เลี้ยงลูกให้สมองดี by อาจารย์แอลลี่

เลี้ยงลูกให้สมองดี by อาจารย์แอลลี่ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เลี้ยงลูกให้สมองดี by อาจารย์แอลลี่, ครูสอนพิเศษ/ครู, Chiang Rai.

อาจารย์แอลลี่ 👩‍⚕️
อดีตอาจารย์พยาบาลด้านสุขภาพจิตและจิตเวช
ที่ผันตัวมาเป็นคุณแม่โฮมสคูล แบ่งปันด้วยใจ
ทั้งเรื่อง EF พัฒนาการเด็ก ความสุขในครอบครัว
การดูแลใจพ่อแม่ และแนวทางสร้างรายได้จากบ้าน
"เพราะพ่อแม่ที่มีความสุข คือจุดเริ่มต้นของลูกที่มั่นคง"

09/07/2026

เราไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬา เพราะอยากให้ลูกเป็นนักกีฬา แต่เพราะกีฬาสอนเรื่องวินัย ความอดทน การดูแลตัวเอง และพัฒนาทักษะสมอง EF ที่สำคัญต่อชีวิต เพราะสิ่งที่มีค่ากว่าเหรียญรางวัล คือการที่ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงทั้งกาย ใจ และมีความสุข🩷

🌸 เมื่อผลสอบบัลเล่ต์ไม่ได้บอกแค่ว่า "เต้นเก่ง" แต่กำลังบอกว่า "สมองกำลังเติบโต"ขอแสดงความยินดีกับพี่อองฟองต์และน้องแอลฟ่...
02/07/2026

🌸 เมื่อผลสอบบัลเล่ต์ไม่ได้บอกแค่ว่า "เต้นเก่ง" แต่กำลังบอกว่า "สมองกำลังเติบโต"

ขอแสดงความยินดีกับพี่อองฟองต์และน้องแอลฟ่าด้วยนะคะ 🎉

ผลการสอบเกรดบัลเล่ต์หลักสูตร SFD จากออสเตรเลีย เพื่อเลื่อนระดับชั้นในปีนี้ เด็ก ๆ ทั้งสองคนได้รับผลการประเมินในระดับ "เกียรตินิยม" ค่ะ

ที่ทำให้คุณแม่ใจฟูไม่ใช่แค่ผลคะแนน แต่เป็นความคิดเห็นจากคุณครูผู้ประเมินจากออสเตรเลียที่ส่งกลับมาให้เด็ก ๆ เป็นรายบุคคล อ่านแล้วรู้สึกถึงความตั้งใจ ความพยายาม และพัฒนาการของเด็ก ๆ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเลยค่ะ

การสอบครั้งนี้จัดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่บ้านบัลเล่ต์ สาขาเชียงคำ ก่อนการแข่งขันที่เชียงใหม่ โดยท่าที่ใช้สอบเป็นท่าพื้นฐานเดียวกับที่ใช้แข่งขัน เด็ก ๆ จึงได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและนำสิ่งที่เรียนไปใช้ได้จริง

หลายคนอาจมองว่าการสอบเกรดหรือการแข่งขันเป็นเรื่องของผลลัพธ์ แต่ในมุมของอาจารย์แอลลี่ สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าคะแนนหรือรางวัล คือ "กระบวนการ" ที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ระหว่างทางค่ะ

✨ ระหว่างการเตรียมตัวสอบ เด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะสมอง EF (Executive Functions) อย่างรอบด้าน

🧠 การตั้งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence)
เด็ก ๆ รู้ว่าตัวเองกำลังเตรียมตัวเพื่ออะไร ต้องฝึกท่าไหน และอยากทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด การมีเป้าหมายช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะพยายามต่อเนื่อง แม้ผลลัพธ์จะยังไม่เกิดขึ้นทันที

🧠 การวางแผนและจัดการตนเอง (Planning & Organizing)
เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ว่าควรซ้อมอะไร ซ้อมส่วนไหนเพิ่ม และใช้เวลาอย่างไรให้พร้อมก่อนวันสอบ เป็นการฝึกคิดอย่างเป็นระบบและบริหารจัดการตนเอง

🧠 ความจำใช้งาน (Working Memory)
การจดจำลำดับท่า รายละเอียดการเคลื่อนไหว จังหวะดนตรี และคำแนะนำจากคุณครู เป็นการฝึกให้สมองสามารถเก็บและนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🧠 การยับยั้งควบคุมตนเอง (Inhibitory Control)
บางครั้งเด็กอาจเหนื่อย ง่วง หรืออยากไปเล่นมากกว่าซ้อม แต่ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองและทำสิ่งที่ควรทำ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่อยากทำในขณะนั้น

🧠 ความเพียรพยายามและความอดทน (Persistence)
ท่าบางท่าอาจทำไม่ได้ในครั้งแรก ต้องฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็ก ๆ จึงได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จต้องอาศัยเวลาและความพยายาม

🧠 ความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility)
ในวันสอบจริงอาจมีความตื่นเต้น ลืมท่า หรือเจอสถานการณ์ที่ไม่เหมือนตอนซ้อม เด็กต้องปรับตัวและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผ่านไปได้

🧠 การจัดการอารมณ์ (Emotional Control)
การสอบต่อหน้าคณะกรรมการเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเด็กเล็ก เด็ก ๆ ได้ฝึกจัดการกับความตื่นเต้น ความกังวล และเรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดภายใต้แรงกดดัน

🧠 ความมั่นใจและความกล้าแสดงออก (Self-Confidence)
ทุกครั้งที่เด็กกล้าขึ้นแสดง กล้าสอบ หรือกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ เด็กจะค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในหลายด้าน

สิ่งที่เด็กได้รับจากการสอบ อาจไม่ใช่เพียงการเลื่อนระดับชั้น แต่คือการได้ฝึกใช้สมอง EF แทบทุกด้านผ่านประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเด็กค่ะ

✅ตลอด 1 ปีที่เด็ก ๆ เรียนกับบ้านบัลเล่ต์เชียงราย อาจารย์แอลลี่ชอบแนวทางการจัดการเรียนรู้มาก เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้เรียนแค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสขึ้นเวทีแสดงในงานต่าง ๆ มีการสอบเกรด และมีเวทีการแข่งขันให้เลือกเข้าร่วมตามความพร้อมของแต่ละครอบครัว

ทั้งหมดนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาอย่างสมดุล ทั้งร่างกาย บุคลิกภาพ ความกล้าแสดงออก ความรับผิดชอบ และความมั่นใจในตัวเอง

📌สำหรับบ้านเรา สิ่งที่เห็นชัดที่สุดตลอดปีที่ผ่านมา คือเด็ก ๆ ยืนตัวตรงขึ้น เคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น มีวินัยมากขึ้น และกล้าแสดงออกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จึงอยากบอกคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหากิจกรรมให้ลูกว่า...

หากลูกชอบบัลเล่ต์ อาจารย์แอลลี่เชียร์เลยค่ะ ❤️

เพราะบัลเล่ต์ไม่ได้สอนแค่การเต้น แต่กำลังสอนการควบคุมร่างกาย การฝึกสมาธิ การสร้างความมั่นใจ และการพัฒนาทักษะสมอง EF ไปพร้อมกัน

และหากลูกกำลังเรียนอยู่แล้ว กำลังลังเลว่าจะสอบเกรดหรือแข่งขันดีไหม...

ถ้าคุณครูประเมินว่าน้องพร้อม น้องอยากทำ และครอบครัวมีกำลังสนับสนุน อาจารย์แอลลี่เชียร์ให้ลองค่ะ

เพราะบางครั้งสิ่งที่เด็กได้รับกลับมา อาจไม่ใช่แค่ใบประกาศหรือถ้วยรางวัล

แต่เป็นความภูมิใจในตัวเอง ความกล้าที่จะพยายาม และความเชื่อมั่นว่า "ฉันทำได้"

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะติดตัวเขาไปนานแสนนานเลยค่ะ🌷✨

#เลี้ยงลูกให้สมองดี
#อาจารย์แอลลี่
#ทักษะสมองEF
#บัลเล่ต์

📌 “เรียนโฮมสคูล...ไม่กลัวลูกไม่มีเพื่อนเหรอ?” คำถามยอดฮิตที่คนเป็นแม่ตอบกี่ทีก็ไม่เบื่อ​หลายครั้งค่ะที่มีคนถามอาจารย์แอล...
21/06/2026

📌 “เรียนโฮมสคูล...ไม่กลัวลูกไม่มีเพื่อนเหรอ?” คำถามยอดฮิตที่คนเป็นแม่ตอบกี่ทีก็ไม่เบื่อ

​หลายครั้งค่ะที่มีคนถามอาจารย์แอลลี่ว่า “ให้ลูกเรียนโฮมสคูล แล้วลูกจะเข้าสังคมยังไง ไม่กลัวลูกเหงา ไม่มีเพื่อนเหรอ?” อาจารย์เข้าใจในความหวังดีของทุกคนนะคะ แต่คำว่า “Homeschool” หรือ “บ้านเรียน” สำหรับพวกเรา ไม่ได้หมายความว่าเราขังลูกไว้ให้อยู่แต่ในบ้านค่ะ

หลายคนเข้าใจผิดว่า Homeschool ต้องเรียนแค่ในบ้าน แต่ความจริงแล้ว บ้านเป็นแค่จุดเริ่มต้นค่ะ โลกกว้างต่างหากคือห้องเรียนของลูก เราออกแบบการเรียนรู้ให้เขาได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ เดินทางทัศนศึกษา เข้าพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ หรือเรียนรู้จากผู้คนรอบตัว เพราะการเรียนรู้ของเด็กบ้านเรียนไม่มีกำแพงกั้น และทุกสถานที่คือโรงเรียนสอนทักษะชีวิตที่ดีที่สุดค่ะ

​🏡 โรงเรียนมีเพื่อนเยอะกว่า...แล้วโฮมสคูลไม่มีเพื่อนจริงไหม?

​ถ้าเด็กบ้านเรียนจะขาดทักษะสังคม ก็อาจจะใช่...หากเราให้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเด็กโรงเรียนหรือเด็กโฮมสคูล ทุกคนมีบุคลิกภาพเฉพาะตัว บางคนเข้าหาคนง่าย บางคนชอบอยู่เงียบ ๆ ไม่ต่างกันเลยค่ะ
​แต่สิ่งที่เด็กบ้านเรียนได้เปรียบคือ "สังคมที่หลากหลายกว่า" ในโรงเรียนเด็ก ๆ จะถูกแบ่งห้องตามช่วงอายุ ซึ่งเป็นเพียงสังคมจำลอง แต่ในชีวิตจริง เราไม่ได้คุยแค่กับคนอายุเท่ากัน

​เด็กโฮมสคูลหลายบ้าน รวมถึงบ้านของอาจารย์แอลลี่เอง ลูก ๆ ได้ฝึกคุยกับคนทุกวัย ตั้งแต่เพื่อนรุ่นพี่ รุ่นน้อง ผู้ใหญ่ คุณแม่บ้าน พี่ ๆ รปภ. ไปจนถึงคนแปลกหน้าที่เจอกันตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้พวกเขามีทักษะการประสานงานและเข้าสังคมในโลกกว้างได้อย่างเป็นธรรมชาติมากค่ะ

​✨ เลือกสังคมให้ลูกตั้งแต่เด็ก “สร้างภูมิคุ้มกัน” ดีกว่าปล่อยให้เจอ “บาดแผลฝังใจ”

​มีคนตั้งคำถามว่า “ทำแบบนี้คือการเลือกสังคมให้ลูกหรือเปล่า? เด็กควรไปเจอเรื่องแย่ ๆ บ้าง จะได้มีภูมิต้านทาน”

​ในฐานะแม่ อาจารย์แอลลี่ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมเราต้องปล่อยให้ลูกไปเผชิญกับสิ่งไม่ดีตั้งแต่เขายังเล็ก ๆ ด้วยล่ะคะ? ย้อนกลับไปตอนอนุบาล อาจารย์แอลลี่เคยโดนเพื่อนเอารองเท้าตบหน้า บาดแผลแบบนั้นมันไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กคนไหนเลย โลกภายนอกมีคำหยาบ มีการบูลลี่ มีการแกล้งกันจริงค่ะ แต่การที่เขาอยู่ในสายตาเรา เมื่อเขาเจอ เราสามารถโอบกอดและสอนเขาได้ทันที

​การสร้าง "ภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจากความรักในครอบครัว" เพื่อให้เขาเติบโตไปเป็นคนที่เข้มแข็ง ย่อมดีกว่าการสร้างภูมิต้านทานด้วยการให้เขาไปเผชิญบาดแผลที่อาจฝังใจไปจนโต

​💕 จากใจแม่โฮมสคูล: เพราะทักษะสังคม...เริ่มต้นที่ครอบครัว

ใครว่าเด็กโฮมสคูลไม่มีเพื่อน...เด็ก ๆ บ้านนี้มีเพื่อนทุกที่ที่ไปทั้งเรียนดนตรี ร้องเพลง บัลเล่ต์ ว่ายน้ำ ไปจนถึงวิ่งเทรล จนตอนนี้กลายเป็นศูนย์รวมความสนุกของเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านไปแล้วค่ะ

​มีครบหมดทั้งเพื่อนโรงเรียนรัฐ เอกชน ทางเลือก และอินเตอร์ ทำให้เห็นเลยค่ะว่า เด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเรียนโรงเรียนเดียวกัน หรืออยู่ชั้นเรียนเดียวกันเลย ก็สามารถเปิดใจ เป็นเพื่อนกัน และเติบโตไปด้วยกันได้

​จนบางทีแม่อย่างอาจารย์ที่รักความสงบ อยากอยู่บ้านเงียบ ๆ ก็ต้องยอมเปิดบ้านต้อนรับแก๊งเด็ก ๆ หรือพาลูกออกไปทำกิจกรรม เพราะเรารู้ว่านี่คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างทักษะสังคมในโลกกว้างให้เขาค่ะ

​สุดท้ายแล้ว ลูกจะมีเพื่อนหรือไม่มีเพื่อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขา “เรียนที่ไหน” แต่อยู่ที่ “การฝึกฝนทักษะสังคม” มากกว่าค่ะ

​สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่อยากทำโฮมสคูล แต่ยังกังวลเรื่องเพื่อน...อาจารย์แอลลี่อยากบอกตรงนี้เลยค่ะว่า “ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ” ตราบใดที่เราพร้อมจะพาเขาออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ทักษะที่ดีที่สุดของลูก...เริ่มต้นจากความอบอุ่นและเข้าใจในครอบครัวของเราเองค่ะ 🤍

​ #เด็กบ้านเรียน #เลี้ยงลูกให้สมองดี #ทักษะสังคม #อาจารย์แอลลี่

ท่าแมวน้ำของเด็ก ๆ มาจากการฝึกบัลเล่ต์ค่ะ 🦭คุณครูโยคะยังแซวว่า ฝึกมาเป็น 10 ปี ยังทำไม่ได้เลยเห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ค...
18/06/2026

ท่าแมวน้ำของเด็ก ๆ มาจากการฝึกบัลเล่ต์ค่ะ 🦭

คุณครูโยคะยังแซวว่า ฝึกมาเป็น 10 ปี ยังทำไม่ได้เลย
เห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่คงไม่ขอแข่งด้วยนะคะ 😂

ขอนั่งปรบมือให้สองสาวอยู่ข้าง ๆ ดีกว่าค่ะ ❤️

#โยคะ #กิจกรรมครอบครัว #เลี้ยงลูกให้สมองดี
#บ้านเรียนอองฟองต์กับแอลฟ่า #โฮมสคูล

16/06/2026

พี่อองฟองต์เล่นเพลงซ่อนกลิ่น ที่ห้องซ้อมเปียโนที่ไต้หวัน โดยเพิ่มเทคนิค broken เข้าไปเอง เพื่อให้เพลงมีมิติที่เพราะขึ้น จะได้ไม่เบื่อในการเล่น
#อาจารย์แอลลี่ #เลี้ยงลูกให้สมองดี #เล่นดนตรี #เปียโน #บ้านเรียนอองฟองต์กับแอลฟ่า #ร่องรอยการเรียนรู้

04/06/2026

เราไม่ได้ส่งลูกเรียนดนตรี เต้น หรือกีฬา เพื่อสร้างนักดนตรี นักเต้น หรือนักกีฬาเสมอไป
แต่เพื่อให้ลูกได้ฝึกวินัย ความอดทน และทักษะสมอง EF ที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต ❤️

7 เหตุผลที่การแข่งบัลเล่ต์ ดนตรี และกีฬา ให้อะไรมากกว่าถ้วยรางวัล🏆เมื่อการแข่งขันจบลง ถ้วยรางวัลอาจถูกวางไว้บนชั้นแต่สิ่...
30/05/2026

7 เหตุผลที่การแข่งบัลเล่ต์ ดนตรี และกีฬา ให้อะไรมากกว่าถ้วยรางวัล🏆

เมื่อการแข่งขันจบลง ถ้วยรางวัลอาจถูกวางไว้บนชั้น
แต่สิ่งที่ติดตัวลูกไปอีกนาน อาจเป็นทักษะชีวิตและ Executive Functions (EF) ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากการฝึกซ้อม การลงมือทำ และการก้าวผ่านความท้าทายด้วยตัวเอง

เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดของการแข่งขัน อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกถือกลับบ้าน แต่คือสิ่งที่ลูกสร้างขึ้นภายในตัวเอง

1. ได้ความพยายาม มากกว่าถ้วยรางวัล

เบื้องหลังการแสดงบนเวทีหรือการแข่งขันในสนาม คือชั่วโมงแห่งการฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เด็กได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความพยายาม ความสม่ำเสมอ และการไม่ยอมแพ้เมื่อเจอเรื่องยาก

นี่คือรากฐานสำคัญของ EF ด้านการมุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-Directed Persistence)

2. ได้วินัย มากกว่าอันดับที่ได้รับ

ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมเปียโน ฝึกบัลเล่ต์ หรือซ้อมกีฬา เด็กต้องเรียนรู้ที่จะจัดเวลา รับผิดชอบหน้าที่ และทำในสิ่งที่ควรทำแม้ในวันที่ไม่อยากทำ

ทักษะนี้จะติดตัวลูกไปไกลกว่าช่วงเวลาของการแข่งขันมาก

3. ได้ความมั่นใจ มากกว่าคะแนนจากกรรมการ

ทุกครั้งที่ลูกกล้าก้าวขึ้นเวทีหรือเข้าสนามแข่งขัน เขากำลังเอาชนะความกลัวเล็ก ๆ ภายในใจตัวเอง

ความมั่นใจที่เกิดจากการเตรียมตัวและการลงมือทำจริง เป็นความมั่นใจที่แข็งแรงกว่าคำชมจากคนอื่น

4. ได้การจัดการอารมณ์ มากกว่าคำว่า "ชนะ"

เด็กจะได้พบทั้งความตื่นเต้น ความกดดัน ความผิดหวัง และความภูมิใจ

การแข่งขันจึงเป็นห้องเรียนชีวิตที่ช่วยให้ลูกฝึกควบคุมอารมณ์ รับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ และค่อย ๆ เติบโตทางด้านจิตใจ

5. ได้การแก้ปัญหา มากกว่าการแสดงที่สมบูรณ์แบบ

บางครั้งลูกอาจลืมท่า เล่นผิดโน้ต หรือเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

แต่การเรียนรู้ที่จะตั้งสติ ปรับตัว และเดินหน้าต่อ คือทักษะ EF ด้านความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility) ที่สำคัญมากในโลกยุคปัจจุบัน

