ครูชายดอย Kru Doi Story

ครูชายดอย Kru Doi Story เรื่องราวของครูมือใหม่ 4 คน ที่ค้นหาความเป็นไปได้ของการศึกษา ณ เหนือสุดแดนสยาม

08/11/2021

[PBL.EP1] Project base Learning คืออะไร

คำคมอังกฤษกับครูนฬ ตอนที่ 1: ระเบียบ ● นกน้อย ● ความซ้ำซาก ● ความตาย  สวัสดีครับ ครูนฬเองครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำกิจกรรมให...
22/06/2021

คำคมอังกฤษกับครูนฬ ตอนที่ 1: ระเบียบ ● นกน้อย ● ความซ้ำซาก ● ความตาย

สวัสดีครับ ครูนฬเองครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำกิจกรรมใหม่ที่ผมจะทำร่วมกับนักเรียน คือการให้นักเรียนนำเสนอสุภาษิต คำพังเพย และคำคมภาษาอังกฤษกับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนเป็นเวลา 5 นาทีตอนต้นคาบเรียน โดยมีจุดประสงค์ในการตั้งโจทย์ให้นักเรียนได้เรียนรู้คำศัพท์อังกฤษใหม่ ๆ และสร้างความคุ้นชินกับวิธีการใช้ศัพท์เหล่านั้นในประโยค นอกจากนั้น นักเรียนยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริบททางวัฒนธรรมของประเทศตะวันตก และ บุคคลสำคัญของโลก ตามคำคมที่ตนหามาได้ และที่สำคัญคือการที่ผู้นำเสนอได้ฝึกการสื่อสาร และผู้ฟังได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นของตนมากขึ้นผ่านคำคมที่ผู้นำเสนอเลือกอีกด้วย

การที่ผมเลือกที่จะนำคำคมที่นักเรียนได้นำเสนอมาโพสต์บนเพจนั้น เพื่อที่จะเป็นดั่ง time capsule
สำหรับตัวนักเรียนเอง โดยหวังว่าวันหนึ่งพวกเขาจะได้ย้อนกลับมาดูคำคมที่พวกเขาเคยได้นำเสนอ และสะท้อนถึงแนวคิด มุมมอง และการเจริญเติบโตของพวกเขา นอกจากนั้น ผมหวังว่าคำคมเหล่านี้จะทำให้ผู้ติดตามเพจของพวกเราได้เรียนรู้อะไรไม่มากก็น้อยไปพร้อม ๆ กับนักเรียนนะครับ

สำหรับวันนี้ ผมขอใช้โพสต์นี้ในการแสดงรูปแบบการนำเสนอกิจกรรมด้วยคำคมที่ครูชายดอยทั้งสี่คนเลือกมานะครับ

ครูทิ้งเลือกคำคมจาก Cal Jung นักจิตบำบัดชื่อก้องโลก ผู้กล่าวไว้ว่า

"In all chaos there is a cosmos, in all disorder a secret order."
แปลว่า ในความยุ่งเหยิงใด ๆ นั้นยังมีระเบียบในจักรวาล ในความไม่เป็นระเบียบใด ๆ นั้นยังมีระเบียบแบบแผนที่ซ่อนเร้นอยู่

คำคมนี้มาจากย่อหน้าหนึ่งในหนังสือของ Carl Jung ที่เกี่ยวกับการตีความในสิ่งที่ไม่เป็นระเบียบของมนุษย์ ครูทิ้งจึงได้ฝากคำคมนี้ไว้ เพื่อให้ทุกท่านตีความว่าเขาพยายามจะสื่ออะไร

----------------

ครูนฬเลือกคำคมจากศาสตราจารย์ Wangari Maathai ผู้ผลักดันการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในเคนย่า และเป็นผู้หญิงชาวแอฟริกันคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ผู้กล่าวไว้ว่า

“I will be a hummingbird; I will do the best I can.” แปลว่า ฉันจะเป็นนกฮัมมิ่งเบิร์ด ฉันจะทำให้ดีที่สุด

โดยคำคมนี้มาจากเรื่องเล่าที่กล่าวถึงไฟป่าที่รุนแรง แล้วมีนกฮัมมิ่งเบิร์ดตัวน้อย ขนน้ำทีละหยดเพื่อที่จะดับไฟ ในขณะที่สัตว์อื่นที่มีกำลังมากกว่ายืนตะลึงอยู่เฉย ๆ ฉะนั้น คำคมนี้ต้องการจะสื่อว่า เราควรทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้องให้ถึงที่สุดแม้เราจะเป็นคนธรรมดา เพราะมันก็ยังจะมีค่ามากกว่าการนิ่งดูดายอย่างแน่นอน

----------------

ครูบอสเลือกคำคมที่คนมักบอกว่า Albert Einstein เคยพูดไว้ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของคำคมที่กล่าวไว้ว่า

“Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results.”
แปลว่า ความวิกลจริตคือการทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

คำคมนี้เป็นประโยคที่ครูบอสชอบในความมีเหตุผล เพราะเขามองว่า ถ้าเราอยากได้อะไรที่แตกต่าง ก็ต้องทำสิ่งใหม่ ๆ เช่นกัน

----------------

ครูปั๊มเลือกคำคมที่ตัวละคร Frenchie ในซีรี่ส์ The Boys ได้กล่าวไว้ว่า

“Irvin Yalom once said you die twice. Once when you stop breathing, and again when somebody utters your name for the last time.”
แปลว่า Irvin Yalom เคยกล่าวไว้ว่าคนเรานั้นตายสองครั้ง ครั้งหนึ่งตอนที่หมดลมหายใจ และอีกครั้งเมื่อมีคนพูดชื่อของคุณเป็นครั้งสุดท้าย

คำคมนี้ นอกจากจะกล่าวถึงการจดจำชีวิตของคนคนหนึ่ง ยังเป็นคำคมที่ให้เครดิตยากอีกด้วย เพราะหลายคนยกให้นักจิตวิทยา Irvin Yalom หรือไม่ก็ Banksy จิตรกร graffiti ชื่อดัง แต่ความเชื่อเรื่องการตายที่แท้จริงที่เกิดจากการถูกลืมนั้นสามารถย้อนไปได้ถึงชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ฟาโรห์มักจะสลักชื่อของตนทั่วสุสาน

----------------

แฟน ๆ ของเพจทุกท่านสามารถแสดงความสนับสนุนหรือความชอบใจในคำคมใดหนึ่งได้โดยการ react บนโพสต์ดังนี้ครับ

กด Love เพื่อแสดงความรักต่อระเบียบในจักรวาล

กด Care เพื่อส่งกำลังใจให้นกน้อยที่พยายามอย่างถึงที่สุดทุก ๆ คน

กด Wow เป็นการทำสิ่งใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใหม่ ๆ

กด Sad เพื่อรำลึกถึงคนที่มีคุณค่ากับชีวิตของคุณ เพื่อให้เขาไม่ถูกลืม

ติดตามชมคำคมที่นักเรียนเลือกได้ในคราวต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน See you next time!

28/05/2021

สวัสดีลูกค้าทุกท่านครับ

ขณะนี้เชอร์รี่ดอยได้ส่งถึงมือลูกค้าบางท่านแล้ว และพวกเราได้รับการตอบรับถึงคุณภาพของสินค้า ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยแสดงความคิดเห็น ข้อแนะนำต่าง ๆ เพื่อให้พวกเราเกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อไป

พวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และทางเพจจะติดต่อลูกค้าเกี่ยวกับการบริการและการชดเชยภายในวันพรุ่งนี้ครับ

ขออภัยเป็นอย่างสูง 🙏

25/05/2021

ขณะนี้ขอปิดรับ Pre-Order ก่อนนะคะ
ขออนุญาตเปิดอีกทีวันพฤหัสที่ 27 พ.ค. 64
กำลังจัดเตรียมเชอร์รี่ส่งสำหรับพรุ่งนี้ค่ะ
ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่อุดหนุนพวกเรา

**หมายเหตุ คนที่ตอบInboxเพจในการรับออเดอร์นั้นเป็นนักเรียนของเราเอง ดังนั้นหากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย พวกเรายินดีพร้อมรับคำติชมและขอบคุณทุกท่านที่แสดงความเห็น

ขอเชิญชวนทุกคนมาอุดหนุนเชอร์รี่ดอยจากพวกเรานักเรียนชาวเขา เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และรายได้แก่นักเรียน🍒 เชอร...
23/05/2021

ขอเชิญชวนทุกคนมาอุดหนุนเชอร์รี่ดอยจากพวกเรานักเรียนชาวเขา เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และรายได้แก่นักเรียน

🍒 เชอรร์รี่ดอย กิโลกรัมละ 60 บาท (ไม่รวมค่าส่ง, ส่งผ่าน Flash)
🍒 โปรโมชัน
- ทุกออเดอร์จะได้รับข้อความเขียนมือสุดพิเศษสำหรับคุณเท่านั้นจากนักเรียนชาวเขา
- เมื่อสั่งครบทุก ๆ 2 กิโลกรัม จะได้รับสิทธิ์สุ่มของแถมจากดอย 1 อย่าง จาก 3 อย่าง (ส่วนของแถมจะเป็นอะไรนั้นขออุบไว้ก่อนนะคะ 🤧😝)

เริ่ม Pre-Order ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 พ.ค. 64 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
ผ่านทาง Inbox Facebook Fanpage "ครูชายดอย Kru Doi Story"

เสริมสร้าง awareness ep.1 ม.2 สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเรียนรู้จักเเละเข้าใจตัวเองมากขึ้น คือ ทักษะ awareness เเล้วเราจะเริ่ม...
14/01/2021

เสริมสร้าง awareness ep.1 ม.2

สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเรียนรู้จักเเละเข้าใจตัวเองมากขึ้น คือ ทักษะ awareness

เเล้วเราจะเริ่มมันยังไงดี

เริ่มจากการรู้จักตัวเองไหม?

