15/12/2025
อีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่แล้ว เพื่อนๆมีเป้าหมายสำหรับการเล่นเบสในปีหน้าไหมครับ ว่าต้องการให้ตัวเองพัฒนาไปในทางไหนบ้าง จะเก่งขึ้นอีกเท่าไหร่ อยากจะเล่นเพลงไหนที่มันท้าทายขึ้นกว่าเดิม
ไม่ว่ายังไงขอให้มันเป็นเป้าหมายที่เร้าใจนะครับ
เพราะผมเชื่อเสมอว่าความสุขของมนุษย์อย่างหนึ่งคือการที่ได้เห็นตัวเองพัฒนาขึ้น
ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในความสุขนั้นโดยการแจกรางวัลปีใหม่ครับ
เป็นชั่วโมงเรียนเบสออนไลน์ จำนวน 2 ชั่วโมง (มูลค่า1, # # #บาท) ฟรี!!!
(เลือกเวลาเรียนได้)
อ่านกติกาดีๆนะครับ ง่ายๆ 😄😄
1.สำหรับผู้ที่เกิดในช่วงวันที่ 15 ธันวาคม - 15 มกราคม
2.ตอบในคอมเม้นว่าเกิดวันที่เท่าไหร่
3.พร้อมกับโพสต์รูปที่เล่นเบสเท่ๆ 1รูป
4.บอกเป้าหมายทางดนตรีสำหรับปีหน้า
5.แชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะ
เดี๋ยวผมติดต่อกลับไปครับ
แชร์โพสต์นี้เผื่อเพื่อนคนอื่นๆที่เกิดในเดือนนี้ด้วยนะครับ
มันคือความสุขจากการแบ่งปันครับผม❤️❤️❤️
*****
ขอสงวนให้คนที่ยังไม่เคยได้รางวัลนะครับ
ถ้าเพื่อนๆท่านใดเคยได้แล้ว ก็แบ่งและบอกต่อให้คนที่ยังไม่เคยได้เนาะ
#เรียนเบสออนไลน์
#มือเบสพร้อมใช้ใกล้คุณ
27/11/2025
จนถึงสิ้นปี
14 อีเว้นท์
8 วง
3 จังหวัด
ถ้าให้ผมสรุป 3 สิ่งที่ควรจะมีสำหรับอาชีพนักดนตรีก็คือ
1.ความรับผิดชอบ
จะว่าไปคำนี้กินความค่อนข้างกว้างมากๆ อันดับแรกรับผิดชอบต่อตัวเองก่อน อย่าทำตัวให้เป็นปัญหาสำหรับงานหรือสำหรับคนในวง ตรงต่อเวลา ได้เพลงมาก็ต้องแกะ ไม่ใช่ว่าไปสุยๆหน้างาน อะไรเตรียมไปได้ก็ให้เตรียมอย่าไปหวังเอาหน้างานว่าเขาจะมีให้ มันคือความเป็นมืออาชีพ
2.วินัย
หลายคนอาจมองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่อารมณ์ศิลปินอยากจะทำเมื่อไหร่ก็ทำ จะเล่นได้ต้องมีอารมณ์ สำหรับผม ณ.ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว เราจะต้องมีวินัยต่อตัวเองเพราะว่าอาชีพเราไม่มีใครบังคับ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเป็นนายของตัวเองให้เป็น สั่งตัวเองให้ได้ อย่าบอกว่านอนดึกหรือว่าเมื่อคืนเมามาเป็นข้ออ้าง การซ้อมทักษะส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก สำคัญกว่าการซ้อมรวมวงซะอีก เรื่องไหนไม่รู้ก็ไปค้นคว้าหาความรู้ เรื่องทฤษฎีดนตรีต่างๆนั้นเราควรที่จะรู้ไว้บ้างเพราะเราคือนักดนตรีอาชีพ และเดี๋ยวนี้องค์ความรู้ยิ่งหาง่าย เชื่อผมเถอะครับ..รู้ย่อมดีกว่าไม่รู้
3.นิสัยดีและอย่านินทาใคร
ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นมือวางอันดับ 1 ในระดับจังหวัดหรือแม้แต่ในระดับประเทศ แต่ถ้าคุณทำตัวเห*้ยเมื่อไหร่แล้ว เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากจะร่วมงานด้วย วงการนี้มันแคบ
ไม่ได้บอกว่าให้เอาใจทุกคน แต่มันหมายถึงว่าถ้าเราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติอย่างไรกับเราเราก็ควรที่จะปฏิบัติอย่างนั้นกับคนอื่น
