Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU

Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU

แชร์

ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า (Center of Elephant and Wildlife Health)

Center of Elephant and Wildlife Health is a project constructed by Faculty of Veterinary Medicine, Chiang Mai University, has been starting since October 2009. This center aims to conserve the Asian elephant and Wildlife as well as the related culture by conducting the research and providing relevant information to public.

18/06/2026

มาริสา 🐘 🦠

• อาการโดยรวมยังคงทรงตัว
• เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่อยู่ในระดับปกติ
• หน้าบวมเล็กน้อยเท่าเดิม แต่ปลายลิ้นมีสีเข้มขึ้น 🥹
• กินหญ้า กินผลไม้ได้ค่อนข้างดี
• ขับถ่ายเป็นก้อน 💩
• ซึมเล็กน้อย วันนี้ไม่มีไข้ ✨

👩🏻‍⚕️อาการบางจุดดูดีขึ้น (ค่าเลือด การกิน) แต่บางจุดยังน่าเป็นห่วง (สีของลิ้น) 🩺 คุณหมอยังทำการดูแลใกล้ชิด และปรับการรักษาตามอาการและผลเลือดแบบวันต่อวัน

พรุ่งนี้คุณหมอจะตรวจระดับไวรัสซ้ำ #ขอให้เป็นข่าวดีนะมาริ ✌🏻


#เราจะช่วยช้างไปด้วยกัน
#หน่วยสัตว์ป่ากำแพงแสน

18/06/2026

"ถ้าวันหนึ่งช้างป่วยหนัก...แต่ไม่มีอุปกรณ์ และไม่มีงบประมาณในการรักษา จะเกิดอะไรขึ้น?"

🐘 เมื่อช้างป่วย...พวกเขาไม่สามารถบอกความเจ็บปวดได้
แต่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อโรงพยาบาลช้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เพื่อสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ยา อาหาร การดูแลรักษา สำหรับช้าง
เพราะช้างไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ใหญ่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของหัวใจและมรดกของแผ่นดินไทย

💚 ทุกการให้ คือโอกาสต่อชีวิต
💚 ทุกการบริจาค คือความหวังของช้างอีกหนึ่งเชือก
📅 3 สิงหาคม 2569
📍 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

🏦 ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขที่บัญชี 667-467811-8
ชื่อบัญชี: ผ้าป่าเพื่อโรงพยาบาลช้าง มช.

ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
สามารถทำ e-donation ได้
โดยเป็นการลงระบบให้ย้อนหลัง
📝แบบฟอร์มบริจาคเงิน
https://cmu.to/DonationForElephantHospitalCMU

🙏 ขอร่วมเป็นสะพานบุญเพื่อช้างไทยไปด้วยกัน

#โรงพยาบาลช้าง #ช้างไทย #ทอดผ้าป่าโรงพยาบาลช้าง #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #ร่วมต่อชีวิตช้างไทย

17/06/2026

มาเอาใจช่วยคุณยายช้างกันค่ะ! 🐘💔

เมื่อไม่กี่วันก่อน คุณยายช้างวัย 68 ปีของเรามีอาการบาดเจ็บที่ขาหน้าด้านซ้ายค่ะ

คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่คุณยายคึกคักวิ่งไปมาจนทำให้เกิดอาการอักเสบ

ตอนนี้บริเวณข้อศอกขาหน้ามีอาการบวมและเจ็บอย่างเห็นได้ชัดเลย

ถึงคุณยายจะยังพอเดินไหว แต่เวลาจะยืนหรือเดิน
แกไม่ยอมลงน้ำหนักที่ขาข้างนั้นเลยค่ะ
แถมท่ายืนตอนนี้น้องมีจุดที่โก่งออกมา
เพราะพยายามเลี่ยงความเจ็บปวด
ดูแล้วน่าสงสารมาก

แผนการรักษาของคุณหมอ:
ตอนนี้ทีมสัตวแพทย์ได้ให้ยาแก้ปวด ลดอักเสบ
และยาลดกรดเพื่อดูแลกระเพาะอาหารคุณยายเรียบร้อยแล้วค่ะ

