย ผศ.พญ. ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

-----------------------------

🎧ท่านใสสนใจรับฟังเสียงบรรยายบทความนี้
สามารถรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ 🎧
https://www.youtube.com/watch?v=3OOnbOynpJE

ที่อยู่

โรงเรียนแม่มอญวิทยา ม. 2 ต. ห้วยชมภู อ. เมือง จ. เชียงราย
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กิจกรรมเพื่อนที่ปรึกษา YC : Youth Counselor โรงเรียนแม่มอญวิทยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท