พาชมสวนเสาวรสยามเย็น "มือใหม่หัดทำ"
เกษตรสุข Kaset Sook by Pawin
เพจเกษตรสุข Kaset Sook by Pawin จะนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ตลอดจนภูมิปัญญาด้านการเกษตร สู่ชุมชนและสังคม
#เปรียบเทียบผลผลลัพธ2วิธีขยายพันธุ์มะม่วง : #เสียบข้างVSเสียบลิ่ม
เหตุผลที่เสียบลิ่มแตกยอดเร็วกว่าเพราะเสียบลิ่มเราตัดยอดต้นตอทิ้ง ทำให้เเหล่งผลิตออกซินที่ยับยั้งการแตกตาข้างนั้นหายไป ส่งผลทำให้สารอาหารและฮอร์โมนกลุ่มกระตุ้นการเจริญเติบโตอย่างไซโคไคนิน (Cytokinin)ซึ่งส่งมาจากราก วิ่งตรงขึ้นมาที่ยอดใหม่ที่เราเสียบ (ยอดพันธุ์ดี) ทำให้ยอดที่เสียบลิ่มแทงยอดใหม่ได้เร็วกว่าเสียบข้าง (เสียบข้างยังคงมียอดเดิมของต้นตออยู่ทำให้การแตกตาช้ากว่าแบยเสียบลิ่ม)
เสาวรสเหลืองหวานน้ำผึ้ง...หวานจนลืมรสเปรี้ยว! ลบภาพจำแบบเดิมๆไปเลย
#เปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นปุ๋ยไนโตรเจน? #พาส่องนวัตกรรมปุ๋ยพลาสมา
FC ทุกท่านครับ วันนี้ผมพามาทัวร์ที่ งานนวัตกรรมและเทคโนโลยี ครั้งที่ 8 ของบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ บอกเลยว่าไฮไลท์หนึ่งในรอบนี้อยู่ที่บูธของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ครับ
ผมได้คุยกับอาจารย์ ดร. สุรีย์พร สราภิรมย์ จากสาขาฟิสิกส์ประยุกต์ ม.แม่โจ้ ที่มาแนะนำนวัตกรรมสุดล้ำอย่างเครื่องผลิตปุ๋ยพลาสมา (Nitro Plus)
#หลักการทำงาน แบบเลียนแบบธรรมชาติ (ฟ้าผ่า)
#ดึงไนโตรเจนจากอากาศ : ตัวเครื่องจะใช้เทคโนโลยีพลาสมามาเลียนแบบการเกิดฟ้าผ่าในธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนก๊าสไนโตรเจนที่มีอยู่รอบตัวเราให้แตกตัว
#รวมกับน้ำ : เมื่อไนโตรเจนจับตัวกับน้ำจะกลายเป็นปุ๋ยในรูปของ ไนเตรต และ ไนไตรต์
#พืชดูดซึมได้ทันที : น้ำปุ๋ยพลาสมาที่ได้จะอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย (เหมือนเวลาฝนตกแล้วเราเห็นต้นไม้หรือต้นหญ้าเขียวชอุ่มทันตาเห็นนั่นเองครับ)
#ใช้งานง่ายแค่กดปุ่มเดียว
ตัวเครื่องออกแบบมาให้ใช้งานง่ายมากครับ แค่เปิดสวิทซ์เครื่องก็ทำงานผลิตปุ๋ยน้ำออกมาได้เลยครับ...ลองชมดูนะครับ
#น้ำปุ๋ยพลาสมา #ฟิสิกต์ประยุกต์แม่โจ้ #นวัตกรรมเกษตร #ปุ๋ยไนโตรเจนจากอากาศ #เกษตรยุคใหม่ #ซันสวีทครั้งที่8
20/06/2026
#พาส่องเทคนิคการคลุมตาข่ายเสาวรสรายต้นจากไต้หวัน
การคลุมตาข่ายต้นเสาวรสเพื่่อป้องกันแมลงแบบรายต้นช่วงแรกของการเจริญเติบโต (Individual Netting System For Young Vines) มีจุดประสงค์เพื่อ
#1ป้องกันไวรัสตั้งแต่ต้นทาง(หลักสำคัญสุด)
เสาวรสไวต่อโรคไวรัสมาก็เช่น โรคใบด่าง (Passion Fruit Woodiness Virus ; PWV)หรือเชื้ออื่นๆที่มีแมลงปากดูดเช่น เพลี้ยไฟ (Thrips)เพลี้ยอ่อน (Aphids)เป็นพาหะ การใช้ถุงตาข่ายสีขาวทรงกระบอกคลุมตั้งแต่ช่วงที่ย้ายปลูกลงแปลงใหม่ๆจะช่วยป้องกันแมลงปากดูดที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสเข้าสู่ต้นอ่อน
#2เพื่อให้ต้นเสาวรสเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะขึ้นค้าง
ช่วงต้นเสาวรสที่เป็นต้นอ่อนจะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด หากติดไวรัสตั้งแต่ต้นเล็ก ต้นจะแคระแกร็นและไม่ให้ผลผลิต เมื่อต้นโตแข็งแรงจนขึ้นค้างแล้ว ต้นเสาวรสจะมีภูมิต้านทานมากขึ้น จึงเปิดตาข่ายออก
จากประสบการณ์ตรงของผมพบว่าถ้าต้นเสาวรสถูกเพลี้ยไฟดูดกินน้ำเลี้ยงจะทำให้ยอดเสาวรสชะงักการเจริญเติบโตอย่างน้อย 7 วันและมีการแตกตาข้างเกิดขึ้น (ผมแก้ไขโดยพ่นบิวเวอเรียและเด็ดยอดจากตาข้างออก ต้นก็กลับมาเจริญเป็นปกติ แต่โชคดีที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัส)
เครดิตภาพ : ภาพส่วนหนึ่งจากคุณพิทักษ์ พิทักษ์ สุภา
ทำอย่างไรให้เสาวรสมีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี ?
19/06/2026
ทำไมต้องแคร์ ? "จำนวนใบต่อผล" เรื่องเล็กที่ชาวสวนไม้ผลไม่ควรมองข้าม
#จำนวนใบต่อผล
การศึกษาอัตราส่วนจำนวนใบต่อผล (Leaf to Fruit Ratio) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการสวนยุคใหม่ เพราะใบพืช เปรียบเสมือน "โรงงานผลิตอาหาร" ส่วนผลก็คือ"คลังเก็บสินค้า"การจัดสมดุลระหว่างโรงงานกับคลังเก็บ จึงส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตและความอยู่รอดของต้นพืช
#เหตุผลสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงอัตราส่วนจำนวนใบต่อผลคือ
#1มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิต
ใบพืชทำหน้าที่สังเคราะห์แสงเพื่อสร้างน้ำตาลแงะคาร์โบไฮเดรต จากนั้นจะส่งสารอาหารเหล่านี้ไปเลี้ยงผล
#ถ้าใบน้อยเกินไป แหล่งผลิตอาหารไม่พอ ผลผลิตจะลดลง ผลมีขนาดเล็ก รสชาติไม่ดี
#ถ้าใบมากเกินไป จะเกิดการบังร่มกันเองทำให่ประสิทธิภาพกานสังเคราะห์แสงลดลง และสิ่นเปลืองธาตุอาหารในการบำรุงรักษาโดยไม่จำเป็น
#จำนวนใบที่เหมาะสม ผลจะมีขนาดใหญ่ สมบูรณ์ รสชาติดี (ตอนท้ายจะมีตัวอย่างจำนวนใบต่อผล)
#2ป้องกันปัญหาการออกดอกเว้นปี (Alternate Bearing)
การปล่อยให้ผลดกเกินไปและมีจำนวนใบไม่เพียงพอ ทำให้ใบพืชที่เหลือสร้างอาหารไม่เพียงพอจึงใช้อาหารสะสมจากกิ่งและราก ทำให้ต้นโทรมใบถัดใบการออกดอกจะลดลง
#3ช่วยในการวางแผนปลิดผลหรือตัดช่อผลได้อย่างแม่นยำ
ถ้าเราทราบจำนวนใบต่อผลที่เหมาะสมจะช่วยให้เราปลิดผลหรือปลิดใบได้อย่างแม่นยำ
#จำนวนใบต่อผลที่เหมาะสมของไม้ผลแต่ละชนิด
จากที่ผมค้นคว้างานวิจัยของพืชบางชนิดจึงจะขอยกตัวอย่างมาให้ดูนะครับ
ชนิดไม้ผล จำนวนใบทิ่เหมาะสมต่อ1ผล
1.เสาวรส 10-15 ใบ
2.ฝรั่ง (งานวิจัยไทย) 20-30 ใบ
(ในอินเดีย) 10-16ใบ
3.มะม่วง 60 ใบ
4.ส้ม 30-40ใบ
หมายเหตุ จำนวนใบที่เหมาะสมต่อผลยังขึ้นอยู่กับพันธุ์ สภาพแวดล้อม ความสมบูรณ์ของต้นและการจัดการ ตัวเลขที่นำมาแสดงอาจใช้เป็นแนวทางในการจัดการสวนนะครับ
#ภาพการติดผลของฝรั่ง ถ้าดูจากตัวเลขข้อสอง ต้นที่เห็นคงต้องปลิดผลออกบ้างเพราะจำนวนใบต่อผลน้อยกว่า16ใบ
*
หมดยุคเดาสุ่ม ! พาดูนวัตกรรม การตรวจวิเคราะห์ดินที่รู้ผลภายใน 5นาที
#เกษตรแม่นยำ
18/06/2026
#อินทรียวัตถุในดิน #หัวใจหลักสู่การเกษตรที่ยั่งยืน
วันนี้ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 8 จัดโดย บริษัทซันสวีท จำกัด มหาชน ณ ไร่ตะวันหวาน ต.ทุ่งปี้ อ.แม่วาง จ เชียงใหม่ ในงานมีการแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากภาครัฐและเอกชนและสถาบันการศึกษา
กิจกรรมหนึ่งของงานคือ เวทีเสวนา ในหัวข้อ #ความสำคัญของดินในการปลูกพืช ซึ่งมีผู้แทนจากบริษัทชั้นนำร่วมอภิปราย โดยมีผมทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ประเด็นหนึ่งที่วิทยากรให้ความสำคัญคืออินทรียวัตถุในดิน
ผมจึงนำส่วนหนึ่งที่เสวนากันและผมค้นคว้าเพิ่มเติมมาให้ FC ได้อ่านกันนะครับ
#อินทรียวัตถุคืออะไร
อินทรีย์วัตถุ (Organic Matter)คือสิ่งที่เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพังหรือย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ตลอดจนจุลินทรีย์ที่ตายทับถมในดิน โดยมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก ในทางปฐพีและเกษตรกรรม อินทรีย์วัตถุถือเป็นหัวใจของความอุดมสมบูรณ์ของดิน
#บทบาทความสำคัญของอินทรียวัตถุของดินมีหลักๆดังนี้
#1ด้านกายภาพ
*ปรับปรุงโครงสร้างดิน ช่วยยึดดินเหนียวให้ร่วนซุยและช่วยประสานเม็ดดินทรายให้เกาะตัวกันดี
*ระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศ ทำให้ดินมีช่องว่างมากขึ้น รากพืชชอนไชได้ง่าย ไม่เกิดปัญหาดินแน่นทึบ
*การอุ้มน้ำ อินทรีย์วัตถุเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ช่วยดูดซับความชื้นไว้ในดิน ทำให้ดินรักษาความชื้นได้ยาวนานขึ้น มีรายงานว่าอินทรีย์วัตถุที่เพิ่มขึ้น 1 % มีผลทำให้ดินอุ้มน้ำเพิ่มขึ้น 25000-30000ลิตรต่อ 1 ไร่
#2ด้านเคมี
*เป็นแหล่งธาตุอาหาร เมื่อย่อยสลายจะปลดปล่อยธาตุอาหารหลัก รองและเสริมที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างต่อเนื่อง
*เพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุ (CEC)ช่วยให้ดินสามารถดักยึดและกักเก็บธาตุอาหารไม่ให้ฟถูกน้ำชะล้างสูญหายไปได้ง่าย พร้อมทั้งค่อยปลดปล่อยออกมาให้รากพืชดูดไปใช้
ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างของดิน ช่วยลดความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด ด่างของดิน
#3ด้านชีวภาพ
*เป็นแหล่งพลังงานให้จุลินทรีย์ จุลินทรีย์ดินที่มีประโยชน์เช่นแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน เชื้อราไตรโคเดอร์มาหรือไมคอไรซ่าจำเป็นต้องใช้อินทรีย์วัตถุเป็นอาหารและเเหล่งพลังงานเพื่อการเจริญเติบโตและสร้างกิจกรรมในดิน
#ปริมาณอินทรียวัตถุในดินควรมีปริมาณเท่าไร
