31/10/2023
“สามเหลี่ยมอลาสก้า (Alaska Triangle)” สามเหลี่ยมปริศนาที่กลืนกินสรรพสิ่งที่หายเข้าไป
“สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle)” เป็นดินแดนบริเวณแอตแลนติกเหนือที่มีชื่อเสียงจากความลึกลับและทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ มากมาย
แต่ดินแดนอีกแห่งที่มีความลึกลับน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือบริเวณที่เรียกว่า “สามเหลี่ยมอลาสก้า (Alaska Triangle)”
“สามเหลี่ยมอลาสก้า (Alaska Triangle)” เป็นพื้นที่ป่าเขากว้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัฐ ระหว่างเมืองแองเคอเรจกับเมืองจูโนและเมืองอุตเคียกวิก
ดินแดนนี้เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนในช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ.1972 (พ.ศ.2515) เมื่อเครื่องบินเล็กลำหนึ่งที่ออกเดินทางจากเมืองแองเคอเรจไปเมืองจูโน ได้เกิดสาปสูญ
มีการเร่งออกตามหาเครื่องบินอย่างเร่งด่วน โดยมีการออกค้นหาเป็นระยะกว้างกว่า 325,000 ตารางไมล์ หากแต่ไม่มีการพบซากเครื่องบินหรือผู้โดยสารเลย
จากนั้นก็เริ่มมีเหตุเครื่องบินตกที่สามเหลี่ยมอลาสก้าอีกหลายครั้ง และยังมีเหตุที่นักเดินป่าและนักท่องเที่ยวจำนวนมากหายสาปสูญไปในบริเวณนี้อีกด้วย
มีรายงานว่าตั้งแต่เหตุเครื่องบินสาปสูญในสามเหลี่ยมอลาสก้าเมื่อปีค.ศ.1972 (พ.ศ.2515) ก็มีผู้หายสาปสูญในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้าไปแล้วกว่า 20,000 ราย ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยและทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ มากมาย
ในวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ.1972 (พ.ศ.2515) “เฮล บ็อกส์ (Hale Boggs)” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวอเมริกัน ได้ขึ้นเครื่องบินลำหนึ่งออกเดินทาง และเครื่องบินลำที่บ็อกส์โดยสารนั้นก็ได้สูญหายไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้า
เมื่อข่าวการหายสาปสูญของเครื่องบินลำที่บ็อกส์โดยสารนั้นล่วงรู้ไปถึงวอชิงตันดีซี ก็ได้ทำให้เกิดการค้นหาครั้งมโหฬารที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน
เครื่องบินของกองทัพกว่า 40 ลำ เครื่องบินโดยสารอีก 50 ลำ ต่างออกตามหาเครื่องบินของบ็อกส์ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 325,000 ตารางไมล์
แต่หลังจากผ่านไปได้ 39 วัน ก็ยังคงไม่มีการค้นพบอะไรทั้งนั้น ไม่มีร่องรอยของเครื่องบินเลย ทำให้มีการสั่งยกเลิกการค้นหา
จากนั้นก็ได้เกิดทฤษฎีสมคบคิดมากมาย หนึ่งในนั้นมีส่วนเกี่ยวพันกับอดีตประธานาธิบดี “จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (John F. Kennedy)” ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ปีค.ศ.1963 (พ.ศ.2506)
เหตุผลก็คือบ็อกส์นั้นเชื่อว่าการสังหารเคนเนดี้นั้นเกิดจากกลุ่มบุคคลหลายคน และบ็อกส์ก็เป็นหนึ่งในทีมที่ิออกสืบเรื่องการเสียชีวิตของเคนเนดี้
หลายคนที่เชื่อเรื่องทฤษฎีสมคบคิดหลายคนจึงคิดว่าการหายสาปสูญของบ็อกส์อาจจะเกิดจากกลุ่มผู้สังหารเคนเนดี้ซึ่งไม่ต้องการให้บ็อกส์สืบสวนลงลึกมากไปกว่านี้
แต่เครื่องบินของบ็อกส์ก็ไม่ใช่เครื่องบินลำแรกหรือลำสุดท้ายที่หายไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้า โดยหากย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) เครื่องบินของกองทัพที่บรรทุกคนจำนวน 44 คน ก็ได้หายสาปสูญไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้าอย่างไร้ร่องรอย และในปีค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) ก็มีเหตุเครื่องบินโดยสารสูญหายไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้าอีก
นอกจากนั้นยังมีกลุ่มคนอีกจำนวนมากที่หายตัวไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้า โดยมีการประเมินว่าตั้งแต่ปีค.ศ.1988 (พ.ศ.2531) ก็มีคนกว่า 16,000 คนได้สาปสูญไปในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้า
สำหรับสาเหตุนั้นก็มีหลากหลาย โดยมีรายงานว่าเครื่องบินสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (Japan Air Lines) ได้พบเจอกับยูเอฟโอในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้า ทำให้มีการโยงว่าการสูญหายทั้งหมดนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว
อีกหนึ่งทฤษฎีก็คือในบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้าอาจจะมีพลังงานที่หมุนวนและรุนแรง และส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์ เช่น อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมแง่ลบได้
ทีมสำรวจก็พบว่าเข็มทิศของพวกตนเมื่อเข้ามาในบริเวณนี้ต่างก็ทำงานผิดปกติ และจากการตรวจสอบ ก็พบว่าคลื่นแม่เหล็กในบริเวณนี้แตกต่างจากบริเวณอื่น
ยังมีรายงานว่าทีมสำรวจหลายคนนั้นรู้สึกมึนงงและมีอาการเหมือนถูกสะกดจิตเมื่อเข้ามาในบริเวณนี้ ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้คนที่เข้ามาในบริเวณนี้ถึงได้หายตัวไป
ทฤษฎีที่หลุดโลกมากกว่านี้ก็มี นั่นก็คือทฤษฎีที่เกี่ยวกับ “คุชตากา (Kushtaka)”
คุชตากาเป็นตำนานเรื่องเล่าของชนเผ่าอเมริกันพื้นเมือง เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่า มีลักษณะคล้ายตัวนาก และมักจะล่อลวงให้คนที่หลงอยู่ในป่าเข้ามาในป่าลึกยิ่งขึ้น ก่อนจะฆ่าคนหรือไม่ก็ทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นคุชตากาซะเอง
สำหรับทฤษฎีอื่นๆ ที่หลุดโลกก็ยังมีอีก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้ามีลำแสงเลเซอร์ซุกซ่อนอยู่ ไปจนถึงเรื่องของดินแดนที่สาปสูญอย่าง “แอตแลนติส (Atlantis)”
แต่หากลองมาใช้เหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติหรือหลุดโลก บางทีคำตอบอาจจะต่างออกไป
เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ฟังดูสมเหตุสมผลมากที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องของลักษณะทางภูมิศาสตร์ของสามเหลี่ยมอลาสก้า
บริเวณสามเหลี่ยมอลาสก้านี้มีหิมะตกแทบจะทั้งปี พื้นที่เป็นป่าลึกและธารน้ำแข็งที่ซุกซ่อนถ้ำและรอยแยกบนน้ำแข็งต่างๆ จึงไม่แปลกที่หากมีเครื่องบินตกหรือคนสูญหาย การจะหาให้เจอจึงเป็นเรื่องยาก
แม้แต่เครื่องบินขนาดใหญ่ หากมาตกในบริเวณนี้ก็อาจจะถูกหิมะฝังกลบจนมิดได้ และต้องอย่าลืมว่าอลาสก้านั้นเป็นดินแดนกว้างใหญ่และพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีคนพักอาศัย ดังนั้นการออกตามหาผู้สูญหายจึงย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
บางทีนี่อาจจะเป็นคำตอบของปริศนาทั้งหมดก็เป็นได้
-----
References: https://allthatsinteresting.com/alaska-triangle
https://www.travelchannel.com/interests/haunted/articles/everything-you-need-to-know-about-the-alaska-triangle-discovery-plus
https://www.themanual.com/outdoors/alaska-triangle/
https://www.dailymail.co.uk/news/article-12559077/alaska-triangle-missing-persons-ufo-sasquatch.html
ต้นฉบับ: https://www.blockdit.com/posts/65267b9cf363005c5f06e368