20/06/2026
🌟 ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ รหัส 69 🌟
21 มิถุนายน 2569 สาขาวิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศ (Orientation) สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท รหัส 69 จำนวน 17 คน ในวิชาเอกการศึกษาเพื่อการพัฒนา และวิชาเอกจิตวิทยาการศึกษา
กิจกรรมดังกล่าวเป็นโอกาสในการแนะนำหลักสูตร แนวทางการศึกษา และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณาจารย์และนักศึกษา ก่อนเริ่มต้นเส้นทางการเรียนรู้ร่วมกัน
สาขาวิชาการศึกษาขอแสดงความยินดีและยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ทุกท่านสู่ครอบครัวการศึกษา ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ มีความสุขกับการเรียนรู้ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการศึกษาต่อไป
💜ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวสาขาวิชาการศึกษาค่ะ 💙
19/06/2026
📚 Back to School
เริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ ด้วยหนังสือ "จากห้องเรียนสู่พื้นที่ความรู้: แนวคิดและวิธีวิทยาสำหรับครูนักวิจัย" ที่จะชวนทุกคนเปลี่ยนประสบการณ์ในห้องเรียนให้เป็นองค์ความรู้ ผ่านแนวคิดและเครื่องมือวิจัย
🎉 โปรโมชั่น Back to School
📖 ซื้อ1 เล่ม ราคา 250 บาท
📖 ซื้อ 5 เล่มขึ้นไป เหลือเล่มละ 230 บาท
📖 ซื้อ 10 เล่มขึ้นไป เหลือเล่มละ 200 บาท
📩 สั่งซื้อได้ผ่าน Google Form
https://forms.gle/WqhTQv6Y6bEchQqS7
📖 เติมแรงบันดาลใจให้การสอน และต่อยอดการเรียนรู้จาก "ห้องเรียน" สู่ "พื้นที่ความรู้" ไปด้วยกัน
ระยะเวลาการจัดส่ง
ทางผู้ขายจะทำการจัดส่งทุกวัน (จันทร์, พุธ, ศุกร์) โดยจะตัดรอบส่งในเวลา 11.30 น.
หากมีความคาดเคลื่อนจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าครับ
ทดลองอ่านได้ที่:https://drive.google.com/file/d/179bydimQrmviysiRgukbcvJz9AEy8FgS/view?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExcUZFQzY4enAybXlTTVpGRXNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR59M6nPZ59H304I-Ed43T1HyRPAUriOS237KK-ZXpK27Ed6GFXS6Dw4nH9Hdg_aem_fUnaRhpiTVmGwp_S-movDg
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อ
สุชาครีย์ ตุงเครือคำ (เปรม)
0884098092
Email: [email protected]
หรือผ่านทางเพจ CMEP CMU ศูนย์วิจัยพหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
27/05/2026
The Program in Education, Faculty of Education, Chiang Mai University, cordially invites students, faculty members, and interested participants to attend a Special Lecture by Ágnes Sáfrány, Exchange PhD Student from ELTE University, Hungary.
Topic:“Managing Cultural Diversity and Interactions in Everyday Classroom Practice”
🗓 9 June 2026🕚 11:00 AM – 12:00 PM📍 Room 4208, Building 2, Faculty of Education, Chiang Mai University
This activity is supported by the Erasmus+ International Credit Mobility (ICM) Programme. ELTE
25/05/2026
📑✨ รับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ "ขั้นตอนในการแจ้งเกิด และการมีชื่อในทะเบียนคนอยู่ : หลักการ เอกสาร การเกิด และขั้นตอน"
(มีเกียรติบัตรการเข้าร่วมให้)
🗓 วันที่ 13-14 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 8.30–16.00 น.
