14/06/2022
เฟซบุ๊กลด Reach อีกครั้ง เจ้าของเพจ ต้องปรับตัวอะไรบ้าง ? - MarketThink
ถ้าใครเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ตอนนี้จะเริ่มสังเกตได้ว่าแต่ละโพสต์ของเพจนั้นมี Reach ที่ลดลงอย่างน่าตกใจ
แต่เรื่องนี้ไม่ต้องตกใจ เพราะทุกเพจกำลังเจอเหมือนกันหมด
เนื่องจากเฟซบุ๊กกำลังปรับอัลกอริทึมครั้งใหญ่ โดยครั้งนี้จะส่งผลให้ผู้ติดตามของเพจ เห็นโพสต์ได้น้อยลงมาก
แล้วที่มาของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?
เรื่องนี้เริ่มจากเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO ของ Meta บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ได้ออกมาบอกว่า เขาจะเริ่มเน้นระบบ AI ที่เฟซบุ๊กตั้งชื่อใหม่ว่า “Discovery Engine” หรือที่แปลว่า “เครื่องยนต์แห่งการสำรวจ” โดยเฟซบุ๊กจะลงทุนในระบบนี้เป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทเลยทีเดียว
สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เฟซบุ๊กจะแนะนำโพสต์ที่ผู้ใช้งานแต่ละคนไม่ได้ติดตาม มาแทรกระหว่างฟีด โดยเฟซบุ๊กจะใช้ระบบ AI ในการทำนายว่า ผู้ใช้งานคนนั้นน่าจะชอบโพสต์เหล่านี้
ดังนั้นเมื่อเฟซบุ๊กแนะนำโพสต์ของคนอื่นมาให้ ก็จะส่งผลให้ผู้ใช้งานเห็นโพสต์ของเพจที่ติดตามอยู่น้อยลง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บางเพจที่มีผู้ติดตามหลักแสน อาจมีคนเห็นเพียงแค่หลักพัน
บางเพจที่มีผู้ติดตามหลักหมื่น ก็อาจมีคนเห็นเพียงแค่หลักร้อย
แล้วใครที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ?
นอกจากเฟซบุ๊กเองที่ได้ประโยชน์ จากการที่แต่ละเพจต้องบูสต์โพสต์กันมากขึ้น เพื่อเพิ่มการมองเห็นแล้ว
คนที่ได้ประโยชน์ก็น่าจะเป็น บุคคลหรือเพจที่สามารถทำคอนเทนต์ให้เกิดไวรัลได้ แม้ว่าบุคคลหรือเพจนั้น จะยังมีผู้ติดตามน้อยอยู่ก็ตาม
ซึ่งไม่ว่าคอนเทนต์นั้น จะเป็นข่าวที่สร้างกระแสในเชิงบวกหรือเชิงลบ ก็สามารถเป็นไวรัลได้
อย่างไรก็ตาม บุคคลหรือเพจนั้น ก็จะไม่สามารถทำให้ทุกโพสต์ สามารถเข้าถึงคนได้มากไปเสียหมด
เช่น ถ้าโพสต์ไป 100 โพสต์ เป็นไวรัลแค่โพสต์เดียว ก็จะมี Reach มากแค่โพสต์เดียว ส่วนอีก 99 โพสต์ที่เหลือ ก็จะมี Reach น้อยเช่นกัน
เรื่องนี้จะทำให้โพสต์ของแต่ละเพจ มี Reach ที่ต่างจากในอดีต ที่แต่ละโพสต์จะมี Reach เฉลี่ยเท่า ๆ กัน
มาวันนี้ โพสต์ไหนฮิตก็จะมี Reach สูงมาก
โพสต์ไหนไม่ฮิต ก็จะมี Reach ต่ำมาก ถึงแม้ว่าเพจนั้นจะมีผู้ติดตามมากก็ตาม..
ดังนั้น เจ้าของเพจจึงต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
โดยสิ่งที่น่าจะต้องทำเพื่อรับมือ ก็คือ
1. เพจต้องเน้นเนื้อหาที่จะเป็นไวรัลมากขึ้น โดยโพสต์ที่มีเนื้อหาธรรมดาก็อาจเข้าถึงคนได้น้อยมาก แต่ถ้าเน้นเนื้อหาที่เป็นไวรัลสัก 1 โพสต์ ก็จะเข้าถึงคนจำนวนมาก เพื่อมาชดเชยกันได้
2. เพจอาจต้องทำเว็บไซต์เอง หรือมองหาแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงมากขึ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่า เฟซบุ๊กจะปรับอัลกอริทึมอะไรอีกในอนาคต..
ถ้าเพจมีช่องทางเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือหาแพลตฟอร์มใหม่ที่คล้ายกับเฟซบุ๊ก เช่น Blockdit, Twitter ก็จะช่วยให้เพจมีแพลตฟอร์มสำรอง ในวันที่เฟซบุ๊กไม่เป็นมิตรกับเพจเหมือนเดิม
ทั้งนี้ ก็ต้องแลกกับการที่เราต้องเสียเวลามากขึ้น หรือเราต้องมีทีมงานในการดูแลมากขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าการไม่หาทางรับมือกับความเสี่ยงไว้เลย..
3. เพจต้องหาโมเดล เพื่อสร้างรายได้อื่นมากขึ้น จากเดิมที่เพจใช้เฟซบุ๊กในการโปรโมตสินค้าหรือบริการของตัวเอง หรือรอให้สปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน
ในวันนี้เพจอาจต้องคิดหาช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ ๆ ทั้งที่เป็น E-Commerce ในโลกออนไลน์ หรือที่เป็นร้านค้าจริงในโลกออฟไลน์ โดยมีเพจเป็นตัวช่วยทำการตลาด เพื่อทำให้รายได้ของเพจไม่ยึดติดอยู่กับเฟซบุ๊กมากเกินไป
และทั้งหมดนี้ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่เฟซบุ๊กลด Reach และวิธีที่เราจะรับมือกับมัน
ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เฟซบุ๊กจะปรับอัลกอริทึมอะไรอีก
แต่เราก็ต้องทำใจไว้ว่า เราต้องอยู่กับความไม่แน่นอนไปเรื่อย ๆ
และคนที่จะชนะในเกมนี้ก็คือ คนที่ปรับตัวได้ดีกว่าคนอื่นนั่นเอง..
#เฟซบุ๊ก
#เพจ
#การปรับตัวของเพจ
25/03/2022
📣เจาะตลาด Niche ยังไง ให้เรากลายเป็นผู้ชนะในตลาดคอนเทนต์ออนไลน์
หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มทำตลาดออนไลน์ อาจจะยัง งงๆ อยู่ว่า Niche Marketing คืออะไร ?
จริงๆแล้ว Niche Marketing คือการทำตลาดเฉพาะกลุ่มค่ะ ยิ่งเราสามารถเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มได้มากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้เราสามารถพบเจอกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราได้ไวมากขึ้นเทานั้นค่ะ
วันนี้ ออยมี 4 เหตุผลที่คนทำการตลาดออนไลน์ ปี 2022 ควรทราบ
หากอยากเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายค่ะ ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ข้อด้วยกัน มาดูไปพร้อมๆกันเลยนะคะ...
1). คู่แข่งน้อยกว่า
เราสามารถทำคอนเทนต์สื่อสารให้กับคนเฉพาะกลุ่มได้มากกว่า ไม่ต้องไปแข่งกับคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ทำให้สามารถระบุลักษณะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้กำหนดกลยุทธ์ของการตลาดได้ง่ายมากขึ้น
2). เกิด Brand Loyalty
การทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ รู้สึกว่าได้รับความรู้ดีๆ หรือคำแนะนำดีๆจากคอนเทนต์ที่แบรนด์สื่อสารให้กับกลุ่มลูกค้า อีกทั้งทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทุกข้อสงสัยและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นคำถาม วิธีการแก้ปัญหา ด้านความบันเทิง How-to การสาธิต ไปจนถึงการนำเสนอความคิดการเป็นผู้นำเพื่อให้เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแน่นแฟ้น
3). ยิ่งลึก ยิ่งต่าง ยิ่งได้ยอดเยอะ
ยิ่งคอนเทนต์ที่ทำออกไปมีความฉพาะกลุ่มมากเท่าไหร่ แนวโน้มยอด engagement ยิ่งมีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นตามไปด้วย ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ในตลาดแมส และหาไม่ได้ง่ายๆ จึงทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ พร้อมสนับสนุนเพราะความต่างนั้นๆ หลายๆครั้งการทำคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงก็จะทำให้เราได้ผู้ติดตามและฐานลูกค้าเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
4). เกิดโอกาสการซื้อซ้ำได้สูง