การดูแลต่อเนื่อง:
นอกจากการกินยาแล้ว
เรายังให้ควาญช้างช่วยนวดบรรเทาบริเวณที่บวมด้วยน้ำมันนวด
และสมุนไพรพอกยา (ฟาดยา)
เพื่อช่วยให้เส้นสายคลายตัวและยุบบวมเร็วขึ้น

รวมถึงมีการจัดการเรื่องโซ่ให้มัดเฉพาะขาข้างที่ไม่เจ็บ
เพื่อให้คุณยายได้พักขาข้างที่อักเสบได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ฝากส่งกำลังใจให้คุณยายหายไวๆ กลับมาเดินเหินคล่องแคล่วเหมือนเดิมเร็วๆ นี้ด้วยนะค่ะ! 🙏🧡

17/06/2026

สู้ๆนะ
ทีมงานคุณหมอ

คนไข้ใหม่ 🐘 แต่หน้าคุ้น 🥹


#พังมาริสา 🐘ผู้รอดชีวิตจาก 🦠
มีอาการซึมกว่าปกติ ซึ่งพอดีกับช่วงที่คุณหมอจาก โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC และ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย (Asian elephant Foundation of Thailand) ออกรอบตรวจสุขภาพพอดี 🚑💨


ผลการตรวจเบื้องต้น 🩺 พบว่ายายหนูมาริ มีไข้อ่อนๆ และเกล็ดเลือดมีปริมาณต่ำลงกว่าปกติ .. คุณลุงหมอเหยี่ยว 🦅จึงประสานต่อ ส่งตัวให้มารักษาที่โรงพยาบาล


🏥 ที่โรงพยาบาล พบว่าน้องยังคงมีไข้ เกล็ดเลือดต่ำ และมีอาการท้องเสียร่วมด้วย .. เนื่องจากอาการเข้าข่ายการติดเชื้อ EEHV 🦠 คุณหมอจึงได้ตัดสินใจทำการรักษา โดยให้ยาต้านไวรัส และถ่ายเลือดจำนวน 20 ถุงทันที (ขอบคุณมาริที่พก “คุณป้าน้องฟ้า” มาด้วย เลยสามารถให้เลือดได้ทันที 🩸)


ตอนนี้อาการน้องยังทรงตัว 🐘 พรุ่งนี้มาลุ้นผลไวรัสและค่าเกล็ดเลือดกันอีกรอบค่ะ 🌱


#ต้องสู้ไปด้วยกันนะมาริ 🐘
#หน่วยสัตว์ป่ากำแพงแสน

Photos from Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU's post 15/06/2026

🦌✨ “หล่อ...แต่แสบ!” ภารกิจดูแลกวางหนุ่มจอมซ่า เพื่อความปลอดภัยของทั้งฝูง

ทีมสัตวแพทย์ได้รับแจ้งให้เข้าดูแลกวางม้าเพศผู้ อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักราว 70 กิโลกรัม ที่มีพฤติกรรมค่อนข้างก้าวร้าว ชอบไล่ขวิดกวางตัวอื่นในฝูงจนได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง

แม้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นธรรมชาติของกวางเพศผู้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันเพื่อแสดงความเป็นจ่าฝูง แต่เมื่อความรุนแรงเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของสัตว์ตัวอื่น เจ้าของจึงตัดสินใจปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนจัดการอย่างเหมาะสม

🩺 ในครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการวางยาสลบเพื่อตัดเขา ประเมินสุขภาพ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด และเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งการตรวจเม็ดเลือด (CBC) และตรวจค่าทางเคมีในเลือด (Blood Chemistry)

นอกจากนี้ยังได้รับการถ่ายพยาธิและเสริมวิตามิน เพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงสมบูรณ์

🦌 สำหรับเรื่อง "เขา" ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของกวางเพศผู้ สัตวแพทย์ได้แนะนำให้เจ้าของพิจารณาตัดเขาในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่เขาอยู่ในระยะเหมาะสมและสามารถช่วยลดความรุนแรงของการทำร้ายกันภายในฝูงได้

หลายคนอาจมองว่าการตัดเขาเป็นเรื่องน่าสงสาร แต่ในบางกรณี การจัดการที่เหมาะสมเช่นนี้กลับช่วยป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงและช่วยให้สัตว์ทุกตัวในฝูงอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ❤️

🐾 การดูแลสัตว์ไม่ได้มีเพียงการรักษาเมื่อป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์ทุกตัว

📌 รอติดตามผลตรวจสุขภาพของเจ้าหนุ่มจอมซ่าตัวนี้กันนะครับ ว่าสุขภาพโดยรวมจะเป็นอย่างไรบ้าง

14/06/2026

‘พัชรสุธาคชานุรักษ์’ พระมหากรุณาธิคุณสู่การแก้ปัญหาคน–ช้างป่าอย่างยั่งยืน พลิกวิกฤตผืนป่าตะวันออก สู่ดุลยภาพแห่งการอยู่ร่วมกัน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่กว่า 1.2 ล้านไร่ และเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของช้างป่าจำนวนมาก

การขยายตัวของชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของช้างป่าลดลง ขณะที่ประชากรช้างป่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดเหตุช้างออกนอกพื้นที่ป่า เข้าทำลายพืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นปัญหาที่กระทบทั้งความปลอดภัยของคน และการดำรงอยู่ของสัตว์ป่า

พื้นที่ป่าตะวันออกจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่วิกฤตด้านความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ามากที่สุดของประเทศ และเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ท่ามกลางปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อโครงการว่า “พัชรสุธาคชานุรักษ์” อันมีความหมายถึง การดูแลรักษาช้างและผืนแผ่นดินให้มั่นคงแข็งแรงดุจเพชร สะท้อนแนวพระราชดำริในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ได้รับการขับเคลื่อนภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาโครงการ โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการ

หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการผลักดันช้างกลับเข้าป่า แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สัตว์ป่า การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

แนวทางสำคัญที่นำมาใช้ในพื้นที่ป่ารอยต่อภาคตะวันออก คือ การบริหารจัดการพื้นที่แบบบูรณาการ 3 ระดับ เริ่มจาก “พื้นที่ป่าอนุรักษ์” หรือพื้นที่ชั้นใน ที่มุ่งฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่า ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างโป่งเทียม ปลูกพืชอาหารสัตว์ และพัฒนาทุ่งหญ้าสำหรับช้างป่า เพื่อลดแรงจูงใจไม่ให้ช้างออกมาหาอาหารในพื้นที่ชุมชน

ส่วน “พื้นที่แนวกันชน” หรือพื้นที่ชั้นกลาง เป็นรอยต่อระหว่างป่ากับชุมชน มีการส่งเสริมการปลูกพืชที่ช้างไม่ชอบ เช่น พืชสมุนไพร หรือพืชกลิ่นฉุน รวมถึงการประยุกต์ใช้ “รั้วรังผึ้ง” ซึ่งเป็นนวัตกรรมธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ เนื่องจากช้างมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงฝูงผึ้ง ช่วยลดการบุกรุกพื้นที่เกษตรได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์

ขณะที่ “พื้นที่ชุมชน” หรือพื้นที่ชั้นนอก เน้นการสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน ผ่านระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนช้างป่าล่วงหน้า การจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวัง รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการจัดการพื้นที่แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ คือ การเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้แนวคิด “ร้อยหัตถศิลป์ รักษ์คชสาร” โดยส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริม และลดการพึ่งพาพื้นที่เกษตรที่เสี่ยงต่อความเสียหายจากช้างป่า

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ได้แก่ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากวัสดุท้องถิ่น งานจักสานไม้ไผ่และหัตถกรรมพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชสมุนไพร น้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์จากรั้วรังผึ้ง รวมถึงสินค้า OTOP ที่ต่อยอดจากทรัพยากรในชุมชน

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน แต่ยังทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของป่าและสัตว์ป่าในฐานะ “ทุนทางธรรมชาติ” ที่สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ยังมีการต่อยอดสู่โครงการ “กำลังใจ” ซึ่งส่งเสริมการฝึกอาชีพและงานหัตถศิลป์ให้แก่ผู้ต้องขังหญิงทั่วประเทศ ผ่านการฝึกทอผ้า งานฝีมือ และศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อสร้างทักษะอาชีพ เสริมคุณค่าในตนเอง และเปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบของการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ เพราะไม่ได้มองเพียงมิติการอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

จากปัญหาช้างป่าที่เคยเป็นวิกฤตของผืนป่าตะวันออก วันนี้แนวพระราชดำริได้กลายเป็นต้นแบบของการสร้างดุลยภาพระหว่าง “คน ป่า และช้าง” ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

พระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์ช้างป่าและผืนป่าของชาติ หากยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน อันเป็นภาพสะท้อนของการพัฒนาที่ยึดประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ร่มพระบารมีที่มุ่งสืบสาน รักษา และต่อยอดความสมดุลของแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน

Photos from Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU's post 13/06/2026

🐘💙 ในช้าง ความผิดปกติแปลกๆ เกิดขึ้นได้เสมอ
คราวนี้เป็น ก้อนเล็กๆ ที่ปลายงวง ที่อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

วันนี้ทีมสัตวแพทย์ได้รับแจ้งให้เข้าตรวจ ลูกช้างเพศเมียอายุ 5 ปี

ควาญสังเกตพบก้อนบริเวณปลายงวงเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน

แต่ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่นาน
และในเช้าวันนี้ก้อนเกิดแตกออก
ทำให้เจ้าของรีบปรึกษาทีมสัตวแพทย์ทันที

🔎 จากการตรวจร่างกาย
• พบก้อนบริเวณด้านในปลายงวง ขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร ลักษณะค่อนข้างแข็ง
• พบตุ่มขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร บริเวณผิวด้านนอกของงวง

💉 ทีมสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาเบื้องต้นเพื่อลดการอักเสบ และเก็บตัวอย่างเลือดรวมถึงชิ้นเนื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของก้อนดังกล่าว

📌 หลายครั้งความผิดปกติที่ดูเล็กน้อย เช่น ก้อน ตุ่ม หรือแผลเล็กๆ บนงวง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคบางอย่างได้ การสังเกตอาการและรีบปรึกษาสัตวแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ช่วยเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🙏 ขอขอบคุณเจ้าของและควาญช้างที่ใส่ใจสุขภาพของน้องช้าง และรีบแจ้งทีมสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

❤️ ทีมงานจะติดตามผลการตรวจอย่างใกล้ชิด และจะนำความคืบหน้ามาอัปเดตให้ทุกท่านทราบต่อไป

Photos from Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU's post 12/06/2026

🖤 น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ข้าพระพุทธเจ้าและคณะ ขอร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อสัตว์และธรรมชาติ ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

พระกรุณาธิคุณและพระราชปณิธานในการปกป้องผืนป่า ดูแลสัตว์ป่า และส่งเสริมความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์ การอนุรักษ์ช้าง และสัตว์ป่าทั่วประเทศ ให้มุ่งมั่นสืบสานภารกิจในการดูแลและคุ้มครองชีวิตสัตว์ทุกชีวิตต่อไป

ในนามของผู้ปฏิบัติงานด้านช้างและสัตว์ป่า พวกเราขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และจะยึดมั่นในเจตนารมณ์แห่งการอนุรักษ์และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชาติให้คงอยู่สืบไป

พระจริยวัตรอันงดงาม พระวิริยะอุตสาหะ และพระเมตตาธรรมของพระองค์ จะยังคงเป็นแสงส่องนำทางและอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน

ขอน้อมถวายความอาลัยด้วยความเคารพอย่างสูง

Photos from Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU's post 11/06/2026

ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเสริมทักษะการเป็น
“ผู้ช่วยสัตวแพทย์ด้านช้าง (Elephant Veterinary Assistant)”

ภายใต้โครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–อเมริกัน

ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 ณ Elephant Jungle Café at Grand Canyon อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

