สำนวนไทย "Thaiphrase"

สำนวนไทย "Thaiphrase"

แชร์

สำนวนไทย ควรค่าแก่การอนุรักษ์

สำนวนไทยนั้นมีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ สันนิษฐานว่า สำนวนนั้นมีอยู่ในภาษาก่อนที่จะมีภาษาเขียนเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นข้อความ หรือคำพูดที่เป็นชั้นเชิง ไม่ตรงตามรูปแบบภาษา เป็นถ้อยคำหรือ คำพูดที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีความหมายเป็นนัยแฝงอยู่ กินความกว้าง หรือลึกซึ้ง นำมาใช้ให้มี

Photos 16/06/2015

ขอบคุณสำหรับการรับชม และติดตาม

เว็บไซต์ ของ Facebook
ในเรื่อง สำนวนไทย "Thaiphrase" ด้านการศึกษา
มากนะครับ ขอบคุณครับ

16/06/2015

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET สำนวนไทย

1. ข้อใดกล่าวถึง สำนวน ไม่ถูกต้อง
ก. สื่อความหมายอย่างตรงไปตรงมา
ข. ใช้ภาษาเรียบเรียงอย่างสละสลวย
ค. ผู้อ่านหรือผู้ฟังต้องตีความให้เข้ากับเรื่อง
ง. ส่วนใหญ่เกิดจากการนำสิ่งใกล้ตัวมากล่าวเปรียบเปรย

2. สำนวนข้อใดที่แสดงว่าผู้พูดขาดคุณลักษณะ “ใช้วาจาอ่อนหวาน” ในขณะสนทนา
ก. ยกตนข่มท่าน
ข. ปากว่าตาขยิบ
ค. ปากหวานก้นเปรี้ยว
ง. พูดจามะนาวไม่มีน้ำ

3. สำนวนใดมีความหมายเชิงบวก
ก. ตบตา
ข. คมในฝัก
ค. น้ำนิ่งไหลลึก
ง. หงิม ๆ หยิบชิ้นปลามัน

4. สำนวนข้อใดมุ่งสอนเรื่องความขยันขันแข็ง
ก. พร้าขัดหลังเล่มเดียว
ข. อัฐยายซื้อขนมยาย
ค. สอนหนังสือสังฆราช
ง. เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน

5. “ทั้งสองต่างใช้คำพูดเผ็ดร้อนทุ่มเถียงกันอย่าง …………….” ควรเติมสำนวนใดลงในช่องว่าง
ก. คอขาดบาดตาย
ข. ขิงก็ราข่าก็แรง
ค. ขมิ้นกับปูน
ง. ถึงพริกถึงขิง

6. ใจความสำคัญของโคลงโลกนิติบทนี้มีใจความสำคัญสอดคล้องกับข้อใด

ถึงจนทนกัดก้อน กินเกลือ
อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง
อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเอง

ก. ดอกไม้ดอกเดียวร้อยพวงมาลัยไม่ได้
ข. เมื่อล้มลงจงลุกขึ้นด้วยกำลังของตัวเอง
ค. มีศัตรูเป็นบัณฑิต ดีกว่ามีมิตรเป็นคนพาล
ง. ความสุขสบายไม่เคยปั้นใครให้เป็นมหาบุรุษ

7. คำคมในข้อใดมีแนวคิดแตกต่างจากข้ออื่น
ก. ไม่กล้า ก็ไม่มีวันเดินหน้า
ข. อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้าๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย
ค. คนเราแก้อดีตไม่ได้ แต่อาจเปลี่ยนอนาคตได้
ง. ความล้มเหลวที่สุด คือการไม่กล้าแม้แต่จะลองทำ

8. การใช้สำนวนสุภาษิตอย่างมีประสิทธิภาพควรเป็นไปตามข้อใด
ก. ใช้ได้ตรงตามหน้าที่
ข. ใช้ได้ตรงตามความหมาย
ค. ใช้ได้ตรงตามจุดมุ่งหมาย
ง. ใช้ได้ตรงตามระดับภาษา

9. “ถ้าทำอะไรรุนแรงคนไม่เกรงใจ แต่ถ้าพูดจาอ่อนหวานคนจะทั้งรักทั้งเกรง” ตรงกับสำนวนใด
ก. ปากว่าตาขยิบ
ข. ถือถือสากปากถือศีล
ค. น้ำร้อนปลาเป็นน้ำเย็นปลาตาย
ง.ปากหวานปานชะเอม ใจเค็มเหมือนเกลือ

10. ข้อใดมีความหมายต่างจาก “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่”
ก. ปล่อยปละละเลย
ข. ไม่ลงมือทำงาน
ค. ไม่เอาจริงเอาจัง
ง. แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