6. ได้บทเรียนจากความผิดพลาด มากกว่าความสำเร็จ

เด็กที่ได้รับโอกาสให้ผิดพลาดอย่างปลอดภัย จะเรียนรู้ที่จะมองความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา

นี่คือจุดเริ่มต้นของ Growth Mindset หรือความเชื่อว่าความสามารถสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝน

7. ได้ตัวตนที่เข้มแข็ง มากกว่าถ้วยที่วางบนชั้น

วันหนึ่งถ้วยรางวัลอาจหมองลง สูญหาย หรือถูกแทนที่ด้วยถ้วยใบใหม่

แต่ความอดทน ความรับผิดชอบ ความกล้า และความเชื่อมั่นในตัวเอง จะยังคงอยู่กับลูกไปอีกนาน
และนั่นอาจเป็นรางวัลที่มีค่าที่สุดจากการแข่งขัน

❤️ ข้อควรระวังสำหรับพ่อแม่

การแข่งขันควรเป็นโอกาสให้ลูกได้เติบโต ไม่ใช่พื้นที่ที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับผลการแข่งขัน
หากลูกเริ่มเครียดมากเกินไป กลัวความผิดพลาด หรือรู้สึกว่าพ่อแม่ผิดหวังเมื่อผลไม่เป็นไปตามคาด อาจถึงเวลาที่เราต้องกลับมาทบทวนเป้าหมายของการแข่งขันอีกครั้ง

🌱 ลูกพร้อมแข่งขันหรือยัง?
สัญญาณที่สำคัญไม่ใช่ "เก่งพอหรือยัง"
แต่คือ
✓ ยังมีความสุขกับกิจกรรมที่ทำ
✓ ยอมรับคำแนะนำจากครูได้
✓ พร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด
✓ กล้าลองแม้จะตื่นเต้น
✓ อยากพัฒนาตัวเองมากกว่าต้องชนะคนอื่น

🩰🎹🏊‍♀️ เตรียมตัวอย่างไรให้ลูกได้ประโยชน์สูงสุด

• ซ้อมอย่างสม่ำเสมอมากกว่าซ้อมหนักช่วงท้าย
• พักผ่อนให้เพียงพอ
• ช่วยลูกตั้งเป้าหมายที่ควบคุมได้ เช่น "ทำให้ดีที่สุด" แทน "ต้องได้รางวัล"
• ชื่นชมความพยายาม ความรับผิดชอบ และความกล้าของลูก
• บอกลูกเสมอว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ลูกยังเป็นคนเดิมที่พ่อแม่รักและภูมิใจ

เพราะสุดท้ายแล้ว...
การแข่งขันอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
แต่สิ่งที่ลูกได้เรียนรู้ระหว่างทาง อาจกลายเป็นทักษะที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต ❤️

#อาจารย์แอลลี่ #เลี้ยงลูกให้สมองดี #ดนตรีเด็ก #กีฬาเด็ก #พัฒนาสมองลูก

รีวิวรถไฟฟ้าครอบครัวคันแรก ที่ทีแรกไม่ได้อยู่ในสายตา…แต่สุดท้ายได้มาแบบงงๆ 😂แชร์ประสบการณ์จากอาจารย์แอลลี่สายหาข้อมูลแบบ...
27/05/2026

รีวิวรถไฟฟ้าครอบครัวคันแรก ที่ทีแรกไม่ได้อยู่ในสายตา…แต่สุดท้ายได้มาแบบงงๆ 😂

แชร์ประสบการณ์จากอาจารย์แอลลี่สายหาข้อมูลแบบเจาะลึก ทดลองขับรถครอบครัว 7 ที่นั่งมาหลายรุ่น เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังมองหารถ EV ครอบครัวนะคะ

คันนี้คือWuling Starlight Darion MPV 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เราตั้งชื่อว่า “น้ององุ่น” 🍇เพราะเป็นสีม่วงเข้ม และเป็นน้องของอองฟองต์กับแอลฟ่าค่ะ
ที่พิเศษคือรับรถวันเดียวกับวันเกิดลูกสาวพอดีเลย 🥰

โจทย์ของครอบครัวเราคืออยากได้รถ 7 ที่นั่งที่ “นั่งได้จริง” สำหรับเด็ก 2 คน + ผู้สูงอายุขึ้นลงง่าย นั่งสบาย เปิดแอร์รอเด็กได้แบบเงียบๆ ไม่มีควัน ไม่มีมลพิษ

เราใช้ Honda Jazz มานานและรักมาก เพราะคล่องตัว พับเบาะเก็บของได้เยอะแต่พอเด็กโตขึ้น ของเริ่มเยอะ ทั้งดนตรี บัลเลต์ งานนอกสถานที่ แคมป์ปิ้ง และบางครั้งมีคุณตาคุณยายไปด้วย รถก็เริ่มไม่พอจริงๆค่ะ

เราอยากได้รถที่พาครอบครัวเที่ยวได้ ไปคาร์แคมป์ได้ และถ้ามีโอกาสก็อยากเที่ยวไป ทำงานออนไลน์ไป และสอนลูกแบบ home school ไปด้วย เพราะสำหรับบ้านเรา “การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่”

ทีแรกไม่ได้มองรุ่นนี้เลยค่ะเพราะคิดว่า “รถ 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้า ราคาไม่ถึงล้าน จะดีจริงเหรอ?”

