ประวัติโรงเรียนจงฝามูลนิธิ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 โรงเรียนจงฝามูลนิธิได้ก่อตั้งมาถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 99 ปี ทุกครั้งที่เห็นความสำเร็จของนักเรียนแต่ละรุ่น ทำให้ไม่ลืมที่จะระลึกถึงบรรพบุรุษในความพยายามไม่กลัวความยากลำบาก และอุปสรรคต่างๆ ในการสืบทอดภาษา วัฒนธรรมจีนให้แก่ลูกหลานสืบไป ความมุ่งมั่นในปณิธานที่ยืนหยัดและกล้าหาญ พร้อมวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ได้สร้างพื้นฐานที่มั่นคง ดั่งรากแก้วที่แข็งแรงให้กับโรงเรียนจงฝามูลนิธิ
เดิมโรงเรียนจงฝาเป็นโรงเรียนที่เป็นอาคารไม้ ได้พัฒนาเป็นอาคารที่ทันสมัยบนพื้นที่ 72 ไร่ มีนักเรียนเกือบ 2,000 คน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากจิตใจอันเป็นกุศล และเสียสละของผู้คนหลายยุคหลายสมัย ที่ริเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ย่อท้อตลอดมา ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น มีแรงช่วยแรงมีทรัพย์ช่วยทรัพย์ บริจาคที่ดินและเงินเป็นกองทุนที่สำคัญ ในขณะนั้นพ่อค้า ประชาชน และชาวสวนยางได้เปิดประชุมร่วมกันในเรื่องการดำเนินการหาเงินทุนสร้างโรงเรียน โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พ่อค้ายาง และชาวสวนยาง ร่วมกันช่วยเหลือสนับสนุนสร้างกองทุนนี้ ความพยายามของคนทั้งหลายได้สำเร็จขึ้นเป็นผลงานที่เรา ได้เห็นในทุกวันนี้ ประวัติและมุมมองของโรงเรียนในอดีต ปัจจุบันและอนาคต สามารถแบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญ 4 ขั้นตอน คือ การก่อตั้งโรงเรียน การสร้างโรงเรียน การพัฒนาการจัดการศึกษา และพัฒนาเกี่ยวกับบุคคล
การก่อตั้งโรงเรียน
โรงเรียนจงฝาเริ่มต้นการสอน โดยอาศัยสำนักงานของหนังสือพิมพ์รายวันฮวาเฉียว ในสมัยนั้นบรรพชนชาวเบตงที่มีความสามารถ โดยมีคุณเผิงจินสุ่ย คุณหลินหมิงชิว คุณเติ้งปิ่งฉวน คุณถังเหินหนาน คุณเจิ้นฝอเซิน คุณซูเปียวฉี คุณกวอสิ้วซุน คุณโหวเปียวปาง และท่านอื่นๆ ได้ร่วมกันนำเสนอการหาเงินทุนสร้างโรงเรียน เพื่อที่จะให้ลูกหลานชาวจีนได้รับการศึกษาภาษาจีน ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนในเบตงเป็นจำนวนมาก โดยได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างอาคารไม้ 2 ชั้น 1 หลัง เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนจงฝา มีนักเรียนรวม 50 กว่าคน
เมื่อปี พ.ศ.2484 เกิดสงครามโลกได้ทำให้โรงเรียนต่างๆต้องยุติการเรียนการสอน และเมื่อสงครามยุติลง ปี พ.ศ.2489 โรงเรียนจงฝาจึงได้เปิดการเรียนอีกครั้ง การเริ่มต้นการจัดการศึกษาครั้งใหม่ มีนักเรียนประมาณ 100 กว่าคนเท่านั้น ด้วยความมานะและพยายามไม่ย่อท้อของคุณครูและผุ้บริหารสมัยนั้น ทำให้ผลของการเรียนการสอนประสบความก้าวหน้า และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ทำให้มีนักเรียนที่มาสมัครเรียนโรงเรียนจงฝาเพิ่มมากขึ้นจนอาคารเรียนไม่เพียงพอ ผู้บริหารจึงได้ประชุมหารือ ขอพื้นที่โรงภาพยนตร์จงซาน บ้านพักของคุณเจื้นฝอเซิน และสมาคมการค้าจีน เพื่อเป็นสำนักงานและอาคารเรียน ทำให้ขณะนั้นโรงเรียนจงฝามีอาคารเป็น 2 แห่ง เพิ่มเงื่อนไขของการก่อตั้งโรงเรียนที่ครบครันขึ้น อันเป็นรากฐานที่ทำให้โรงเรียนเติบโตขึ้นต่อไปในอนาคต
การก่อสร้างโรงเรียน
มาถึงปี พ.ศ.2493 ด้วยนักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี อาคารเรียนเดิมไม่สามารถรองรับนักเรียนที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป เนื่องจากพื้นที่โรงเรียนเล็กและจำกัดไม่สามารถที่จะขยายได้ ประกอบกับเมืองเบตงได้เจริญมีผู้คนหนาแน่นขึ้นทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เงียบสงบไม่เหมาะสมกับสถานที่ตั้งของโรงเรียน คณะผู้บริหารได้ประชุมหารือกัน จนมีมติว่าต้องย้ายโรงเรียน พร้อมได้แต่งตั้งคณะกรรมการก่อสร้างโรงเรียนได้พิจารณาในหลักการต่างๆ จนได้ตัดสินว่าจะซื้อที่ดินจำนวน 22 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรัตนกิจ ห่างจากตัวเมือง 1 กิโลเมตร มาเป็นที่ของโรงเรียนแห่งใหม่ ขณะนั้นคุณหวังเหวินจ้วนเมื่อได้ทราบเรื่องนี้ ได้บริจาคที่ดินจำนวน 25 ไร่ ให้โรงเรียนเพื่อขยายเขตโรงเรียนให้มากขึ้น ตามมาด้วยคุณเฉินซื่อฮั่น คุณหวังจินอัน คุณหลุยเหมียนหลอ ร่วมกันบริจาคที่ดินอีกจำนวน 25 ไร่ รวมที่ดินทั้งหมด 72 ไร่ และได้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญของประวัติโรงเรียนจงฝา ซึ่งนำมาสู่การขยายและพัฒนาของโรงเรียนต่อไป โรงเรียนจงฝามีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมั่นคงเป็นอันดับต้นๆของภาคใต้ คณะกรรมการบริหารได้อาศัยลักษณะของพื้นที่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาได้ทำการพัฒนาพื้นที่เป็นระดับ 2 ระดับชั้น เพื่อความเหมาะสม พื้นที่ระดับชั้นที่ 1 เป็นสนามกีฬา พื้นที่สนามเด็กเล่น ห้องสมุด และหอพักครู พื้นที่ระดับชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนชั้นเดียว 2 แถว มีห้องเรียน 28 ห้อง และสำนักงาน 1 ห้อง
ปี พ.ศ.2499 ได้ดำเนินการปรับพื้นที่ขึ้นอีก 1 ระดับชั้นเป็น 3 ระดับชั้น พื้นที่ระดับชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนชั้นเดียว 1 แถว มี 14 ห้อง ตรงกลางเป็นห้องสำนักงาน 2 ชั้น 1 ห้อง และได้สร้างสนามบาสเกตบอลที่บริเวณพื้นที่ ชั้นที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่นักเรียนในการออกกำลังกาย และฝึกฝนทักษะทางด้านกีฬาบาสเกตบอล จนได้สร้างเกียรติประวัติให้กับโรงเรียนจงฝา โดยมีการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล 3 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งทีมที่ชนะเลิศ คือ ทีมเจียวซางของเบตง
ปี พ.ศ.2512 ได้โอนกิจการให้กับมูลนิธิอำเภอเบตง ตามใบอนุญาตเลขที่9 / 2512 และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจงฝาเป็น “ โรงเรียนจงฝามูลนิธิ ” เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สอนวิชาสามัญภาษาจีน พ่อค้า คฤหบดี และประชาชนอำเภอเบตง ให้การสนับสนุนจนโรงเรียนจงฝามูลนิธิเป็นโรงเรียนที่ใหญ่แห่งหนึ่ง มีครู และบุคลากรรวมกัน 130 กว่าท่าน มีนักเรียนเกือบ 2,000 คน ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมและการเรียนการสอนที่โดดเด่น
นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ ได้บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อการก่อสร้าง ศาลาประดิษฐาน รูปเคารพปรมาจารย์ ขงจื้อ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งการศึกษา มีขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ สักการบูชา ที่โรงเรียนจงฝามูลนิธิ ทุกปี
การพัฒนาการจัดการศึกษา
ในช่วงเวลาของการพัฒนาโรงเรียนจงฝามูลนิธิ มีบุคคลที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและเสียสละ บริจาคให้ทุนในการปรับปรุงสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนมากเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และยกระดับสิ่งสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นของโรงเรียน
ระหว่านปี พ.ศ.2537-2539 ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ ท่านนายกเทศบาลเมืองเบตง ได้ช่วยเหลือสร้างหลังคาทางขึ้นโรงเรียนหลังคาทางเชื่อมระหว่างห้องเรียนชั้นที่ 2 ไปยังห้องเรียนชั้นที่ 3 สร้างลานจอดรถ ปรับปรุงระบบแสงสว่าง ระบบเครื่องเสียง และในปี พ.ศ.2540 ในสมัยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิอำเภอเบตงชุดที่ 10 โดยมี ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์เป็นประธานกรรมการ ได้จัดหาทุนสร้างหอประชุมอเนกประสงค์สำเร็จในปลายปี พ.ศ.2541
ปี พ.ศ.2545 มีมติคณะกรรมการบริหารมูลนิธิอำเภอเบตงชุดที่ 19 ให้รื้ออาคารเรียนไม้ชั้นเดียว ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ระดับชั้นที่ 2 เพื่อสร้างอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบกำแพงเมืองจีน เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี การดำเนินการได้รับการสนับสนุนทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาและเสียสละเป็นจำนวนมาก ด้วยความมุ่งมั่นของ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์ประธานกรรมการ และเป็นประธานโครงการก่อสร้าง “ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ” ได้สำเร็จในปี พ.ศ.2547
ปี พ.ศ.2558 มีมติคณะกรรมการบริหารมูลนิธิอำเภอเบตงชุดที่ 26 ให้มีการก่อสร้างอาคารอนุบาลโรงเรียนจงฝามูลนิธิขึ้น มีเป้าหมาย คือก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้น 20 ห้องเรียน ห้องสมุด ห้องประชุม โรงอาหาร ลานกิจกรรม และสนามเด็กเล่น โดยใช้พื้นที่ 8 ไร่ งบประมาณ 60 ล้านบาท
การพัฒนาของโรงเรียนจงฝามูลนิธิที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้นต้องยกความดีให้กับบรรพบุรุษ ผู้นำท้องถิ่น ผู้มีจิตศรัทธา ที่มีความตั้งใจ เสียสละอย่างยิ่ง ที่ให้การสนับสนุนและเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาบุคคลที่เป็นผู้นำในอดีต จนถึงปัจจุบัน
คุณโหวเปียวปั่ง , คุณเจิ้นอิงจง , คุณไต้ยี่ซิง , คุณหวูฮ้วนยี่ , คุณเฉินฉินเหม่ย , คุณเจิ้นฝอเซิน , คุณเฉินเส้าหนาน , คุณกวอเจี้ยน , คุณวีระ ตัณฑะปุตะ , คุณเฉินหยูสง , คุณเติ่งเหว่ย , คุณหยางฉีเซิน , คุณเจียงเสี่ยวจัวะ , คุณล่ายเลี่ยงฟวะ , คุณหวางจินอัน , คุณเฉินซือฮั่น , คุณหลุยจิ่นหลอ , คุณวิรุฬ ฉันทศรีวิโรจน์ , คุณจินเหนิงก้าน , คุณลี่เฉินซิง , คุณฉินกว๊อไท้ , คุณโจวเหวินปิ่ง , คุณเลียง จำรัสรังสี , และท่านอื่นๆ ท่านทั้งหลายที่ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาโรงเรียนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมสร้างชื่อเสียงเกียรติประวัติของวงการศึกษาภาษาจีนที่เลื่องลือ ที่ก่อตั้งและบริหารโดย
ประธานกรรมการสมัยที่ 1 คือ นายหวูฮ้วนยี่
ประธานกรรมการสมัยที่ 2 คือ นายโหวเปี่ยวปั่ง
ประธานกรรมการสมัยที่ 3 และ 4 คือ นายเฉินเหว่ยหลิน
ประธานกรรมการสมัยที่ 5 คือ นายเฉินหยูสง
ประธานกรรมการสมัยที่ 6 และ 7 คือ นายเจิ้นฝอเซิน
ประธานกรรมการสมัยที่ 8 ถึง 10 คือ นายเลียง จำรัสรังสี
ประธานกรรมการสมัยที่ 11 ถึง 14 คือ นายเสริม จูฑะมงคล
ประธานกรรมการสมัยที่ 15 คือ นายหวางซื่อ
ประธานกรรมการสมัยที่ 16 คือ นายสมเกียรติ พันธ์พฤกษ์
ประธานกรรมการสมัยที่ 17 คือ นายวิสันต์ แซ่ตัน
ประธานกรรมการสมัยที่ 18 คือ นายวิทยา ว่องศรีอุดมพร
ประธานกรรมการสมัยที่ 19 คือ นายบรรจง วงศ์นามโรจน์
ประธานกรรมการสมัยที่ 20 คือ นายเสริมยศ กีรติชีวนันท์
ประธานกรรมการสมัยที่ 21 คือ นายฐิติ เลิศวัฒนมงคล
ประธานกรรมการสมัยที่ 22 คือ ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักษ์
ประธานกรรมการสมัยที่ 23 คือ นายยืนยง วงศ์วาณิชย์ศิลป์
ประธานกรรมการสมัยที่ 24 คือ นายบรรจง วงศ์นามโรจน์
ประธานกรรมการสมัยที่ 25 คือ นายชัยรัตน์ ลายกาญจนไพบูลย์
ประธานกรรมการสมัยที่ 26 คือ นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ
ประธานกรรมการสมัยที่ 27 คือ นายสกุล เล็งลัคน์กุล
ประธานกรรมการสมัยที่ 28 คือ นายดำรง ฉันทศรีวิโรจน์
ประธานกรรมการสมัยที่ 29 คือ นายอดุลย์ จิรไพศาลกุล
ประธานกรรมการสมัยที่ 30 คือ นายสุรินทร์ สกุลสถาพร
ประธานกรรมการสมัยที่ 31 คือ นายชิ่งเม่า แซ่สี่
ประธานกรรมการสมัยที่ 30 คือ นายสกุล เล็งลัคน์กุล (ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน)
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 1 นายจวงเทียนจัง
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 2 นายล่ายเลี่ยงฟะ
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 3 นายสมเกียรติ พันธุ์พฤกษ์
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 4 นายบรรจง วงศ์นามโรจน์
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 5 นายเสริมยศ กีรติชีวนันท์
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 6 นายฐิติ เลิศวัฒนมงคล
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 7 ดร.คุณวุฒิ มงคลประจักรษ์
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 8 นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 9 นายสกุล เล็งลัคน์กุล
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ได้รับใบอนุญาต คนที่ 10 นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ (ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน)
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 1 นายดำรง ฉันทศรีวิโรจน์
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 2 นายสวัสดิ์ โตวงศ์ชื่น
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 3 นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 4 นายรพินทร์ อัศวสุจินดารัตน์
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 5 นายประเสริฐ ประกอบโกศล
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 6 นายสวัสดิ์ โตวงศ์ชื่น
ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียน คนที่ 7 นายประพงศ์ อัญชัญศรีชาติ (ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน)
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 1 นายหลีเจ่อฮัน
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 2 นายจางท่งหยี
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 3 นายเสิ่น
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 4 นายหลินโจ๋กวง
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 5 นายต่งจี้หยิน
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 6 นายจางหน่ายชิง
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 7 นายลิ่ว
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 8 นายหลินหมิงฝง
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 9 นายหยีซู่ซิน
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 10 นายเจิ้นฮ้วรยี
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 11 นายเจิ้นเตอหย
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 12 นายหยางจงจื้อ
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 13 นายถูส้างเจ๋อ
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 14 นายหวูเพ้ย
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 15 นายเสิ่วจิ่นเซิง
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 16 นายประธาน ทันธะศิร
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 17 นายเฉินซินกว่าน
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 18 นายเฉินกว๋อเยะ
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 19 นายอเนก พันธุ์พฤกษ์
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 20 นายสวัสดิ์ งามชัยสวัสดิ์
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 21 นายวิบูรณ์ ลี่ตระกูล
ตำแหน่งครูใหญ่จีน คนที่ 22 นายโจวไคหยิน
ปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครูใหญ่จีน เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจีน ตาม พ.ร.บ.2547 มาตรา 37 ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และสามารถทำงานให้กับโรงเรียนในระบบได้เต็มเวลา
ตำแหน่งครูใหญ่ไทย คนที่ 1 นายวิชิต ยุ่นยะสิทธิ์
ตำแหน่งครูใหญ่ไทย คนที่ 2 นายฟื้น เหมพานนท์
ตำแหน่งครูใหญ่ไทย คนที่ 3 นายประชุม คชเสนีย์
ตำแหน่งครูใหญ่ไทย คนที่ 4 นายเสถียร โสภโณวงศ์
ปี พ.ศ.2547 พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูให้มีการเปลี่ยนแปลง การกำหนดตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จากเดิมที่ใช้ คำว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ช่วยครูใหญ่ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน มาเป็น รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 1 นางเพลินพิศ ไชยสุวรรณ
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 2 นายสมมุ่ง อุนทริจันทร์ (รักษาการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา)
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 3 นางอาภาภรณ์ มณีเนียม
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 4 นายเชยศักดิ์ โชติวรรณวิรัช
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 5 นางธาอร มณีสุรัตน์
ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา คนที่ 6 นางอาภาภรณ์ มณีเนียม (ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน)
ภายใต้การบริหารโรงเรียนจงฝามูลนิธิ จัดการเรียนการสอนแบ่งเป็นการดำเนินการ 3 ระดับ คือ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา หัวใจสำคัญในการ จัดการศึกษาไม่เพียงแต่ด้านวิชาการ ทางโรงเรียนได้เน้นในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมควบคู่กับการเรียน การสอน ตามที่ได้กำหนดปรัชญาที่ว่า “ ภาษาเด่น เน้นคุณธรรม นำวิชาการ ”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้สนับสนุนให้โรงเรียนจงฝามูลนิธิ ได้ทำหน้าที่สร้างคน สร้างบุคลากร ให้แก่สังคม และประเทศชาติ อันเป็นภารกิจที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความภาคภูมิใจตลอดไป