รับยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทุกประเทศ รับปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศ ติดต่อ ทักแชทได้เลยนะคะ 🥰🙏
#ยื่นวีซ่า #เที่ยวต่างประเทศ #จองคิวสัมภาษณ์อเมริกา #ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย
ยื่นวีซ่าทุกประเทศ เรียนต่อออสเตรเลีย JMJ Education
รับยื่นวีซ่าทุกประเทศ เรียนต่อต่างประเทศ ปรึกษาฟรี!!!
23/02/2022
หลังจากได้มีการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 21กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดอันดับว่าประเทศที่มีผู้เดินทางเข้าออสเตรเลียมากที่สุด 10 อันดับ มีดังนี้ค่ะ
1. United States
2. United Kingdom
3. Canada
4. Germany
5. Japan
6. New Zealand
7. India
8. Fiji
9. Hong Kong
10. Thailand
ประเทศไทยเราติดอันดับกับเค้าด้วยน้าาา... ไหนใครมาถึงออสเตรเลียแล้วบ้าง ยกมือขึ้นคร่า...🤚🤚
"Welcome to Staya" นะคะทุกคน
15/02/2022
🎉🎉🎉
🎉🇦🇺 ออสเตรเลียเตรียมเปิดประเทศ 21 ก.พ. นี้
ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป รัฐบาลออสเตรเลียจะเริ่มอนุญาตให้คนต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิดครบ 2 โดส และถือวีซ่าถูกต้อง โดยรวมถึงนักท่องเที่ยว 🧳 สามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส ยังต้องขออนุญาตเดินทางเข้าและต้องกักตัวภายใต้ข้อกำหนดของแต่ละรัฐ
ทั้งนี้ รายละเอียดข้อกำหนดในการเดินทางเข้าออสเตรเลีย ขอให้ท่านติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
สามารถอ่านประกาศการเปิดประเทศได้ที่ www.pm.gov.au/media/reopening-tourists-and-other-international-travellers-secure-our-economic-recovery
12/02/2022
12/07/2019
วีซ่าออสเตรเลีย: การเปลี่ยนแปลงที่จะมีผลในปีภาษีใหม่ NEWS: ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงสำคัญต่างๆ ในด้านวีซ่า และการอพยพย้ายถิ่นของออสเตรเลียกำลังจะม....
19/04/2019
EP4 : ‘กลับไปหาคำตอบที่ออสเตรเลีย ว่าฝรั่งไม่ได้เก่งกว่าเรา ทำไมรายได้มากกว่าเรา 10 เท่า’
เด็กรุ่นผม ใครจบนอก มันดูดี ..หางานง่าย ...แต่เอาตรงๆ ทุกวันนี้ไม่ใช่ละ ...เรื่องนี้ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ...ยุคนี้ แต้มต่อ คือ ‘นิสัยแตกต่าง จากคนส่วนใหญ่’ นั่นแหละ แต้มต่อของคนทุกยุคทุกสมัย
ผมกลับไปออสเตรเลียอีกครั้ง เพื่อจะหาคำตอบ ครั้งนี้ผมไปในฐานะนักศึกษาปริญญาโท
..ผมยังคงใช้หลักการเดิม คือ
- เลือกมหาวิทยาลัยที่เข้าง่ายที่สุด จบเร็วที่สุด
- มีความยืดหยุ่นในการเรียน เพราะ เป้าหมายผมไม่ใช่การเรียน แต่ผมจะหางานทำ
ตอนที่เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่ ผมไม่ได้ทำงาน Part-time ก็เลยไม่รู้จักที่นี่จริงๆ
ใช่!! จะบอกว่า ‘ใครอยากรู้จักประเทศไหนแบบลึกซึ้ง ต้องลอง หาเงินจริงๆ ในประเทศนั้น ...คุณจะเข้าใจจริงๆ’
ท่ามกลางความสวยงามของออสเตรเลีย พอทำงานจริง ผมพบว่า เป็นประเทศที่โหดมาก
- กฏระเบียบในการเริ่มธุรกิจยากมาก ...มันไม่เหมือนบ้านเรา ที่ทุกคนสามารถเอาโต๊ะไปตั้งหน้าบ้านแล้วเริ่มขายก๋วยเตี๋ยว
- ผมเรียนรู้อันนี้แบบตรงๆ คือ ผมไปเช่าบ้าน ในแถวที่มีบ้านคนอยู่ แล้วเริ่มลองทำอาหาร Delivery ...ผลคือ มีคนไปแจ้งว่า คนเอเชีย มาทำสกปรก ต้องเลิกทำไปตามระเบียบ ...ครั้งนั้นเสียค่าเช่าบ้านฟรี , ซื้อรถเก่าๆ มาก็สอนให้ผมรู้ว่า รถมือสอง ค่าซ่อมแพงกว่าค่ารถ , อุปกรณ์ทำครัว ทำอาหาร หมดไปหลายหมื่น ขายไม่ได้เลย ...เฮ้ย!! ผมรู้เลยว่า ธุรกิจจริง กับ การมโน ของเด็ก มันห่างไกลกันมาก
- ถ้าจะเทียบ ผมก็คือ Start-Up ยุคนั้น แล้วมั่วชิบหาย อยู่คนเดียว ...โชคดีของ Start-Up ยุคนี้ คือ มีผู้ใหญ่ คอยสนับสนุน ให้เงิน ให้ประสบการณ์ ...แต่มันก็ไม่ง่ายอยู่ดี
- ผมไม่เข็ด ...คราวนี้ ผมไปหาว่า มีร้านอาหารไทยที่ไหนประกาศขายบ้าง ...ไปเจอร้านนึงขายถูกมาก ...แต่ผมไม่มีเงินพออยู่ดี ก็เลยไปคุยกับเจ้าของร้านว่า ผมขอเช่าร้านบางส่วนได้ไหม ? ...ตอนแรกก็คิดว่า คงไม่ได้ ...สรุปว่า ได้ครับ ...ผมเริ่มทำร้าน แบบที่แทบจะไม่ต้องลงทุนเลย เพราะ ของและอุปกรณ์ทำกับข้าว ผมมีแล้ว ....ลุย!!
- 6 เดือนแรก ใช้ไปกับการฝึกงานร้านอาหาร ..อีก 3 เดือน ใช้ไปการมโน สร้างร้าน Delivery ...จากนั้น ก็ถึงเวลาเริ่มขายอาหารจริงๆ
- ทำไป 3 เดือน ปัญหาเกิด ...คือ มีปัญหากับ เจ้าของร้านเดิม ...ตอนนั้นผมรู้สึกเครียดมากเลย คิดว่า ทำไมเราต้องมาเจอเรื่อง เจอปัญหา แถมยังต้องเรียนหนักด้วย รถก็เสียประจำ บางครั้งเปิดร้านช้า (เปิดๆ ปิดๆ) กรูทำอะไรวะเนี่ย ? ...ร้านก็ขายไม่ดี (ถ้าดี เจ้าของเดิมจะประกาศขายถูกๆ ทำไมล่ะ?)
- ช่วงนั้นพยายามหาทางออก ไปเจอว่า มีร้านอีกแห่ง ประกาศขาย อยู่เมืองชายทะเล ที่ห่างจากที่ผมอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง ...เยี่ยม!! ผมว่า นั่นแหละ ต้องเป็นทางออกของชีวิต
- ผมตัดสินใจ ขับรถ ไปวันนั้นเลย 6 ชั่วโมง ไปถึงร้านนั้น ...เจ้าของร้านนี้ บอกว่า ถ้าอยากได้ ขอให้มัดจำก่อน เพราะ มีคนต่างชาติอีกคนมาดูแล้วสนใจมาก แต่เขาอยากขายผม ดูเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีไฟ ...เอา!! ผมตัดสินใจ เอาเงินค่าเทอม มามัดจำร้านใหม่ทันที
เรื่องบ้าๆ นี่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ตั้งแต่เหยียบขามาถึง ออสเตรเลีย ผมก็ทำเรื่องต่างๆ ไว้มากมาย อยู่ไม่ถึงปี แกว่งเท้าหาเสี้ยนได้ขนาดนี้เลยหรือ ?