🏛️ ณ ห้องประชุมศึกษาสัมพันธ์ อาคาร 2 ชั้น2 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
🍱 ฟรีอาหารกลางวัน และเบรค
🎤 วิทยากรโดย
• คุณวิกานดา พัติบูรณ์
• คุณเวช ว่องไวพาณิชย์
จากคลินิกกฎหมายอุ้มผาง จังหวัดตาก
ลงทะเบียนฟรีผ่าน 👉🏻 https://forms.gle/aq8CJBig5wPL2y5r8
ปิดรับสมัครวันที่ 10 มิถุนายน 2569 รับจำนวนจำกัด
🌐ร่วมจัดโดย LARP, ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ และศูนย์วิจัยพหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และ Save The Children
18/05/2026
ศูนย์วิจัยพหุวัฒนธรรมและนโยบายการศึกษา ชวนอ่านบทความผลงานนักวิจัย เรื่อง"Multicultural Education in Thailand: Unraveling Tensions in Policy, Diversity, and Curriculum in Local Practice"
โดย Asst. Prof. Dr. Nannaphat Saenghong
ผศ. ดร. นันท์นภัส แสงฮอง
นักวิจัยประจำศูนย์ฯ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศาสตร์การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
จากหนังสือ "Curriculum and School Development in Asia 2
Decoding Multicultural Education in Asia
ProspectsandChallenges for School
Development"
ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Springer Nature (Springer, Singapore)
ซื้อหนังสือได้ที่ : https://link.springer.com/book/10.1007/978-981-95-4348-9
13/05/2026
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ของลูกหลานแรงงานข้ามชาติ
----------
มายา สุทธิวงศ์
----------
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น “ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ” ยังคงเป็นกลุ่มเด็กที่ต้องเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบการศึกษา แม้ประเทศไทยจะรองรับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กทุกคน แต่ในทางปฏิบัติ เด็กจำนวนไม่น้อยยังคงหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะกำแพงภาษา ความยากจนและข้อจำกัดของโรงเรียนที่ยังไม่สามารถรองรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ได้อย่างเต็มที่
องค์กรเสริมแรงเรียน (Serm Raeng Rian) ซึ่งเป็นกลุ่มครูอาสาสมัครที่ทำงานกับลูกหลานแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาของเด็กข้ามชาติเริ่มปรากฏชัดในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อเด็กจำนวนมากไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรและไม่สามารถอ่านเขียนภาษาไทยได้ กลุ่มครูอาสาจึงเริ่มลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสอนภาษาไทยและวิชาพื้นฐานให้เด็กมีความพร้อมเข้าสู่ห้องเรียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้วิกฤติการณ์โควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางกลับทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กข้ามชาติยังคงดำรงอยู่ต่อเนื่อง
“ปัจจุบันเราดูแลเด็กอยู่ประมาณ 160 คน ในพื้นที่ชุมชนช้างคลาน ชุมชนท่าศาลาและตามแคมป์แรงงานในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ทั้งชาวพม่า ไทยใหญ่หรือชาติพันธุ์อื่นๆ ถึงโควิดจะผ่านไปแล้วแต่ปัญหาหลักที่เรายังเจอคือเรื่องความยากจน การเข้าถึงการศึกษาและความพร้อมของโรงเรียนในการรองรับเด็กที่มีพื้นฐานทางด้านภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกัน” ตัวแทนองค์กรเสริมแรงเรียนกล่าว และว่า ปัญหาด้านภาษาเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของเด็กข้ามชาติ เพราะเด็กบางส่วนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้และไม่สามารถเรียนในระบบปกติ ขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบเตรียมความพร้อมด้านภาษาไทยสำหรับเด็กต่างชาติที่ย้ายเข้ามาใหม่
