07/04/2026
"วิวัฒนาการ" ของกลุ่มเส้นด้าย จากจุดเริ่มต้นที่เป็นอาสาสมัครภาคประชาชน สู่การจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ และท้ายที่สุดคือการเข้าสู่เส้นทางความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้พรรคเส้นด้าย (ซึ่งปัจจุบันคือ พรรคเศรษฐกิจ) เพื่อแก้ปัญหาที่ "ต้นตอ" ของระบบ
และบทบาทของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนภาระกิจของกลุ่มเส้นด้ายมาโดยตลอด
1. การเปลี่ยน "ความคับแค้น" เป็น "นโยบาย"
จากประสบการณ์ในภารกิจ “”วิกฤตโควิด-19 ทีมงานได้พบกับความไม่เท่าเทียมในระบบสาธารณสุข (คนมีเงิน/มีชื่อเสียงเข้าถึงทรัพยากรได้ง่ายกว่าคนด้อยโอกาส) สิ่งนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ คริส โปตระนันทน์ และทีมงานตัดสินใจสร้างพรรคการเมืองที่มีชูนโยบาย "ความเท่าเทียมที่ไม่มีเส้นสาย"
เป้าหมายก็เพื่อรื้อถอนระบบอุปถัมภ์ที่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานกลายเป็นสิทธิพิเศษ เริ่มจากการพัฒนาเป็นมูลนิธิเส้นด้าย ก็ยังพบว่าแม้จะเป็นมูลนิธิ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง จึงต้องใช้กลไกทางสภาและพรรคการเมืองเข้ามาขับเคลื่อน
2. ภารกิจ "ผู้ปิดทองหลังพระ" ในพื้นที่ภาคใต้
ล่าสุดจาดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่และพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้ การที่พลเอกรังษีและทีมจากมูลนิธิเส้นด้ายอาสาเลือกปฏิบัติภารกิจโดยไม่เน้นการปรากฏในสื่อ (ไม่หาแสง) สะท้อนถึงหัวใจของ "จิตอาสา" ที่แท้จริง
การมุ่งเน้นไปที่การช่วยชีวิตและบรรเทาทุกข์หน้างานมากกว่าภาพลักษณ์ ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งแล้วก็ตาม ไม่ว่าสถานะของกลุ่มจะเปลี่ยนไปเป็นมูลนิธิหรือพรรคการเมือง แต่ "DNA" ของการเป็นจิตอาสา ตั้งแต่โควิด เชียงราย จนถึงภาคใต้
3. พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ กับบทบาทสายสนับสนุน
การเป็นผู้ปิดทองหลังพระนั้นสะท้อนถึงบทบาทของ "Backer" ที่สำคัญ ไม่ได้เพียงแค่ให้การสนับสนุนด้านทรัพยากร แต่พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ยังให้คำแนะนำและเป็นแรงหนุนให้คนรุ่นใหม่อย่างทีมเส้นด้ายได้ทำงานอย่างเต็มที่
เป็นการรวมตัวกันระหว่างคนที่มีประสบการณ์ในระบบราชการ/กองทัพ (พลเอกรังษี) กับคนรุ่นใหม่ที่มีความคล่องตัว (ทีมคริส และ ดร.อังศนา) ทำให้การทำงานมีความสมดุลระหว่าง "Connection" กับ "Innovation"
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกลุ่มคนที่พยายาม "ซ่อมแซมรอยรั่วของสังคม" เริ่มจากการช่วยส่งคนป่วยโควิด)ช่วยล้างโคลนจากภัยพิบัติดินโคลนสไลด์ที่เชียงราย แล้วล่าสุดการบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม (ภาคใต้ แม้จะไม่เป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อหลัก แต่การกระทำที่สม่ำเสมอในทุกวิกฤตคือสิ่งที่พิสูจน์ความตั้งใจจริงของกลุ่มเส้นด้ายและพลเอกรังษีต่อประชาชนที่เดือดร้อน