ผมจดประสบการณ์ที่ได้ออกมาเป็นข้อๆ ก็พบว่า ‘ฝรั่งไม่ได้เก่งกว่าเรา แต่เขาได้เงินมากกว่าเรา 10 เท่า’
มันมี 2 ส่วน คือ หนึ่ง ปัจจัยภายนอก อันนี้คือ ส่วนที่เราควบคุมไม่ได้ ก็ระบบของประเทศเขาเอื้อให้หาเงินได้เยอะกว่า เราทำอะไรไม่ได้ (เราเลยเห็นบางคนบินไปทำงานเก็บเงินต่างประเทศ แล้วมาเกษียณเมืองไทย ก็เพราะต้องการได้ประโยชน์ตรงนี้แหละ)
สอง ‘ปัจจัยภายใน’ (อันนี้ตัวเราล้วนๆ เราปรับปรุงได้) มีดังนี้
1. ‘คนที่ทำงานหาเงินเร็วกว่า จะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ได้เร็วกว่า’
2. ‘ใส่ใจกับการเพิ่มความรู้และประสบการณ์ จะทำให้โอกาสหาเงินเรากว้างขึ้น’
3. ‘ไม่ดูถูกงาน’ ...งานที่ต่ำต้อย ส่วนใหญ่ คือ จุดเริ่มต้น หรือ ประตูไปสู่งานดีๆ โอกาสที่ยอดเยี่ยม ...ถ้าเราลดตัวต่ำไม่ได้ เราก็กระโดดสูงไม่ได้
4. ‘เก็บเงินในรูปสินทรัพย์’ ...คนออสเตรเลียจะมีพอร์ตเกษียณ ที่สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ ทำให้คนของเขาพอเกษียณแล้วมักจะมีเงิน เพราะ สินทรัพย์เหล่านี้ มันโตขึ้นเรื่อยๆ ...บ้านเราจริงๆ ก็เริ่มมี RMF/LTF แต่น้อยคนที่ลงทุน เพราะ ไม่เข้าใจว่า มันคือ เคล็ดลับที่ทำให้รวยได้
5. ‘การย้ายที่อยู่เป็นเรื่องปกติ’ ...บางครั้ง การออกจากทางตันของชีวิต อาจจะเป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม การย้ายบ้าน ...ที่นั่น เป็นเรื่องปกติ และ ทำได้ง่าย
6. ‘ผู้ใหญ่ไม่อายที่จะกลับไปเรียนใหม่’ ...หลายๆ คนเปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนงาน ก็กลับไปเรียนใหม่
7. ‘สังคมเขาเป็น DIY’ คือ ทำอะไรต่างๆ ด้วยตัวเองเยอะมาก ...ทำให้คนเขามีความรอบรู้ ...คนที่นั้นหลายๆ คนสร้างบ้านเอง ...ต่อเติมเอง ...สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินทรัพย์อย่างบ้าน ด้วยตัวเอง
8. ‘เรียนรู้การใช้เครื่องทุ่นแรง และ เทคโนโลยี’ ...ชัดๆ คือ ฝรั่งจะเรียนรู้การใช้เครื่องทุ่นแรงทุกรูปแบบ ...ตรงนี้มันเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงาน ...ดังนั้น การทำงานให้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน ฝรั่งจะใช้ทั้งคน และ เวลาต่ำกว่าเรา
9. ‘มีการเปลี่ยนมือในอสังหาเยอะมาก’ ...ในออสเตรเลียจะมี Realestate Agent หรือ นายหน้าซื้อขายอสังหา เยอะกว่า 7-11 แปลว่า เขาเรียนรู้ที่จะซื้อขาย แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มในอสังหา ซึ่งปกติเป็นสิ่งที่คนรวยเท่านั้นที่รู้ ....แต่ที่นั้น ใครๆ ก็รู้
10. ‘สังคมที่เรียนรู้เร็วจากข้อผิดพลาด’ ...คนเก่ง คือ คนที่ผิดพลาดเยอะๆ ...พ่อแม่ฝรั่งเขาให้ลูกออกไปสู้ชีวิตเองให้เร็ว ก็เพื่อการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วยืนได้ด้วยตัวเอง ให้เร็วที่สุด
#ภาววิทย์กลิ่นประทุม
31/03/2019
ประเทศแคนาดา เป็นประเทศที่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศนี้ต่างติดอันดับต้นๆ ที่สวยที่สุดในโลก วันนี้เราจึงมีอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งที่ที่จะแนะนำค่ะ
น้ำตก Niagara Falls ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนของรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ประกอบด้วย น้ำตก Horseshoe Falls, น้ำตก American Falls และ น้ำตก Brida Veil
ถ้าอยากเห็นน้ำตกทั้ง 3 แห่งในมุมสูง สามารถที่จะขึ้นหอคอยชมวิวได้จากทางฝั่งแคนาดา และยังสามารถมองเห็นน้ำตกไนแอการได้แบบสวยงามมากๆ อีกด้วย หากใครไปท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวก็จะเห็นน้ำตกกลายเป็นน้ำแข็ง ในช่วงกลางคืนก็จะมีแสงไฟสวยงามมากที่น้ำตก
นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีไร่องุ่นและโรงบ่มไวน์ให้ได้เยี่ยมชมหลายแห่ง โดยส่วนใหญ่จะพาชมไร่ไวน์ กระบวนการผลิต โรงเก็บไวน์และการชิมไวน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ห้ามพลาดค่ะ
อยากไปเรียนต่อและท่องเที่ยวประเทศแคนาดา ปรึกษาเราได้ที่
Tel. 093-3249616 Line id.
30/03/2019
น้องๆ ที่สนใจอยากไปเรียนต่อประเทศแคนาดา มาทางนี้เลยจ้า จะได้เรียนกับสถาบันชั้นนำที่มีคุณภาพกับ ILSC Language Schools Canada
โปรโมชั่น! สมัครเรียนกับเราวันนี้ ฟรีค่าสมัครเรียนทุกแคมปัส ทุกหลักสูตรเลยค่ะ รีบสมัครกันเข้ามานะคะ หมดเขตถึง 30 มิถุนายนนี้ เท่านั้น!
สามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานของเรา:
T1 Business park ถ.ริมทางรถไฟ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
Tel. 093-3249616 Line id.
27/03/2019
ปัจจุบันมีนักเรียน นักเรียนไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนาดาเป็นจำนวนมากในทุกๆปี มีทั้งไปเรียนต่อในระดับปริญญาและหลักสูตรภาษาอังกฤษ พี่ๆอยากจะแนะนำและพูดถึง 4 เหตุผลหลักที่ควรไปเรียนต่อประเทศแคนาดา ดังนี้ค่ะ
1.มาตรฐานการศึกษาสูง แคนาดาให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติว่ามีมาตรฐานการศึกษาสูง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่นๆ จึงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล รวมทั้งมีสถาบันชั้นนำที่รองรับนักเรียนต่างชาติจากทั่วโลกและนักเรียนต่างชาติที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคนาดา มักจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
2.ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายไม่สูง ค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาและค่าครองชีพของประเทศแคนาดามีระดับต่ำ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของสถาบันการศึกษาในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ซึ่งเหตุผลที่อัตราค่าเล่าเรียนต่ำ เนื่องจากทางรัฐบาลแคนาดาได้ให้เงินสนับสนุนทุกสถาบันนั่นเอง
3.สถานที่น่าอยู่ปลอดภัย จากการสำรวจหลายปีที่ผ่านมาขององค์การสหประชาชาติ แคนาดาเป็นประเทศที่น่าอยู่เหมาะแก่การดำรงชีวิตมากที่สุดในโลก มีความปลอดภัยสูง อัตราอาชญากรรมและก่อความรุนแรงต่ำ ซึ่งแคนาดาให้การดูแลอย่างเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก
4.สิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น แคนาดาเป็นประเทศที่มีทั้งฝรั่งผิวขาวและชาวเอเชีย จึงมีขนบธรรมเนียม ประเพณี นโยบายที่ส่งเสริมให้มีวัฒนธรรมหลากหลาย แคนาดาจึงมีอาหารและกิจกรรมนานาชาติ และเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศสวยงามที่สุดของโลก นอกจากนี้เมืองต่างๆ ยังมีสวนสาธารณะ สวนดอกไม้ ชายหาดพร้อมทั้งกีฬาประเภทต่างๆ ให้ได้สนุกสนานกันอีกด้วย
สนใจเรียนต่อประเทศแคนาดา ช่วงนี้มีโปรโมชั่นนะคะ เรารับให้คำปรึกษาฟรีติดต่อมาได้ที่
Tel.093-3249619 Line id.
26/03/2019
ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิตที่ดี ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิต ในแต่ละปีจะมีนักษาจากทุกมุมโลกมาศึกษาต่อเป็นจำนวนมาก วันนี้จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่น่าเรียนสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนต่อที่ประเทศแคนาดานอกจากเมืองโตรอนโตที่เคยแนะนำไปแล้ว ยังมีอีกหลายเมืองมาให้เป็นตัวเลือกกันค่ะ
-Montreal เมืองมอนทรีออล เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากโตรอนโต ประชากรที่นี่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก แต่คนส่วนใหญ่ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดี เมืองนี้จะมีความผสมผสานวัฒนธรรมยุโรปและอเมริกัน ที่นี่มีทั้งโรงละคร สถานที่ฟังเพลง เต้นรำ และแหล่งทัศนศิลป์อื่นๆ ให้เรียนรู้นอกห้องเรียน
-Vancouver เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีสวนสาธารณะ Stanley Park มีถนนติดริมทะเล ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทะเลสาบและเทือกเขาร็อกกี้ น้องๆที่มาเรียนที่นี่ได้ทั้งความรู้และยังได้ท่องเที่ยวอีกด้วย
-Quebec City ควิเบกซิตี้เป็นเมืองหลวงของรัฐควิเบก ภายในตัวเมืองเป็นเขตเมืองเก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ปัจจุบันยังได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกยูเนสโกเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
-Edmonton เอดมันตันเป็นเมืองหลวงของรัฐแอลเบอร์ตา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนอร์ทซัสแคตเชวัน เมืองนี้มีการจัดเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี จนขึ้นชื่อว่าเป็น The Festival City นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทางศิลปะ แฟชั่น โรงหนังและสถานที่จัดการแสดงทั่วเมือง เหมาะกับการเปิดหูเปิดตา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เลยหล่ะค่ะ
อยากไปเรียนต่อประเทศแคนาดา ปรึกษาเราฟรี
Tel. 093-3249616 Line.
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Chiang Mai
50300
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |