ชีวิตติด Map

ชีวิตติด Map

แชร์

เพจสำหรับแบ่งปันความรู้ ใครชอบ Map มา?

Photos from ชีวิตติด Map's post 19/03/2026

วันนี้ ทีมชีวิตติด Map โดยพี่ๆ จากทีม สตูดิโอวิจัย Engrids ได้แก่ Raweewan Kolik Hemkaew Kanyapat Daungjai Tae Napatsorn ขอชวนมองโลกผ่าน “พื้นที่” กันบ้าง กับหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้ คือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยใช้มุมมองจากเทคโนโลยี Remote Sensing

🌍 ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานของโลก จากที่เรารู้กันว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจโลกทำหน้าที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย แม้จะเป็นเพียงชองแคบที่มีความกว้างจำกัด แต่กลับเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ พื้นที่นี้จึงเปรียบเสมือน “คอขวด” ของพลังงานโลก กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในพื้นที่นี้สามารถส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และความมั่นคงระหว่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นช่องแคบแคบๆ ทำให้การเดินเรือต้องผ่านเส้นทางจำกัด จึงเป็นพื้นที่ที่ “เปราะบาง” ต่อความขัดแย้ง และจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในช่วงต้นปี 2026

>> คำถามสำคัญที่น่าสนใจคือ กิจกรรมการเดินเรือในพื้นที่นี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น?

📊 พวกเราจึงได้ทดลองใช้ภาพถ่ายดาวเทียมระบบเรดาร์ (SAR) Sentinel-1 3 ช่วงเวลามาทดลองวิเคราะห์เพื่อติดตาม “การเคลื่อนไหวของเรือ” ในพื้นที่ช่องแคบนี้ ได้แก่ ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียด (20–27 ก.พ. 2026) พวกเราพบว่ามีเรือประมาณ 977 ลำ ส่วนในช่วงสัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียด (28 ก.พ. – 7 มี.ค. 2026) พวกเราพบว่าจำนวนเรือลดลงเหลือประมาณ 364 ลำ และในสัปดาห์ที่สองหลังเกิดเหตุการณ์ (7–13 มี.ค. 2026) พวกเราพบว่าจำนวนเรือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 908 ลำ ซึ่งผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางทะเลอย่างรวดเร็วตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่

📍 การเปลี่ยนแปลงรูปแบบเชิงพื้นที่ (Spatial Pattern) ก่อนเกิดเหตุการณ์ จะพบว่าเรือมีการกระจายตัวและเคลื่อนผ่านช่องแคบอย่างต่อเนื่อง โดยกระจุกตัวบริเวณท่าเรือสำคัญ เช่น Bandar Abbas (อิหร่าน) และ Fujairah (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์ในสัปดาห์แรก จำนวนเรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในน่านน้ำของอิหร่าน ซึ่งสะท้อนพฤติกรรม “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” และในสัปดาห์ถัดมา แม้จำนวนเรือจะกลับมาเพิ่มขึ้น
แต่รูปแบบการเคลื่อนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กล่าวคือ เรือจำนวนมากไม่ได้แล่นผ่านช่องแคบเหมือนเดิมแต่เลือกกระจุกตัวอยู่ใกล้ท่าเรือหรือพื้นที่ปลอดภัยมากกว่า

🛰 มุมมองจาก Remote Sensing กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Remote sensing โดยเฉพาะข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1 สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามกิจกรรมทางทะเล วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่และเวลา รวมถึงประเมินผลกระทบของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🧠 นัยสำคัญของข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลจากดาวเทียมดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียง “ตำแหน่งของเรือ” แต่ยังสามารถใช้เป็นตัวแทนของพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ระดับความเสี่ยง และความมั่นคงในระดับภูมิภาค ได้อย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว ทุกคนเห็นด้วยกันไหม

#ภูมิรัฐศาสตร์

31/03/2025

ห่างหายไปนานมากเลยทีเดียว... วันนี้ชีวิตติด Map เรามีบทความดีๆ จากน้องนักศึกษา สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tanakorn Thammasang ที่ได้ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบการทรุดตัวของกรุงเทพฯ ก่อนและหลังการเกิดแผ่นดินไหวด้วยภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1 และเทคนิค InSAR มาฝาก
----------------------------------------------------------------------
🛰️ วิเคราะห์กรุงเทพฯ ทรุดไหมด้วยข้อมูลดาวเทียม Sentinel-1 และ เทคนิค InSAR

ใครจะคิดว่าแผ่นดินไหวในเมียนมา ขนาด 7.7 Mw (จากรอยเลื่อนสะกาย) เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 จะส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ ได้
และที่น่าสนใจคือ... มันอาจจะ “กระตุ้นให้บางพื้นที่ของกรุงเทพฯ เกิดการทรุดตัวเพิ่มขึ้น” ได้

การวิเคราะห์ครั้งนี้ใช้เทคนิค InSAR (Interferometric Synthetic Aperture Radar) ร่วมกับภาพดาวเทียม Sentinel-1 เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระดับพื้นดินในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเปรียบเทียบภาพถ่าย Sentitnel-1 ช่วง
📆 ก่อนแผ่นดินไหว: 5–17 มี.ค. 2568
📆 หลังแผ่นดินไหว: 17–29 มี.ค. 2568

📌 Sentinel-1 คืออะไร? ทำไมเหมาะกับงานนี้?
Sentinel-1 เป็นดาวเทียมที่มีการบันทึกในช่วงคลื่นไมโครเวฟ ภายใต้โครงการ Copernicus ของ EU ที่ถ่ายภาพในย่าน C-band ลงมายังพื้นโลก
ข้อดีคือถ่ายได้แม้กลางคืนหรือมีเมฆ และเหมาะกับการวิเคราะห์การทรุดตัวของพื้นดินในระยะยาว แม้ความละเอียดเชิงพื้นที่จะอยู่ที่ 10 เมตร แต่สามารถตรวจจับ "การเคลื่อนที่ของพื้นดิน" ได้ ละเอียดถึงระดับมิลลิเมตร
เนื่องจากวัดจาก “เฟสของคลื่นเรดาร์” ที่สะท้อนกลับมาจากพื้นดิน แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน

📊 ผลวิเคราะห์ที่ได้จาก InSAR

✅ ก่อนแผ่นดินไหว (5–17 มี.ค.)
พื้นที่กรุงเทพฯ โดยรวมยังคงเสถียร การเคลื่อนตัวอยู่ในช่วง +0.05 ถึง -0.01 เมตร

⚠️ หลังแผ่นดินไหว (17–29 มี.ค.)
พบการทรุดตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทางตอนบนของกรุงเทพฯ
บางพื้นที่มีค่าทรุดสูงสุดถึง -0.073 เมตร (7.3 เซนติเมตร) ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์

💡 สันนิษฐานว่าแรงสั่นสะเทือนอาจมีผลต่อโครงสร้างของชั้นดินในพื้นที่อ่อน ทำให้เกิดการทรุดตัวแบบเฉียบพลัน

📍แม้ข้อมูลนี้จะยังเป็นการวิเคราะห์เบื้องต้นจากภาพถ่ายดาวเทียม แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภาพจาก Sentinel -1 และเทคนิค InSAR
ในการติดตาม "การเคลื่อนตัวของพื้นที่" ได้อย่างแม่นยำ หากมีการเสริมข้อมูลจาก GNSS หรือสำรวจภาคพื้นดิน จะยิ่งทำให้วิเคราะห์ได้ลึกและแม่นยำมากขึ้น

✨ กรุงเทพฯ อาจนิ่งในสายตาเรา แต่จากมุมสูง อาจเคลื่อนไหวมากกว่าที่คิด...

#แผ่นดินไหว2568 #กรุงเทพทรุดตัว #ภูมิสารสนเทศ #นักศึกษาก็ทำได้ #ชีวิตติดMap

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Changwat Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Changwat Chiang Mai