เทรดทะลุเป้า - โค้ชรุ่ง ProfitGoal

เทรดทะลุเป้า - โค้ชรุ่ง ProfitGoal

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เทรดทะลุเป้า - โค้ชรุ่ง ProfitGoal, ครูสอนพิเศษ/ครู, Bangkok.

ให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรดใน
ตลาด Forex / Gold CFD / XAUUSD
ในมุมของนักเทรดอิสระ ที่ใช้ประสบการณ์จริงในการอธิบายเรื่องกราฟ ข่าว ราคา ความเสี่ยง และการวางแผนเทรดอย่างเป็นระบบ

24/06/2026

คิดว่า มันจะลงต่อ กลับไป 4000 มั้ย!!
รับแผนการเทรด วิเคราะห์มาแล้วแบบละเอียดใต้เม้น!!
⚠️การลงทุนมีความเสี่ยง! 🙏🏻

23/06/2026

ทุกคนครับ ผมไม่ใช่โค้ช
ผมคือ “รุ่งโภชนาการช่าง”
ช่างอะไร
“ช่างแท่งมันเถอะกราฟอ่ะ” 😂

23/06/2026

แซ่บคัก

23/06/2026

ใครติดดอยบ้าง ยกมือขึ้น😂🫣

22/06/2026

อุ๊บบบบ!!

Photos from เทรดทะลุเป้า - โค้ชรุ่ง ProfitGoal's post 22/06/2026

ผมไม่ได้ปกป้องทุกคนในวงการ Forex I แต่ผมอยากปกป้องความจริง

โพสต์นี้อาจยาวหน่อยครับ
แต่ผมตั้งใจเขียนให้ครบ เพราะช่วงนี้คำว่า “Forex” ถูกพูดถึงในแง่ลบค่อนข้างมาก

บางคนมองว่า Forex คือการหลอกลงทุน
บางคนมองว่า Forex คือแชร์ลูกโซ่
บางคนมองว่าใครที่สอน Forex หรือพูดถึง Forex อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดทั้งหมด

ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นครับ
เพราะที่ผ่านมา มีคนได้รับความเสียหายจริง
มีคนถูกหลอกจริง
มีคนเอาคำว่า Forex ไปใช้แอบอ้างจริง
มีการระดมทุนจริง
มีการการันตีกำไรจริง
และมีคนเอาความไม่รู้ของผู้อื่นไปใช้เป็นเครื่องมือจริง

ผมเคารพทุกความเสียหายที่เกิดขึ้น
และเข้าใจว่าความไม่ไว้วางใจของสังคมไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น
และผมไม่สนับสนุนอย่างชัดเจน

ผมไม่เคยคิดว่าวงการนี้มีแต่คนดี
และผมก็ไม่คิดว่าทุกคนที่พูดถึง Forex จะทำถูกทั้งหมด

ตรงกันข้าม ผมยอมรับว่า มีคนจำนวนหนึ่งเอาคำว่า Forex ไปใช้ผิดทางจริง

แต่โพสต์นี้ ผมไม่ได้เขียนเพื่อให้ใครเชื่อผมทันที

ผมเขียนเพื่ออยากให้ทุกคนแยกให้ออกว่า…

📌 Forex
📌 การเทรด
📌 การให้ความรู้
📌 ความเสี่ยง
📌 ระบบพาร์ตเนอร์
📌 การเลือกผู้ให้บริการ
📌 คำแนะนำการลงทุน
📌 การรับบริหารเงิน
📌 การระดมทุน
📌 และการหลอกลงทุน

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกันทั้งหมด

ถ้าเราเหมารวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
คนที่ตั้งใจให้ความรู้จริง ๆ ก็อาจถูกตัดสินไปพร้อมกับคนที่เอาตลาดนี้ไปใช้ผิดทาง

ภาพชุดนี้ ผมสรุปไว้เป็น 9 เรื่องสำคัญ

1️⃣ ผมไม่ได้ปกป้องทุกคน แต่ผมอยากปกป้องความจริง
2️⃣ ตลาดสอนผมมากกว่าตำราหลายเล่ม
3️⃣ Forex คืออะไร และทำไมไม่ควรถูกเหมารวมเป็นแชร์ลูกโซ่
4️⃣ ทำไมหลายประเทศมอง Forex / CFD เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แต่ในไทยหลายคนยังมองว่าเป็นการพนัน
5️⃣ คำว่า “โค้ช” สำหรับผม ไม่ใช่ผู้รับประกันผลลัพธ์ แต่คือผู้ให้ความรู้
6️⃣ ProfitGoalAcademy ยืนอยู่ตรงไหน
7️⃣ ระบบพาร์ตเนอร์และการเลือกผู้ให้บริการ ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส
8️⃣ ความเสี่ยงคือสิ่งที่ต้องพูดก่อนกำไร
9️⃣ สุดท้าย ผมไม่ได้อยากชี้นำให้ใครรีบตัดสินใจ แต่อยากให้ทุกคนมีความรู้มากพอที่จะไม่ถูกหลอก

ผมไม่ได้บอกว่า Forex ดีสำหรับทุกคน
ผมไม่ได้บอกว่าทุกคนควรเข้ามาเทรด
และผมไม่ได้บอกว่าตลาดนี้ไม่มีความเสี่ยง