เกณฑ์ในการประเมินอินทรีย์วัตถุในดิน
ระดับอินทรีย์วัตถุ(%) การประเมินความสมบูรณ์ของดิน
ต่ำกว่า 1% ต่ำมาก
1-2%. ต่ำ
2-3% ปานกลาง
3.1-5.0 สูง (ดี /เหมาะสม)
สูงกว่า 5 สูง
ปริมาณอินทรียวัตถุ ในระดับสากลนั้นจะไม่ระบุเกณฑ์ตายตัวชุดเดียว เนื่องจากอินทรีย์วัตถุจะผันแปรตามสภาพภูมิอากาศและชนิดของเนื้อดิน เช่นดินทรายจะมีอินทรียวัตถุต่ำกว่าดินเหนียว
FAO (องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติกำหนดค่าอินทรีย์วัตถุควรอยู่ในช่วง 2.5-3.5 %ขึ้นไป
#เราจะเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินได้อย่างไร
1.การปลูกพืชเพิ่อทำปุ๋ยพืชสดแล้วไถกลบ พืชที่นิยมใช้ เช่นปอเทือง ถั่วพร้า ถั่วพูุ่ม โสนแอฟริกัน
2.การใส่ปุ๋ยอินทรัย์ ที่ผ่านการหมักสมบูรณ์ เช่นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
3.การจัดการเศษซากพืชและงดการเผา เช่นไถกลบตอซังข้าวและข้าวโพด การใช่จุลินทรีย์ช่วยย่อย
4.การใช้วัสดุคลุมดิน เช่นฟางข้าว ชานอ้อย เศษใบไม้และหญ้าแห้ง
5.การใช้ถ่านชีวภาพ (Biochar)ร่วมกับสารปรับปรุงดิน
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับถ้าท่านเห็นว่ามีประโยชน์ส่งต่อด้วยนะครับ
17/06/2026
#อัตราส่วนของใบที่เหมาะสมต่อการพัฒนาผลเสาวรส : นักวิจัยแนะนำ 10-15ใบต่อ 1ผล
ผมต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสาวรสแต่เป็นคนที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับเสาวรสนะครับ จากการค้นคว้างานวิจัยหลายๆชิ้นพบว่า
- อัตราส่วนของใบเสาวรสที่เหมาะสมต่อ 1 ผล เท่ากับ 10-15ใบ ถ้าเป็นต้นที่สมบูรณ์ 10-12 ใบต่อผล
- หากมีใบน้อยกว่า 10 ใบต่อผลพบว่าผลเสาวรสจะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ เปลือกหนา ปริมาณเนื้อและน้ำ (Juice yield)จะลดลง ค่าความหวานลดลงด้วย
-หากมีใบมากเกินไป (ทรงพุ่มทึบ )แม้จะดูเหมือนมีแหล่งสร้างอาหารมาก (Source)แต่ใบที่ซ้อนทับกันและบดบังแสงกันเอง (Self shading) ทำให้ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงลดลงและกลายเป็นแหล่งแย่งอาหารแทน (Sink) นอกจากนี้ทรงพุ่มที่แน่นยังลดอัตราการติดผลเนื่องจากแมลงที่ช่วยผสมเกสรไม่สามารถบินเข้าไปได้และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
งานวิจัยบางชิ้นยังศึกษาการเคลื่อนย้ายอาหารพบว่าเมื่อเสาวรสติดผลจะเปลิ่ยนสถานะมาเป็นแหล่งดึงดูดอาหารที่ใหญ่ที่สุด (Principal Sink)ใบที่อยู่ข้อเดียวกันและใบในข้อใกล้เคียงขนาบข้างคือแหล่งป้อนอาหารหลักให้กับผลเสาวรส #ข้อแนะนำห้ามเด็ดใบที่ติดกับผลทิ้งเด็ดขาดยกเวันผลที่เป็นโรค
#ข้อคิดด้านสรีวิทยาพืช : งานวิจัยชี้ให้เห็นว่ากุญเเจสำคัญในการเพิ่มคุณภาพและลดความเปรี้ยวนั้นการบริหารจัดการทรงพุ่มและการไว่ผลมีความสำคัญอย่างยิ่ง
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
เชียงใหม่-พร้าว
Chiang Mai
50290