“เด็กบางคนเรียนอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาที่ไม่มีภาษาไทยเลย พอเข้ามาเรียนในระบบโรงเรียนไทยก็สื่อสารไม่ได้ เรียนไม่ทัน บางคนอายุมากแล้วแต่ต้องกลับไปเริ่มเรียนกับเด็กเล็ก มันทำให้เขาไม่มั่นใจ สุดท้ายก็ออกจากโรงเรียน ครูหลายคนมีความตั้งใจจะช่วยเด็ก แต่โรงเรียนมันมีข้อจำกัด ทั้งเวลากับทรัพยากร แล้วก็ไม่มีครูที่พูดภาษาแม่ของเด็กได้ อย่างภาษาพม่าหรือภาษาไทยใหญ่ เด็กหลายคนเลยตามบทเรียนไม่ทัน”
นอกจากข้อจำกัดด้านภาษาและทรัพยากรแล้ว ทัศนคติทางสังคมของคนไทยบางกลุ่มยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษาของลูกหลานแรงงงานข้ามชาติ
“บางโรงเรียนไม่มีการจัดสวัสดิการอาหารกลางวันให้กับเด็กชาติพันธุ์ มันก็สะท้อนให้เห็นถึงอคติกับการแบ่งแยก คนไทยบางส่วนก็ยังมีมุมมองแบบ พวกเรา – พวกเขา ต่อแรงงานข้ามชาติ ทำให้เราได้ยินคำถามอยู่เสมอว่า ทำไมรัฐต้องใช้ภาษีของคนไทยเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กต่างชาติด้วย ทั้งๆที่ครอบครัวแรงงานข้ามชาติเขาก็จ่ายภาษีค่าแรงงานหรือประกันสุขภาพเหมือนกัน ความเข้าใจแบบนี้เลยทำให้เด็กๆถูกลดทอนคุณค่าและถูกมองว่าไม่ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ”ผู้แทนองค์กรเสริมแรงเรียน สะท้อนความรู้สึกของคนทำงาน
ขณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการครูอาสาเสริมแรงเรียนมองว่า แรงงานข้ามชาติและลูกหลานต้องเผชิญข้อจำกัดจากระบบเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล ขณะเดียวกัน โครงสร้างของรัฐและเงื่อนไขด้านสถานะบุคคลยังกลายเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงโอกาสทางสังคมได้ยาก
“คำถามสำคัญที่เราควรนำมาถกกันจริงๆ ไม่ใช่คำถามว่าเด็กข้ามชาติควรได้เรียนหรือไม่ แต่ควรถามว่าระบบการศึกษากำลังล้มเหลวกับเด็กจำนวนมากแค่ไหน ทำไมถึงยังมีเด็กเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาอยู่ ทั้งๆที่การศึกษาควรเป็นสิทธิของเด็กทุกคน ไม่ใช่สิทธิที่ถูกแบ่งแยกตามสัญชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองเด็กเหล่านี้ในฐานะ ‘คน’ ที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน รัฐมีบทบาทในการสร้างวัฒนธรรมและทัศนคติของสังคม ถ้ารัฐยังสร้างความรู้สึกแบ่งแยก คนในสังคมก็จะเรียนรู้ที่จะมองคนอื่นแตกต่างจากตนเอง สังคมควรถูกสร้างบนแนวคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันมากกว่าการแบ่งแยกด้วยเชื้อชาติหรือสัญชาติ” ครูอาสากล่าว
แม้ภาคประชาสังคมหลายองค์กรพยายามสนับสนุนเด็กข้ามชาติผ่านการสอนเสริม การจัดหาอุปกรณ์การเรียนและการทำงานร่วมกับชุมชนแรงงานในพื้นที่ แต่ปัญหาด้านภาษา ความยากจนและข้อจำกัดของระบบการศึกษายังคงเป็นอุปสรรคต่อเด็กจำนวนมาก
ประเทศไทยกำลังเผชิญการเป็นสังคมผู้สูงวัย นับวันอัตราการเกิดยิ่งน้อยลง สัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนผู้สูงวัยมีนัยยะที่น่าเป็นกังวล ดังนั้นการส่งเสริมคุณภาพให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและพัฒนาคุณภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนไทยหรือคนสัญชาติไหน แต่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ก็คืออนาคตของสังคมบนโลกใบนี้
-----------