แต่ผมอยากปกป้องความจริงว่า…

✅ Forex ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่โดยตัวมันเอง
✅ การให้ความรู้ไม่ใช่การหลอกลงทุน
✅ การเทรดไม่ใช่การรับประกันความรวย
✅ การวิเคราะห์ตลาดไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย
✅ ระบบพาร์ตเนอร์ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส
✅ และความเสี่ยงคือสิ่งที่ต้องพูดก่อนกำไรเสมอ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

1️⃣ จุดเริ่มต้นของผม ไม่ได้เริ่มจากความเก่ง

แต่เริ่มจากความจำเป็น

ผมเริ่มรู้จักตลาด Forex ช่วงปลายปี 2018
และเริ่มศึกษาจริงจังมากขึ้นประมาณช่วงกลางปี 2019

ช่วงนั้นผมมีภาระ มีหนี้ มีค่าใช้จ่าย
และอยากหาทางเลือกใหม่ให้กับชีวิต

จุดเริ่มต้นของผมไม่ได้สวยหรูเลยครับ

ผมเห็นเพื่อน ๆ และรุ่นพี่บางคนพูดถึงการเทรด
จึงเริ่มถามว่าเขาเทรดอะไรกัน

เขาบอกว่า “Forex”

ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจเลยว่า Forex คืออะไร

รู้แค่ว่ามันเกี่ยวกับกราฟ
เกี่ยวกับค่าเงิน
เกี่ยวกับ Buy / Sell
และเหมือนเป็นการซื้อขายอะไรบางอย่างในตลาดการเงิน

ช่วงแรกผมไม่ได้สนใจมากนัก

จนวันหนึ่ง ผมเห็นคนที่ศึกษาและเทรด
จนสามารถนำรายได้ไปทยอยเคลียร์ภาระและหนี้สินของตัวเองได้

ภาพนั้นไม่ได้ทำให้ผมมองว่าตลาดนี้เป็นทางลัดสู่ความรวย

แต่มันทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า…

“ถ้าคนอื่นศึกษาและพัฒนาจนทำได้
เราจะลองเรียนรู้ให้จริงจังได้ไหม?”

เป้าหมายแรกของผมไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย

ผมไม่ได้ฝันจะเป็นโค้ช
ไม่ได้คิดจะเปิดกลุ่มสอน
ไม่ได้คิดจะทำอาชีพนี้ตั้งแต่แรก

เป้าหมายแรกของผมคือ…

🔹 อยากปลดหนี้
🔹 อยากเคลียร์ภาระ
🔹 อยากมีเงินพอใช้ในชีวิตประจำวัน
🔹 และอยากหาทางเลือกใหม่ให้กับตัวเอง

จากตรงนั้น ผมเริ่มหาความรู้จาก Google, YouTube และโลกออนไลน์

ช่วงแรกก็เหมือนมือใหม่ทั่วไปครับ

ดูไป งงไป
เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง
รู้ว่ามี Buy มี Sell
แต่ยังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตลาดทำงานอย่างไร

ผมลองสมัครบัญชี ลองเทรดเอง

ช่วงแรกเคยได้กำไรครับ
แต่สุดท้ายก็เสียคืนตลาดทั้งหมด

ตรงนั้นทำให้ผมเข้าใจว่า…

ตลาดนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
และตลาดนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่เข้าไปโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง

ผมเกือบเลิกเหมือนกัน

แต่เพราะเสียดายเงิน
และลึก ๆ ยังอยากเข้าใจว่าตลาดนี้ทำงานอย่างไร
ผมจึงกัดฟันศึกษาใหม่

ไปเรียนทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน
เอาความรู้มาต่อยอดเอง
ฝึกเอง
ลองผิดลองถูกเอง
และค่อย ๆ เข้าใจตลาดมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่อยากพูดให้ชัดคือ…

ผมไม่ได้เริ่มจากความเก่ง
ผมเริ่มจากความไม่รู้
ผมเริ่มจากความจำเป็น
ผมเริ่มจากความผิดพลาด
และผมเริ่มจากการอยากเอาชนะปัญหาชีวิตของตัวเอง

หลังจากนั้น ผมเริ่มเทรดเอง ศึกษาเอง เรียนรู้เอง
และมีเพื่อน รุ่นน้อง คนรอบตัวเริ่มถามว่า…

“เทรดอะไร?”
“สอนหน่อยได้ไหม?”
“พี่สอนผมหน่อยได้ไหม?”

ตอนนั้นผมก็สอนตามสิ่งที่ตัวเองรู้
และบอกไว้ก่อนเสมอว่า ผมเองก็ยังไม่ได้เก่ง
แค่กำลังศึกษาอยู่เหมือนกัน

มันเริ่มจากการสอนแบบเพื่อนสอนเพื่อน
พี่สอนน้อง
แชร์สิ่งที่รู้
แลกเปลี่ยนสิ่งที่เจอ
และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

เมื่อมีบางคนเอาความรู้ไปใช้แล้วเข้าใจตลาดมากขึ้น
เทรดได้ดีขึ้น และกลับมาขอบคุณ
ผมรู้สึกดีใจมากครับ

ไม่ใช่แค่ดีใจที่ตัวเองเทรดได้

แต่ดีใจที่ความรู้เล็ก ๆ ของเรา
สามารถช่วยให้คนอื่นเข้าใจตลาดมากขึ้น

จากตรงนั้น กลุ่มเล็ก ๆ เริ่มโตขึ้น
คนที่อยากเรียนรู้เริ่มมากขึ้น
ผมจึงเริ่มทำเพจให้ความรู้เกี่ยวกับ Forex
ภายใต้ชื่อ “เทรดทะลุเพดาน”

เพจนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการสอน
การทำคอนเทนต์
และการสร้างพื้นที่ให้คนที่สนใจตลาดการเงินเข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน

แต่เส้นทางนี้ไม่ได้ง่ายครับ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ผมเจอทั้งอุปสรรค การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม
ข้อจำกัดของการสื่อสารเรื่องการเงิน
และเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่

เพจแรก “เทรดทะลุเพดาน”
สุดท้ายก็ไม่สามารถเดินต่อได้

แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปคือความตั้งใจในการให้ความรู้

หลังจากนั้น ผมยังคงเดินหน้าต่อ
พัฒนารูปแบบการสอน
พัฒนาการวิเคราะห์
และสร้างพื้นที่ให้ความรู้ต่อเนื่อง

จนช่วงต้นปี 2026
ผมได้กลับมาเริ่มทำเพจใหม่อีกครั้งในชื่อ “เทรดทะลุเป้า”

สำหรับผม การเปลี่ยนเพจหรือการต้องเริ่มใหม่
ไม่ได้แปลว่าเส้นทางจบลง

แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า
ถ้าเรายังเชื่อในสิ่งที่ทำ
และยังยืนอยู่บนการให้ความรู้ที่ถูกต้อง
เราก็เริ่มใหม่ได้เสมอ

จากปลายปี 2018
จากปี 2019 ที่เริ่มจริงจัง
จากเพจแรก “เทรดทะลุเพดาน”
จนถึงเพจปัจจุบัน “เทรดทะลุเป้า”
และการเติบโตของ ProfitGoalAcademy ในวันนี้

เส้นทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย

แต่เกิดจากการเรียนรู้ ความผิดพลาด การปรับตัว
และการไม่ยอมทิ้งความตั้งใจที่จะให้ความรู้กับนักเทรดอย่างต่อเนื่อง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

2️⃣ ตลาดสอนผมมากกว่าตำราหลายเล่ม

มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเข้าใจชัดขึ้นว่า
ตลาดนี้ไม่ได้ขยับเพราะเส้นกราฟที่เราขีดอย่างเดียว

แต่มันขยับจากโลกจริง
จากข่าวจริง
จากนโยบายการเงินจริง
จากสงคราม
จากดอกเบี้ย
จากเงินเฟ้อ
จากค่าเงิน
จากน้ำมัน
จากทองคำ
และจากความคาดหวังของคนทั้งโลก

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ผมจำได้ดี
คือช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครนในช่วงแรก

ตอนนั้นตลาดเต็มไปด้วยความกังวล
ทองคำปรับตัวขึ้นแรงและขึ้นต่อเนื่อง
เพราะนักลงทุนทั่วโลกมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย

หลายคนในตอนนั้นมองว่าทองคำมีโอกาสขึ้นต่อไม่หยุด

แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ภาพของตลาดก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED
เริ่มเข้าสู่รอบการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

จากทองคำที่เคยขึ้นแรง
ตลาดเริ่มถูกกดดันจากดอกเบี้ย ดอลลาร์ และ Bond Yield

ผมเห็นทองคำจากโซนสูง ๆ แถวประมาณ 2,030 ดอลลาร์
ถูกแรงขายกดลงมาแถวประมาณ 1,860 ดอลลาร์
ภายในระยะเวลาไม่นาน

ตรงนั้นทำให้ผมเข้าใจว่า…

ต่อให้ข่าวสงครามจะทำให้ทองคำขึ้นได้
แต่ถ้านโยบายการเงินเปลี่ยน
ดอกเบี้ยเปลี่ยน
ทิศทางเงินทุนโลกก็เปลี่ยนได้เช่นกัน

หลังจากนั้น ผมก็ได้เห็นอีกหลายช่วงเวลาที่ตลาดทองคำเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะช่วงปลายยุคโจ ไบเดน
ที่ทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
จากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
และแรงซื้อในตลาดโลก

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์
กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

ตลาดทองคำก็ผันผวนหนักมาก

มีบางวันที่ราคาขึ้นและลงรุนแรงมากในวันเดียว

ผมพูดตรง ๆ เลยครับว่า
ช่วงนั้นผมก็เจ็บหนักเหมือนกัน

พอร์ตแตกเลยจ้า
บ่รอด

เหตุการณ์แบบนั้นสอนผมมากกว่าตำราหลายเล่ม

เพราะมันทำให้ผมเข้าใจว่า
ต่อให้เรามีประสบการณ์แค่ไหน
ต่อให้เรามีแผนแค่ไหน
ถ้าเราไม่เคารพความเสี่ยงของตลาด
ตลาดก็พร้อมจะสอนเราแบบไม่ปรานี