แต่พอศึกษาข้อมูลลึกขึ้น ดูรีวิว ดูสเปก ดูการใช้งานจริงเริ่มรู้สึกว่า option มันตอบโจทย์มากในราคานี้

แม้จะยังกังวลเรื่องศูนย์บริการและความมั่นคงของแบรนด์ในไทยแต่พอ Wuling ประเทศจีนเข้ามาร่วมลงทุนเอง ศูนย์เริ่มขยาย และยอดขายที่จีนค่อนข้างแข็งแรง ก็เริ่มสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้เราเคยดูและทดลองขับหลายรุ่น เช่นNissan Serena e-Power, BYD M6, MG Maxus 7, Denza D9, Chery Tiggo 8 และ Xpeng X9

รุ่นที่ชอบที่สุดจริงๆคือ Xpeng X9 ค่ะแต่ราคาก็สูงกว่า Wuling ประมาณ 3 เท่า 😂

จนช่วงปลายมีนาคมที่ผ่านมา เชียงรายมีปัญหาขาดแคลนน้ำมันหนักมากแล้วศูนย์เชียงรายนำรถเข้ามาพอดี เลยลองไปทดลองขับ

ผลคือ…กลับบ้านมาแล้วจองเลยค่ะ 😂ตอนแรกยังคิดว่า “ถ้าเปลี่ยนใจค่อยขอคืนเงินจองก็ได้”แต่สุดท้ายยิ่งดูรีวิวยิ่งมั่นใจ และก็รอรับ “สีม่วงคันแรกของเชียงราย” จนมาถึงวันนี้ค่ะ

ข้อดีที่ทำให้ตัดสินใจเลือก ❤️

1. ตัวจริงสวยกว่าที่คิดมากภายนอกดูดีเลยค่ะสำหรับรถครอบครัว วัสดุภายในไม่ได้หรูมาก แต่เกินราคาพอสมควร

2. ขนาดกำลังดีมากใหญ่พอนั่ง 7 คน + ขนของได้ แต่ไม่ใหญ่เทอะทะแบบรถตู้ ผู้หญิงขับง่าย เข้าห้างง่าย ฟีลคล้ายรถเก๋ง

3. เป็น 7 ที่นั่งที่ “นั่งได้จริง”โดยเฉพาะแถว 3 นั่งสบายกว่าที่คิด และยกสูงขึ้นนิดหน่อย ทำให้มองวิวได้ ไม่อึดอัด ไม่เวียนหัว เบาะนั่งนุ่มสบายทุกเบาะ มีระบายอากาศให้ด้วย

4. Isofix สำหรับติดคาร์ซีทถึง 4 ตำแหน่ง ซึ่งทั่วๆไปให้มาไม่เกิน 3 ทำให้เด็กไปนั่งแถว 3 ได้ด้วย

5. ขับง่ายมากไฟเลี้ยวอยู่ขวาแบบรถญี่ปุ่น ไม่ต้องปรับตัว กระจกหน้ากว้าง มุมมองดี

6. เด็กและผู้สูงอายุขึ้นง่ายเพราะรถไม่สูง + ประตูสไลด์ไฟฟ้า

7. มีโหมด Camping / Pet / Relax ตอบโจทย์ครอบครัวเรามาก

8. แอร์เย็นมากขนาดยังไม่ติดฟิล์มก็เย็นทั้งคันค่ะ มีแอร์แยกหน้าหลัง และแถว 3 ด้วย ที่สำคัญคือมีกรองฝุ่น PM 2.5 ด้วยค่ะ

9. มีระบบล็อกประตูสไลด์กันเด็กเปิดจากด้านใน ตอนรับรถเรานึกว่าประตูเสีย เพราะเปิดจากในรถไม่ได้ 😂

10. ซอฟต์แวร์ใช้งานง่ายเปลี่ยนภาษาไทยได้ เมนูไม่ซับซ้อน

11. คำสั่งเสียงภาษาไทยตอบสนองค่อนข้างดี

12. รองรับ Android Auto / Apple CarPlay แม้ตอนนี้ยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่

13. มีกล้อง 360 องศา

14. มีระบบช่วยขับหลายอย่าง ที่ชอบมากคือ Auto Brake Hold ช่วยลดการเหยียบเบรคค้างเวลาติดไฟแดง ลดความเมื่อยได้ดี

15. ไฟหน้าปรับสูงต่ำอัตโนมัติ

16. ประหยัดพลังงานมากแบต 69.8 kWh แต่หลายคนใช้งานจริงได้ 400–500 กม. ถือว่าประหยัดไฟมาก

18. รองรับชาร์จเร็ว 150 kWจากรีวิวหลายคนบอกว่าชาร์จค่อนข้างไว

19. พับเบาะแถว 3 แล้วยกชิดแถว 2 ได้ทำให้มีพื้นที่เก็บของด้านหลังเยอะมาก

20. สามารถจัดเบาะให้นอนในรถได้เราลองปรับแล้วคิดว่า ถ้าหาแผ่นรองดีๆ นอนคาร์แคมป์ได้สบายเลย

21. รุ่นนี้ขายดีมากที่จีนของแต่งและอะไหล่น่าจะหาไม่ยาก และในไทยก็เริ่มมีคนใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆ

22. สีรถสวยมากทุกสีเป็นสีที่มีมิติ มองแต่ละมุมไม่เหมือนกัน

23. มี V2L 3.3 kWเอาไฟจากรถไปใช้งานภายนอกได้

24. เบาะไฟฟ้า 3 ตำแหน่ง คนขับ + เบาะแถว 2

25. มีซันรูฟแม้จะเล็ก แต่ข้อดีคือรถไม่ร้อนมาก ถ้าใครชอบหลังคาโปร่งสุดๆอาจยังไม่สุดทาง

26. Wuling เคลมว่าแบตปลอดภัยมาก ขายมาเป็นล้านคัน ยังไม่เคยมีไฟไหม้แบตเลย

27. แนวคิดแบรนด์คือ “รถคุ้มค่า ซ่อมง่าย”ถ้าวันหนึ่งบริษัทไม่อยู่จริง อะไหล่และการซ่อมน่าจะยังพอไปต่อได้

28. สรุปง่ายๆ ยังไม่เคยเห็นรถที่ได้ฟังก์ชันขนาดนี้ ในราคาไม่ถึงล้านมาก่อนค่ะ

ข้อเสียที่ควรรู้ 🥹

1. ไม่มีแอปมือถือเลยสั่งเปิดแอร์ล่วงหน้าหรือเช็กสถานะรถไม่ได้

2. ไม่จำค่าบางอย่างเช่น ระบบช่วยออกนอกเลน ต้องตั้งใหม่ทุกครั้ง

3. เบาะพับราบไม่ได้แบบ Xpeng สายคาร์แคมป์อาจแอบเสียดาย

4. แอร์หลังต้องเปิดเองทุกครั้ง

5. ท่อแอร์สั้นมีโอกาสหยดใส่เหล็กใต้ท้องรถจนเกิดสนิมได้ แต่ศูนย์เชียงรายต่อท่อให้ฟรีก่อนส่งมอบรถค่ะ หรือศูนย์ไหนไม่ต่อท่อให้ สามารถให้อู่ข้างนอกต่อท่อได้ค่ะ ราคาหลักร้อย

6. ลำโพงแค่พอฟังได้

7. ไม่มีที่พักเท้าซ้าย บางคนอาจติด แต่ครอบครัวเราไม่ได้ใช้เลยไม่ซีเรียส

8. แถว 3 ไม่มี USB Charger และที่วางแก้ววางแก้วใหญ่ไม่ได้

9. ยางเดิมเกาะถนนไม่มาก โดยเฉพาะถนนลื่นหรือขึ้นเนินสูง อาจมีอาการล้อฟรีบ้าง จากที่เพื่อนๆในกลุ่มแชร์กัน

10. ศูนย์บริการยังมีไม่เยอะและแบรนด์ยังใหม่ในไทย

11. รับประกันแบต 8 ปี / 150,000 กม.ในขณะที่บางแบรนด์ให้ Lifetime

12. ยังไม่มีรีวิวระยะยาวในไทยเพราะเป็นรถรุ่นใหม่ ต้องยอมรับความเสี่ยงตรงนี้

แต่โดยรวมแล้ว…รถคันนี้ตอบโจทย์ครอบครัวเราเกิน 80% เลยค่ะ

โดยเฉพาะ “รถ EV ประตูสไลด์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่นั่งได้จริง ในราคาไม่ถึงล้าน”ตอนนี้ในตลาดแทบไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว

สุดท้ายก็เลยเลือก “น้ององุ่น” 🍇แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงเรื่องแบรนด์ใหม่อยู่บ้างแต่ก็คิดว่าคุ้มกับการใช้งานของครอบครัวเราในตอนนี้ค่ะ

ส่วนสีม่วง…ตอนแรกจองแบบยังไม่เห็นรถจริงเลย 😆
แต่พอรับรถแล้วคือสวยมาก

เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ 😂
วันนี้หลังรับ “น้ององุ่น” กลับบ้าน
เพื่อนบ้านหลายหลังเดินมาดูกันเลยค่ะ

ทุกคนพูดคล้ายๆกันว่า
“รถสวยมาก สีสวยมาก”
แล้วก็มีหลายคนตกใจว่าราคาไม่ถึงล้าน 😆

ต้องบอกเลยว่าสีม่วงของคันจริงสวยกว่าที่คิดมากจริงๆค่ะ
บางมุมเหมือนสีดำ แต่พอโดนแดดจะมีประกายคริสตัลสีม่วงระยิบระยับ ดูหรูมาก