เฉลย
1. ก
2. ง
3. ข
4. ก
5. ง
6. ข
7. ค
8. ค
9. ค
10. ข

16/06/2015

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของสำนวนไว้ ดังนี้

ถ้อยคำที่เรียบเรียง, โวหาร, บาง ทีก็ใช้ว่าสำนวนโวหาร เช่น สารคดีเรื่องนี้ สำนวนโวหารดี ความเรียงเรื่องนี้สำนวนโวหารลุ่ม ๆ ดอน ๆ; ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ, รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง, ถ้อยคำที่แสดงออกมาเป็นข้อความพิเศษเฉพาะภาษาหนึ่ง ๆ เช่น สำนวนฝรั่ง สำนวนบาลี . . . (ราชบัณฑิตยสถาน. 2538: 835)

ในเรื่องของการใช้สำนวนนี้จะขอกล่าวถึงลักษณะที่ผู้เขียนจะต้องระมัดระวังในการเขียนเอาไว้เป็นอย่างยิ่งใน 2 ประเด็นดังนี้ คือ

1. การใช้สำนวนไทยให้ถูกต้องตรงตามความหมาย

สำนวนไทยเป็นถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ ดังนั้น ผู้ใช้สำนวนในงานเขียนจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในความหมายของสำนวนนั้น ๆ เป็นอย่างดีว่าสำนวนดังกล่าวใช้ในกรณีใด เหมาะสมกับข้อความที่จะยกมากล่าวอ้างหรือไม่ ผู้เขียนไม่ควรสร้าง ดัดแปลงสำนวนไทยขึ้นมาใช้เอง หรือใช้สำนวนไทยแบบผิดๆไปจากความหมายที่แท้จริงของสำนวนนั้นๆที่มีปรากฏอยู่ ในพจนานุกรม เช่น
ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก ( สำ ) ต่อหน้าพูดหรือทำอย่างหนึ่ง ลับหลังพูดหรือทำ อีกอย่างหนึ่ง กลับกลอก

ปากว่าตาขยิบ ( สำ ) ก . พูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ว . ปากกับใจไม่ตรงกัน

2. การหลีกเลี่ยงใช้สำนวนภาษาต่างประเทศ

ปัจจุบันได้มีการศึกษาเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น งานเขียนส่วนหนึ่งมีการแปลมาจากภาษาอังกฤษ ดังนั้น ผู้แปลจึงมักจะคุ้นเคยกับรูปประโยคภาษาอังกฤษและเมื่อแปลข้อความหรือประโยค เหล่านั้นมาเป็นภาษาไทยแล้ว ก็ยังเคยชิน และติดรูปแบบของภาษาอังกฤษมาด้วย ดังนั้น ในการเขียนประโยคด้วยการใช้สำนวนภาษาอังกฤษในภาษาไทยจึงนับได้ว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่ ถูกต้องเหมาะสมที่ผู้เขียนควรหลีกเลี่ยง เช่น

“ ความพยายามจะนำมาซึ่งความสำเร็จ ”
เปลี่ยนเป็นสำนวนภาษาไทย คือ ความพยายามจะก่อให้เกิดความสำเร็จ

“ ภาพยนตร์เรื่อง สุริโยทัย กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ”
เปลี่ยนเป็นสำนวนภาษาไทย คือ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง สุริโยทัย

“สมหมาย ถูกเชิญ ให้ขึ้นไปกล่าวอวยพรบนเวที”
เปลี่ยนเป็นสำนวนภาษาไทย คือ สมหมายได้รับเชิญให้ขึ้นไปกล่าวอวยพรบนเวที

“ศรีสอางค์ ซ่อนร่างอยู่ใน ชุดราตรียาวสีฟ้า”
เปลี่ยนเป็นสำนวนภาษาไทย คือ ศรีสอางค์สวมชุดราตรียาวสีฟ้า

สำนวนไทย  ก - ฮ 09/05/2014

เรียบเรียงคำและความหมายที่เป็นแบบอย่างให้ความรู้

Photos 08/05/2014

ที่มาของสำนวนไทย

สำนวนไทยมีจำนวนมากมายและมีที่มาที่หลากหลายประการดังนี้
1. มีที่มาจากธรรมชาติ เป็นสำนวนที่เทียบเคียงมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ = กาฝาก : ต้นไม้ที่เกาะเบียดเบียนอาศัยอาหารจากต้นใหญ่ เลี้ยงตัว

2. ที่มาจากวัฒนธรรมการดำรงชีวิต เช่น ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย พาหนะ เป็นต้น = ชุบมือเปิบ : การกินข้าวด้วยมือ ก่อนจะกิน อาหารจะเอา มือลงชุบน้ำ เพื่อล้างมือให้สะอาด และไม่ให้ข้าวติดมือ

3. ที่มาจากวัฒนธรรมทางสังคม เช่น การทำมาหากิน การกระทำประเพณี การละเล่น การศึกษา การเมืองการปกครอง เป็นต้น = การศึกษา : ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด การศึกษา

4. ที่มาจากวัฒนธรรมทางจิตใจ เช่นทางศาสนาและความเชื่อ = กรวดน้ำคว่ำขัน : เวลาไปทำบุญแล้วกรวดน้ำอุทิศ ส่วนกุศล

5. ที่มาจากวัฒนธรรมทางศิลปะ เช่น การแสดง ดนตรี เป็นต้น = ชักใย : การเล่นหุ่นและหนังตะลุง

6. ที่มาจากวัฒนธรรมทางภาษา วรรณคดี ตำนาน นิทาน ประวัติศาสตร์ เป็นต้น = ชักแม่น้ำทั้งห้า : เรื่องมหาเวสสันดรชาดก ชูชกกล่าวขอสองกุมาร ต่อพระเวสสันดร

Photos 08/05/2014

ลักษณะของสำนวนไทย

สำนวนไทย มีจำนวนมากมายสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ สำนวนไทย มีลักษณะ ดังนี้
1. ถ้อยคำที่ใช้เป็นสำนวนอาจเป็นเพียงคำเดียว หรือประกอบด้วยถ้อยคำที่เรียงกันตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปซึ่งบาง สำนวนเป็นกลุ่มคำ บางสำนวนเป็นประโยค ซึ่งมี ทั้งความเดียวและประโยคความซ้อน

2. สำนวนไทยบางสำนวนมีทั้งมีเสียงสัมผัสและไม่มีเสียงสัมผัส ที่มีเสียงสัมผัส มีเสียงสัมผัสในและสัมผัสนอก จะมีตั้งแต่ 4 ถึง 12 คำ ส่วนที่ไม่มีเสียงสัมผัส จะมีตั้งแต่ 2 ถึง 8 คำ บางสำนวนมีการใช้คำซ้ำและเล่นคำ

3. เนื้อความของสำนวนมีทั้งที่มีเนื้อความตอนเดียว และมีเนื้อความสองตอนขึ้นไป

4. เป็นถ้อยคำสละสลวยที่ใช้แทนคำพูดธรรมดา เป็นคำแปลก ๆ โดยอาจเทียบเคียงมาจากการกระทำบางอย่าง เป็นคำกล่าวที่มีความหมายโดยนัย เป็นคำที่มาจากปรากฏการธรรมชาติ นิทาน ชาดก หรือวรรณคดี ใช้ถ้อยคำน้อย แต่มีเนื้อความมาก และเป็นคำที่มีความไพเราะ ฯลฯ

5. เนื้อหาของสำนวนจะมีหลากหลาย ดังนี้
5.1 เนื้อหาเกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และกิริยาท่าทาง
5.2 เนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะนิสัย กิริยาอาการและพฤติกรรม
5.3 เนื้อหาเกี่ยวกับจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก
5.4 เนื้อหาเกี่ยวกับการพูด
5.5 เนื้อหาเกี่ยวกับความรัก การมีคู่ และการครองเรือน
5.6 เนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษาหาความรู้ และการอบรมสั่งสอน
5.7 เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นอยู่ อาชีพ การทำงาน การทำมาหากิน และการดำรงชีวิต
5.8 เนื้อหาเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคม การเมือง การปกครอง
5.9 เนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรม การเตือนสติและคำสอนต่าง ๆ
5.10 เนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ สถานการณ์ เวลา ระยะทางและสถานที่

Photos 08/05/2014

สำนวนที่เกิดใหม่

1. สำนวนที่เกิดจากวงการสื่อมวลชน เช่น ไปไม่ถึงดวงดาว (ไม่สำเร็จ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่คิดไว้) มองต่างมุม (แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป) เป็นต้น

2. สำนวนที่เกิดจากวงการเมือง เช่น โปร่งใส (ชัดเจน ไม่มีลับลมคนใน) น็อตหลุด (ยั้งไม่อยู่พูดโพล่งออกมาหรือแสดงอารมณ์อย่างไม่สมควร) เป็นต้น

3. สำนวนที่เกิดจากวงการโฆษณา เช่น ภาษาดอกไม้ (คำพูดที่ไพเราะ รื่นหู พูดไป ทางที่ดี) มีระดับ (คุณภาพดี มีมาตรฐานสูง) เป็นต้น

4. สำนวนที่เกิดจากวงการบันเทิง เช่น แจ้งเกิด (เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหรือเป็นที่ยอมรับในวงการนั้น ๆ) คู่กัด (คู่ที่ไม่ถูกกัน) เป็นต้น

5. สำนวนที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ เช่น เเกะดำ (back sheep ใช้หมายถึง คนชั่วในกลุ่มคนดี) แขวนอยู่บนเส้นด้าย (hang by a thread ใช้หมายถึง ตกอยู่ในสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่ออันตราย) ลื่นเหมือนปลาไหล (slippery as eel ใช้หมายถึง (คน)ที่เชื่อถือได้ยากเพราะเป็นคนตลบตะแลง พลิกแพลงกลับกลอก หรือหลบเลี่ยงไปมาได้คล่องแคล่ว) ล้างมือ (wash one’ s hand of ใช้หมายถึง ปฏิเสธที่จะเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบ หรือเลิกเกี่ยวข้อง) สร้างวิมานในอากาศ (build castles in the air ใช้หมายถึง ฝันหรือหวังในสิ่งที่ไม่วสามารถจะเป็นความจริงได้) เป็นต้น

6. สำนวนเกิดใหม่ที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายวัน
-สำนวนสร้างใหม่ เช่น ขบเหลี่ยม (ไม่ลงรอยกัน ขัดกัน หักร้างกัน) ไทยเหลือง (พระที่ประพฤติตน ไม่เหมาะสม)
-สำนวนดัดแปลง เช่น กิ้งก่าฟาดหาง (อาการเตะเพื่อทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ดัดแปลงจากชื่อท่ามวยไทย จระเข้ฟาดหาง ) นักกินเมือง (นักการเมืองที่มุ่งแต่จะหาประโยชน์เข้าตัวเอง ดัดแปลงจากคำว่า นักการเมือง) ยุค IMF (ยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำต้องประหยัด IMF มาจากคำว่า International Monetary Found ซึ่งเป็นชื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ)

Photos 08/05/2014

วิธีการใช้สำนวนไทย

การใช้สำนวนที่ถูกต้องเหมาะสมจะช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถสื่อความหมาย ได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยทั่วไปเราใช้สำนวนเพื่อการสื่อสารในกรณีต่อไปนี้
1. ใช้ในการจูงใจ เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา ธรรมะย่อมชนะอธรรม คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร เป็นต้น

2. ใช้ย่อข้อความยาว ๆ เช่น ขิงก็ราข่าก็แรง ตัดหางปล่อยวัด จับปลาสองมือ กินเปล่าชุบมือเปิบ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป็นต้น

3. ใช้ขยายความหรือเน้นความเข้าใจ เช่น ปิดทองหลังพระ หนีเสือปะจระเข้ ทำคุณบูชาโทษ กินน้ำใต้ศอก เรือล่มในหนองทองจะไปไหน หนูตกถังข้าวสาร เป็นต้น

4. ใช้แทนถ้อยคำที่ไม่ต้องการกล่าวตรงๆ เช่น เฒ่าหัวงู สิ้นบุญเจ้าโลก บ้านเล็ก ไก่แก่แม่ปลาช่อน โคแก่กินหญ้าอ่อน วัวเคยขาม้าเคยขี่ เป็นต้น

5. ใช้เพิ่มสีสันและความสละสลวยของถ้อยคำในการสื่อสาร เช่นข้าวแดงแกงร้อน อยู่เย็นเป็นสุข รั้วรอบขอบชิด คลุกคลีตีโมง ขุดบ่อล่อปลา เป็นต้น

Photos 08/05/2014

คุณค่าของสำนวนไทย

1. เป็นเครื่องอบรมสั่งสอนและชี้แนะให้เป็นคนดี

2. สำนวนไทยช่วยสะท้อนให้เห็นความคิด ความเชื่อในสังคมไทย

3. สะท้อนให้เห็นถึงภาวะความเป็นอยู่

4. ชี้ให้เห็นว่าคนไทยรักธรรมชาติเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก จึงได้นำเอาลักษณะธรรมชาติ สัตว์ ต้นไม้ ฯลฯ มาตั้งเป็นสำนวน สุภาษิต คำพังเพยต่างๆ

5. การเรียนรู้เรื่องสุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพยต่างๆ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมของชาติเอาไว้มิให้สูญหายและเกิดความภาคภูมิใจที่บรรพชนได้คิดสร้างสิ่งเหล่านี้ไว้แก่เราการศึกษาส่วนต่างๆ ช่วยให้เราใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องและสละสลวย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Chachoengsao?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Chachoengsao
24000