Farm Hoo DIY = ฟาร์มฮู้ diy

Farm Hoo DIY = ฟาร์มฮู้ diy สวนนา+ความรู้+พอเพียง+ศิลปะ+DIY The word “Farm Hoo” (also pronounced the same as in ISaan language) means knowledge. Why is Chaiyaphum? Contact Information
1.

- ชื่อสถานที่ Farm Hoo DIY ณ โคกหนองนาแทว ชุมชนขี้เหล็กใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
- Location : Khok Nong Na Taew hoo diy Community Learning Center, Tambol Nai Muang, Ampher Muang, Chaiyaphum

- แนวคิดของพื้นที่
ชื่อโครงการ Farm Hoo DIY ฟาร์มเรียนรู้ศิลปะ กสิกรรมธรรมชาติ มาจาก Farm Hoo ออกเสียงอีสานว่า(ฟาม ฮู้) หมายถึง ความรู้ ส่วนคำว่า DIY ย่อมาจาก คำว่า Do it Your Self หมายถึง การพึ่งพาตนเอง นั่นเอง รวมกันหมายถึง พื้นที่เรียนรู้เพื่อพึ่งพาตนเองได้
เราสองคน ทำงานเป็นนักเขียน นักออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และทำงานด้านสอนศิลปะงาน DIY ในเมืองและอาสาในจังหวัดต่างๆ มากว่า 10 ปี แต่ด้วยความสนใจธรรมชาติ การเกษตรแบบธรรมชาติ จึงตั้งใจที่จะกลับไปสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่บ้านเกิดของภรรยาเพื่อพัฒนาพื้นที่นาที่ บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต. ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ พื้นที่นา ประมาณ 13 ไร่ ติดวัด หลังหมู่บ้าน ซึ่งเป็นนาลุ่มแบบภาคกลางที่ทำกันมาแต่ในอดีตคงภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้
ปัจจุบันกำลังเรียนรู้ออกแบบและแก้ปัญหาพื้นที่ปัญหานี้ได้จนเป็นตัวอย่างที่พออยู่พอกินได้ พร้อมใช้พื้นบางส่วนให้เป็นศูนย์เรียนรู้ สำหรับเด็กและผู้สนใจ มาเรียนรู้ฐานต่างๆ ในพื้นที่กสิกรรมธรรมชาติ ผสมผสานกับความรู้ศิลปะแนว DIY งานทำมือ มาร่วมนัดกันเรียนรู้ผ่านการเอามื้อสามัคคีร่วมกับเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และผู้สนใจรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน คาดหวังว่าที่นี่จะสามารถเป็นต้นแบบของพื้นที่เรียนรู้เกษตรแนวใหม่ ที่ผสมผสานภูมิปัญญาศิลปะท้องถิ่น ให้ชุมชน วัด โรงเรียน ในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ได้ใช้ประโยชน์ ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนอย่างพอเพียง พึ่งพาตนเองได้
ชุมชนและวัดที่นี่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตให้เข้ามาเรียนรู้ใช้ชีวิตตามวิถีชุมชนกับชาวบ้านได้ ตามประเพณีและวิถีเกษตรตามฤดูกาล มีเส้นทางปั่นจักรยานตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ บ้านโนนน้ำอ้อม และเมืองโบราณหามหอก รวมทั้งความเชื่อตำนานต่างๆของหมู่บ้านที่ต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ได้