หลายคนบอกเหมือนกันว่า
“ได้ฟังก์ชันขนาดนี้ คุ้มค่ามาก”

ยิ่งทำให้รู้สึกว่า…เลือกน้ององุ่นไม่ผิดจริงๆค่ะ 🍇🥰

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังมองหารถไฟฟ้าครอบครัวอยู่นะคะ ❤️

ถ้าอยากให้รีวิวเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นแบบละเอียดเช่น Xpeng X9 / BYD M6 / Serena e-Power / Maxus 7คอมเมนต์ไว้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกโพสต์ 🥰

🧘‍♀️ เรียนโยคะครั้งแรกในชีวิต… ในวันที่แม่ขอกลับมา “รักตัวเอง” 💖ตั้งแต่ตั้งท้องลูกคนแรก จนวันนี้ก็เกือบ 9 ปีแล้วผ่านทั้ง...
26/05/2026

🧘‍♀️ เรียนโยคะครั้งแรกในชีวิต… ในวันที่แม่ขอกลับมา “รักตัวเอง” 💖

ตั้งแต่ตั้งท้องลูกคนแรก จนวันนี้ก็เกือบ 9 ปีแล้ว
ผ่านทั้งช่วงตั้งครรภ์ เลี้ยงลูก ให้นมแม่ยาวนานกว่า 5 ปี
และทำ Home School ให้ลูกต่อมาเรื่อย ๆ
ชีวิตแต่ละวันคิดแต่เรื่องลูก เรื่องครอบครัว
จนแทบไม่มีเวลาหันกลับมาดูแลตัวเองเลยค่ะ

ช่วงหลังร่างกายเริ่มประท้วง ป่วยง่ายขึ้น หายช้าลง
น้ำหนักขึ้นมา 7 กิโล รู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่าย
และไม่ค่อยมีพลังชีวิต

วันนี้เลยตั้งใจเริ่มกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง
อยากดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ
อยากมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
เลยตัดสินใจเริ่มเรียนโยคะ
เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ได้ทั้งสุขภาพ ความสงบ
และความสวยงามไปพร้อมกัน

แต่พอจะเริ่มคลาสแรก เด็ก ๆ ขอตามไปเรียนด้วยซะงั้น 😂กลายเป็นว่าลูก ๆ ที่มีพื้นฐานบัลเล่ต์ ตัวอ่อนกว่าคุณแม่อีกค่ะ
พี่อองฟองต์ทำได้เกือบทุกท่า
ส่วนน้องแอลฟ่าก็สายกวนตามสไตล์ 😆
ท่าง่ายไม่ทำ แต่ท่ายากรีบลุกมาทำทันที

เรียนไปชั่วโมงครึ่ง ปวดเนื้อปวดตัวกันทั้งบ้าน
คุณครูบอกว่าวันนี้ “เบา ๆ” แล้วนะคะ
แต่สำหรับแม่ลูกบ้านนี้คือหนักมากกก 😂

แถมคุณครูยังถ่ายรูปสวยมาก
ทั้งจัดท่า ทั้งถ่ายให้เองแบบไม่ต้องร้องขอ
เลยได้ภาพความทรงจำกลับมาเต็มเลยค่ะ

พอเรียนเสร็จถามเด็ก ๆ ว่า “จะมาอีกไหม”
คิดว่าคงถอดใจแล้วแน่ ๆแต่เด็ก ๆ ตอบว่า “มาาา” 🥹

ก็ดีเลยค่ะ บางวันคุณแม่มาเอง บางวันมากับลูก ๆ
ได้ทั้งสุขภาพ ความแข็งแรง สมาธิ
และกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมครอบครัวที่อบอุ่นมาก ๆ

ตอนนี้ยังไม่มีท่าสวย ๆ นะคะ 😂ขอเวลาฝึกอีกหน่อย

แต่แค่ได้เริ่มกลับมาโฟกัสตัวเองอีกครั้ง ก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะทั้ง ๆ ที่วันนี้ปวดไปทั้งตัวเลย 🤍

คุณแม่คนไหนที่มัวแต่ดูแลทุกคน จนลืมดูแลตัวเอง
เราเริ่มไปพร้อมกันนะคะ 🌷

#กิจกรรมครอบครัว #เลี้ยงลูกให้สมองดี #โยคะ #อาจารย์แอลลี่

25/05/2026

flashlight by พี่อองฟองต์
เพลงนี้เสียงเริ่มแข็งแรงขึ้น การควบคุมลมหายใจเริ่มดีขึ้นค่ะ การออกเสียงภาษาอังกฤษทำได้ดีกว่าภาษาไทย ฝึกฝนพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ตอนนี้รอจังหวะได้ขึ้นโชว์บ้างค่ะ
#เลี้ยงลูกให้สมองดี #อาจารย์แอลลี่ #เรียนร้องเพลง #บ้านเรียนอองฟองต์กับแอลฟ่า

ที่อยู่

Chiang Rai
56120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เลี้ยงลูกให้สมองดี by อาจารย์แอลลี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์