คาบที่ 2 ของ ม.2 หลังจากที่เราทำ first meet ไป

ผมเริ่มด้วยคำถามเล็กๆว่า

"อะไรในตัวเราที่เราภูมิใจที่สุด ถ้าบอกเหตุผลมาด้วยก็ดีนะ?"

หลังจากได้ยินคำถาม ทั้งห้องก็เงียบ ผมได้เเต่ถามตัวเอง ว่าเอายังไงต่อดี ด้วยความที่เราพึ่งเจอกันครั้งเเรกๆ

เลยเริ่มจากตัวเองละกัน เดียวครูจะตอบก่อนนะ
"เเล้วพวกเราคิกว่าครูภูมิใจอะไรในร่างกายครู จากที่มองเห็นนะ"
"ขนตาค่ะครู" เห้ยย เดาถูกได้ไง
ใช่ครับ ครูภูมิใจขนตาเพราะมันงอนมากจนเพื่อนผู้หญิงอิจฉา

แล้วของครูบอสล่ะครับ
"จมูกครับ เพราะจมูกครูโด่งมาก จนคนอื่นชอบทักว่าทำจมูกมา"
อ่า ถึงตาพวกเราเเล้ว ก็ยังเงียบบ...

เลยลองใช้ชื่ออ่าข่า ถามดูปรากฎว่ามีคนตอบ(ใช้ความเป็นกันเอง การใช้ชื่อใกล้ตัวเเสดงก็ความใส่ใจในรายละเอียดนักเรียนได้ด้วย)

ย : หนูชอบผมหนู มันยาวดีค่ะ
หลังจากนั้นก็มีคนตอบต่อ
ม : ชอบลักยิ้ม มันน่ารักดี
ซ : ชอบตาค่ะ มันโตดี
ส : หนูชอบคิ้วค่ะ เพราะคิดว่าคิ้วมันสวยดี
อ : ชอบรอยยิ้มตัวเองครับ เพราะผมอยากให้ทุกคนได้ยิ้ม
ก : ชอบซิกเเพคครับ เเค่นี้(เท่จัด)
พ : ชอบมือค่ะ หนูคิดว่ามันสวยดี
ด : ชอบรอยยิ้มค่ะ เพราะยิ้มเเล้วมันดูสดใส

บางคนก็คิดไม่ออกทันที เเต่ผมก็ไม่รีบ
ผมจะให้เวลาให้พวกเค้ามาก เพราะเค้าบอกมาว่าไม่ค่อยได้ตอบคำถามอะไรเกี่ยวกับตัวเอง

บางครั้งมันไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมาย เเค่คำถามง่ายๆก็เป็นจุดเริ่มต้นในการได้ทบทวนตัวเอง
สุดท้ายย การเห็นคุณค่าในตัวเองคือสิ่งที่เราสามารถมอบให้ตัวเองได้

แล้วคุณละภูมิใจอะไรในตัวเอง ?

อาคูแบเเซ่ อาคูอาบอส

#ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู #ครูทิ้งสตอรี่ #ครูบอสสตอรี่

เรื่องเล่าจากครูดอยวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 9-10 ม.ค. 2564 พวกเรา 4 คนได้มีส่วนร่วมในการทำฝาย เพื่อใช้เป็นระบบน้ำอุปโภคในโรงเ...
11/01/2021

เรื่องเล่าจากครูดอย

วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 9-10 ม.ค. 2564 พวกเรา 4 คนได้มีส่วนร่วมในการทำฝาย เพื่อใช้เป็นระบบน้ำอุปโภคในโรงเรียนบ้านป่าซางนาเงิน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูทิ้งเเละครูบอสประจำอยู่

จุดเริ่มต้นมาจากที่โรงเรียนบ้านป่าซางนาเงินมีปัญหาเรื่องน้ำ เนื่องจากฝายน้ำเดิมที่แห้งไป ทางโรงเรียนจึงประสานงานร่วมกับดอยตุงเข้ามาช่วยเเก้ปัญหาโดยการสร้างฝายใหม่ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านจากหมู่บ้านรอบ ๆ โรงเรียน ได้แก่ หมู่บ้านปางหนุนพัฒนา หมู่บ้านป่าซางแสนสุดแดน หมู่บ้านป่าซางนาเงิน หมู่บ้านป่ายางอาข่า เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วย

