21/04/2026
🎉 สำนักวิชาการเมืองการปกครอง ขอนำเสนอผลงานวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์ ชัยฉกรรจ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ จำนวน 2 เรื่อง 🌍📚
📄 ผู้เขียนชื่อแรก (First Author)
บทความเรื่อง Policy Innovation Through Play: A Game-Based Approach for Designing Local Welfare Policies in Thailand
งานวิจัยนี้ศึกษากลไกที่เชื่อมโยง การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) กระบวนการมีส่วนร่วม และนวัตกรรมเชิงนโยบาย ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Design-Based Action Research) และการใช้บอร์ดเกม “Me-Sitthi” กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเหนือของประเทศไทย
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นกลไกสำคัญของนวัตกรรมเชิงนโยบายทั้งในเชิงกระบวนการ (PIAP) และเชิงผลผลิต (PIAO) ได้แก่ Empathy Anchoring, Cognitive Friction, Iterative Constraint Navigation และ Role-Shifting รวมถึงแนวคิด “Hard Fun” ซึ่งสะท้อนว่าความท้าทายสามารถนำไปสู่การมีส่วนร่วมและการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง
ฐานข้อมูล Scopus Q1 🌍📚
🔗 https://doi.org/10.1002/pad.70079
📄 ผู้เขียนบรรณกิจ (Corresponding Author)
บทความเรื่อง (Ir)replaceable Roles of Intermediaries: Administrative Burden in Thailand’s Social Welfare Scheme for Informal Workers
งานวิจัยนี้ศึกษาภาระทางการบริหาร (administrative burden) ในระบบสวัสดิการสังคมของแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะประกันสังคมมาตรา 40 ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับแรงงานและตัวกลาง (intermediaries)
ผลการศึกษาพบว่า แรงงานต้องเผชิญต้นทุนทั้งด้านการเรียนรู้ การปฏิบัติตาม และด้านจิตใจ ขณะที่ตัวกลางในชุมชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระดังกล่าว แม้จะมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงสวัสดิการ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความยั่งยืนในเชิงระบบ
ฐานข้อมูล Scopus Q2 🌍📚
🔗 https://doi.org/10.1080/01900692.2026.2643676
✨ ผลงานทั้งสองชิ้นสะท้อนการเชื่อมโยงระหว่าง การออกแบบนโยบายเชิงนวัตกรรม และ การทำความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างของสวัสดิการสังคม เพื่อพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
20/04/2026
📢 มาแล้ว! รายละเอียด การรับสมัครนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง
📍เปิดรับสมัครรอบที่ 3 ในวันที่ 3 เมษายน 2569 - 14 พฤษภาคม 2569
💙สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📞คุณภูษณิศา 053-942984
✉️[email protected]
#รัฐศาสตร์ปโท
#สิงห์ขาว
08/04/2026
📖 สำนักวิชาการเมืองการปกครอง ขอนำเสนอบทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาการเมืองการปกครอง
เรื่อง “การเมืองไทยเรโทร: กลไกมหาดไทยกับการเลือกตั้ง และคำถามถึงความเป็นกลางของผู้ทำหน้าที่กรรมการ“
🌟บทความนี้ชวนย้อนถอดบทเรียนจากการเลือกตั้ง 2569 ถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทยที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่เจตนารมณ์ในการก่อตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ก็เพื่อแยกหน่วยงานดูแลการเลือกตั้งออกจากกระทรวงมหาดไทย
✨ผู้ที่สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.the101.world/mi-election69
การเมืองไทยเรโทร : กลไกมหาดไทยกับการเลือกตั้ง และคำถามถึงความเป็นกลางของผู้ทำหน้าที่กร
ณัฐกร วิทิตานนท์ ชวนถอดบทเรียนจากการเลือกตั้ง 2569 ถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทยที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับการเลือ....
31/03/2026
💙 สำนักวิชาการเมืองการปกครองขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.ธัญณ์ณภัทร์ เจริญพานิชได้เข้าร่วมวิจัยโครงการ “ย่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์สวรรคโลก : การจัดการทุนวัฒนธรรมเพื่อยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน“
⭐️โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ระยะที่ 3
🔹ภายใต้การกำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กรอบการวิจัย "การจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่น” ประจำปีงบประมาณ 2569
31/03/2026
⭐️เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายโสภณ เพิงคาม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง ได้นำเสนอบทความวิชาการ
💙เรื่อง "ล้านนาในโลกทุนนิยม: พลวัตการช่วงชิงความหมายและการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ ภายใต้บริบทความเป็นมหานคร"
🌱ซึ่งได้รับการประเมินบทความระดับดีมาก ในงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2569 (IMD Symposium) ภายใต้หัวข้อ มหานครแห่งความท้าทาย (Metropolitan Challenge) โดย วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยมี ผศ.ดร.สุพิชฌาย์ ปัญญา เป็นที่ปรึกษาวิจัย
30/03/2026
💙เมื่อวันที่ 21 - 24 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.ธัญณ์ณภัทร์ เจริญพานิช ได้เข้าร่วมและนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุม 2026 Annual Conference at Hollywood, Los Angeles 🇺🇸 เพื่อพัฒนาผลงานสู่การตีพิมพ์ระดับนานาชาติต่อไป
27/03/2026
📢 เปิดรับสมัคร “รอบที่ 3 รอบสุดท้าย” แล้ว!
ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
🎓 โอกาสสุดท้ายของปีนี้! อย่าปล่อยให้หลุดมือ
ใครที่กำลังคิดจะต่อยอดความรู้ หรืออยากยกระดับเส้นทางอาชีพ
นี่คือ “โอกาสสุดท้าย” ที่คุณจะได้เริ่มต้นในปีการศึกษา 2569 💙
✨ เปิดรับทั้ง
🔹 ภาคปกติ (แบบ 2)
🔹 ภาคพิเศษ (แบบ 3)
📩 สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. - 14 พ.ค. 69 นี้เท่านั้น
🔥 ตัดสินใจวันนี้ เพื่ออนาคตที่ชัดเจนกว่าเดิม
--------------------------------------------
☎️ สอบถามเพิ่มเติม หรือ คลิกลิงค์ใต้คอมเมนต์
053-942984, 053-942981
#ปริญญาโท #ปโทรัฐศาสตร์ #สิงห์ขาว #มช #รัฐศาสตร์มช #คณะรัฐศาสตร์มช #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
25/03/2026
ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ทุกท่านด้วยค่ะ 💙
24/03/2026
📄 สำนักวิชาการเมืองการปกครอง ขอนำเสนอผลงานของโสภณ เพิงคาม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ค่ะ 💙
ชวนอ่าน คำนำหน้าชื่อ : พลวัตทางประวัติศาสตร์ กฎหมาย สังคมวิทยา และข้อถกเถียงเรื่องการรับรองเพศสภาพ
มากกว่าพยางค์ที่ขานเรียก คืออาภรณ์ทางฐานันดรและตรวนทางกฎหมาย : สำรวจพลวัต "คำนำหน้าชื่อ" จากสัญลักษณ์แห่งศักดินาสู่สมรภูมิแห่งสิทธิและการนิยามตัวตนใหม่ในโลกยุคเปลี่ยนผ่าน ในโลกที่ "ชื่อ" คือการประกาศตัวตน "คำนำหน้าชื่อ" กลับทำหน้าที่เป็นมากกว่าเครื่องหมายระบุบุคคล แต่มันคือ ฟอสซิลทางวัฒนธรรม ที่ตกทอดมาจากระเบียบสังคมโบราณ
ในโครงสร้างของภาษามนุษย์ "คำนำหน้าชื่อ" (Honorifics หรือ Titles) ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อความสมบูรณ์ทางไวยากรณ์หรือเป็นเพียงคำทักทายทางสังคมเท่านั้น ทว่าในมิติทางรัฐศาสตร์ สังคมวิทยา และนิติศาสตร์ คำนำหน้าชื่อเปรียบเสมือนเครื่องมือเชิงสถาบันอันทรงพลังที่รัฐและสังคมใช้ในการจัดระเบียบประชากร จัดลำดับชั้นทางชนชั้น กำหนดสถานภาพทางกฎหมาย และตีกรอบเพศวิถีของบุคคลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คำนำหน้าชื่อได้กลายเป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้ทางความคิดระหว่าง "โครงสร้างอำนาจรัฐแบบดั้งเดิม" ที่ต้องการจัดจำแนกประชากรบนฐานของชีววิทยาและสถานะทางครอบครัวเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม กับ "ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน" ที่ต้องการปลดแอกอัตลักษณ์ของตนเองและเรียกร้องสิทธิในการกำหนดเจตจำนงเสรี (Self-determination)
ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความหลากหลายทางเพศได้รับการยอมรับมากขึ้น ประเด็นเรื่องคำนำหน้าชื่อได้กลายเป็นสมรภูมิทางกฎหมายและวัฒนธรรมที่สำคัญ รายงานการวิจัยกึ่งสารคดีฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์อย่างเจาะลึกและเป็นกลาง โดยครอบคลุมตั้งแต่รากฐานทางประวัติศาสตร์ของคำนำหน้าชื่อในสังคมไทยและโลกตะวันตก โครงสร้างทางสังคมวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาษา ผลกระทบทางจิตวิทยาจากการถูกปฏิเสธสิทธิ พัฒนาการทางกฎหมายตั้งแต่พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 จนถึงความพยายามในการผลักดันกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ ตลอดจนบริบทความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล และที่สำคัญที่สุดคือการวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลดีและผลเสียของข้อเสนอที่อนุญาตให้สตรีข้ามเพศสามารถใช้คำนำหน้าชื่อว่า "นางสาว" ได้ ซึ่งถือเป็นข้อถกเถียงที่แหลมคมที่สุดประการหนึ่งในสังคมไทยปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์การกำเนิดและวิวัฒนาการของคำนำหน้าชื่อในสังคมไทย มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการรวมศูนย์อำนาจรัฐและการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ (Modern Nation-State) ในยุคก่อนการปฏิรูปประเทศ สังคมไทยไม่ได้มีระบบคำนำหน้าชื่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับสามัญชน การเรียกขานมักอิงกับยศถาบรรดาศักดิ์ตามระบบศักดินา สำหรับสามัญชนทั่วไป มีการใช้คำว่า "อ้าย" และ "อี" สำหรับบุคคลทั่วไป และใช้คำว่า "อำแดง" วางไว้หน้าชื่อของสตรีที่เป็นสามัญชน โดยคำว่าอำแดงนี้มักถูกสงวนไว้ใช้กับสตรีที่แต่งงานแล้วหรือสตรีที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ เช่น อำแดงแย้ม หรือ อำแดงบุญมา ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับเด็กสาวหรือหญิงโสดแต่อย่างใด
ความพยายามในการจัดระเบียบสังคมของรัฐไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สตรี ในปี พ.ศ. 2464 ได้มีการตรา "พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็ก" เพื่อแยกแยะระดับชนชั้นของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีตามบรรดาศักดิ์ของบิดา โดยกำหนดให้เด็กที่เป็นบุตรของสามัญชนใช้คำว่า "เด็กชาย" หรือ "เด็กหญิง" ในขณะที่เด็กที่เป็นบุตรของข้าราชการชั้นสัญญาบัตรให้ใช้คำว่า "นายน้อย" สำหรับเด็กชาย และ "นางน้อย" สำหรับเด็กหญิง ส่วนเด็กที่เป็นเชื้อราชตระกูลให้ใช้ตามชั้นบรรดาศักดิ์เดิม
การสืบค้นร่องรอยของ "คำนำหน้าชื่อ" ผ่านหน้าประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคที่สังคมไทยใช้คำว่า อำแดง, อ้าย, อี จนถึงการจัดระเบียบใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 และการเคลื่อนไหวของสตรีนิยมตะวันตกเพื่อเปลี่ยนมาตรฐานจาก Mistress เป็น Miss, Mrs. สู่คำว่า Ms. ไปจนถึงการลบล้างคำว่า Fräulein ในภาษาเยอรมัน ล้วนสะท้อนให้เห็นสัจธรรมเชิงประจักษ์ว่า "ภาษาและนิติฐานะไม่ใช่สิ่งตายตัวทางธรรมชาติ แต่เป็นสัญญะที่รัฐและสังคมประกอบสร้างขึ้น (Social Construct) เพื่อรับใช้โครงสร้างทางอำนาจในแต่ละยุคสมัย"
ในศตวรรษที่ 21 เมื่อมโนทัศน์เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในเนื้อตัวร่างกาย และเจตจำนงทางเพศ (Self-determination) ได้กลายเป็นแกนกลางของสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ การที่รัฐยังคงบีบบังคับให้ประชากรกลุ่มหนึ่งต้องทนทุกข์กับการสวมใส่คำนำหน้าชื่อที่ขัดแย้งกับตัวตนและจิตวิญญาณภายใน จึงถือเป็นกลไกที่ผลิตซ้ำความรุนแรงเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ดี จากบริบทการเมืองระหว่างประเทศและสถิติทางอาชญาวิทยา ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านแนวคิดเรื่องเพศสภาพย่อมเผชิญกับแรงต้านจากโครงสร้างความมั่นคงของรัฐและความกังวลด้านสิทธิที่ทับซ้อน
อ่านต่อได้ที่ 👉 https://culturio.sac.or.th/content/2241
โสภณ เพิงคาม : ผู้เขียน
Culturio (คัลเจอะริโอ) เว็บไซต์แพลตฟอร์มพื้นที่การเรียนรู้ออนไลน์ ที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบ Flipped Classroom (ห้องเรียนกลับด้านด้วยเทคโนโลยี) เปิดพื้นที่สำหรับการค้นคว้า สร้างสรรค์ แบ่งปัน และเรียนรู้ ที่รวบรวมและสร้างสรรค์ข้อมูลความรู้ด้านมานุษยวิทยาและวัฒนธรรม
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจได้ที่ 👉 https://culturio.sac.or.th/
#ประวัติศาสตร์ #พลวัต #เพศภาพ #อัตลักษณ์ทางเพศ #คำนำหน้า #มานุษยวิทยา #ศมส #ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
23/03/2026
🎊🎉 สำนักวิชาการเมืองการปกครอง ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ ดร.มานิตา หนูสวัสดิ์ (อ.โบว์) เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษาในระดับดุษฎีบัณฑิตจาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นค่ะ 💙