About Farm Hoo DIY
Concepts
Farm Hoo DIY referred to as “Farm of Art and Agrinature”. The word “DIY” stands for "do it yourself” which means self-sufficiency. So, Farm Hoo and DIY combines to Farm Hoo DIY which means the learning space for self-sufficiency. From the background of two founders of Farm Hoo DIY (Tofu & Dear), they are working as a writer, environmentally friendly designer, DIY art teacher, volunteer all over Thailand for 10 years which make them to meet a lot of people and see many places. From this point, they had a chance to get involved with agrinature that make them fall in love with natural agriculture. So, they decided to build the area for learning center in Chaiyaphum. Because it’s Dear hometown. This area is situated in the northeast of Thailand called Isaan. It is a 13 Rai of paddy field. This area has been grown lowland rice since ancient times. Nowadays, they still do it in the same way. These local wisdoms make them want to create some learning space on this paddy-field. Nowadays, this paddy field turn into learning center for children or anyone who interested in agrinature, DIY art and craft work. We are providing agrinature knowledges which divided into learning stations. Each station has local speakers. Our vision is to be a model of learning center for new theory agriculture which combine local art and local wisdoms. So, the villagers can take all of knowledge to live sustainable and self-sufficiency. Also, our village is a life community museum. People can come and learn our folk way by walking around and observe. We have interesting of local beliefs. Each month has different unique cultures. This is very charming and attractive. Moreover, our village is surrounded by rice field which provided a beautiful scenery view. We have the bicycle route for those who wants to enjoy close to nature. This bicycle route will not only lead you to many natural agriculture places near our village, but it was also go one step further by leading you through some of the important known ruins like Non-Nam-Aom and Muang-Ham-Hog which located in the city of Chaiyaphum.

- วัตถุประสงค์
เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจการเรียนรู้ เข้าร่วมได้ สร้างความรู้จักและเรียนรู้แหล่งเรียนรู้แห่งนี้ รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนดนตรีอีสาน รวมถึงวิถีของชุมชน ผ่านการเดินชมและลงมือทำ และร่วมกันจัดกระบวนการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอดสู่ความร่วมสมัยและงานสร้างสรรค์ต่อไป

Objectives:
We are providing a space for those who interested can join and learn our ways of life especially Isaan musical by walking and workshop. These can expand your knowledge skills to contemporary and creativity works. Khok Nong Na Taew hoo diy Community Learning Center
Located behind Boriboon Temple in Khi-lek-Yai Villagge, Tambol Nai Muang, Ampher Muang, Chaiyaphum
https://goo.gl/maps/RC2m5fYGvBPG6voe7
2. Farm Hoo DIY Learning Center
Located at 81 Moo 9 in Khi-lek-Yai Villagge, Tambol Nai Muang, Ampher Muang, Chaiyaphum
https://goo.gl/maps/Z5ZsmN5XaBsHug6P6
Telephone Number: 0866026366
Facebook Fanpage: farmhoodiy https://www.facebook.com/farmhoodiy/

ขอบคุณ โครงการ ปรุงสุข ที่ เปิดมุมมองใหม่ให้การใส่ใจสุขภาพด้วยเมนูอาหารปลอดภัย ที่ อยู่อย่างสมดุลในโลกสมัยใหม่ จะนำแนวคิ...
21/05/2026

ขอบคุณ โครงการ ปรุงสุข ที่ เปิดมุมมองใหม่ให้การใส่ใจสุขภาพด้วยเมนูอาหารปลอดภัย ที่ อยู่อย่างสมดุลในโลกสมัยใหม่ จะนำแนวคิดนี้ ไปต่อยอดกับชุมชนเครือข่ายอาหารปลอดภัยต่อไปครับ ^^

https://youtu.be/yjGs6S1Mg_A?si=JIpIUv7jlzAsb_g-
18/05/2026

https://youtu.be/yjGs6S1Mg_A?si=JIpIUv7jlzAsb_g-

ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันเด็กจำนวนมากกำลังเติบโตท่ามกลาง “วิกฤตการณ์ความเร็ว” (The Crisis of Speed) ที่เทคโนโลยีและ...

https://www.facebook.com/share/p/1bnpDczJMX/
14/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/1bnpDczJMX/

“พรสวรรค์ของคุณ อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณทำเก่งกว่าคนอื่น…
แต่มันคือสิ่งที่คุณเผลอทำมาตลอดชีวิตโดยไม่รู้ตัว”

วันนี้ผมอยากพูดถึงหนังสือญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง
ที่ผมอ่านแล้วรู้สึกว่า…นี่ไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองธรรมดา
แต่มันเหมือนกระจกบานหนึ่งที่ทำให้เราหันกลับมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง

หนังสือชื่อว่า世界一やさしい「才能」の見つけ方
หรือแปลตรง ๆ ว่า “วิธีค้นหาพรสวรรค์ที่ง่ายที่สุดในโลก”
เขียนโดยคุณยากิ จิมเป ชายญี่ปุ่นที่เคยโดนไล่ออกจากงานพาร์ตไทม์ร้านสะดวกซื้อในเดือนที่ 2 เคยหลงทางหลังเรียนจบเคยคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรโดดเด่นเลย

แต่หลังจากเขาค้นพบว่า พรสวรรค์ของตัวเองคือ
“การเขียนและถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจ”
ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป
บล็อกมียอดอ่านสะสมกว่า 26 ล้าน PV (page view)
หนังสือเล่มแรกขายได้กว่า 300,000 เล่ม
และสิ่งที่เขาพูดในหนังสือเล่มนี้คือประโยคที่ผมชอบมาก

“พรสวรรค์มีอยู่ในทุกคน
ถ้าคุณคิดว่าตัวเองไม่มี
นั่นไม่ใช่เพราะคุณไม่มี
แต่เพราะคุณยังไม่รู้ตัวต่างหาก”

ซึ่งผมว่าตรงมากเลยครับ เพราะหลายคนโตมากับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไรเป็นพิเศษ
เรียนก็กลาง ๆ
พูดก็ไม่เก่ง
เข้าสังคมก็ไม่เด่น
ทำงานก็ไม่ได้เร็วกว่าใคร
มองไปทางไหนก็มีแต่คนเก่งกว่าเราเต็มไปหมด

สุดท้ายเราจึงเผลอสรุปตัวเองไปแล้วว่า
“ฉันคงไม่มีพรสวรรค์”

แต่หนังสือเล่มนี้บอกว่า
จริงๆ แล้วเราอาจเข้าใจคำว่าพรสวรรค์ผิดมาตลอดชีวิตก็ได้…

🟡 จริงๆ แล้วพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น
หลายคนคิดว่าพรสวรรค์คือการทำอะไรได้เหนือกว่าคนอื่น
วิ่งเร็วกว่า เรียนเก่งกว่า พูดเก่งกว่า ขายเก่งกว่า
หน้าตาดีกว่า คิดไวกว่า เป็นผู้นำมากกว่า

แต่ปัญหาคือ…
ถ้าเรานิยามพรสวรรค์แบบนี้
เราจะไม่มีวันเจอพรสวรรค์ของตัวเองง่าย ๆ
เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร
สุดท้ายมักมีคนที่ทำได้ดีกว่าเราเสมอ

คุณอาจเขียนเก่ง แต่ก็มีคนเขียนเก่งกว่า
คุณอาจขายเก่งแต่ก็มีคนปิดการขายได้โหดกว่า
คุณอาจพูดเก่ง แต่ก็มีคนพูดบนเวทีได้ทรงพลังกว่า
ถ้าเอาตัวเองไปวัดกับคนอื่นตลอดเวลา
เราจะรู้สึกว่า “ตัวเองยังไม่พอ” อยู่เสมอ

แต่ในหนังสือเล่มนี้บอกว่า
พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่คุณทำได้ดีกว่าคนอื่น
แต่คือ…
“สิ่งที่คุณเผลอทำไปเองโดยไม่ต้องฝืน”
บางคนเผลอสังเกตสีหน้าคนอื่นตลอดเวลา
บางคนเผลอคิดความเสี่ยงก่อนใคร
บางคนเผลอจัดของให้เป็นระบบ
บางคนเผลออธิบายเรื่องยากให้คนอื่นเข้าใจง่าย
บางคนเผลอจับผิดดีเทลเล็ก ๆ
บางคนเผลอชอบคิดมุกตลก
บางคนเผลอวิเคราะห์ว่าทำไมคนถึงซื้อของ
บางคนเผลอฟังปัญหาคนอื่นจนเขาสบายใจ
สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กมาก
จนเจ้าตัวไม่เคยคิดว่ามันคือพรสวรรค์
แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นทุนชีวิตที่สำคัญที่สุดของคนนั้น

🟡 อะไรที่คุณรู้สึกฝืนมากเกินไป อาจไม่ใช่ทางของคุณ
คุณยากิบอกว่า “คนที่ใช้พรสวรรค์ของตัวเอง
จะเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ แต่คนที่ไม่ได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองจะเหมือนปลาที่อยู่บนบก”

อ่านแล้วเจ็บนะครับ
เพราะบางทีเราไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ไม่พยายาม
ไม่ได้ไม่มีวินัย แต่เราอาจกำลังพยายามอยู่ในสนามที่ไม่ใช่ของเรา ปลาก็ไม่ได้อ่อนแอ แค่มันอยู่ผิดที่
ถ้าเอาปลาไปวัดความสามารถด้วยการปีนต้นไม้
ปลาจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปทั้งชีวิต

มนุษย์ก็เหมือนกัน
บางคนถูกบังคับให้ต้องพูดเก่ง
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการคิดลึก

บางคนถูกบังคับให้ต้องเข้าสังคมเยอะ
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการทำงานคนเดียวอย่างต่อเนื่อง

บางคนถูกบังคับให้ต้องแข่งขันตลอดเวลา
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการประคองคนอื่นให้ดีขึ้น

บางคนถูกบังคับให้เป็นผู้นำแบบเสียงดัง
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการเป็นผู้นำแบบเงียบ ๆ ผ่านการลงมือทำ

พออยู่ผิดสนามนาน ๆ เราจะเริ่มคิดว่า
“ทำไมฉันไม่เก่งสักที”
“ทำไมฉันเหนื่อยกว่าคนอื่น”
“ทำไมฉันพยายามแล้วไม่ไปไหน”
“ทำไมฉันไม่มีอะไรดีเลย”

แต่บางทีคำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่
“ฉันพยายามพอหรือยัง”
แต่อาจเป็น “ฉันกำลังใช้พรสวรรค์ของตัวเองอยู่หรือเปล่า”

🟡 อย่าฆ่าพรสวรรค์ตัวเอง
ด้วยคำว่า “ฉันอยากเป็นเหมือนเขา”
หนังสือเล่มนี้พูดอีกเรื่องที่ผมชอบมากคือ
“ตราบใดที่ยังไม่ปล่อยวางความชื่นชม
เราจะไม่มีทางค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง”

ฟังครั้งแรกอาจดูแรง
เพราะเราถูกสอนมาว่า
การมีไอดอลเป็นเรื่องดี
การมีคนต้นแบบเป็นเรื่องดี
การอยากเป็นเหมือนคนเก่งเป็นเรื่องดี

ใช่ครับมันจะดีมากๆ ถ้ามันทำให้เราเติบโต
แต่มันอันตรายมาก ถ้ามันทำให้เราปฏิเสธตัวเอง

เราอยากพูดเก่งเหมือนคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าตัวเองพูดไม่เก่งพอ

เราอยากสวยเหมือนคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าหน้าตาตัวเองยังไม่ดีพอ

เราอยากเป็นผู้นำแบบคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าวิธีเป็นตัวเองยังไม่พอ

สุดท้าย ความชื่นชมอาจกลายเป็นการปฏิเสธตัวเองแบบเงียบ ๆ

ในหนังสือเปรียบเทียบไว้ด้วยว่า
มันเหมือนปลาอยากเป็นนก
มะเขือม่วงอยากเป็นแครอท
โปเกมอนธาตุน้ำอยากเป็นโปเกมอนธาตุไฟฟ้า
ฟังดูตลก แต่ชีวิตจริงเราทำแบบนี้บ่อยมาก

เราพยายามเป็นคนอื่น จนลืมถามว่า
“แล้วฉันเป็นอะไรได้ดีที่สุดในแบบของฉัน?”
นี่คือจุดเริ่มต้นของการค้นหาพรสวรรค์
ที่ไม่ใช่การถามว่าฉันอยากเป็นเหมือนใคร
แต่คือการถามว่า ฉันเป็นแบบไหนมาตลอด โดยที่เราเองไม่ควรฝืน..

🟡 ทักษะสำคัญ แต่พรสวรรค์คือฐาน
หลายคนรีบไปเรียนทักษะต่างๆ
เรียนภาษา
เรียน AI
เรียนการตลาด
เรียนขาย
เรียนลงทุน
เรียนตัดต่อ
เรียนพูด
เรียนเขียน
เรียนบริหาร
ทั้งหมดนี้ดีมากๆ นะครับ
แต่หนังสือเล่มนี้เตือนว่า
ก่อนจะสะสมทักษะ
เราควรรู้ก่อนว่า “พรสวรรค์ของเราคืออะไร”
เพราะทักษะเปลี่ยนได้
ความรู้ล้าสมัยได้
เทคโนโลยีมาแทนได้
แต่พรสวรรค์บางอย่างอยู่กับเราทั้งชีวิต

เช่น

ชอบวิเคราะห์
ชอบดูแลคน
ชอบเชื่อมโยงไอเดีย
ชอบทำเรื่องซับซ้อนให้เรียบง่าย
ชอบเจาะลึก
ชอบสร้างระบบ
ชอบเล่าเรื่อง
ชอบสังเกตอารมณ์คน
ชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สิ่งเหล่านี้ต่อให้ยุคเปลี่ยน
เครื่องมือเปลี่ยน
อาชีพเปลี่ยน
มันก็ยังอยู่กับเรา

ถ้าเรารู้พรสวรรค์ของตัวเอง
เราจะเลือกทักษะที่มาขยายจุดแข็งเราได้ถูก

แต่ถ้าไม่รู้ เราจะเรียนตามกระแสไปเรื่อย ๆ
เห็นคนเรียน AI ก็เรียน AI
เห็นคนทำ TikTok ก็ทำ TikTok
เห็นคนขายของออนไลน์ก็ขายตาม
เห็นคนทำคอร์สก็อยากทำคอร์ส
แต่ทำไปสักพักก็เหนื่อย
เพราะมันไม่ได้วางอยู่บนฐานของตัวเรา
เหมือนสร้างตึกสูงบนดินที่ไม่มั่นคง

ทักษะคือชั้นบน
พรสวรรค์คือฐานราก

ถ้าฐานไม่ชัดต่อให้สร้างสูงแค่ไหน
วันหนึ่งตัวเราก็จะสั่นคลอน

❤️ แล้วเราจะหาพรสวรรค์ตัวเองยังไง?

หนังสือเล่มนี้ให้วิธีที่เรียบง่ายมาก ซึ่งผมชอบมากๆ
โดยให้หัดมองหา “คำกริยา”
ที่ไม่ใช่แค่ถามว่า “ฉันชอบอะไร”
แต่ให้ถามต่อว่า
“ตอนทำสิ่งนั้น ฉันชอบการกระทำแบบไหน”

เช่น
ถ้าคุณบอกว่า “ชอบเล่นเกม”
ให้ถามต่อว่า
ในเกมคุณชอบอะไร

ชอบวางกลยุทธ์?
ชอบเก็บเลเวล?
ชอบคุยกับเพื่อน?
ชอบสำรวจโลกในเกม?
ชอบเอาชนะ?
ชอบสะสมของ?
ชอบวิเคราะห์ระบบ?
ชอบช่วยคนอื่นในทีม?
แต่ละคำตอบสะท้อนพรสวรรค์คนละแบบ

คนที่ชอบวางกลยุทธ์
อาจมีพรสวรรค์ด้านการคิดเชิงแผน

คนที่ชอบเก็บเลเวลเงียบ ๆ
อาจมีพรสวรรค์ด้านความต่อเนื่อง

คนที่ชอบคุยกับเพื่อนในเกม
อาจมีพรสวรรค์ด้านการเชื่อมโยงผู้คน

คนที่ชอบสำรวจโลกในเกม
อาจมีพรสวรรค์ด้านความอยากรู้อยากเห็น

หรือถ้าคุณบอกว่า “ชอบท่องเที่ยว”
ก็ต้องถามต่อว่า
คุณชอบอะไรในการท่องเที่ยว

ชอบวางแผนทริป?
ชอบหาร้านลับๆ?
ชอบถ่ายรูป?
ชอบคุยกับคนท้องถิ่น?
ชอบสังเกตวัฒนธรรม?
ชอบเล่าให้คนอื่นฟังหลังกลับมา?
ชอบเปรียบเทียบเมืองหนึ่งกับอีกเมืองหนึ่ง?

นี่แหละครับพรสวรรค์ไม่ได้ซ่อนอยู่ใน “คำนาม”
แต่มันซ่อนอยู่ใน “คำกริยา”
ไม่ใช่ “เกม”
แต่คือ “วางกลยุทธ์”

ไม่ใช่ “เที่ยว”
แต่คือ “สังเกตวัฒนธรรม”

ไม่ใช่ “หนังสือ”
แต่คือ “สรุปให้คนอื่นเข้าใจ”

ไม่ใช่ “ธุรกิจ”
แต่คือ “มองหาโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น”

❤️ 5 คำถามที่ช่วยขุดพรสวรรค์ตัวเอง
ถ้าใครอยากเริ่มจริง ๆ
ลองหยิบกระดาษมาเขียนตอบ 5 คำถามนี้

1. คุณหงุดหงิดเรื่องอะไรเวลาเห็นคนอื่นทำ?
เพราะสิ่งที่เราหงุดหงิด
มักเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นคนเขียนไม่รู้เรื่อง
แปลว่าเขาอาจให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นของวางไม่เป็นระเบียบ
แปลว่าเขาอาจมีพรสวรรค์ด้านระบบและโครงสร้าง

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นคนพูดไม่รักษาน้ำใจ
แปลว่าเขาอาจไวต่อความรู้สึกของคนอื่น

2. ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่หรือครูเตือนคุณเรื่องอะไรบ่อย ๆ?

บางครั้งสิ่งที่ถูกดุ อาจเป็นพรสวรรค์ที่ยังใช้ไม่ถูกทาง

พูดมาก อาจกลายเป็นนักสื่อสาร
ชอบเถียง อาจกลายเป็นนักคิดเชิงวิพากษ์
ชอบถามเยอะอาจกลายเป็นนักวิจัย
ชอบวาดรูปในห้องเรียนอาจกลายเป็นนักออกแบบ
ชอบจัดของคนอื่น อาจกลายเป็นคนสร้างระบบ

3. ถ้าถูกห้ามไม่ให้ทำ จะรู้สึกทรมานเรื่องอะไร?
บางคนถ้าไม่ได้เขียนจะอึดอัด
บางคนถ้าไม่ได้คุยกับคนจะเหงา
บางคนถ้าไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่จะเฉา
บางคนถ้าไม่ได้จัดการปัญหาจะรู้สึกค้างคา
บางคนถ้าไม่ได้สร้างอะไรใหม่จะเหมือนชีวิตไม่มีพลัง

สิ่งที่ขาดแล้วเราหมดไฟ
อาจเป็นเบาะแสสำคัญของพรสวรรค์

4. จุดอ่อนของคุณ ถ้าเติมคำว่า “เพราะอย่างนั้น…” จะกลายเป็นอะไร?

เช่น
“ฉันคิดมาก”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงมองเห็นความเสี่ยงก่อนคนอื่น

“ฉันช้า”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงทำงานละเอียด

“ฉันขี้กังวล”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงเตรียมตัวดี

“ฉันพูดตรง”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงช่วยชี้ปัญหาที่คนอื่นไม่กล้าพูด

“ฉันอินกับเรื่องคนอื่นง่าย”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงเข้าใจความรู้สึกคนได้ดี

บางทีจุดอ่อนอาจเป็นพรสวรรค์ที่ยังไม่ได้รับการจัดวางให้ถูกที่ก็ได้

5. สิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ แต่คุณกลับสนุกคืออะไร?
บางคนชอบทำ Excel
บางคนชอบอ่านคอมเมนต์ยาว ๆ
บางคนชอบตรวจคำผิด
บางคนชอบเก็บข้อมูล
บางคนชอบตอบลูกค้า
บางคนชอบวิเคราะห์ตัวเลข
บางคนชอบจัดตาราง
บางคนชอบฟังปัญหาคน
บางคนชอบทำงานซ้ำ ๆ จนเชี่ยวชาญ

สำหรับคนอื่นอาจน่าเบื่อ
แต่สำหรับคุณมันกลับสนุก
นี่อาจเป็นทองคำที่คุณมองข้ามมาตลอด

🟡 แล้วเช็กอย่างไรว่า “นี่คือพรสวรรค์จริงไหม?”
หนังสือให้เช็กลิสต์ไว้ 7 ข้อ
ถ้าสิ่งนั้นเป็นพรสวรรค์ของคุณ มักจะมีลักษณะเหล่านี้

1. คุณถูกดึงดูดเข้าหามันเอง
2. คุณทำได้โดยไม่เครียดมาก
3. ตอนทำแล้วรู้สึกเป็นตัวเอง
4. คุณทำได้ค่อนข้างดี
5. คุณทำได้ค่อนข้างเร็ว
6. เวลาทำแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไว
7. ทำเสร็จแล้วมีความพึงพอใจ

ลองเอางานที่คุณทำอยู่ตอนนี้มาเช็กก็ได้ครับ

ถ้าคุณทำงานหนึ่งแล้ว
เครียดตลอด
เวลาผ่านไปช้ามาก
ไม่รู้สึกเป็นตัวเอง
ทำเสร็จแล้วโล่งอย่างเดียว แต่ไม่ได้ภูมิใจ
ไม่อยากกลับไปทำอีก

อาจต้องถามตัวเองว่า
เรากำลังอยู่บนสนามที่ผิดหรือเปล่า

แต่ถ้ามีงานบางอย่าง
ที่พอเริ่มทำแล้วเวลาหายไป
ทำแล้วรู้สึกมีชีวิต
ทำเสร็จแล้วเหนื่อยแต่พอใจ
คนอื่นบอกว่ายาก แต่เรากลับรู้สึกว่าสนุก
นั่นอาจเป็นสัญญาณของพรสวรรค์

🔴 ขั้นตอนสุดท้าย: เขียนแผนที่พรสวรรค์ของตัวเอง

สิ่งที่ผมชอบมากคือ หนังสือไม่ได้บอกให้เราคิดเฉย ๆ
แต่ให้เขียนออกมา เพราะถ้าไม่เขียนเราจะลืมตัวเองง่ายมาก
วันนี้รู้สึกว่าเราเหมาะกับอะไร
พรุ่งนี้เห็นคนอื่นสำเร็จเราก็อาจวิ่งตามเขาอีก

ดังนั้นให้เขียน “แผนที่พรสวรรค์” ของตัวเอง
วิธีทำง่าย ๆ คือ
1. เลือกคำกริยาที่คิดว่าเป็นพรสวรรค์ของตัวเอง 1 คำ
เช่น “อธิบาย” “สังเกต” “จัดระบบ” “เชื่อมโยง” “วิเคราะห์” “ดูแล” “สร้างบรรยากาศ”
2. เขียนประสบการณ์จริง 4 เหตุการณ์ที่พิสูจน์ว่าเรามีพรสวรรค์นี้

เช่น ถ้าพรสวรรค์คือ “อธิบาย”
ประสบการณ์อาจเป็น
-เพื่อนชอบให้ติวก่อนสอบ เพราะเราอธิบายง่าย
-ลูกค้าซื้อเพราะเราเล่าให้เห็นภาพ
-หัวหน้าให้เราสรุปประชุมบ่อย
-เวลาอ่านหนังสือ เราชอบแปลงเป็นภาษาง่าย ๆ ให้คนอื่นฟัง
ถ้ามีแค่ 1 เหตุการณ์อาจยังไม่มั่นใจ
แต่ถ้ามี 4 เหตุการณ์ขึ้นไป
มันเริ่มเป็นหลักฐานว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

3. ทำแบบนี้อย่างน้อย 3 พรสวรรค์
เพราะหนังสือบอกว่า พรสวรรค์ระดับธรรมดา
ถ้านำมาผสมกัน 3 อย่าง
อาจกลายเป็นพรสวรรค์พิเศษได้

เช่น
อธิบาย + สังเกตคน + เล่าเรื่อง
อาจกลายเป็นนักสื่อสารที่เข้าใจคนมาก

วิเคราะห์ + เขียน + มองเทรนด์
อาจกลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายอินไซต์

จัดระบบ + ฟังคน + แก้ปัญหา
อาจกลายเป็นที่ปรึกษาที่ทำให้ชีวิตคนอื่นง่ายขึ้น

ขาย + เล่าเรื่อง + เข้าใจอารมณ์คน
อาจกลายเป็นนักการตลาดที่สร้างยอดขายจากความเข้าใจมนุษย์

นี่คือเหตุผลที่เราไม่จำเป็นต้องเป็นอันดับ 1 ของโลกในเรื่องเดียว แค่รู้ว่าเรามีอะไร แล้วผสมมันให้ถูก
เราก็สามารถมีพื้นที่เฉพาะของตัวเองได้
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกว่า
หลายคนไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่มีพรสวรรค์
แต่ล้มเหลวเพราะใช้ชีวิตโดยไม่เคยรู้ว่า
ตัวเองควรเอาพรสวรรค์ไปวางไว้ตรงไหน
เราอาจใช้เวลาหลายปี พยายามเป็นคนอื่น
พยายามพูดแบบคนอื่น
ขายแบบคนอื่น ทำงานแบบคนอื่น
ใช้ชีวิตแบบคนอื่น สำเร็จแบบคนอื่น

แต่บางทีสิ่งที่เราตามหาอาจไม่ได้อยู่ข้างนอกเลย
มันอยู่ในสิ่งที่เราเผลอทำมาตั้งแต่เด็ก
อยู่ในเรื่องที่เราถูกดุ
อยู่ในเรื่องที่เราหงุดหงิด
อยู่ในสิ่งที่คนอื่นเบื่อแต่เราสนุก
อยู่ในคำกริยาที่เราทำซ้ำมาตลอดชีวิต

ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์
ลองอย่าเพิ่งสรุปแบบนั้น
คืนนี้ลองหยิบกระดาษขึ้นมา 1 แผ่น
แล้วตอบคำถามนี้ดู

“ฉันเผลอทำอะไรอยู่เสมอ โดยไม่ต้องมีใครบังคับ?”

คำตอบนั้นอาจดูเล็กมาก
แต่บางที…มันอาจเป็นประตูบานแรก
ที่พาคุณกลับไปเจอตัวเองจริง ๆ

ใครเจอพรสวรรค์อะไรของตัวเองพิมพ์มาบอกเพื่อนๆ ในเพจ JapanSalaryman ได้เลยนะครับ รออ่านอยู่ 🙂

Boom JapanSalaryman

10/03/2026
ขอบคุณ เพจ @ชัยภูมิในอดีต ที่ จัดอบรมบรรยาย และ มอบเกียรติบัตรให้ครับ ^^
10/03/2026

ขอบคุณ เพจ @ชัยภูมิในอดีต ที่ จัดอบรมบรรยาย และ มอบเกียรติบัตรให้ครับ ^^

19/02/2026

ที่อยู่

Chaiyaphum
36000

เบอร์โทรศัพท์

0866026366

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Farm Hoo DIY = ฟาร์มฮู้ diyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Farm Hoo DIY = ฟาร์มฮู้ diy:

ทางลัด

แชร์

ประเภท