18/06/2026
เชิญชวนนะคะ 🤍
📢 ประกาศรับสมัคร "ครูแกนนำ" เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ "Loose Parts Play"
เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กผ่านการเล่นอิสระด้วยวัสดุปลายเปิด (Loose Parts Play) ขอเชิญชวนคุณครูที่มีความสนใจและพร้อมที่จะเป็น "ครูแกนนำ" สมัครเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดและสร้างสรรค์ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ
📌 ข้อมูลการอบรม
วันและเวลา: วันที่ 4 - 5 กรกฎาคม 2569 (อบรมต่อเนื่อง 2 วัน)
สถานที่: โรงแรมทีเค
จำนวนรับสมัคร: 40 โรงเรียน (รับโรงเรียนละ 2 ท่าน รวมทั้งสิ้น 80 ท่าน)
วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ:
ดร.วรนาท รักสกุลไทย
ผศ.ดร.พรชุลี ลังกา
ครูศศกมล บูรัชฎะ
📋 เกณฑ์การรับสมัครและคุณสมบัติผู้เข้าร่วม
1. สมัครเป็นคู่ (Buddy): เปิดรับสมัครโรงเรียนละ 2 ท่าน เพื่อให้มีคู่หูในการช่วยกันขับเคลื่อนและผลักดันโครงการในโรงเรียน
2. มีเวลาเข้าร่วมเต็มที่: ผู้สมัครต้องสามารถเข้าร่วมการอบรมได้เต็มเวลา ครบทั้ง 2 วัน
3. พร้อมเป็นแกนนำและขยายผล: ภายหลังจบการอบรม ผู้เข้าร่วมจะต้องนำความรู้ไปจัดกิจกรรม ขยายผลสู่เครือข่าย และสามารถส่งรายงานผลการดำเนินงานได้
4. มีใจรัก: มีความสนใจด้านการจัดประสบการณ์เรียนรู้ผ่านการเล่น และเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็ก
🎒 สิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันอบรม
ขอให้ผู้เข้าร่วมเตรียม อุปกรณ์และวัสดุปลายเปิด (Loose Parts) ของตนเองมาด้วย (จัดเตรียมร่วมกัน 1 ชุด ต่อ 1 โรงเรียน) โดยเน้นวัสดุที่หาได้ง่ายและปลอดภัย เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนไอเดียที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น:
วัสดุจากธรรมชาติ: กิ่งไม้แห้ง, ลูกสน, เปลือกหอย, ก้อนหิน, ใบไม้, เมล็ดพืช
วัสดุเหลือใช้/รีไซเคิล: แกนกระดาษทิชชู, กล่องกระดาษ, ฝาขวดน้ำ, แก้วพลาสติก (ทำความสะอาดแล้ว)
วัสดุทั่วไป: เศษผ้า, ไหมพรม, เชือก, แกนหลอดด้าย, ตัวต่อบล็อกไม้
หมายเหตุ: ทีมวิทยากรจะมีอุปกรณ์หลักเตรียมไว้ให้ส่วนหนึ่งแล้ว
🗓 กำหนดการและช่องทางการสมัคร
เปิดรับสมัคร: วันนี้ - 18 มิถุนายน 2569
ประกาศรายชื่อ 40 โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก: วันที่ 20 มิถุนายน 2569
ลิงก์สำหรับสมัคร (Google Form): https://forms.gle/2Bs2j5yhC1adtY6D8
⚠️ หมายเหตุสำคัญ: ขอสงวนสิทธิ์พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่กรอกข้อมูลครบถ้วน และยอมรับเงื่อนไขการขยายผลสู่เครือข่ายเป็นลำดับแรก
10/06/2026
#อบรมออนไลน์ฟรี 🌈 PFK อบรมออนไลน์ ครั้งที่ 45 หัวข้อ: "รู้ทันโรคฮิตหน้าฝนที่เด็กเล็กต้องเฝ้าระวัง"
โดยวิทยากร: นายแพทย์ธีระยุทธ์ ธนนันทน์ธัญโชติ กุมารแพทย์ เจ้าของเพจ และ TikTok "ลุงหมอเด็ก" วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 - 11:00 น.
- - - - - - - - - - - -
✨มาร่วมเรียนรู้แนวทางการดูแลห้องเรียนให้ถูกหลักสุขอนามัยและการป้องกันโรค ตรวจสอบได้ทันตั้งแต่สาเหตุ อาการ สัญญาณสำคัญที่ต้องรีบส่งเด็กพบแพทย์ทันที และการดูแลเบื้องต้นสำหรับคุณครูอนุบาล
🌷 สมัครเข้าร่วมอบรมได้ที่ลิงก์นี้
https://forms.gle/3MVZouAdNvYggUXf7
*รับจำนวนจำกัด
**สมัครอบรมฟรี! กรณีต้องการขอรับวุฒิบัตรออนไลน์มีค่าธรรมเนียม 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official :
22/05/2026
ครูเมปลื้ม อ.ป่าน หรือครูป่าน (ผศ.ดร.วิริญจน์ หุตะสังกาศ) แห่งคณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มากๆ ค่ะ อาจารย์มีความรู้เรื่องนิทานภาพสำหรับเด็กอย่างลึกซึ้ง อยากให้พวกเราชาวปฐมวัยภูมิใจนะคะ ว่านิทานที่เราใช้กับเด็กๆ นั้นมีคุณค่ามาก ครูป่านให้นิยามของนิทาน wimmel ไว้กระจ่างมากค่ะ ลองอ่านดูนะคะ
คำอธิบาย Wimmel Book โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิริญจน์ หุตะสังกาศ
อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Virine Hutasangkas
หนังสือวิมเมล คือหนังสือภาพที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้สังเกต คิด เชื่อมโยง และเล่าเรื่องด้วยตัวเอง
ผ่านภาพรายละเอียดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
หนึ่งในเสน่ห์ของหนังสือวิมเมล คือการไม่มีข้อความกำกับเรื่องราว เด็กๆ สามารถตีความและสร้างเรื่องราวได้อย่างอิสระในแบบของตัวเอง
� #หนังสือวิมเมล� #หนังสือภาพ #หนังสือเสริมพัฒนาการ
21/05/2026
มาเติมความรู้กันค่ะ
Club Sunday EP. 57 MTSS (RTI & PBIS)👏👏
👍ระบบการช่วยเหลือหลายระดับ (ด้านวิชาการ และด้านพฤติกรรม)
📅วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
⏰เวลา 21:00-22:10 น. (ปรับเวลาจาก 20:00 น.)
💻 FB Fanpage สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย
และ 📲YouTube Spedthailand
✨เดือนนี้ สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย เชิญวิทยากรจากอเมริกา มาให้ความรู้คุณครูถึงบ้านเลยค่ะ ✈️🇹🇭🏡📲
ระบบการศึกษาพิเศษในสหรัฐอเมริกา (และประเทศในโลกตะวันตก) เน้นการ "ป้องกัน" ไม่ให้เด็กกลุ่มเสี่ยงกลายเป็นเด็กพิเศษ ⏰⏰⏰ ส่วนเด็กที่มีความต้องการพิเศษแล้ว ครูก็จะให้ความช่วยเหลืออย่างเข้มข้นและเหมาะสม เพื่อให้เด็กพิเศษมีพัฒนาการดีขึ้น 🎯🎯🎯
🎗️แนวคิดนี้ทำให้กฎหมายการศึกษาพิเศษในสหรัฐอเมริกา (IDEA) บังคับใช้ "กระบวนการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ (Response to Intervention : RTI) เพื่อค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงแล้วรีบช่วยเหลือ👦🧒👧 เมื่อเริ่มช่วยเหลือแล้ว ครูจะติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กพัฒนาขึ้นจริง 🎯💯✅
🎗️การจัดการพฤติกรรมเชิงบวก (Positive Behavioral Interventions & Support : PBIS) เป็นการป้องกันปัญหาพฤติกรรมด้วยวิธีเชิงบวก และถ้าเด็กมีปัญหาพฤติกรรมแล้ว ครูก็จะช่วยเหลือและติดตามผลเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กมีพฤติกรรมดีขึ้นอย่างยั่งยืน 🏆🏆
วันอาทิตย์หน้า เรามารับความรู้เรื่อง RTI & PBIS 🟢🟡🔴จากปรมาจารย์ ตัวจริงเสียงจริง จากอเมริกากันค่ะ
แขกรับเชิญ
👩🏫 ศ.ดร. ทิโมธี แลนดรัม (Prof. Dr. Timothy Landrum)
University of Louisville, USA
👩🏫 รศ.ดร. ลอเรน คอลลินส์ (Asso. Prof. Lauren Collins)
San Diego State University, USA
👩🏫 ผศ.ดร. ยุวดี วิริยางกูร (ล่ามแปล)
🗣ดำเนินรายการโดย อ. จเร ฤทธิ์แก้ว (ครูป๊อป)
🤟ถ่ายทอดภาษามือโดย อ.ณัฐมาศ ชัยวัฒนกุลวานิช (ครูจี๊ด)
#ครูวิเศษสอนเด็กพิเศษ #กระบวนการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ #การจัดการพฤติกรรมเชิงบวก #การเรียนรวม #เด็กกลุ่มเสี่ยง #การสอนเด็กพิเศษ #การศึกษาพิเศษ #สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย
‼️ฟรี👉พบกันที่ FB สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย 👉 มารับความรู้เรื่องการสอนนักเรียนที่หลากหลายและเด็กพิเศษ ทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือนค่ะ 😇
19/05/2026
ทำไมผู้ใหญ่สาย Tech ถึงไม่ให้เด็กๆ ลูกตัวเองเล่น iPad ?
เมื่อเช้าอ่านข่าวจาก Sweden, ว่าด้วย Från skärm till pärm หรือการที่รัฐบาลประกาศให้สถานศึกษากลับมาใช้ "หนังสือเล่ม" แทนหน้าจอ [iPad & Tablet]
เหตุผลคือ 15 ปีที่ผ่านมา, การใช้ "จอ" แทน "กระดาษ" ทำให้เด็กโง่ลงๆ 💥
[ที่ USA ก็เพิ่งมีงานวิจัยเรื่องนี้แบบชัดๆ ออกมาเพราะมันต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล]
ทั้งยังทำให้ "สมาธิสั้น"
"ความสามารถในการเรียนรู้ต่ำ"
และ "มีปัญหาทางจิตสูง"
เราอยู่ในโลกที่ "บ้ามาก"
แต่ถ้าจะว่าไป, คนรู้จักผมในสาย Tech ที่เป็นผู้ใหญ่เก่งๆ ส่วนมากก็ไม่ให้เด็กในบ้านเล่นพวก iPad
โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ
เหตุผลที่เขา [และผมซึ่งเคยอยู่สายนี้] ทราบดี
คือสิ่งที่เรียกว่า "Algorithm"