ก่อนที่จะถึงวันทำฝาย พวกเราพบว่าคณะครูผู้ชายในโรงเรียนของเรามีจำนวนน้อยมาก จึงตัดสินใจชวนครูปั๊มกับครูนฬมาช่วยทำฝายด้วยกัน ปรากฏว่าทั้งสองคนสนใจ จึงขึ้นมากินนอนอยู่ที่โรงเรียนด้วยกันแบบไม่มีน้ำใช้หรือน้ำอาบ ซึ่งภาพแรกที่ทุกคนคิดในหัวเกี่ยวกับการทำฝาย คือ การทำฝายในป่าคงคล้ายงานอาสาต่อเเถวยกก้อนหิน ผสมหินปูน น่าจะสนุกสนาน ชิว ๆ กันแน่เลย

วันเสาร์ที่ 9 ม.ค. นัดรวมตัวกันเวลา 08.30 น.
มีชาวบ้านประมาน 50 คน พวกเรา 4 คน กับครูผู้ชายที่โรงเรียน โดยมีครูผู้หญิงทำข้าวห่อใส่ถุงให้พวกเราพกเข้าป่าไป เริ่มต้นแผนการทำงานในวันแรก จะแบ่งคนออกเป็น 2 ทีม ทีมแรกขนวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับทำฝาย และทีมสองรื้อท่อน้ำเก่าเพื่อนำมาใช้ พวกเราทั้ง 4 คนได้อยู่ทีมสอง จะต้องรื้อท่อน้ำเก่าในป่าที่อยู่ตามแนวเขาเป็นระยะทางประมาณ 2 กม. หลังจากแบ่งงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เริ่มเดินทางเข้าป่าด้วยความพร้อม มุ่งมั่น ตั้งใจเป็นอย่างมาก ในตอนแรกทุกคนเดินทางกันอย่างสนุก เดินไปเรื่อย ๆ ชิว ๆ แต่สักพักเริ่มรู้สึกว่าจอบที่แบกหนักขึ้น ไหนจะน้ำดื่มที่แบกมาด้วยก็หนัก ข้าวที่ห่อมาก็หนักไปอีก ยิ่งไปกว่านั้นทางที่ชันมาก ๆ ก็เดินขึ้นอย่างลำบาก ทางชันลงก็ต้องระมัดระวังเดินช้า ๆ กลัวจะไถลลงไป กลัวข้าวจะหกลงพื้นหมด (ห่วงข้าวมากกว่าความปลอดภัยอีก) กว่าจะเดินไปถึงฝายเรียกได้ว่าเหนื่อยตั้งเเต่ยังไม่ได้เริ่มงานเลย หลังจากถึงฝายพวกเราก็วางน้ำดื่มและข้าวพักไว้ที่นี่ เพื่อกลับมากินตอนเที่ยง จากนั้นก็เดินเข้าป่าไปขุดท่อน้ำเก่า ระหว่างทางก็มีทางเดินที่พื้นที่เดินกว้าง สามารถขุดท่อได้สบาย แต่ก็มีบางทางเดินที่แคบมาก ๆ มีความกว้างแค่ 10 ซม. แค่จะยืนให้มั่นคงยังยากเลย แต่พวกเราก็ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานต่อไป โดยเฉพาะครูนฬมีพลังงานล้นเหลือมาก เป็นส่วนหน้าในการบุกเบิกทางให้
สิ่งที่ประทับใจในการทำงานวันนี้คือ ชาวบ้านทุกคนให้การต้อนรับดี และให้ความช่วยเหลือพวกเราดีมาก พยายามที่จะสื่อสารภาษาไทยกับเรา (ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองสำหรับพวกเขา) นอกจากนั้นชาวบ้านยังแบ่งขนมให้พวกเรากินระหว่างอยู่ในป่า เพราะพวกเราวางน้ำดื่มและข้าวไว้ที่ฝาย และบางครั้งที่จอบหลุด ก็ได้ชาวบ้านซ่อมให้ ชาวบ้านเก่งมากเรื่องเข้าป่า เดินกันคล่องแคล่วเหมือนเป็นทางราบเลย
จบวันเเรกพวกเราเหนื่อยกันมาก ๆ การเข้าป่าในวันนี้ไม่ใช่ภาพในหัว และไม่ใช่งานที่ง่ายเลย ทุกครั้งที่ก้าวเดินมีโอกาสหกล้ม บาดเจ็บ หรือหนักสุดคงตกเขา นี่คงเป็นการเดินป่าที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตของพวกเรา

วันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค. นัดรวมตัวกันเวลาเดิม 08.30 น.
ในวันนี้พวกเราได้ย้ายไปช่วยทีมทำฝาย เมื่อเริ่มเดินทางเข้าป่า ซึ่งเป็นเส้นทางเดิมที่เมื่อวานได้ผ่านมาแล้ว แต่พอมาในวันนี้พวกเรากลับรู้สึกทางเดินมันไกลขึ้น รู้สึกเหนื่อยกว่าเดิม และยังเริ่มมีอาการปวดเข่าเสริมเข้าไปอีก แต่ก็พยายามเดินไปถึงฝายจนสำเร็จ เมื่อเริ่มทำงานชาวบ้านก็เอาฝายเก่าออก เพื่อทำฝายใหม่ส่วนหน้าที่ของพวกเราก็คือการยกก้อนหินมาไว้ใกล้ ๆ กับฝาย พวกเราตั้งแถวกัน 4 คน แล้วเริ่มขนหิน (เป็นภาพที่พวกเราได้วาดฝันไว้ว่าอยากจะทำ 555) หลังจากที่ขนหินเสร็จก็เริ่มผสมปูน ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ลองทำเป็นครั้งแรกสำหรับครูบอส ครูปั๊ม และครูนฬ เมื่อผสมจนปูนเริ่มใช้งานได้ พวกเราก็ตั้งแถว เพื่อส่งปูนและหินไปให้ชาวบ้าน
สิ่งที่ตลกที่สุดในวันนี้ คือ มีนักเรียนของพวกเราคนนึงซึ่งอยู่ทีมเดินท่อ ได้เดินเข้ามาหาพวกเราพร้อมต้นไม้ชนิดหนึ่ง และพูดว่า “ครู ๆ ครูลองกินดู มันจะออกหวาน ๆ” หลังพูดจบนักเรียนคนนั้นก็เดินกลับเข้าไปทำงานต่อในป่า พอพวกเราได้กินก็พบว่ามันเปรี้ยวมาก ไม่เห็นจะหวานเหมือนที่บอกเลย ปัดโธ่! ซึ่งต้นไม้นี้ให้ความรู้สึกผิวสัมผัสเหมือนกับชมพู่ รสชาติดีกว่าที่คิด กรอบ ๆ และนักเรียนแนะนำให้เอาไปยำแล้วจะอร่อยกว่าเดิม
ในวันที่สองนี้พวกเราไม่เหนื่อยมาก เป็นประสบการณ์ที่สนุกและได้เรียนรู้หลาย ๆ สิ่งมากขึ้น

สุดท้ายนี้พวกเรารู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำฝายน้ำเพื่อที่จะช่วยเหลือโรงเรียน ช่วยเหลือนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนให้มีน้ำใช้อุปโภคในอนาคต และพวกเรายังได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ถึงแม้จะเหนื่อยหน่อย เเต่ก็คุ้มค่าเช่นกัน

#ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู

สวัสดีครับ ชื่อ ครูทิ้ง หรือ ศุภชัย หรือ ศุภทิ้ง หรือ ศภช  ตามลำบากที่จะเรียกเลยครับเราเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้มีต้นทุนท...
19/12/2020

สวัสดีครับ ชื่อ ครูทิ้ง หรือ ศุภชัย หรือ ศุภทิ้ง หรือ ศภช ตามลำบากที่จะเรียกเลยครับ

เราเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้มีต้นทุนทางการศึกษามาก ค่อนข้างที่จะปากกัดตีนถีบมาก โตมากับปัญหาความรุนเเรงในครอบครัวเเละปัญหาสังคม เเต่สิ่งที่พลิกทำให้มาถึงจุดนี้ได้คือการศึกษา เเละทำให้ชีวิตลงตัวขึ้นมาก ทั้งกับตัวเองเเละครอบครัว ทำให้เห็นภาพว่าการศึกษามีอิทธิพลขนาดไหนต่อคุณภาพชีวิตของเรา จนเลือกเข้ามาเรียนคณะที่จะออกไปเป็นครูต่อไป ตอนเเรกไม่ได้เจอตัวเอง เเค่ลองเข้ามาเพราะคำเเนะนำของครูสมัยมัธยม เเต่พอได้เจออาจารย์ในมหาวิทยาลัยก็ทำให้เราจุดประกายในเรื่องคุณค่าของวิชาชีพนี้มาก จนจริงจังกับตัวเอง ตั้งใจศึกษาในเนื้อหาด้วยตัวเองเเละสนใจเรื่องปัญหาการศึกษามากขึ้น จนตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดว่า “ปัญหาการศึกษาไทยใครควรเป็นคนแก้” พอเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ คำถามเดิมของเรากลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มาเป็น “เเล้วเราจะมีส่วนร่วมต่อปัญหาการศึกษายังไง” หลังจากที่เคยสอนประถมมาในอุทัยธานี และสอนมัธยมในกทม. ทำให้ตัดสินใจกับตัวเองว่า เราคิดว่าเราอยากทำงานการศึกษาจากด้านนอก ไม่ใช่ในระบบ เราอยากให้คนในระบบดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจนี้ จนตอนนี้ได้มาสอนบนดอย เราตื่นเต้นมาก ทั้งบรรยากาศ สภาพเเวดล้อม ความท้าทายต่างๆ เเละนักเรียนที่น่ารักมาก

