12/06/2026
สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง
กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
09/06/2026
สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ขับเคลื่อนนโยบาย NO GIFT POLICY ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมมุ่งมั่นส่งเสริมการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และยึดหลักธรรมาภิบาล โดยประกาศเจตนารมณ์ “งดรับ งดให้ ของขวัญ ของกำนัล และผลประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)” เพื่อป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการและประชาชน
ทั้งนี้ บุคลากรทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใส และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมอย่างยั่งยืน
24/04/2026
ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมเชียงใหม่ ตั้งจุดบริการนวัตกรรมเครื่องคัดแยกน้ำหนักเมล็ดกาแฟ ณ จังหวัดเชียงราย
วันที่ 3 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมเชียงใหม่ ได้นำนวัตกรรมเครื่องคัดแยกน้ำหนักเมล็ดกาแฟตามความหนาแน่นเมล็ด ไปให้บริการแก่ประชาชน เกษตรกรผู้ปลูก และผู้แปรรูปเมล็ดกาแฟในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ณ บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพการผลิตเมล็ดกาแฟในพื้นที่
นวัตกรรมดังกล่าวสามารถคัดแยกเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ออกจากเมล็ดที่มีคุณภาพต่ำ เช่น เมล็ดลีบ เมล็ดกลวง เมล็ดหูช้าง เมล็ดที่ถูกแมลงเจาะ รวมถึงสิ่งปนเปื้อนต่าง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทดแทนการคัดแยกด้วยแรงงานคน และเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานได้มากกว่า 50 เท่า
ทั้งนี้ การนำเครื่องคัดแยกน้ำหนักเมล็ดกาแฟมาใช้งาน สามารถลดต้นทุนการคัดแยกของเกษตรกรจากเดิมประมาณ 6 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม หรือคิดเป็นการลดต้นทุนได้ประมาณ 5,000 บาทต่อตัน ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าเมล็ดกาแฟคุณภาพดี ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงขึ้นกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มรายได้มากกว่า 20,000 บาทต่อตัน
นวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิตกาแฟของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในตลาดมากยิ่งขึ้น
28/10/2025
- พระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง -
ประชาสัมพันธ์ ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมเชียงใหม่ ขอเผยแพร่พระราชกรณียกิจ เพื่อน้อมถวายความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 🙏🏻
-------------------------------------
พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าแห่งสมเด็จพระพันปีหลวง
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 นับเป็นวันแห่งความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย เมื่อสำนักพระราชวังประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา
ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษแห่งการทรงงาน พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร และทรงเป็นกำลังสำคัญเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บทความนี้ขอพาย้อนถึงพระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงสร้างคุณูปการแก่แผ่นดินไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
1. การส่งเสริมศิลปาชีพและอาชีพเสริมของราษฎร
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล็งเห็นว่าราษฎรในชนบทจำนวนมากขาดโอกาสและรายได้ที่มั่นคง พระองค์จึงทรงก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ฝึกหัดงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น การทอผ้าไหม การปักผ้า การจักสาน และงานศิลป์พื้นถิ่นไทย พร้อมส่งเสริมการตลาดและการออกแบบให้ก้าวทันสมัย เกิดการจ้างงานและรายได้หมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ
2. การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะ “ผ้าไหมไทย” ที่ทรงยกระดับให้เป็นอัตลักษณ์แห่งความงามแบบไทย และ “โขนพระราชทาน” ที่พระองค์ทรงให้การอุปถัมภ์จนกลับมาเป็นศิลปะชั้นสูงของแผ่นดิน เป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ
3. การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ทรงริเริ่ม “โครงการสวนป่าห้วยทราย” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และทรงส่งเสริม “โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล” เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศ พระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ยังคงเป็นต้นแบบให้หลายหน่วยงานดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
4. การพัฒนาการศึกษาและเยาวชน
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือรากฐานของการพัฒนา ทรงพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้ทั่วประเทศ สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะ “โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” และโรงเรียนสำหรับเด็กไทยภูเขา เพื่อให้เยาวชนได้เข้าถึงการเรียนรู้และมีโอกาสพัฒนาตนเอง
5. งานสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์
ด้วยพระเมตตาอันล้นพ้น สมเด็จพระพันปีหลวงทรงก่อตั้ง “มูลนิธิสายใจไทย” เพื่อดูแลข้าราชการ ทหาร และตำรวจที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงทรงจัดตั้ง “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เป็นความช่วยเหลือที่ยืนยันถึงพระปณิธาน “ไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
6. การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส
ทุกครั้งที่ประเทศเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง หรือไฟไหม้ พระองค์จะเสด็จเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยด้วยพระองค์เอง พระราชทานถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น และกำลังใจให้แก่ผู้ทุกข์ยาก ทรงยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในยามเดือดร้อนทุกครั้งอย่างไม่ทรงย่อท้อ
7. พระราชจริยวัตรงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งแม่ของแผ่นดิน
พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระพันปีหลวงสะท้อนถึงความเรียบง่าย ความเมตตา และความเสียสละอันบริสุทธิ์ พระองค์ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “แม่ของแผ่นดิน” อันเป็นเกียรติสูงสุดที่พสกนิกรถวายด้วยความรักและเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ที่มา : https://www.tnnthailand.com/royaloffice/215218/
อ่านพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ เพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการในพระองค์ ได้ที่ : https://www.royaloffice.th/25/10/2025/พระราชประวัติ-12-08-2566/
25/10/2025
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สวรรคต
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
24 ตุลาคม 2568
22/08/2025
วันที่ 22 สิงหาคม 2568
นายสถิตย์พงศ์ รัตนคำ รักษาการผู้อำนวนการศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายพงษ์รวี นามวงศ์ นายมานพ รักญาติ นายกิตติศักดิ์ กิติรัตน์ และนายธีรศักดิ์ โกเมฆ นักวิจัยของศูนย์ฯ ให้การต้อนรับ คณาจารย์และนักวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการเยี่ยมชมหารือแนวทางการทำวิจัยร่วมกันและประชาสัมพันธ์หลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว)
30/07/2025
วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ศูนย์วิจัยเกษตรวิศวกรรมเชียงใหม่ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร
จัดฝึกอบรม หลักสูตร "นวัตกรรมเครื่องคัดแยกน้ำหนักเมล็ดกาแฟระบบน้ำหนักจำเพาะแบบอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพการผลิตเมล็ดกาแฟ" ให้แก่เกษตรผู้ปลูกและแปรรูปกาแฟ รุ่นที่ 2 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรที่สูงเชียงราย (วาวี-ดอยช้าง) จังหวัดเชียงราย จำนวนผู้เข้าอบรม 25 ราย
ภายใต้โครงการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อพัฒนาการเกษตร โดยผู้เข้าอบรมมีความสนใจ และพร้อมนำนวัตกรรมฯ กล่าวไปใช้งานในพื้นที่เป็นอย่างมาก