และระวัง 3 เรื่องนี้ให้ดี
อันดับ 1 คือเรื่องเงิน จะต้องโปร่งใสและยุติธรรมกับเพื่อนๆ เรื่องค่าตัวควรที่จะตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรกก่อนที่จะเริ่มทำงานอะไรก็ตาม
อันดับ 2 คือเรื่องผู้หญิง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงของคนอื่น ผู้หญิงของใครหรือแม้แต่กระทั่งผู้หญิงของเรา ขีดเส้นไว้ให้ดีกับเรื่องงานอย่ามาปนกัน ผมเคยเกือบจะพังเพราะเรื่องนี้มาแล้ว หลายวงต้องแยกทางเพราะว่าเมียทะเลาะกัน
อันดับ 3 คือเรื่องเหล้า เรื่องนี้ทำคนพังมานักต่อนัก ผมก็เกือบเป็นหนึ่งในนั้น มันทำให้เราไม่มีสติไม่รู้ตัวจริงๆ และที่น่ากลัวก็คือว่าเราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่จริงๆแล้วเรากลับถูกมันควบคุมต่างหาก คำว่าพอดีของแต่ละคนมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว จะรอให้คนอื่นบอกว่าเราดื่มหนักเกินไปหรือว่ามันทำให้เสียงาน เชื่อเถอะก็ไม่ค่อยมีใครกล้าบอกหรอก การรู้ตัวด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ดีกว่า ตอนนี้สิ่งที่ผมคิดว่าปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้ก็คือผมไม่ดื่มก่อนเล่นเลยไม่ว่าจะดึกเท่าไหร่ จะเริ่มดื่มก็ต่อเมื่องานทั้งหลายเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว มันทำให้เราเห็นการเล่นของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
หวังว่าสิ่งที่ผมแบ่งปันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ
#เรียนเบสออนไลน์
#มือเบสพร้อมใช้ใกล้คุณ
26/11/2025
โจทย์วันนี้ใช้ทักษะการฟังสูงมาก
ฟังดนตรีเหรอครับ?
ฟังภาษาอังกฤษ!!!
วันนี้มาซ้อมงานแสดงละครเพลงของสตูดิโอต่างชาติแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าทีมงานเป็นต่างชาติทั้งหมด และใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร วันนี้มีคนไทยเพียง 2 คนถ้วน
ผมพอจะคุ้นเคยงานลักษณะนี้อยู่บ้าง ก็ไม่หนักใจอะไรเท่าไหร่ สิ่งที่สำคัญสำหรับงานประเภทนี้คือต้องมีทักษะดนตรีที่ค่อนข้างกว้าง ตอบสนองได้ทุกแนว และที่สำคัญต้องอ่านโน๊ตได้แม่น
เวลาก่อนจะซ้อมแต่ละเพลงเขาจะอธิบายถึงว่าเพลงนี้อยู่ในฉากไหน ตัวละครกำลังทำอะไรอยู่ และต้องการอารมณ์แบบไหน ความเร็วเท่าไหร่
จะมีหยุดตอนกลางเพลงไหม แล้วจะให้สัญญาณกันเข้าอย่างไร
งานมีปีหน้าครับแต่มันต้องซ้อมกันตั้งแต่ตอนนี้แล้ว
ถ้าจะเล่นดนตรีให้ดีมันต้องควรที่จะเข้าใจภาษาของดนตรีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน เพราะดนตรีมันไม่ใช่แค่ Solo หรือว่าเล่น Rhythm
และแนวดนตรีบนโลกนี้มันไม่ได้มีแค่ pop rock blues jazz
ขอให้สนุกกับโลกของดนตรีนะครับ
#มือเบสพร้อมใช้ใกล้คุณ
จองคิวเพื่อรับบริการวันนี้รับฟรีก๋วยเตี๋ยวเนื้อรวม 1 ถ้วย 😄😄
#เรียนเบสออนไลน์
01/09/2025
บอกให้โลกรู้ว่า "ข้าคือมือเบส"
ด้วยเสื้อยืดสุดเท่
" Iam Bass Player !!"
Pre Order วันนี้-10 ก.ย.