ล่าสุด ในการแถลงการณ์ของ FED รอบล่าสุด
ตลาดทองคำก็เกิดแรงขายรุนแรงอีกครั้ง
ราคาถูกทุบลงแรงในเวลาไม่นาน

บางช่วงตลาดขยับเป็นหมื่นจุด
ภายในไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผมยิ่งเข้าใจมากขึ้นว่า…

ตลาดทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม

วอลุ่มการซื้อขายสูงขึ้น
ความเร็วของราคาเพิ่มขึ้น
ข่าวกระทบตลาดไวขึ้น
และความผันผวนก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ

แน่นอนครับ สำหรับนักเทรด
สิ่งเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็น “โอกาส”

แต่โอกาสที่มากขึ้น
ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นกัน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงพูดเสมอว่า
ความรู้เรื่องตลาดไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้เรากล้าเสี่ยงมากขึ้นอย่างเดียว

แต่มันควรทำให้เราระวังมากขึ้น
วางแผนดีขึ้น
รู้จักหยุดมากขึ้น
และเข้าใจว่าเราไม่สามารถประมาทกับตลาดได้เลย

สำหรับผม ตลาด Forex / Gold / CFD
ไม่ได้สอนแค่เรื่องการทำกำไร

แต่มันสอนเรื่องวินัย
สอนเรื่องความเสี่ยง
สอนเรื่องการยอมรับความผิดพลาด
และสอนว่าในตลาดการเงิน
ไม่มีใครใหญ่กว่าความจริงของราคา

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

3️⃣ Forex คืออะไร
และทำไมไม่ควรถูกเหมารวมเป็นแชร์ลูกโซ่
Forex หรือ Foreign Exchange
คือตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

พูดให้เข้าใจง่ายคือ
ตลาดที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
เช่น ดอลลาร์ ยูโร เยน ปอนด์
หรือสกุลเงินอื่น ๆ ทั่วโลก

ราคาของค่าเงินไม่ได้ขึ้นลงแบบลอย ๆ

แต่เกี่ยวข้องกับปัจจัยจริง เช่น
📌 อัตราดอกเบี้ย
📌 เงินเฟ้อ
📌 การจ้างงาน
📌 นโยบายธนาคารกลาง
📌 เศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
📌 ความเสี่ยงจากสงคราม
📌 ราคาน้ำมัน
📌 ราคาทองคำ
📌 และการไหลของเงินทุนทั่วโลก

แม้กระทั่งทองคำที่หลายคนเทรดในชื่อ XAUUSD
ก็เกี่ยวข้องกับดอลลาร์ ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ
ความกลัวของตลาด และสถานการณ์โลกโดยตรง

สำหรับผม Forex ไม่ใช่แค่ตลาดให้กด Buy หรือ Sell

แต่เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่
ที่ทำให้เราเข้าใจว่า
เศรษฐกิจโลกส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร

ค่าเงินบาทแข็งหรืออ่อน
ราคาทองคำขึ้นหรือลง
น้ำมันแพงขึ้น
ดอกเบี้ยเปลี่ยน
เงินเฟ้อสูงขึ้น

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย

แต่ต้องพูดให้ชัดว่า…

⚠️ การเทรด Forex, Gold, CFD
หรือสินทรัพย์ที่มี Leverage มีความเสี่ยงสูง

มีโอกาสเกิดผลตอบแทนได้จริง
และมีโอกาสขาดทุนได้จริงเช่นกัน

ตรงนี้คือจุดที่ต้องแยกให้ออกครับ

Forex คือ “ชื่อตลาด”

แต่การหลอกลงทุนคือ “พฤติกรรมของคน”

Forex โดยตัวมันเองไม่ใช่แชร์ลูกโซ่
แชร์ลูกโซ่คือการนำเงินของคนใหม่มาจ่ายให้คนเก่า
หรือสร้างผลตอบแทนปลอม
ที่ไม่ได้มาจากการซื้อขายจริง

ส่วนการหลอกลงทุน
คือการทำให้คนเชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนสูง
โดยไม่อธิบายความเสี่ยง
หรือปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง

สิ่งที่ผิดไม่ใช่ตัวตลาด

แต่คือคนที่เอาคำว่า Forex
ไปใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงคนที่ไม่มีความรู้

เช่น…
❌ อ้างว่าเอาเงินมาฝากแล้วจะได้กำไรแน่นอน
❌ อ้างว่ามีระบบเทรดที่ไม่มีวันแพ้
❌ อ้างว่าจ่ายผลตอบแทนรายวัน รายเดือน
❌ เอาคำว่า Forex ไปใช้ในการระดมทุน
❌ รับเงินไปดำเนินการแทนโดยไม่มีความชัดเจน
❌ หรือใช้ความไม่รู้ของคนอื่นเป็นเครื่องมือ

สิ่งเหล่านี้ผิด
และผมไม่สนับสนุนอย่างชัดเจน

ดังนั้น คำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่ว่า
“Forex ดีหรือไม่ดี”

แต่ควรถามให้ลึกกว่านั้นว่า…
🔎 สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการศึกษาใช่ไหม?
🔎 เป็นการเทรดด้วยเงินของตัวเองใช่ไหม?
🔎 มีการอธิบายความเสี่ยงจริงไหม?
🔎 มีการรับเงินแทนหรือเปล่า?
🔎 มีการถือบัญชีแทนหรือเปล่า?
🔎 มีการการันตีผลตอบแทนหรือไม่?
🔎 มีการระดมทุนหรือไม่?