ที่สุดแล้ว สิ่งที่จะบอกตัวเองต่อการมาทำงาน ณ ที่นี้ คือ เรามาเพื่ออะไร เราจะพัฒนานักเรียนยังไง ยอมรับตรงๆ เลยว่ามีความกดดันอยู่บ้าง ด้วยความคาดหวังว่าห้องเรียนของเราจะเป็นห้องเรียนแห่งความสุข เเละพึงเตือนตัวเองเสมอว่า เรามาเพื่อพัฒนานักเรียนในตัวตนของเขา ไม่ใช่การมายัดเยียดความคิดเราให้เขา

สุดท้ายเเล้ว เราอาจจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการศึกษาไม่ได้ในเร็วๆ นี้ เราเปลี่ยนทุกคนไม่ได้ เเต่เราเปลี่ยนบางคนได้ คนที่อยู่ต่อหน้าเราในความรับผิดชอบของเรา เเละที่สำคัญ คือ เราเปลี่ยนเเปลงตัวเองเเล้วหรือยัง

ปล. ชอบชื่อภาษาอ่าข่าที่นักเรียนตั้งให้มา อาคู่แบเเจ๋ แบเเจ๋ แปลว่า ทิ้ง

#เพราะการศึกษาเป็นปัญหาของทุกคน
#ครูทิ้งสตอรี่ #ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู

สวัสดีครับ ชื่อครูปั๊มเอาจริงๆผมก็เป็นคนนึงที่ใช้ชีวิตค่อนข้างปกติ จะเรียกว่าเรียบง่ายเลยก็ได้ตั้งแต่เด็กก็ไม่ใช่คนหัวดี...
18/12/2020

สวัสดีครับ ชื่อครูปั๊ม
เอาจริงๆผมก็เป็นคนนึงที่ใช้ชีวิตค่อนข้างปกติ จะเรียกว่าเรียบง่ายเลยก็ได้ตั้งแต่เด็กก็ไม่ใช่คนหัวดีอะไร แต่ก็ไม่ได้รั้งอยู่ท้ายห้อง และด้วยที่ว่าเป็นคนชอบปล่อยอะไรเลยตามเลย ใครชวนให้ทำอะไรก็ทำ เพราะเป็นคนแบบนี้ตอนสมัยเรียนเลยได้ทำกิจกรรมเยอะ เพราะเพื่อนชอบเรียกไปช่วยงาน ก็เป็นคนแบบนั้นมาจนกระทั่งเรียนจบ และพอยังหางานทำไม่ได้อยู่ช่วงนึง จึงมีเพื่อนคนนึงแนะนำโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตอนนั้นผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าผมอยากเป็นครูจริงๆไหม
จากวันนั้นก็ผ่านเรื่องราวมากมายที่เป็นเหมือนบททดสอบเพื่อถามตัวเองอีกครั้งว่า "เรายังอยากเป็นครูไหม"
เอาจริงๆ นะครับ ผมขี้เกียจหาคำตอบแล้ว ในข้อสอบถ้าคุณไม่ตอบนั้นแปลว่าคุณได้ 0 คะแนน แต่ผมว่าชีวิตมันสนุกกว่านั้น
คำถามบางคำถามมันอาจไม่ได้ต้องการคำตอบในตัวมันก็ได้ เพราะไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นอะไร ตอนนี้ผมสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้... ในฐานะครูปั๊ม
#ฝากติดตามชีวิตของครูดอยทั้ง4คนด้วยครับ
#ครูปั๊มสตอรี่ #ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู

การใช้ Emergenetics เพื่อการสื่อสารและทำงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ครูนฬได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ emerg...
16/12/2020

การใช้ Emergenetics เพื่อการสื่อสารและทำงาน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ครูนฬได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ emergenetics และการใช้งานเพื่อการสื่อสารและการทำงานมาครับ

คำว่า emergenetics นั้นมาจากคำว่า emerge + genetics ที่แปลว่า โผล่ออกมา และพันธุกรรม เพราะผู้ดีไซน์โมเดลนี้มองเห็นว่าบุคลิกลักษณะของคนใดหนึ่งนั้น เกิดมาจากการโผล่ออกมาตามประสบการณ์ชีวิต และจากกรรมพันธ์ุที่อยู่ติดตัวคนใดหนึ่งมาแต่กำเนิด
ในนัยหนึ่ง emergenetics นี้ก็คือการนำทฤษฎีทางจิตวิทยามาทำเป็นแบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับ The Big Five พอสมควร

Emergenetics นั้นจะมีการวัด 7 คุณลักษณะด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 4 ลักษณะทางความคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายใน จากพันธุกรรม เป็นมุมมองของคนใดหนึ่งต่อโลก ยากต่อการเปลี่ยนแปลง และ 3 ลักษณะทางการแสดงออก ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ชีวิต อายุ

ลักษณะทางความคิดนั้น จะแบ่งเป็น 4 ลักษณะตามสองมาตรวัด คือ ความเป็น รูปธรรม นามธรรม และ ความคิดบรรจบ ความคิดกระจาย ดังนี้

Abstract
นามธรรม
Analytical I Conceptual
เชิงวิเคราะห์ I เชิงมโนภาพ
Convergent ----------------------------------- Divergent
คิดบรรจบ Structural I Social คิดกระจาย
เชิงโครงสร้าง I เชิงสังคม
Concrete
รูปธรรม

โดยแต่ละคนจะมีลักษณะทั้งสี่แบบอยู่ในตัวในสัดส่วนที่ต่างกัน ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการคิดของคนใดหนึ่งแบบองค์รวมได้ดี โดยไม่ตีตราเขาว่าเป็นแบบใดหนึ่งมากเกินไป

เมื่อนำลักษณะทางความคิดทั้งสี่แบบมาพิจารณาในบริบทการทำงาน คนที่มีลักษณะแต่ละประเภทก็จะมีคำถามที่ให้ความสำคัญต่างกัน ดังนี้

Why? ทำไม I What if? ถ้าเกิดว่า
---------------------------------------------
How? อย่างไร I Who? ใคร

ส่วนลักษณะทางการแสดงออกนั้น จะวัดว่าเรามีคุณลักษณะเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

Expressiveness คือการแสดงออกความคิดความเห็นของตน

Assertiveness คือ การผลักดันไอเดียของตนต่อผู้อื่น

Flexibility คือความยืดหยุ่นหรือความพร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดและการกระทำ


เมื่อนำมาพิจารณาในบริบทการทำงาน คนที่มีลักษณะแต่ละประเภทก็จะมีวิธีทำงานต่างกันดังนี้
เตรียมงานฉายเดี่ยว คุยงานกับคนอื่น
หาข้อตกลง ผลักดันแนวคิด
การตัดสินใจถือเป็นที่สิ้นสุด การตัดสินใจเป็นเพียงร่าง

ซึ่งคำถามสำคัญของงานและวิธีทำงานที่ประยุกต์มาจากเกณฑ์ประเมินบุคลิกลักษณะของ Emergenetics นั้นเป็นพื้นฐานในการที่เราจะเข้าใจ สื่อสาร และทำงานกับผู้ร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิทยากรได้ยกตัวอย่างการนำไปใช้กับสองหัวข้อ ก็คือการสร้างเสริมสัมพันธ์ และพัฒนาการสื่อสาร เช่น การสื่อสารให้ได้ผลดีกับคนที่สนใจด้านสังคม ก็คือการใช้เรื่องราวในการสื่อความ ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน และ แสดงความจริงใจ เป็นต้น

ที่สุดแล้ว Emergenetics ก็คือเครื่องมือและกรอบความคิดแบบหนึ่งที่ช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือผู้อื่น แต่ทว่า ด้วยการที่เครื่องมือนี้ให้ความสำคัญกับความแม่นยำและการอิงหลักวิทยาศาสตร์พอสมควร ทำให้การที่จะใช้มันให้ได้ผลดีที่สุดต้องผ่านกระบวนการและการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทำให้ Emergenetics นี้ไม่เหมาะสมกับบริบทชีวิตทั่วๆ ไปนัก แต่ดูจะเหมาะกับการใช้เพื่อจุดประสงค์ที่สำคัญ เช่น การเข้าใจและพัฒนาตนเอง หรือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานในองค์กร เป็นต้น