สมัยผมยังเด็ก, ยุคนั้นที่จริงก็มีปัญหา "ติดจอ" เหมือนกัน 🙄
แต่เป็นจอ TV
วันอาทิตย์ตื่นเช้ามาดูนั่งดูการ์ตูน
แต่ TV ก็คือ TV
ทุก 15 นาทีมีคั่นโฆษณา
ให้ลุกให้เดินบ้าง [แม้จะเดินไปเปิดตู้เย็นก็ยังดี... 😑]
และเมื่อจบหนึ่งตอน, เราก็ต้องรออีก 7 วัน
กว่าตอนหน้าจะมาให้ชม
ปัจจุบันตรงข้าม, ทุกสิ่งบนจอมีให้ดูตลอด "ตามต้องการ [On Demand]"
ดูทีสองร้อยตอนนนนน
สำหรับผู้ใหญ่จริงๆ ก็ไม่ดีเท่าไร
แต่สำหรับเด็กไม่ถึงสิบขวบ, มัน "เลวร้ายมาก"
นอกจาก "ติด Content", ยังไม่นับเรื่องที่การ Refresh สี Refresh จอรัวๆ ทำร้ายระบบประสาท
แต่ที่นรกขั้นกว่าคือต่อให้ดูจบ 200 ตอน, ระบบก็พร้อมจะยัด Content อื่นที่ "เด็กชอบแน่นอน" ต่อทันที
เพราะเบื้องหลังมีสิ่งที่เรียกว่า "Algorithm" นั่นเอง
เอาง่ายๆ, ระบบมันตรวจจับ "การใช้เวลา" ของเด็กคนนั้น
เหมือนผมชอบดูแมว, Algorithm [หรืออนาคตก็คือ AI] จะทำการเก็บข้อมูลไว้ 💯
ว่า Account หรือ Username นี้ชอบดู Content แนวไหน
การที่เราใช้เวลานั่งนิ่งๆ ตั้ง 60 นาทีกับ Content แนวนี้, ระบบจะรู้ทันทีว่าเดี๋ยวจะส่งอะไรมาให้ดูต่อดี
เพื่อให้จาก 60 นาทีกลายเป็น 4 ชั่วโมง
นี่คือ Algorithm
คือ Data
คือสิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่พวก Big Tech อย่าง Google / Meta [FB & IG] หรือ TikTok ใช้
ในไทยไม่มี Case พวกนี้
แต่ที่เมืองนอกอย่าง US / EU และ Aus มีการ "ฟ้องร้อง" บรรดา Tech Firms ใหญ่ๆ
ว่าอยู่เบื้องหลังการเสพติดอย่างหนักและความคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ของเด็กๆ ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า Algorithm
ที่จริง, ผมยังเคยเห็นใน FB Group บางกลุ่ม "ขำ" เวลาพ่อแม่ที่เมืองนอกฟ้องร้อง FB
ว่า "ทำไมไม่รู้จักดูแลลูกตัวเองให้ดี" เที่ยวไปฟ้องคนอื่น
คนพวกนี้ไม่เข้าใจความน่ากลัวจริงๆ ของสิ่งที่เรียกว่า Algorithm
ไม่แน่ใจ, รู้สึกว่าน่าจะที่ Aus หรือไม่ก็สักประเทศใน EU
เคยมีกรณีที่เด็ก "ยิงตัวตาย"
จากการดู Video Clip บน Social Networks ที่มีผู้ใหญ่เอาปืนมาจ่อหัวแล้วยิงเล่น [Russian Roulette]
แต่เด็ก "ใช้เวลา" ดู Video นั้นอาจจะนาน [เพราะน่าจะยิงหลายนัด, ซึ่งจริงๆ อาจจะตัดต่อเอาหรือไม่ก็ปืนเปล่า]
พอ AI & Algorithm จับได้ว่า "เด็กคนนี้ตั้งใจดูมาก"
มันก็ "ส่ง" สิ่งที่คล้ายกันออกมาไม่หยุด
ดูอีกก็ส่งอีก
ยิ่งใช้เวลามากขึ้นก็ยิ่งชัด, ว่าเด็กสนใจอย่างมาก
ส่งมาจนเด็กไปหยิบปืนของพ่อมาลอง...
สรุป
ตาย
ที่เมืองนอกฟ้องร้องกัน
เห็นที่ไทยมีคน Share มา, ในนั้นทุกคน "ขำ"
ว่าไม่มีปัญญาดูแลลูกยังจะมาโทษ Internet
แน่นอนว่า Video Clips พวกนั้นถูกลบทิ้งในเวลาต่อมาแต่เท่าที่อ่านก็พอจะทราบว่าเนื้อหามันไม่ใช่แค่ "ลองยิงให้ดู" แต่เป็นการ "ท้า" ว่าถ้าใครดูแล้วไม่ลองทำตามคือ "กระจอก"
และคนที่ดูก็คือเด็ก
ที่ประสบการณ์ชีวิตยังไม่ได้มากมาย
[สมัยก่อนผมก็โง่, เหมือนที่ทุกคนก็เคยโง่]
แต่เราควรให้การโง่ 1 ครั้งเสียทั้งชีวิตเลยจริงๆ หรือ ?
คือเหตุผลที่ผู้ใหญ่สาย Tech หลายคนไม่ให้เด็กเล่น iPad
หรือเล่นก็จำกัดขั้นตอนจำกัดวิธีจำกัดเวลา
พอเห็นข่าวเช้านี้ที่ Sweden
มันก็ยิ่งชัดมากๆ
นอกจากระบบการศึกษาที่ดีติด Top ของโลก, ประเทศกลุ่ม Scandinavia ยังติด Top 5 ตลอดเรื่อง "ความสุขของคนในชาติ"
และอีกอย่างที่อาจไม่ได้ส่งผลโดยตรง 100% แต่ประเทศพวกนี้สนับสนุนให้คนออกไปเดินป่าเดินเขา, ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ
[ไม่แปลกใจที่ Brand สาย Outdoor ระดับบนสุดของโลกล้วนมาจาก Scandinavia, ผมใช้เป้ Bergans of Norway 🇳🇴 ใช้ Parka ของ 66 North Iceland 🇮🇸 ใช้รองเท้าเดินป่าของ Haglof Sweden 🇸🇪]
อาจฟังดูตลก
ที่คนสาย Tech กลับย้อนไปหาป่าหาภูเขาหา Outdoor
ที่ที่ไม่มี Algorithm
แนวคิด "Från skärm till pärm" ของรัฐบาล Sweden
แปลตรงตัวคือ "จากหน้าจอกลับสู่กระดาษ"
เราอยู่ในยุคที่ตัวเลขผู้ป่วยทางจิตสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำ New High, ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์
และยังจะส่งต่อไปยังลูกหลาน
ให้ทำ New High ต่อไป
การย้อนศร
ของ Sweden
อาจจะเป็น "คำตอบที่ถูกต้อง" ก็ได้
จากประเทศที่มีความสุข Top 5
ของโลกใบนี้
🍀
17/05/2026
ยังสมัครกันได้นะคะ 🤍
🌈 PFK อบรมออนไลน์ ครั้งที่ 44 หัวข้อ : "มุมมองใหม่เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยคุณภาพสูง: แนวคิดและการประยุกต์ใช้" โดยวิทยากร : ดร.กันต์ฌพัชญ์ อยู่อำไพ ผู้บริหารหลักสูตรสวนเด็กบ้านเจ้า วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:00 - 11:00 น.
✨ชวนสำรวจแนวคิดร่วมสมัยเกี่ยวกับ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยคุณภาพสูง” ผ่านหนังสือ A New Vision for High-Quality Preschool Curriculum พร้อมชวนขบคิดและแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการประยุกต์ใช้ในบริบทจริงของห้องเรียนไทย
👧🏻 การเล่นอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
หลักสูตรที่มีคุณภาพควรมีลักษณะอย่างไร?
และครูจะออกแบบการเรียนรู้ให้ทั้ง “เคารพธรรมชาติของเด็ก” และ “นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีความหมาย” ได้อย่างไร
🌷 สมัครเข้าร่วมอบรมได้ที่ลิงก์นี้
https://forms.gle/8MFFrJWFregJYKq17
*รับจำนวนจำกัด
**สมัครอบรมฟรี! กรณีต้องการขอรับวุฒิบัตรออนไลน์มีค่าธรรมเนียม 100 บาท
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official :