ขาวSmooth jazz , ดำ Black Metal
เลือกตามตัวตนของคุณ
เพียง 390 บาท(ส่งฟรีทุกที่ทั่วไทย)
S-XL 390
2XL +30
3XL +50
4XL +70
สั่งในคอมเมนต์ได้เลย
เช่น " ดำ XL 1ตัว"
*เริ่มจัดส่ง 20 ก.ย.*
ทีหลังน้องไม่ต้องมาถามนะ
ว่าพี่เล่นอะไร 😂😂😂😂
#เรียนเบสออนไลน์
27/08/2025
ตอนที่ 3 กว่าจะมาเป็นวง Metallica
จากความเดิมตอนที่แล้ว James เริ่มรู้สึกจิตตก ทั้งร้องและเล่นกีตาร์ไปด้วยไม่ไหว และเขาก็รู้สึกว่าเสียงเริ่มจะพัง ก็เลยคุยกับที่วงว่าให้หานักร้องใหม่แล้วเค้าจะรับหน้าที่เล่นกีตาร์อย่างเดียว ทางวงก็ได้มองหานักร้องไว้บ้างกันเหนียว แต่สุดท้าย James ก็กู้ความมั่นใจในตัวเองแล้วก็กลับมาเป็นคนเดิมได้ จากนั้นทางวง ก็เดินหน้าทำอัลบั้มใหม่ แล้วปล่อยออกมาในปี 1984 คืออัลบั้ม Ride the Lightning ซึ่งบันทึกเสียงที่สตูดิโอสวีทไซเลนไซเรนในเมืองโคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์ก และได้ไต่ขึ้นชาร์จอันดับที่ 100 บน Billboard 200
(ในตอนแรกนั้น หน้าปกอัลบั้มได้พิมพ์สีผิด โดยพิมพ์เป็นสีเขียว จากที่ควรจะเป็นสีฟ้า แต่มันกลับไปเป็นของสะสม ระดับหายากสำหรับนักสะสม และอัลบั้มนี้ยังคงใส่เครดิตของ Dave Mastainในเพลง “Ride the Lighting” และ “The Call of Ktulu”ไว้ด้วย คือเป็นเรื่องน่ารักอย่างนึงแม้ว่าจะร่วมงานกันไม่ได้แต่ก็ยังให้เกียรติกัน )
อัลบั้มนี้เข้าถึงคนฟังได้มากขึ้น เพลงมีมิติมากขึ้น ซึ่งทางวงได้ยกเครดิตให้กับ พี่Cliff มือเบสหน้ามนของเรา ซึ่งเขาเป็นคนที่รู้เรื่องทฤษฎีดนตรีเยอะที่สุดในวงMetallica แล้วความสำเร็จของอัลบั้มนี้ทำให้พวกเขามีอันจะกินอีกครั้ง ได้เล่นคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ขึ้น เช่นคอนเสิร์ต Monster of Rock ทีี่อังกฤษ และ Day on the Green ที่มีผู้ชมกว่า 70,000 คน พร้อมกับเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตยาวนานกว่าสองปี แล้วจึงเข้าสตูดิโอโอเพื่อบันทึกเสียงอัลบั้มต่อไปคือ Master of Puppets ที่สตูดิโอเดิม และเปิดตัวในเดือนมีนาคม 1986 ซึงอัลบั้มนี้สามารถไปขึ้นชาร์ตอันดับที่ 29 บนBillboard 200 และอยู่บนชาร์ตนานกว่า 72 สัปดาห์
อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่วงได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับทองคำ จากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ และรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว นักวิจารณ์ได้ยกย่องว่า นี่เป็นอัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Metallica และที่สุดยอดสำหรับพวกเขาก็คือ การได้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับ Ozzy Osbourne ที่เปรียบเสมือนไอดอลของพวกเขา
แต่เบื้องบนก็ได้ส่งบททดสอบมาให้ Metallica อีกบทหนึ่ง เมื่อคืนวันที่ 27 กันยายนปี 1968 ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต Damage,Inc. ในระหว่างนั่งรถทัวร์ของวงเพื่อเดินทางต่อนั้น ก็ได้ทำการจับฉลากเพื่อเลือกทีนอน ในรถมันก็จะมีบางจุดที่นอนสบาย บางจุดก็จะลำบากนิดนึง พี่Cliff ณจึงได้เลือกจุดที่ตัวเองพอใจในจุดที่ดีที่สุดและนอนสบายที่สุด ตอนนั้นกำลังเดินทางอยู่ในประเทศสวีเดน ในคืนนั่นเองรถได้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ตัวรถหมุนหลายตลบ James ,Lars ,Kirt ไม่ได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง แต่พี่ Cliff ของเราเสียชีวิตคาที่ ซึ่ง James โกรธคนขับรถมาก
ทางวงถึงกับเสียสูญไปพอสมควร และตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้า Cliff ยังอยู่จะตัดสินใจยังไงจะให้วงก้าวผ่านเรื่องนี้ไปและเดินหน้าต่อไปหรือไม่ แต่ด้วยกำลังใจที่ส่งมาจากครอบครัวของ Cliff ที่ต้องการให้วงเดินหน้าต่อไปทั้งวงก็เลยตัดสินใจมองหามือเบสคนใหม่
ในการออดิชั่นมือเบสคนใหม่นั้น ทางวงได้เลือกจากผู้สมัครกว่า 40 คน ซึ่งมีLes Claypool (วงPrimus)ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทในวัยเด็กของ Kirt อยู่ด้วย แต่ทางวงก่อนได้เลือก Jason Newsted มาเป็นขุนขวานคนใหม่ หลังจากนั้นก็ได้ปล่อยอัลบั้ม E.P.ออกมาในปี 1987 ซึ่งเป็นปีถัดมาหลังจากที่เสีย Cliff ไป นั่นคืออัลบั้ม The $5.98 E.P. - Garage Day Re-Revisited
*ทางวงได้ทำVDO ซึ่งเป็นการไว้อาลัย ต่อการจากไปของ Cliff Burton ชื่อ Cliff’Em All ซึ่งบันทึกชีวิตสามปีใน Metallica ของเขา รวบรวมการโซโลและภาพส่วนตัวต่างๆของเขาไว้ ผมแปะเอาไว้ให้ในคอมเม้นต์นะครับ รับชมกันได้*
.โปรดติดตามตอนที่4..
ถ้าชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้กดไลท์,กดแชร์และกดติดตามไว้ครับ
ผมจะนำมาแบ่งปันกันบ่อยๆ
#เรียนเบสออนไลน์
26/08/2025
12 ปีก่อน...
บางครั้งเราก็ไม่เชื่อว่าดนตรีพาเรามาพบเจอกับผู้คนที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอ
จากซ้ายไปขวา
คุณฝน มือเบสวง Super Baker
คุณเอ๊ะ มือเบสวง ละอองฟอง
พี่พิทักษ์ มือเบสวง The Sun, The Olan Project
17/08/2025
ตอนที่ 2
กว่าจะมาเป็นวง Metallica
ขณะที่วงเริ่มเดินทางในการทำงานต่อ ทางวงก็เริ่มรู้สึกตะหงิดใจเล็กๆกับ Ron มือเบส ว่าใจลอยๆไม่ค่อยมีใจ ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีม ก็เลยได้มองหาคนอื่นไปด้วย และ Jamesก็ไปสะดุดตากับมือเบสคนหนึ่งในงานดนตรีสักงาน ไอ้หมอนี่มันเข้าท่าเว้ย ใช้เอฟเฟค Wah wah ในการ Solo เบสด้วย ก็เลยลองเข้าไปจีบดู คนนั้นคือ Cliff Burton แต่ตอนนั้น Cliff ก็ยังไม่ได้ตอบตกลงเข้ามาร่วมวงในทันที เพราะหล่อเลือกได้และยังเล่นกับวงอื่นอยู่ด้วย
แล้วMetallica ก็ยังดำเนินไปโดยสมาชิกเดิม จนพ่อหนุ่มหน้ามน Dave สร้างปัญหาอีกครั้ง ในงานปาร์ตี้ที่บ้านของRon จะด้วยความเมาหรือตั้งใจก็ไม่ทราบได้ เขาเทเบียร์ลงไปบนเบสของRon ตรงปิคอัพ ซึ่งตรงนั้นเราต่างก็ รู้ดี ว่ามันคือหัวใจของวงจรไฟฟ้า สำหรับเบส แน่นอนว่าRon โกรธมาก ไล่ทุกคนออกจากบ้านในทันที หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ลาออกเนื่องด้วยทนพฤติกรรมของเพื่อนในวงไม่ไหว และอาจจะด้วยว่าเค้ารู้สึกไม่เป็นเหมือนอันหนึ่งอันเดียวกันกับวงแล้วก็ได้
แต่ก็เหมือนว่าจักรวาลจัดสรร มันเป็นช่วงที่ Cliff ว่างพอดี มันจึงประจวบเหมาะให้เขามาเป็นมือเบสของ Metallica คนต่อไป และตอนนี้ สมาชิกก็จะเป็น - James ร้องและกีต้าร์ ,Lars กลอง , Dave กีต้าร์ solo และ Cliff เบส ตอนนี้ทางวงจึงเดินหน้าทำการผลิตอัลบั้มครั้งใหญ่
แต่พ่อหน้ามน Dave ของเราก็ยังไม่สิ้นลาย ครั้งหนึ่งที่วงนัดหมายการทำงานสำคัญ แต่ Dave มาถึงในสภาพเมาไร้สติ ไม่สามารถทำงานอะไรได้ จึงเป็นจุดที่เพื่อนเพื่อนในวงหมดความอดทนทันที Lars และ Jamesอุ้มDave ที่เมาไม่ได้สติพร้อมอุปกรณ์ของเขา ไปใส่ไว้ในรถบัสคันนึงที่กำลังมุ่งหน้าไปยังลอสแองเจลีส และนั่นก็คือครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เจอกัน น่าจะเป็นการไล่ออกที่เจ็บแสบมาก ไม่มีการเตือนอีกต่อไป ตื่นมาอีกทีอยู่ไหนไม่รู้
แล้วทางวงก็ประกาศหามือกีต้าร์คนใหม่ แล้วก็ได้ Kirt Hammett จากวง Exodus แล้วอัลบั้มก็เสร็จในปี 1983 แต่ก็เกือบไม่ได้ปล่อยอัลบั้มออกมาเพราะว่าทางค่ายรู้สึกว่าชื่ออัลบั้มมันจัญไรไปหน่อย (อัลบั้ม Metal up your ass หรือ เมทัลจะสอยดากคุณ😂😂😂)
เลยต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Kill’em All
อาจจะเป็นอัลบั้มที่ไม่ได้ทำกำไรมากนักแต่บอกเลยว่านี่คืออัลบั้มแจ้งเกิด ที่ทำให้ทิศทางดนตรีของพวกเขาชัดเจนขึ้น และตอนนี้ชื่อเสียงของวงก็มีมากพอที่จะไปขึ้นปกกับนิตยสารดนตรีแล้ว และ Metallica ก็ได้ปรากฏตัวอยู่บนนิตยสารที่ชื่อว่า Metal Mania ในฉบับที่9 จำกันได้ไหมครับว่าเจ้าของ นิตยสารเล่มนี้ก็คือRon เพื่อนของ Lars ที่เคยปรึกษากันเรื่องชื่อของนิตยสาร ก็คงมีตะหงิดใจกับเรื่องชื่อวงกันบ้างล่ะ
แต่ก็ตามวิถีวงร็อค ในช่วงที่อัลบั้มยังทำเงินได้น้อยนิด แต่ละคนก็ยังมีสภาพไส้แห้งอยู่ พวกเค้าก็อาศัยว่าไปอยู่บ้านของแฟนเพลงที่ไปทัวร์ อดมื้อกินมื้อบ้าง แล้วก็ยังจะมาซวยซ้ำซวยซ้อน ที่เครื่องเสียงของวงดันมาโดนขโมยไปอีก แต่ยังดีว่ามีเพื่อนที่ดีอย่างวง Anthrax ได้ให้ยือเครื่องใช้จนกว่าทัวร์จะจบ และยังมีเรื่อง James รู้สึกจิตตกกับตัวเอง ว่าจะต้องรับหน้าที่ทั้งร้องและเล่นกีตาร์ไปด้วยได้ไม่ไหว เขารู้สึกว่าเสียงเริ่มจะพัง จนถึงขั้นคุยกับที่วงว่าให้หานักร้องใหม่มาแล้วเขาจะเล่นกีตาร์อย่างเดียว
เอาแล้ว!!!!
มาต่อตอนหน้านะครับ
ผมแปะลิ้งค์ที่พี่Cliff เล่นเบสไว้ในคอมเม้นนะครับ
รวมถึงรายละเอียดของเบสแต่ละตัวที่เคยใช้ไว้ด้วย
………
ถ้าชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้ กดไลท์กดแชร์และกดติดตามไว้ครับ
ผมจะนำมาแบ่งปันกันบ่อยๆ
#เรียนเบสออนไลน์
14/08/2025
คำเตือนเรื่องนี้ยาวแชร์เก็บไว้อ่านเลย 
……..
ถ้าจะพูดถึงวงร็อคในระดับขึ้นหิ้งในระดับตำนาน
วงที่เป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายๆคนเริ่มเล่นดนตรี
วงนี้คือหนึ่งใน Big 4 นั่นคือ Metallica
(Big 4 แห่งวงการเมทัลคือ Metallica,Megadeth,Slayerและ Anthrax)
ขอเริ่มที่บุคคลต้นเรื่องก่อน James Hatfield มือกีต้าร์และร้องนำของวง เกิดเมื่อปี 1963 รัฐแคลิฟอร์เนีย อเมริกา พ่อของเขาเป็นคนขับรถบรรทุก แม่เป็นนักร้องสาย Opera ก็คงจะพอเดาได้ว่าความดิบเถื่อนน่าจะได้มาจากพ่อ ดนตรีก็น่าจะมาจากทางแม่ บ้านของเขาเป็นบ้านที่เคร่งศาสนาระดับนึง เปียโนเป็นเครื่องดนตรีแรกที่เขารู้จัก จนอายุ 13 พ่อแม่ก็แยกทางกัน เจมส์อยู่กับแม่และมีพี่ชายต่างพ่อที่ชอบดนตรีเหมือนกัน และเขาได้หันมาเล่นกลองชุด และสังคมใหม่ที่ทำให้เขารู้จักกับเพลงร็อก อย่าง Black Sabbath, Venom , Thin Lizzy แต่วงที่เป็นแรงบันดาลใจให้ James หันมาจับกีตาร์คือวง Aerosmith และในตอนนั้นเขาก็ได้เล่นกับวงต่างๆ ซึ่งก็เล่นเพลงที่เขาชอบ แต่เรื่องทดสอบจากสวรรค์ก็ส่งเข้ามาให้เขาในวัย 16 คือสูญเสียแม่จากโรคมะเร็ง
เขาตั้งไจเรียนไฮสคูลต่อจนจบ แล้วก็ได้เล่นกับวงท้องถิ่นอีกหลายวง แต่วงที่ดูเข้าท่าสุดน่าจะเป็นวง Leather Charm ซึ่งวงนี้เขารับตำแหน่งร้องนำด้วย แต่ก็สร้างชื่อในระดับท้องถิ่นได้ไม่นาน ก็แยกย้าย ก็เหลือแค่ James กับมือกีตาร์อีกคนที่ยังอยากเล่นดนตรี จนวันนึงเขาก็จะประกาศในหนังสือพิมพ์จากมือกลองคนหนึ่ง ที่ต้องการหาเพื่อนร่วมทีม ใช่ครับ นายคนนั้นคือ Lars Ulrich และทั้งหมดก็นัดออดิชั่นกัน แต่ Lars ตกลงรับไว้แค่ James
Lars ตอนนั้นก็มีเส้นสายพอสมควร ได้ติดต่อกับค่ายเพลงค่ายหนึ่ง และขอให้เพลงของเขาหนึ่งเพลงเข้าไปอยู่ในอัลบั้มรวมเพลงเมทัลของค่ายที่กำลังจะออก คือค่าย Metal Blade Records และทั้งคู่ก็ได้บันทึกเสียงในเพลง Hit the Light ที่ James เป็นคนเขียนไว้แล้ว และด้วยความที่มีกันแค่สองคน James จึงต้องรับบทในการเล่นทำกีตาร์ เบส และร้อง แต่ในส่วน solo นั้น ก็ชวนเพื่อนๆแถวนั้นมาเล่นให้ เสร็จสิ้นละสิ
ไม่นะ!!เหลืออะไรอีกล่ะ อ๊า..ชื่อวงล่ะ Lars บอกว่าเขาได้เตรียมไว้แล้ว
เรื่องนี้ต้องย้อนเวลากลับไปอีกนิด Lars มีเพื่อนพ้องสายดนตรีคนนึงชื่อว่า Ron Quintana ทำงานเกี่ยวกับดนตรีและนิตยสารทางดนตรีและ Ron มีแผนที่จะสร้างนิตยสารดนตรีเมทัลขึ้นมา แต่ยังลังเลเรื่องชื่อเลยเอามาปรึกษากับ Lars
ว่าจะเอาชื่อไหนดีระหว่าง Metal Mania หรือ Metallica พอเดาได้ไหมครับว่า Lars จะตอบว่าอะไร
“มันต้อง Metal Mania สิวะเพื่อน” Lars ตอบ !! ชื่อMetallica มันเห่ยจะตาย
และRon ก็ได้ทำนิตยสารชื่อ Metal Mania ออกมา และเปิดปกเล่มแรกด้วยวง Moterhead ในปี1981
กลับมาปัจจุบัน Lars และ James ได้ตกลงใช้ชื่อ Metallica ที่ลักไก่จิ๊กมา และ Metallica ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยสมาชิกสองคนถ้วนในปี 1981 เช่นกัน ที่นี่ก็มองหน้ากันว่ามีสองคนไม่พอก็คงต้องหาคนเพิ่ม แล้วเค้าก็ใช้วิธีเดิมก็คือประกาศหาในหนังสือพิมพ์ว่าต้องการมีกีตาร์ Solo แล้วเขาก็ได้รับการติดต่อจากมือกีตาร์คนหนึ่งแล้วก็นัดออดิชั่นกัน เมื่อถึงวันที่นัดหมายมือกีต้าร์คนนั้นก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมด้วยอุปกรณ์แสนแพง และผมบลอนด์ยาวสรวย แล้วก็ถามว่าจะต้องออดิชั่นยังไง Lars ก็ตอบว่าไม่ต้องแล้วเล่นด้วยกันเลย มือกีต้าร์คนนั้นก็กล่าวต่อว่าแล้วที่นี่เบียร์ไหม แล้วทั้งหมดเค้าเปิดเบียร์ปาร์ตี้ ในภายหลังได้บอกเหตุผลออกมาว่าที่รับเลยคือพอLars และJames เห็นอุปกรณ์ก็คิดว่าไอ้หมอนี่ต้องฝีมือเอาเรื่อง
และมือกีตาร์คนนั้นคือ Dave Mustaine นั่นเอง
ส่วนมือเบสนั้น James ได้ติดต่อหามือเบสจากวงเก่า(Leather Charm)คือ Ron Mcgovney และอัลบั้มที่รวมวงที่พูดถึงข้างต้น ก็ได้วางแผงในปี 1982 หลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมกันทำการแสดง และเมื่ออยู่ด้วยกันมากขึ้นก็เรียนรู้นิสัยกันมากขึ้น
โดยเฉพาะ Dave ที่มีปัญหาเรื่องขี้เมาและเลือดร้อน จนทำให้เพื่อนๆเสียการเสียงาน
อีกครั้งหนึ่งที่ Dave ถ้าหมาตัวโปรดของเค้าเข้าไปในห้องซ้อมดนตรีด้วยมันก็ทั้งเห่าและรบกวนการทำงาน และสุดท้ายหมาก็ไปข่วนรถของRonมือเบส และJames ก็โมโหจนประเคนแข้งใส่หมา เอ้า!Dave ก็ฉุนสิครับ จนวางมวยกัน จนทุกคนก็มีมติไล่ Dave ออกจากวง แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็มาขอโทษและเพื่อนๆก็ให้โอกาส แต่คู่กรณีทั้งสองก็ยังมองเขม่นกันอยู่นิดๆ
…..
ยาวไปละ รอต่อภาค2 นะครับ
…..
ถ้าชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้ กดไลท์กดแชร์และกดติดตามไว้ครับ
ผมจะนำมาแบ่งปันกันบ่อยๆ
#เรียนเบสออนไลน์
12/08/2025
ถ้ามีตังค์นะ ผมจะซื้อเบสยี่ห้อนี้มาใส่ตู้โชว์ตั้งไว้กลางบ้าน
ผมคิดอย่างนี้จริงๆนะครับ เพราะผมรู้สึกว่ามันคืองานศิลปะมากกว่าที่จะเป็น เครื่องดนตรีและผมกำลังพูดถึงเบสยี่ห้อ Ritter
ถ้าจะพูดถึงเบสที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องดนตรี แต่เป็นงานศิลป์ที่หายใจได้ ชื่อของ Ritter Bass ต้องโผล่มาอยู่ในบทสนทนาแน่นอน เบสยี่ห้อนี้เกิดจากฝีมือและหัวใจของ Jens Ritter ช่างทำเบสชาวเยอรมัน ที่เริ่มสร้างเบสตั้งแต่ช่วงปลายยุค 90 โดยมีแนวคิดว่า “เบสทุกตัวต้องเป็นงานศิลปะเฉพาะตัว” ไม่ใช่แค่ผลิตซ้ำๆ เหมือนโรงงาน
เดิมใช้ชื่อว่า Ritter Bass Guitars ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Jens Ritter Instruments ในปี 2010 เมื่อเริ่มผลิตกีตาร์ด้วย
Jens Ritter เริ่มจากการสร้างเบส Customให้กับนักดนตรีท้องถิ่น หัวใจของการผลิตของ Ritter คือการผสมผสานระหว่าง งานฝีมือแบบดั้งเดิม กับ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ทุกชิ้นส่วนถูกสร้างขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และที่สำคัญคือเขาไม่เคยทำเบสที่เหมือนกันเป๊ะๆ สองตัวเลย เบสแต่ละตัวมีจิตวิญญาณและเรื่องราวเป็นของตัวเอง
Ritter มีจุดเด่นที่ทำให้ยี่ห้ออื่นแทบจะเลียนแบบไม่ได้เลยอย่างแรกคือ ดีไซน์ที่โคตรล้ำ รูปทรงของเบส Ritter ไม่เหมือนใครในโลก โดยเฉพาะส่วนหัวเบส (Headstock) ที่บางรุ่นก็ดูเหมือนหยดน้ำ บางรุ่นก็ดูเหมือนงานแกะสลักล้ำสมัย มันคือเอกลักษณ์ที่เห็นแล้วรู้เลยว่านี่คือ Ritter
อย่างที่สองคือ วัสดุที่เลือกใช้ Jens Ritter ไม่ได้แค่ใช้ไม้ทั่วไป เขาใช้ไม้ที่หายากมากๆ เช่น ไม้ที่จมอยู่ในน้ำมานานหลายร้อยปี ไปจนถึงงาช้างแมมมอธที่มีอายุหลายหมื่นปีจากไซบีเรีย! ใช่ครับ ฟังไม่ผิดหรอก งาช้างแมมมอธ! และที่ทำให้ว้าวไปกว่านั้นคือ เขาเป็นเจ้าของสิทธิบัตรระบบ Tremolo สำหรับเบสเจ้าแรกในโลกอีกด้วย และในปี 2001 เขาได้พัฒนาวัสดุพิเศษที่เรียกว่า Galpera ซึ่งมีคุณสมบัติทางเสียงคล้ายกับไม้เมเปิ้ลเนื้อแข็งและสามารถเคลือบด้วยโครเมียมหรือทองคำได้
ต้องบอกว่าการผลิตเบสหรือกีตาร์ สำหรับ Jens Ritter แล้ว มันคือการสร้างสรรค์อย่างมากจนเราคิดไม่ถึงทีเดียว จำนวนรุ่น ของ Ritter ไม่ได้มีเป็นสิบๆ แบบเหมือนแบรนด์ตลาดใหญ่ แต่จะเป็นซีรีส์หลัก เช่น Roya, Jupiter, Cora, Okon, Princess Isabella แต่ละรุ่นมีดีไซน์และจุดเด่นเฉพาะ เช่น Jupiter ที่ดูเหมือนยานอวกาศ หรือ Princess Isabella ที่เป็น hollow-body สุดหรู รุ่นพิเศษ (Special Edition) บางตัวทำเพียงตัวเดียวในโลก พร้อมฝังทองคำ, แพลตินัม หรือแม้แต่เพชร!
เบสบางรุ่นได้รับการออกแบบให้เป็นงานศิลปะมากกว่าเครื่องดนตรี และมีราคาที่สูงมากจนถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เช่น Jupiter bass ที่จัดแสดงใน Smithsonian Museum ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นเบสของคุณลุงPhil Lesh มือเบสวง Grateful Dead เบสตัวนี้มีชื่อว่า “Eye of Horus ” ถูกซื้อโดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของอเมริกา
(ถ้าใครยังพอจำกันได้ คุณลุง Phil Lesh ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเบสยี่ห้อ Alembic เช่นกัน)
ลองนึกนะครับ ถ้าเราสะพายเบส Ritter ขึ้นเวทีนะ นักร้องมีเคืองแน่นอน
เพราะว่าเราจะโดดเด่นกว่าใครๆ 😄😄
……
ถ้าชอบเรื่องราวดีๆแบบนี้ กดไลท์กดแชร์และกดติดตามไว้ครับ
ผมจะนำเรื่องราวดีๆแบบนี้มาแบ่งปันกันบ่อยๆ
#เรียนเบสออนไลน์