มีนักศึกษาเข้าร่วมทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วยนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากประเทศสหรัฐอเมริกา 6 คน และนักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 2–3 จำนวน 3 คน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจากสถาบันการศึกษาการพัฒนาที่ยั่งยืน (International Sustainable Development Studies Institute (ISDSI)) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ ผ่านหลักสูตร “ช้างและนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ (Elephants and Conservation Ecology)” พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจด้านการดูแลสุขภาพช้างในบริบทการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ ชีววิทยาและพฤติกรรมของช้าง การตรวจร่างกายเบื้องต้น โรคที่พบบ่อย และการปฐมพยาบาลช้าง

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ทีมสัตวแพทย์ของ Elephant Jungle Sanctuary และ Dr. Janine Brown จาก Smithsonian’s National Zoo and Conservation Biology Institute ร่วมกับคณาจารย์ สัตวแพทย์ ผู้ช่วยสัตวแพทย์ และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา จากศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์

ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า ขอขอบคุณ Elephant Jungle Sanctuary สำหรับการสนับสนุนสถานที่และทีมงานที่ช่วยให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

10/06/2026

แนะนำหนังสือ "ช้าง-ขอ-แหย่ง": เจาะลึกเบื้องหลังการจัดการปางช้างไทยที่คนรักช้างต้องอ่าน
(ดาวน์โหลดได้ฟรี)

1. จากอดีต 5,000 ปี สู่ทางแพร่งของ "ช้างว่างงาน"

ในฐานะที่ทำงานคลุกคลีกับการอนุรักษ์ บอกได้เลยว่า "ช้าง" คือจิตวิญญาณของแผ่นดินไทย ความผูกพันนี้ไม่ใช่แค่หลักร้อยปี แต่มีประวัติศาสตร์ลึกซึ้งย้อนไปกว่า 5,000 ปี นับตั้งแต่จุดกำเนิดวัฒนธรรมช้างเลี้ยงในอนุทวีปอินเดียก่อนจะส่งต่อมาถึงอุษาคเนย์ ช้างเป็นทั้งสัญลักษณ์บนธงชาติไทย เป็นขุนพลในศึกสงคราม และเป็นสัตว์คู่บารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์มาทุกยุคสมัย

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2532 เมื่อมีการประกาศปิดสัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศ ทันใดนั้นช้างลากไม้จำนวนมหาศาลก็กลายเป็น "ช้างว่างงาน" นี่คือภาวะวิกฤตที่บีบให้ช้างและควาญต้องปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปัจจุบันเรามีประชากรช้างในไทยรวมประมาณ 6,783-7,483 ตัว โดยมีช้างที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง (ข้อมูลเมษายน 2561) จำนวน 3,783 เชือก ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปหาคำตอบว่า ในวันที่พื้นที่ป่าลดลง เราจะดูแล "ช้างบ้าน" เหล่านี้ให้มีสวัสดิภาพที่ดีได้อย่างไร

2. ข้อมูลเบื้องต้นของหนังสือ

ก่อนจะลงลึกถึงเนื้อหา ขอสรุปรายละเอียดสำคัญของหนังสือเล่มนี้มาให้ดูครับ:
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อหนังสือ ช้าง-ขอ-แหย่ง... การจัดการปางช้างเพื่อการท่องเที่ยว
บรรณาธิการ ฉัตรโชติ ทิตาราม และ เฉลิมชาติ สมเกิด
ผู้จัดพิมพ์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จำนวนหน้า 126 หน้า

3. ทำไมต้อง "ช้าง-ขอ-แหย่ง"? มากกว่าตำรา คือทางรอดที่สมดุล

ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้ที่ผมประทับใจมาก คือการไม่ได้มองช้างในมิติเดียว แต่มันคือการรวม "สหสาขาวิชา" ทั้งสัตวแพทย์ การท่องเที่ยว และเศรษฐศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบคำถามที่สังคมคาใจ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ทฤษฎี แต่เป็นการถอดประสบการณ์จากคนทำงานจริงครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วไทย ตั้งแต่ยอดดอยภาคเหนือไปจนถึงสวนสับปะรดภาคใต้

หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ในการสร้างความเข้าใจระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับมาตรฐานสากล โดยรวบรวมมุมมองจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าของปางที่ต้องแบกภาระต้นทุน สัตวแพทย์ที่ทำหน้าที่ "เวชศาสตร์ป้องกัน" (Preventive Medicine) ควาญช้างผู้เป็นหัวใจหลัก ไปจนถึงนักอนุรักษ์และนักท่องเที่ยว เพื่อหาจุดร่วมที่ทำให้ช้างอยู่ได้อย่างยั่งยืนที่สุด

4. เข้าใจ "ปางช้าง" ในไทย: เพราะทุกที่ไม่ได้เหมือนกันอย่างที่คิด

หากเคยสงสัยว่าทำไมบางที่ถึงขี่ช้างได้ บางที่ถึงห้าม หนังสือเล่มนี้จะคลี่ภาพให้เห็นเป็น "สเปกตรัม" ของการจัดการ:
• ประเภทของปางช้าง: อธิบายความต่างระหว่าง ปางช้างแบบดั้งเดิม (มีขี่ช้าง/โชว์), ปางช้างเชิงนิเวศ (เน้นเดินป่าเรียนรู้พฤติกรรม) และ ปางช้างป่วยหรือชรา ที่เน้นการดูแลฟื้นฟู ซึ่งแต่ละแบบมีเป้าหมายและการจัดการที่ต่างกันไป
• วิถีช้าง วิถีควาญ: เจาะลึกอาหารการกินที่แตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น ภาคเหนือเน้นหญ้าเนเปียร์และข้าวโพด ส่วนภาคใต้จะมี "ต้นสับปะรด" เป็นเมนูหลัก รวมถึงการจัดการน้ำที่ช้างต้องดื่มถึงวันละ 150-200 ลิตร
• สุขภาพและสวัสดิภาพขั้นสูง: มีการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อย่าง Body Condition Score (BCS) หรือการให้คะแนนความสมบูรณ์ของร่างกาย เพื่อประเมินโภชนาการช้างเป็นรายเชือก รวมถึงการจัดการช้างตกมันอย่างถูกวิธี
• ความจริงเรื่อง "ตะขอและโซ่": หนังสือเล่มนี้กล้าที่จะอธิบายประเด็นที่คนมักเข้าใจผิด โดยชี้ให้เห็นว่าหากใช้ถูกวิธี อุปกรณ์เหล่านี้คือ "เครื่องมือสื่อสาร" และ "อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย" สำหรับทั้งคนและช้าง ไม่ใช่เครื่องมือทารุณกรรมเสมอไป

5. ใครบ้างที่ควรมีหนังสือเล่มนี้ติดบ้าน?

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ผมขอแนะนำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้อ่าน:
1. ผู้ประกอบการปางช้างและบริษัทนำเที่ยว: เพื่อใช้เป็นคัมภีร์ยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ให้สากลยอมรับ
2. นักวิชาการ สัตวแพทย์ และคนรักสัตว์: เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลงานวิจัยที่บูรณาการจากสถานการณ์จริง
3. นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป: เพื่อให้คุณ "เที่ยวช้าง" อย่างเข้าใจ เข้าใจว่าการสนับสนุนปางช้างที่มีการจัดการที่ดี คือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
6. บทสรุป: ก้าวต่อไปของช้างไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

"ช้าง-ขอ-แหย่ง" ไม่ใช่แค่ชื่อหนังสือที่ฟังดูแปลกหู แต่คือบทสรุปของความพยายามที่จะให้ "คน" และ "ช้าง" เดินทางไปด้วยกันได้อย่างมีเกียรติ หนังสือเล่มนี้คือฐานข้อมูลสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์ปางช้างไทยสู่มาตรฐานใหม่ที่เน้นสวัสดิภาพเป็นที่ตั้ง

หากท่านอยากเห็นอนาคตของช้างไทยที่สดใสกว่าเดิม สามารถ download ได้ตาม website ของศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

https://www.asianelephantresearch.com/

หรือ

https://drive.google.com/file/d/1yv-w2rIcIKIkc2vH6ikOshp4mJvfKuVa/view

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Chiang Mai
50230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30