17/07/2022
แรงบันดาลใจ สำหรับฅนดนตรี ตอนที่8
🥁การสังเกตและพัฒนาการเล่นดนตรีตัวเอง”ด้วยตนเอง”
ตลอดเวลาที่ผมเล่นดนตรีมาเวลาที่ต้องศึกษาด้วยตนเอง ผมจะศึกษาจากการดูวีดีโอ แกะเพลง หรือดูการแสดงสด ฯลฯ แล้วก็นำความรู้ที่ได้มาฝึกฝน รวมถึงเลียนแบบการเล่นและท่าทางของไอดอลของเราและนำมาประยุกต์ใช้...ซึ่งซ้อมไปก็คิดเอาเองว่าแบบนี้น่าจะโอเคแล้วหน่าา ท่าทางการเล่นแบบนี้แหละโอเค....เสียงแบบนี้แหละโอเค แต่บางครั้งบางอย่างในความเป็นจริงมันไม่ค่อยโอเคหนะสิครับ(เพราะเรามัวแต่คิดเอาเอง55)....วันนี้ผมจะมานำเสนออุปกรณ์รวมไปถึงแนวทางที่จะช่วยเราในการสังเกตการเล่นของตัวเอง"ที่ผมใช้แล้วรู้สึกว่าได้ผล"มาแนะนำครับ ^^(ซึ่งหัวข้อนี้น่าจะใช้ได้กับทุกๆเครื่องดนตรีนะครับ)
1.กระจก(หรือถ่ายวีดีโอดูตัวเองขณะเล่น)
"ซ้อมหน้ากระจก ซ้อมหน้ากระจก ซ้อมหน้ากระจก"...เป็นคำที่ผมได้ยินค่อนข้างบ่อยจากการดูวีดีโอของนักดนตรีระดับโลกหลายๆคน...รู้ว่าต้องมีประโยชน์แน่ๆ แต่ไม่เคยได้ลองทำอย่างจริงๆจังๆสักที จนเมื่อมีคนถ่ายวีดีโอการเล่นของเราลงในfacebook พอได้ดูปุ๊บก็....เฮ้ย!!ทำไมท่าทางการเล่นเรามันประหลาดแบบนี้... ตัวเบี้ยวไปเบี้ยวมา...จับไม้กลองแปลกๆ..นั่งติดกับกลองมากเกินไป..อ้าขาเยอะมาก...ฯลฯ(เรื่องท่าทางการเล่นเป็นรสนิยมส่วนตัวนะครับ ไม่มีสูตรตายตัว) หลังจากวันนั้นผมนึกถึงคำของท่านอาจารย์ทั้งหลาย "ซ้อมหน้ากระจก" และซื้อกระจกบานใหญ่ติดฝนังตรงหน้าและข้างๆเรา และซ้อมแบบดูกระจกทุกครั้ง ประโยชน์ที่ผมได้คือ...
1.1ผมพอใจในท่าจับไม้กลองของตัวเองมากขึ้น
1.2ผมพอใจในท่านั่ง ท่าตี ของตัวเองมากขึ้น
1.3เราได้เห็นตัวเองเล่นตลอดเวลา ก็จินตนาการณ์ สถานะการณ์ไปต่างๆนาๆ
1.4พอถ่ายวีดีโอออกมา พอใจในท่าทางการเล่นของตัวเองมากขึ้น
1.5และที่สำคัญที่สุดคือ...อาการบาดเจ็บ ข้อมือ หลัง และขา ของผมลดลงมาก (มาจากท่าทางการเล่นที่ถูกต้องมากขึ้น)^^
ปล แก้ได้เกือบทุกอย่างยกเว้นหน้าตาตอนเล่นครับ เคยลองทำหน้าเฉยๆ มันไม่ได้อารมณ์ครับ55
2.เครื่องอัดเสียง
อัดเสียงการซ้อมและการเล่นจริงของตนเองขณะเล่น อันนี้คงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ถึงประโยชน์ของวิธีการนี้ครับ...แต่ผมจะขอเสนอแนวทางที่ผมได้ทดลองใช้กับตัวเองแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์นะครับ....คือ....อย่าโทษ เครื่องอัด...เช่น คุณภาพเสียงไม่ดี...เสียงไม่สมจริง...เสียงแหลมเยอะ..ฟังจากเครื่องอัดกับฟังตอนเล่นจริงไม่เหมือนกันหรอก ฯลฯ... (สิ่งต่างเหล่านี้ผมเคยคิดมาหมดแล้วครับ55) ความจริงคือ..ยิ่งมีเครื่องอัดที่คุณภาพเสียงดี ก็จะเยี่ยมมากๆครับ เพราะจะได้ฟังบาลานซ์การเล่นของตนเอง เช่นอัดผ่านมิกซ์ เป็นต้น(ซึ่งตอนนี้เครื่องอัดพกพาคุณภาพดีกว่าเมื่อก่อนเยอะครับ). แต่ถ้าเราไม่มีขนาดนั้นก็ใช้แบบธรรมดา เราสามารถฟังในด้านของ Timing, Groove, การเล่นเกาะกับวง, ท่อนนี้หน่วงไป ท่อนนี้เร่ง ท่อนนี้เล่นแข็งไปฯลฯ เครื่องอัดเสียงช่วยได้มากๆครับ^^
3.สีหน้า อาการ ของคนที่เราเล่นด้วย รวมไปถึงคนดู
เมื่อก่อนถ้าตอนกลางวันผมฝึกเรื่องอะไร กลางคืนผมจะพยายามยัดสิ่งที่ผมฝึกลงไปในเพลงที่เล่น(ซึ่งมันไม่ได้เข้ากันเลย55) และเมื่อเล่น ยกตัวอย่างเพลงป๊อป แต่พยายามยัดเยียด ลูกขัดๆเข้าไป จะเห็นได้ชัดว่าสีหน้า อาการของคนในวง เกิดความอึดอัด หรือบางทีก็หลุดไปเลย เป็นต้น.. หรือวันไหนถ้าเรารู้สึกไม่พร้อม ทั้งด้านอารมณ์หรือร่างกาย มันก็จะแสดงออกมาทางการเล่นของเราด้วย คนในวงก็จะไม่มีพลังไปกับเราด้วย คนดูก็สัมผัสได้ และไม่เอ็นจอย.....ดังนั้นวิธีสังเกตง่ายๆ คือถ้าวันไหนเราเล่นดนตรีแล้วเรารู้สึกมีความสุขกับการเล่นของเรา เพื่อนร่วมวงของเราสนุกไปด้วย เข้ามาโยกหัวกับเรา ยิ้มแย้ม คนดูเอ็นจอย นั่นแหละครับ มาถูกทางแล้ว^^
ขอบคุณครับ
อ.พัน