ขอขอบคุณ พัฒนาด้วยกัน-ต์ สำหรับการเรียนรู้กรอบความคิดแบบใหม่ในครั้งนี้
ผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับ emergenetics เพิ่มเติม หรือต้องการนำแบบทดสอบนี้ไปใช้ ไม่ว่าในบริบทส่วนตัวหรือในระดับองค์กร สามารถติดต่อ พัฒนาด้วยกัน-ต์ ผู้เป็น emergenetics associate ได้เลยนะครับ

ครูนฬ

#ครูนฬสตอรี่ #ครูนฬlearning #ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู

ครูนฬ (อ่านว่า นน นะครับ ไม่ใช่ นพ)ผมถือว่าผมเป็นคนที่ได้รับต้นทุนทางการศึกษาที่สูงคนหนึ่ง ในช่วงประถม แม่ของผมเชิญคุณคร...
13/12/2020

ครูนฬ (อ่านว่า นน นะครับ ไม่ใช่ นพ)

ผมถือว่าผมเป็นคนที่ได้รับต้นทุนทางการศึกษาที่สูงคนหนึ่ง ในช่วงประถม แม่ของผมเชิญคุณครูฝรั่งมาใช้เวลากับผมที่บ้าน ทำให้ผมได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากพอที่จะขยายผลและเรียนรู้เองต่อไป อีกทั้งยังได้รับการส่งเสียเรียนโรงเรียนอินเตอร์ตอน ม. ปลาย ทำให้ได้เรียนหลากหลาย ขัดเกลาภาษา และเสริมสร้างความเป็นพลเมืองโลกของตนเป็นอย่างดี ทว่า จากการที่ผมสามารถทำผลการเรียนได้ค่อนข้างดีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักมาโดยตลอด ทำให้ผมขาดความพยายามสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน ซึ่งทำให้ผมไม่ได้เรียนต่อต่างประเทศ จึงได้เลือกเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกลายเป็นคนที่เสาะหากิจกรรมและงานเสวนาหัวข้อต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเอง ค้นหาสิ่งที่ตนสนใจ และช่วยในการตั้งเป้าหมายชีวิตที่น่าภาคภูมิใจต่อไป

หลังจากการใช้เวลาในรั้วมหาวิทยาลัย และ gap year ในการลองทำอะไรที่หลากหลาย และพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ก็ได้ตกผลึกความคิดว่าต้องการอุทิศชีวิตของตนเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา ความเหลื่อมล้ำ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าส่วนสำคัญของการตั้งเป้าหมายในชีวิตเช่นนี้เกิดมาจากความต้องการที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาให้เกิดประโยชน์ และด้วยความเชื่อว่าคนทุกคนสมควรได้รับโอกาสและพื้นที่ในการสำรวจและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในรูปแบบที่ตนเลือกเอง ซึ่งที่สุดแล้ว ก็คือการสร้างสภาวการณ์ที่ทำให้ทุกคนสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้นั่นเอง

เมื่อเป้าหมายผมเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ด้วยความที่ผมยังขาดความเข้าใจในระบบการศึกษา จึงตัดสินใจมาเป็นครู เพื่อที่จะสัมผัสกระบวนการการศึกษาไทยให้ถึงลูกถึงคน และใช้ไฟแห่งวัย(ค่อนข้าง)เยาว์เพื่อผลักดันความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับชีวิตของนักเรียน คุณครู และชุมชนที่ผมปฏิสัมพันธ์ด้วย เพื่อวันหนึ่งจะได้นำประสบการณ์นี้มาสร้างและขยายผลการเปลี่ยนแปลงตามกำลังและความสามารถต่อไป

ป.ล. ถ้าใครสงสัยว่าทำไมรูปผมไม่ได้เป็นชื่อเล่นเหมือนคนอื่นเขา ผมว่ามันเกิดจากการที่ชื่อจริงของผมฟังดูมีเอกลักษณ์กว่า เลยมีแรงดึงดูดให้หลายๆ คนเรียกชื่อจริงแทนครับ ซึ่งรวมถึงเพื่อนที่วาดรูปให้ด้วย ก็ดีครับ ได้เป็นคนมีเอกลักษณ์เสมอต้นเสมอปลาย ฮ่าๆๆ

ป.ล.ล. ขอขอบคุณที่สนใจและติดตามเรื่องราวและการเดินทางของพวกเรานะครับ ผมเชื่อว่าพวกเราสี่คนจะมีอะไรมาเล่าอยู่เรื่อยๆ และแต่ละคนก็จะมีแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ได้อรรถรสที่หลากหลาย ส่วนคราวหน้าจะได้ทำความรู้จักมุมมองของใครนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ

#ครูนฬสตอรี่ #ครูชายดอย #ครูดอยคอยดู

ที่อยู่

Doi Tung, Mae Fah Luang
Chiang Rai
57240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ครูชายดอย Kru Doi Storyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท