06/07/2026
เมื่อตัวโรคไม่สามารถอธิบายภาวะ Desaturation ได้: สืบจากเคส Ebstein Anomaly 🫀🔍
ผู้ป่วยรายนี้ถูกส่งมาตรวจ Echocardiography ด้วยภาวะ Desaturation ที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ และการตรวจครั้งนี้ก็กลายเป็นการสืบหาความจริงทาง Hemodynamics ทีละขั้นครับ
🔍 Step 1: The Classic Anatomical Clues
เริ่มต้นด้วยการค้นหาลักษณะทางโครงสร้างที่เข้าได้กับ Ebstein Anomaly
1. Ebstein Displacement Index
วัดระยะการเลื่อนต่ำของ Septal tricuspid leaflet เมื่อเทียบกับ Anterior mitral leaflet ใน Apical 4-Chamber view (≥8 mm/m² ในผู้ใหญ่ สนับสนุนการวินิจฉัย)
2. The Leaflets
พบ Septal leaflet tethering ติดกับผนังกั้นหัวใจ ขณะที่ Anterior leaflet มีลักษณะ elongated และเคลื่อนไหวคล้ายใบเรือ (Sail-like anterior leaflet)
3. Severe Tricuspid Regurgitation
ความผิดปกติของลิ้นไตรคัสปิดส่งผลให้เกิด Severe TR ตามที่คาดไว้
🚨 Step 2: The Missing Link
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังอธิบายไม่ได้…
ผู้ป่วยมี ภาวะ Desaturation อย่างชัดเจน
❓ The Critical Question
Severe TR เพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้เกิด systemic desaturation เพราะเลือดยังคงไหลเวียนอยู่ในหัวใจฝั่งขวา หากผู้ป่วยมีออกซิเจนต่ำ จะต้องมี Right-to-Left shunt ที่เปิดทางให้เลือดดำข้ามเข้าสู่ระบบไหลเวียนฝั่งซ้าย
ดังนั้น…ยังมีพยาธิสภาพบางอย่างซ่อนอยู่
🫧 Step 3: The Climax
เมื่อค้นหาต่อ จึงพบคำตอบ
ผู้ป่วยมี Atrial Communication (PFO/ASD) ซึ่งพบร่วมกับ Ebstein anomaly ได้ประมาณ 50%
และเมื่อทำ Agitated Saline (Bubble Study) ภาพทุกอย่างก็ชัดเจนทันที
ฟองอากาศพุ่งจาก Right Atrium ไปยัง Left Atrium อย่างชัดเจน แสดงถึง Right-to-Left shunt จากความดันใน Right Atrium ที่สูงขึ้น จึงทำให้เลือดดำเข้าสู่ระบบไหลเวียนฝั่งซ้ายและเป็นสาเหตุของ Desaturation ในผู้ป่วยรายนี้
💡 Clinical Pearl จาก #แอดแมว
การทำ Echocardiography ไม่ใช่เพียงการตั้งชื่อโรค แต่คือการอธิบาย Hemodynamics ของผู้ป่วยให้ครบทุกอาการ
หากอาการทางคลินิก “เดินหน้าเกินกว่าพยาธิสภาพที่เห็น” อย่าหยุดที่การวินิจฉัยแรก
จงถามตัวเองเสมอว่า
“What is the missing link?”
และค้นหาต่อไปจนกว่า ทุกอาการของผู้ป่วยจะอธิบายได้ด้วย Hemodynamics ที่สมเหตุสมผล 🫀🔍
#แอดแมวส้ม