ยิ่งเราทำคอนเทนต์ที่ตรงตามความต้องการลูกค้า หรือตรงตามสิ่งที่เขาอยากรู้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เรามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งการทำคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ ก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่ ลงรีวิวสินค้า, ลง How-to สอนลูกค้า, หรือใช้คอนเทนต์สอนการใช้งานเฉพาะกลุ่ม ก็จะช่วยให้เกิดการซื้อได้มากยิ่งขึ้นค่ะ
🚩 Niche Marketing อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่การมีตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นมา เป็นการใช้กลยุทธ์แบบ Inclusive ที่ไม่ทิ้งกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหนในตลาดไป ก็จะช่วยให้เพจของเรามีผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม และมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้มากเหมือนกันค่ะ
ใครที่กำลังวางแผนทำตลาดออนไลน์อยู่ ก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้เลยนะคะ
#สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท
23/03/2022
"จากมรสุมชีวิตจนทำให้กลายเป็นคนไร้บ้าน...สู่มหาเศรษฐีใจบุญ เจ้าของธุรกิจ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก"
เรื่องราวของคริส การ์ดเนอร์ ชายชาวอเมริกันซึ่งประสบกับมรสุมชีวิตจนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เขากลับสามารถสร้างฐานะของตนเองจากศูนย์ขึ้นมาอยู่ในระดับมหาเศรษฐีได้ในที่สุด ในปัจจุบันเขาวางมือจากธุรกิจและหันมายึดงานเดินสายพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก
การ์ดเนอร์ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ยากจนโดยไม่รู้ว่าพ่อของเขาคือใคร ส่วนแม่ก็มีแฟนใหม่เป็นคนติดเหล้าและชอบทำร้ายร่างกาย แม้ว่าจะเจอปัญหาครอบครัวมากมาย แต่การ์ดเนอร์พยายามเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษา และได้เข้าประจำการเป็นทหารเรืออยู่นานถึง 4 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเซลล์แมนขายอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ในนครซานฟรานซิสโก
เมื่อธุรกิจที่ทำอยู่ประสบปัญหาจนเงินขาดมือ การ์ดเนอร์โดนไล่ออกจากบ้านเช่า ทั้งแม่ของลูกวัย 5 ขวบยังมาทิ้งเขาไปเสียอีก ทำให้เขาและลูกต้องกลายเป็นคนไร้บ้านที่ต้องตระเวนหาที่ซุกหัวนอนกันทุกคืน รายได้อันน้อยนิดในแต่ละวันเขาต้องนำมาจ่ายเป็นค่าสถานเลี้ยงดูเด็กในเวลากลางวัน เพื่อที่เขาจะสามารถออกไปทำงานได้
วันหนึ่งการ์ดเนอร์ได้เข้าไปถามชายขับรถเฟอร์รารี ซึ่งนำรถหรูเข้ามาจอดใกล้ ๆ ตัวเขาว่า ทำงานอาชีพอะไร เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การ์ดเนอร์เกิดความสนใจในอาชีพนี้ทันที ชายคนดังกล่าวคือนายบ็อบ บริดจ์ แห่งบริษัทดีน วิทเทอร์ เรย์โนลด์ส (DWR) ซึ่งได้เปิดโอกาสให้การ์ดเนอร์เข้าสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของบริษัท
ในวันสัมภาษณ์ การ์ดเนอร์แต่งตัวดูมอซอไม่เรียบร้อย เพราะถูกตำรวจจับเข้าห้องขังเมื่อคืนก่อนข้อหาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจราจร แต่ความกระตือรือร้นของเขาทำให้ผ่านการสัมภาษณ์ในที่สุด
เมื่อเขาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท การ์ดเนอร์เริ่มตั้งตัวได้โดยสามารถเช่าบ้านและส่งลูกเข้าโรงเรียนได้
ต่อมาเขาก่อตั้งบริษัทการ์ดเนอร์ ริช ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง จนมีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี โดยปัจจุบันการ์ดเนอร์มีอายุ 62 ปี มีทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เขายังได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือคนไร้บ้าน และสนับสนุนองค์กรต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง
ทุกวันนี้การ์ดเนอร์ได้ผันตัวเองจากนักธุรกิจมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกอีกด้วย โดยเขาบอกว่าความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็กจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของแต่ละคนนั้นไม่จริง เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังมีวันนี้ได้โดยไม่กลายไปเป็นคนติดเหล้าหรือใช้ชีวิตเหลวแหลกแต่อย่างใด แม่ของเขามักย้ำเตือนกับเขาเสมอว่า เขามีความสามารถที่จะทำได้ทุกอย่าง แม้แต่เป็นเศรษฐีเงินล้านก็ยังได้ จึงทำให้เขาได้คิดทบทวนถึงชีวิตของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจทำประโยชน์แก่ผู้คนด้วยการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในที่สุด
ต้องยอมรับเลยค่ะว่า "การ์ดเนอร์ คือชายสู้ชีวิตที่หมั่นหาโอกาสให้ตัวเอง เพื่อทำทุกอย่างให้ชีวิตดีขึ้น และประสบความสำเร็จได้จริงๆ"
#นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ #สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท
source :
https://bbc.in/3tqq0cV
21/03/2022
"โอกาสเกิดขึ้นเองไม่ได้
คุณต่างหากที่ต้องสร้างมันขึ้นมา"
หลายครั้งที่เราเห็นเวลาคนอื่นประสบความสำเร็จ
เราอาจจะคิดว่าเพราะเขาได้รับ "โอกาส" ที่มากกว่าคนอื่น
แต่แท้จริงแล้ว...ที่เขาประสบความสำเร็จได้นั้น
อาจจะเป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้น "สร้างโอกาส" ให้กับตนเองก็เป็นได้ค่ะ
หากวันนี้ เรายังรู้สึกว่า "ตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ"
ลองลุกขึ้นมา "สร้างโอกาส" ให้กับตัวเองดูนะคะ
เชื่อได้เลยค่ะว่าความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลแน่นอน❤️
#สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท
18/03/2022
🤩 ปีนี้ หลายๆธุรกิจเริ่มใช้การโปรโมทแบรนด์ผ่านช่องทางอื่นๆ นอกเหนือจาก Facebook มากยิ่งขึ้น
วันนี้เรามีวิธีการใช้ Instagram reels เพื่อช่วยโปรโมทสินค้า และหน้าร้านมาฝากค่ะ
ใครที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ เริ่มขายสินค้า หรืออยากให้มีคนมานั่งทานที่ร้านของเราเยอะๆ
คุณสามารถใช้ "Instagram" เป็นตัวช่วยในการโปรโมททได้อีกแรงค่ะ
ซึ่งเราจะสามารถใช้โปรโมทแบบไหนได้บ้าง...มาดูไปพร้อมๆกันเลยค่า 😊
1). ใช้ทำ Content ที่ "ให้ประโยชน์"📸
เราอาจจะใช้ฟีเจอร์ Reels (คลิปสั้นๆ คล้าย TikTok ใน IG) ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์แนว วิดีโอ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ติดตาม เช่น ทริคการดูแลผิวเพื่อให้ความรู้, โชว์วิธีปรุงเมนูสุดพิเศษของร้านเพื่อกระตุ้นความอยากทาน อีกทั้งยังสามารถแชร์ทริคการแต่งตัวเพื่อเป็นการ Tie-in สินค้าของร้านเราแบบเนียนๆได้อีก และอย่าลืมใส่ แฮชแท็ก # ด้วยนะคะ
2). โชว์สินค้าผ่าน Reels📲
ในส่วนนี้ไม่ใช่แค่การโชว์ว่าสินค้าของเราเป็นสินค้าอะไรเพียงเท่านั้น แต่ควรเป็นการโชว์วิธีการใช้สินค้า โชว์วิธีการจัดวางอาหารให้ดูน่าทาน หรือแม้แต่สินค้าของเราสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็สามารถนำมาโชว์ในฟีเจอร์ Reels ได้เลย แต่สิ่งสำคัญคือ "ต้องสั้น กระชับ และได้ใจความ" ตามที่แบรนด์ต้องการจะสื่อให้ผู้ติดตามด้วยนะคะ
3). ใช้คอนเทนต์โชว์ "เบื้องหลัง" 🎞
เราสามารถใช้คอนเทนต์โชว์เบื้องหลังให้ผู้ติดตามมารับชมได้ โดยเป็นการโชว์ว่า "เรามีความใส่ใจในสินค้ามากขนาดไหน" เช่น เบื้องหลังการเลือกวัสดุสำหรับสินค้า, เบื้องหลังการแพ็คสินค้า, เบื้องหลังการทำงานของทีม เป็นต้น
ซึ่งส่วนนี้จะเป็นสิ่งเล็กๆที่ทำให้ผู้ติดตามนั้นรู้สึกอินกับสินค้า ลูกค้ารู้สึกอินกับสินค้าและการสื่อสารของเรา ซึ่งจะทำให้เกิดความไว้ใจในแบรนด์ และเกิดการซื้อซ้ำได้ในอนาคตค่ะ
4). ใช้ Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับแบรนด์และสินค้า
วิธีนี้ ต้องบอกเลยค่ะว่าแพร่หลายมากๆ หลายๆแบรนด์มีการใช้ฟีเจอร์ Q&A เพื่อให้ลูกค้าที่อาจจะมีความสงสัยเกี่ยวกับแบรนด์ สินค้า ได้เข้ามาสอบถามกับทางแบรนด์โดยตรงได้เลย ซึ่งหากเรามีการโปรโมทในลักษณะนี้ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์มีความเข้าถึงได้ง่าย และมีความใส่ใจลูกค้าเป็นอย่างดี
✨ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็น 4 วิธีที่ทางแบรนด์สามารถใช้ในการโปรโมทสินค้า ร้านค้า หรือให้ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ของคุณได้ ซึ่งวิธีการใช้ Reels นั้น ค่อนข้างแพร่หลายในปัจจุบัน และช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าท่านอื่นๆ ได้เข้ามารู้จักแบรนด์ของเราได้ง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย
#สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท
16/03/2022
"เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน" จากคนอ่านเขียนไม่ได้ สู่การเป็นผู้ก่อตั้ง Virgin Group
เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ถือเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังมากที่สุดคนนึง เพราะความพยายามและความกล้าที่สุดโต่งเกินใคร
แต่ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก เซอร์ ริชาร์ด นั้นถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค Dyslexia คือภาวะผิดปกติของการเรียนรู้ภาษา ส่งผลให้คนที่เป็นโรคนี้มีปัญหาเรื่องการสะกดคำ อ่าน หรือเขียนหนังสือ
จึงทำให้เขาเรียนหนังสือไม่เก่งไม่ว่าจะฝึกฝนยังไงก็ตาม
ด้วยความผิดปกติของ Dyslexia ส่งผลให้ เซอร์ ริชาร์ด พยายามและกล้าที่จะลองผิดลองถูก ไม่กลัวว่าล้มเหลว (อารมณ์ประมาณว่าในอดีตโดนด่า โดนว่า มาเยอะแล้ว ตอนทำธุรกิจ สำเร็จก็ดี แต่ถ้าล้มเหลวก็แค่เสมอตัว)
หลังจากที่ต้องหยุดเรียนไปตอนอายุ 16 เขาก็ได้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจของเขาจากการก่อตั้งนิตยสารที่ชื่อว่า Student จนได้ก่อตั้งธุรกิจอีกหลายอย่างเช่น Virgin Records, Virgin Atlantic, Virgin Active, Virgin Media และอีกมากมายเป็นสิบบริษัท
แต่จริงแล้ว เซอร์ ริชาร์ด ยังเคยก่อตั้งบริษัทอีกมากมายเช่น Virgin Cola, Virgin Cars, Virgin Brides แต่บริษัทเหล่านั้นล้มเหลว
ถึงล้มเหลวแต่เขาเองก็ไม่ล้มเลิก ยังพยายามคิดค้นไอเดียธุรกิจต่างๆ อยู่ตลอด ซึ่งถ้าเขาท้อและคิดว่าความล้มเหลวคือสิ่งที่แย่ ไม่ดี และยอมรับไม่ได้ บางทีเราอาจจะไม่ได้เห็นของเจ๋งๆ จาก Virgin มากมายอย่างทุกวันนี้ก็ได้นะคะ
ซึ่งสิ่งที่ "เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน" ยึดถือมาตลอด นั่นก็คือ "ทุกครั้งที่ล้มเหลว จะได้เรียนรู้ ขอเพียงแค่ล้มแล้วลุกขึ้นมาได้และยังไม่ตาย ยังไงเราก็จะเก่งขึ้น"
นี่คือผู้ที่ไม่เคยย่อท้อต่อความล้มเหลวทั้งปวง
ซึ่งข้อนี้ เราทุกคนสามารถยึดถือและปฏิบัติตามได้ ขอเพียงแค่คุณไม่ยอมแพ้ "ความสำเร็จ" จะเป็นของคุณอย่างแน่นอน ดังเช่น เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ได้ประสบพบเจอมาจนถึงทุกวันนี้
#นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ #สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท Source :
https://bit.ly/3JbUzbN
https://bit.ly/3MOPJTS
https://bit.ly/3JpIEr3
14/03/2022
จงอย่าได้รู้สึกอายกับความล้มเหลวของคุณ
แต่จงเรียนรู้จากความล้มเหลวนั้นแล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หลายคนอาจจะคิดว่า เราต้องประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำ ห้ามล้มเหลวเลย
แต่เชื่อไหมคะว่า บางครั้ง...การที่เราล้มเหลวบ้าง สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของชีวิตค่ะ
ทุกๆครั้งที่เราล้มเหลว เราจะเจอสิ่งใหม่
ที่ะทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้เสมอค่ะ เพียงแค่เราไม่ "ล้มเลิก" ก็พอ
#สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท
11/03/2022
💻ยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ต้อง "ทำออนไลน์" กันทั้งนั้น และอย่างที่เราทราบกันดีว่า...
ยุคนี้อะไรๆก็ต้องโปรโมทบนโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดสำหรับการ "สร้างการรับรู้แบรนด์" เพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการให้กับร้านของเรา
🍲และถ้าเราทำร้านอาหารล่ะ? จะสามารถโปรโมทแบบออนไลน์ได้ไหม ?
วันนี้ ออยมีเทคนิคการโปรโมทร้านอาหารบนโลกออนไลน์มาฝาก สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารทุกท่าน
ใครที่มีร้านอาหารอยู่ หรือกำลังจะเปิดร้านอาหาร สามารถลองทำตามวิธีเหล่านี้ได้เลยนะคะ
มาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ🥘🫔
1). บอกเล่าความเป็นเอกลักษณ์ของร้าน🏠
ควรนำเสนอสิ่งที่เป็น "เอกลักษณ์" ของร้าน ออกไปให้ได้มากที่สุด ว่าร้านของเรามีจุดเด่นตรงไหน อาหารประเภทใด สไตล์การตกแต่งร้านเป็นแนวไหน เช่น แนวอาร์ท แนวหรูหรา หรือ แนวบ้านๆ แต่มีความโมเดิร์น เป็นต้น และธีมสีควรจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับร้านของเรา
2). โชว์เบื้องหลังให้ดู "น่าทาน"🥘
เราสามารถนำเสนอเบื้องหลัง การประกอบอาหารให้ลูกค้าดูได้ ว่าเมนูนี้มีกระบวนการปรุงอย่างไรบ้าง แนะนำให้ทำเป็นแบบวิดีโอให้ผู้ชมดูเพลินๆ และยังช่วยทำให้เขารู้สึกว่าอาหารที่เราทำนั้น "น่ากิน" มากๆอีกด้วย
3). โปรโมทเมนูตามเทศกาล🎇
หากเรามีเมนูใหม่ๆ หรือเมนูตามเทศกาล แนะนำให้โพสต์โปรโมทบนช่องทางโซเชียลมีเดียได้เลย เพราะยิ่งเรามีการอัพเดทเมนูใหม่ๆ บ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นและสร้างความน่าสนใจให้กับร้านของเราได้เป็นอย่างดี
4). ใช้ Influencer ช่วยรีวิว📸
ข้อนี้จะช่วยสร้างการรับรู้ร้านของเราได้มากเลยทีเดียวค่ะ ยิ่งเป็น Influencer สายรีวิวร้านอาหารด้วย ยิ่งช่วยสร้างการรับรู้ได้ดี แถมรวดเร็วมาก เพราะการรีวิวจาก Influencer จะมีพลังมากๆ ยิ่งมีชื่อเสียงมาก จะยิ่งทำให้คนคล้อยตามและรู้สึกว่าอยากไปกินตามรอย Influencer ท่านนี้ เป็นต้น
นี่ก็เป็น 4 วิธีที่เราสามารถทำตามได้เลยนะคะ สำหรับคนที่มีร้านอาหาร พราะตอนนี้ร้านอาหารหลายๆ ร้าน กำลังประสบปัญหาจากสถานการณ์ของโรคระบาดเป็นระยะเวลานาน หากเราอยากมียอดเพิ่ม มีลูกค้าเพิ่ม ออยขอแนะนำให้เริ่มทำการโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดียได้เลยค่า
#สอนออนไลน์เงินล้าน #ด้วยต้นทุน0บาท