เพราะคำตอบของคำถามเหล่านี้
จะทำให้เราแยกออกว่า
อะไรคือการเรียนรู้
และอะไรคือการหลอกลงทุน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

4️⃣ ทำไมหลายประเทศมอง Forex / CFD เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
แต่ในไทยหลายคนยังมองว่าเป็นการพนัน
ประเด็นนี้สำคัญมากครับ

เพราะจะทำให้เราเข้าใจว่า
ทำไมคนแต่ละประเทศถึงมอง Forex ไม่เหมือนกัน

ในหลายประเทศ Forex, CFD, Gold, Index
และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
ถูกจัดอยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูง

ไม่ใช่ถูกมองเป็นการพนันโดยอัตโนมัติ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต่างประเทศปล่อยให้ทำกันแบบไร้กติกา

สิ่งที่หลายประเทศทำคือ
“กำกับดูแลให้ชัด” เช่น

✅ ผู้ให้บริการต้องอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแล
✅ ต้องเปิดเผยความเสี่ยงกับลูกค้า
✅ มีข้อกำหนดเรื่อง Margin
✅ จำกัด Leverage สำหรับรายย่อยในบางประเทศ
✅ มีมาตรการปิดสถานะเมื่อ Margin ต่ำ
✅ มี Negative Balance Protection ในบางประเทศ
✅ มีข้อจำกัดด้านการโฆษณาหรือสิ่งจูงใจ
✅ มีรายชื่อผู้ให้บริการให้ประชาชนตรวจสอบ
✅ มีคำเตือนต่อแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายขึ้นครับ

🇭🇰 ฮ่องกง
มีการกำกับ Leveraged Foreign Exchange Trading
และจัดเป็นกิจกรรมทางการเงินที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลเฉพาะ

🇸🇬 สิงคโปร์
มี MAS และกฎหมายที่ครอบคลุม derivatives
และ leveraged foreign exchange trading

🇦🇺 ออสเตรเลีย
มี ASIC ที่กำหนดมาตรการคุ้มครองรายย่อย
เช่น จำกัด Leverage, Margin Close-out
และ Negative Balance Protection สำหรับ CFD

🇪🇺 ยุโรป
มี ESMA ที่จำกัด Leverage ของ CFD สำหรับลูกค้ารายย่อย
และกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุน

🇬🇧 สหราชอาณาจักร
มี FCA ที่กำกับดูแล CFD และ rolling spot forex
โดยเน้นการเปิดเผยความเสี่ยงและการคุ้มครองรายย่อย

🇳🇿 นิวซีแลนด์
มีระบบ Derivatives Issuer Licence
สำหรับผู้ให้บริการ derivatives ต่อรายย่อย

🇹🇼 ไต้หวัน
มีระบบที่เกี่ยวข้องกับ Leverage Contract Merchant
และให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับ

🇦🇪 UAE / Dubai
มีโครงสร้างศูนย์การเงินและหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะพื้นที่
เช่น DFSA ใน DIFC

ในขณะเดียวกัน บางประเทศก็เข้มงวดมาก

🇨🇳 จีนแผ่นดินใหญ่
มีข้อจำกัดและคำเตือนเกี่ยวกับ Foreign Exchange Margin Trading
ที่ไม่ได้รับอนุญาต

🇻🇳 เวียดนาม
มีคำเตือนจากหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับ Forex Trading Floors
ที่ไม่อยู่ในกรอบกฎหมาย
และอาจไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

ดังนั้น ต่างประเทศไม่ได้มอง Forex / CFD เหมือนกันทุกประเทศ

บางประเทศอนุญาตภายใต้การกำกับดูแล
บางประเทศจำกัดอย่างเข้มงวด
บางประเทศเตือนประชาชนให้ระวังแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต

แต่สิ่งที่ประเทศที่มีระบบการเงินชัดเจนให้ความสำคัญเหมือนกันคือ…
1️⃣ ความรู้
2️⃣ ความเสี่ยง
3️⃣ การเปิดเผยข้อมูล
4️⃣ การตรวจสอบผู้ให้บริการ
5️⃣ และการกำกับดูแล

แล้วทำไมในไทยหลายคนยังมอง Forex เป็นการพนันหรือหลอกลงทุน?

คำตอบคือ
เพราะคนจำนวนมากไม่ได้รู้จัก Forex ผ่านห้องเรียนการเงิน
หรือผ่านระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน

แต่รู้จักผ่านข่าวเสียหาย
ผ่านคดีหลอกลงทุน
ผ่านการระดมทุน
ผ่านการการันตีกำไร
ผ่านคนที่รับเงินไปดำเนินการแทน
หรือผ่านกลุ่มที่ใช้ผลตอบแทนเกินจริงมาล่อให้คนเชื่อ

เมื่อสังคมเจอภาพแบบนี้ซ้ำ ๆ
จึงไม่แปลกที่คนจำนวนมากจะรู้สึกว่า
Forex คือการพนัน หรือคือการหลอกลงทุน

แต่ในความเป็นจริง ต้องแยกให้ออกว่า…

การเทรดที่มีราคา มีตลาด มีความเสี่ยง
มีการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
และในหลายประเทศมีกรอบกำกับดูแล

ไม่เหมือนกับการพนันที่พึ่งพาแต่ดวง
หรือระบบที่ผู้เล่นไม่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างทางเศรษฐกิจจริงได้

อย่างไรก็ตาม การเทรด Forex / CFD ก็ไม่ได้ปลอดภัย

เพราะถ้าไม่มีความรู้
ไม่มีวินัย
ใช้ Leverage สูงเกินไป
ไม่บริหารเงิน
และเข้าตลาดด้วยความโลภ

มันก็สามารถสร้างความเสียหายได้
ไม่ต่างจากการพนันในเชิงพฤติกรรม

พูดให้ตรงที่สุดคือ…

❌ ถ้าเข้ามาแบบไม่รู้ ไม่วางแผน ไม่บริหารความเสี่ยง และหวังรวยเร็ว
มันก็กลายเป็นการพนันในพฤติกรรมได้

✅ แต่ถ้าเข้ามาด้วยความรู้ มีแผน มีวินัย เข้าใจความเสี่ยง
และรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง
มันคือการศึกษาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงอย่างมีระบบ

นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้สังคมแยกให้ออก

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำว่า Forex เพียงอย่างเดียว

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า
คนเอามันไปใช้อย่างไร
และคนที่เข้ามาเข้าใจความเสี่ยงมากพอหรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

5️⃣ คำว่า “โค้ช” สำหรับผม
ไม่ใช่ผู้รับประกันผลลัพธ์ แต่คือผู้ให้ความรู้

อีกเรื่องที่อยากพูดให้ชัด
คือเรื่อง “การสอน” หรือ “การให้ความรู้ด้านการเทรด”

คำว่า “โค้ช” สำหรับผม
ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบ
หรือนักวิเคราะห์การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแล

แต่เป็นคำที่ผู้เรียนหรือคนติดตามใช้เรียก
ในฐานะ “ผู้ให้ความรู้”
และ “ผู้แบ่งปันประสบการณ์”

ด้านการเทรด
การวิเคราะห์ตลาด
ข่าวเศรษฐกิจ
การบริหารความเสี่ยง
และจิตวิทยาการเทรด

สำหรับผม คำว่าโค้ชไม่ได้แปลว่าเป็นคนรับประกันผลลัพธ์
ไม่ได้แปลว่าเป็นคนตัดสินใจแทนผู้เรียน
และไม่ได้แปลว่าเป็นคนรับผิดชอบแทนการเทรดของใคร

แต่หมายถึงคนที่พยายามอธิบายหลักการ
เตือนเรื่องความเสี่ยง
และช่วยให้ผู้เรียนมีข้อมูลมากขึ้น
ก่อนตัดสินใจด้วยตัวเอง

ในมุมของผม การให้ความรู้ทั่วไป เช่น
📚 การอธิบายว่า Forex คืออะไร
📚 การอัปเดตข่าวเศรษฐกิจ
📚 การสอนอ่านกราฟ
📚 การอธิบายแนวรับแนวต้าน
📚 การสอนบริหารความเสี่ยง
📚 การอธิบายจิตวิทยาการเทรด
📚 หรือการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว

เป็นการให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา
แต่ต้องไม่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจผิดว่า
เป็นการรับประกันผลลัพธ์
หรือเป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล

จุดยืนของผมชัดเจนครับ
ผมไม่ได้มีสถานะเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย

ผมไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบ
ผมไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล
ผมไม่ได้รับบริหารเงิน
ผมไม่ได้รับเทรดแทน
ผมไม่ได้รับฝากเงิน
และผมไม่ได้รับประกันผลตอบแทนให้ใคร
สิ่งที่ผมทำ
คือการให้ความรู้ทั่วไป
อัปเดตข่าว
วิเคราะห์ภาพรวมตลาด
อธิบายหลักการเทรด
การวางแผน
และการบริหารความเสี่ยง

เพื่อให้ผู้เรียนใช้ประกอบการศึกษา
และตัดสินใจด้วยตนเอง

การสอนให้คนเข้าใจความเสี่ยง
ไม่ใช่การชักชวนให้ลงทุน

การอธิบายกราฟ
ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาจะไปทางนั้นแน่นอน

การแชร์มุมมองตลาด
ไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย

การอัปเดตข่าว
ไม่ใช่คำแนะนำให้เปิดออเดอร์

และการให้ความรู้
ไม่ใช่การรับผิดชอบแทนการตัดสินใจของใคร

สำหรับผม การให้ความรู้ด้านการเทรด
ต้องตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ 4 อย่าง
1️⃣ ต้องบอกความเสี่ยง
2️⃣ ต้องไม่การันตีผลลัพธ์
3️⃣ ต้องไม่รับเงินหรือเทรดแทน
4️⃣ ต้องให้ผู้เรียนตัดสินใจด้วยตัวเอง

ถ้าขาด 4 อย่างนี้
ต่อให้ใช้คำว่าสอนหรือให้ความรู้
ก็อาจทำให้คนเข้าใจผิดและเสี่ยงเกินกว่าที่ควร

ดังนั้น สุดท้ายแล้ว
ผู้ที่ตัดสินใจเทรด
ต้องเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองเสมอ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

6️⃣ ProfitGoalAcademy ยืนอยู่ตรงไหน
ProfitGoalAcademy เกิดจากกลุ่มเล็ก ๆ
ที่เริ่มต้นจากการแบ่งปันความรู้
แลกเปลี่ยนประสบการณ์
และช่วยกันเรียนรู้ตลาด

สิ่งที่เราสอน ไม่ใช่แค่การบอกว่า Buy หรือ Sell

แต่เราสอนให้เข้าใจว่า
ก่อนจะตัดสินใจในตลาด
นักเทรดควรรู้อะไรบ้าง

เราสอนเรื่อง…
📌 การวิเคราะห์กราฟ
📌 Price Action
📌 Market Structure
📌 แนวรับแนวต้าน
📌 พฤติกรรมราคา
📌 ข่าวเศรษฐกิจ
📌 Fundamental
📌 การวางแผนก่อนตัดสินใจ
📌 การบริหาร Lot
📌 การบริหารพอร์ต
📌 Risk Management
📌 Money Management
📌 จิตวิทยาการเทรด

สิ่งที่เรายึดถือชัดเจนคือ…
✅ เราให้ความรู้
✅ เราอธิบายความเสี่ยง
✅ เราเน้นให้ผู้เรียนตัดสินใจด้วยตัวเอง
✅ เราเน้นการวางแผนและการบริหารเงินทุน

และสิ่งที่เราไม่ทำคือ…
❌ เราไม่รับฝากเงินลูกค้า
❌ เราไม่รับเทรดแทน
❌ เราไม่ระดมทุน
❌ เราไม่การันตีผลตอบแทน
❌ เราไม่บอกใครว่าตลาดนี้ไม่มีความเสี่ยง
❌ เราไม่สนับสนุนให้ใครใช้เงินจำเป็นมาเทรด

หน้าที่ของผมไม่ใช่การทำให้ใครรวยเร็ว

แต่คือการทำให้คนที่สนใจตลาดการเงิน
เข้าใจตลาด
เข้าใจความเสี่ยง
และรู้จักวางแผนก่อนตัดสินใจ

ProfitGoalAcademy ไม่ได้เกิดขึ้นมา
เพื่อสร้างภาพว่าการเทรดเป็นเรื่องง่าย

แต่เกิดขึ้นมาเพื่อบอกความจริงว่า
การเทรดมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง

คนที่อยากอยู่ในตลาดนี้ให้ได้นาน
ต้องเริ่มจากความรู้
วินัย
และการบริหารเงินทุน

ไม่ใช่เริ่มจากความโลภ

พูดง่าย ๆ คือ…
เราไม่ได้อยากสร้างคนที่กดตามใครไปเรื่อย ๆ
แต่เราอยากสร้างคนที่เข้าใจว่า
ทุกการตัดสินใจในตลาดต้องมีเหตุผล
มีแผน
มีขอบเขตความเสี่ยง
และมีความรับผิดชอบต่อเงินของตัวเอง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

7️⃣ เรื่องระบบพาร์ตเนอร์ และการเลือกผู้ให้บริการ
ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส
อีกเรื่องที่ควรพูดให้ชัด
คือเรื่องระบบพาร์ตเนอร์ หรือการแนะนำผู้ให้บริการ

ในบางระบบของผู้ให้บริการ
อาจมีรูปแบบ Partner / Affiliate / Introducing Broker

แต่รายละเอียด เงื่อนไข และกติกา
อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศและแต่ละผู้ให้บริการ

จึงไม่ควรเหมารวมว่า
ทำได้เหมือนกันทุกที่
หรือผิดเหมือนกันทั้งหมด

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ…
📌 ระบบพาร์ตเนอร์ของผู้ให้บริการ
📌 การให้ความรู้ทั่วไป
📌 การให้ข้อมูลประกอบการศึกษา
📌 คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล
📌 การรับเงินไปดำเนินการแทน
📌 การระดมทุน
📌 และการการันตีผลตอบแทน

สำหรับบริบทของประเทศไทย
เรื่อง Forex / CFD / การชักชวนลงทุน / การซื้อขายเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร
เป็นเรื่องที่ต้องสื่อสารอย่างระมัดระวัง

ผมจึงไม่ต้องการเขียนให้ใครเข้าใจผิดว่า
การเป็นพาร์ตเนอร์
หรือการพูดถึงผู้ให้บริการใด
เท่ากับการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานไทย

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือขอบเขตที่ชัดเจน
✅ ให้ข้อมูลตามขอบเขต
✅ ให้ความรู้ด้านตลาด
✅ อธิบายความเสี่ยง
✅ เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
✅ ให้ผู้สนใจตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเอง
✅ ให้ผู้สนใจตัดสินใจด้วยตัวเอง

และสิ่งที่ผมไม่ทำคือ…
❌ ไม่รับเงินลูกค้า
❌ ไม่ถือบัญชีลูกค้า
❌ ไม่ดำเนินการแทนลูกค้า
❌ ไม่รับฝากถอนแทน
❌ ไม่ระดมทุน
❌ ไม่การันตีผลตอบแทน
❌ ไม่สื่อสารให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะหรือขอบเขตของผม

ถ้ามีการพูดถึงผู้ให้บริการรายใด
สิ่งนั้นคือข้อมูลประกอบการพิจารณา
และประสบการณ์ส่วนตัว

ไม่ใช่การรับประกันว่าเหมาะกับทุกคน
และไม่ใช่การยืนยันสถานะทางกฎหมายแทนผู้ให้บริการรายใด

ส่วนเรื่องการเลือกผู้ให้บริการ
เป็นสิ่งที่ผู้สนใจควรตรวจสอบด้วยตนเอง เช่น…

🔎 อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลใด
🔎 ประเทศหรือเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง
🔎 นิติบุคคลที่เปิดบัญชีด้วย
🔎 ประวัติการให้บริการ
🔎 เงื่อนไขบัญชี
🔎 ระบบฝากถอน
🔎 ความเสถียรของแพลตฟอร์ม
🔎 Spread / Commission / Swap / Leverage
🔎 การซัพพอร์ต
🔎 ความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่เทรด

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เงินที่ใช้เทรดคือเงินของคุณ
ความเสี่ยงคือความเสี่ยงของคุณ
และการตัดสินใจต้องเป็นของคุณเอง

คนที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดการเงิน
ไม่ใช่คนที่เชื่อใครเร็วที่สุด

แต่คือคนที่ตรวจสอบก่อนตัดสินใจเสมอ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

8️⃣ ความเสี่ยงคือสิ่งที่ต้องพูดก่อนกำไร

ตลาดนี้มีโอกาสจริง
แต่ก็มีความเสี่ยงจริง

Leverage สามารถทำให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวเร็วขึ้นได้

แต่ในขณะเดียวกัน
ก็ทำให้ขาดทุนเร็วขึ้นได้เช่นกัน

ไม่มีแผนไหนชนะ 100%
ไม่มีใครชนะตลาดได้ทุกวัน
ไม่มีระบบไหนถูกตลอด
และผลลัพธ์ในอดีต
ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต

ผมไม่สนับสนุนให้ใครใช้เงินจำเป็นมาเทรด

❌ ไม่ควรใช้เงินค่าใช้จ่ายครอบครัว
❌ ไม่ควรใช้เงินกู้
❌ ไม่ควรใช้เงินที่เสียแล้วกระทบชีวิต
❌ และไม่ควรเข้าตลาดเพราะความโลภหรือความหวังว่าจะรวยเร็ว

ตลาดนี้ไม่ได้อันตรายเพราะมันขยับแรงอย่างเดียว

แต่มันอันตรายที่สุด
เมื่อคนเข้าไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยงอะไรอยู่

ความรู้ไม่ได้ทำให้เราชนะตลาดทุกครั้ง

แต่ความรู้ช่วยให้เราไม่พังเพราะความไม่เข้าใจ

สำหรับผม นักเทรดที่ดีไม่ใช่คนที่ไม่เคยแพ้

แต่นักเทรดที่ดีคือคนที่รู้ว่า
แพ้ได้แค่ไหนถึงจะยังอยู่รอด
และควรหยุดเมื่อไรเพื่อรักษาทุนของตัวเอง

ในบริบทของประเทศไทย
เรื่อง Forex และ CFD เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องใช้ความระมัดระวังสูง

ผู้ที่สนใจควรศึกษาเงื่อนไข
ข้อกฎหมาย
ความเสี่ยง
และสถานะของผู้ให้บริการด้วยตนเอง

ผมจึงให้ความสำคัญกับการอยู่ในกรอบของการให้ความรู้

ไม่ใช่การระดมทุน
ไม่ใช่การรับบริหารเงิน
ไม่ใช่การรับฝากเงิน
ไม่ใช่การรับเทรดแทน
และไม่ใช่การชักชวนให้ใครนำเงินมาลงทุนโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง

การให้ความรู้กับการชักชวนลงทุน
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การวิเคราะห์ตลาดกับการรับประกันผลตอบแทน
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การสอนให้คนเข้าใจความเสี่ยง
กับการพาคนไปเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

และผมอยากให้ทุกคนแยกเรื่องเหล่านี้ให้ออก

ถ้าจะจำจากโพสต์นี้เพียงประโยคเดียว
ผมอยากให้จำประโยคนี้ครับ

“ความรู้ที่ดี ต้องทำให้คนระวังมากขึ้น ไม่ใช่โลภมากขึ้น”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

9️⃣ สุดท้ายนี้

ผมไม่ได้อยากชี้นำให้ใครรีบตัดสินใจ

ผมเข้าใจทุกคนที่รู้สึกไม่ดีกับคำว่า Forex

เพราะที่ผ่านมาเคยมีคนจำนวนมากเจ็บปวดจากการถูกหลอกจริง

มีคนเสียเงินจริง
มีคนสูญเสียความเชื่อใจจริง
และมีคนเอาคำว่าการลงทุนไปสร้างบาดแผลให้กับหลายครอบครัวจริง

ผมไม่ได้ปฏิเสธสิ่งเหล่านั้น

แต่ผมอยากให้แยกให้ออกว่า…

สิ่งที่ทำร้ายผู้คนไม่ใช่ตัวตลาด

แต่คือคนที่ใช้คำว่าตลาดการเงิน
ไปสร้างความเชื่อผิด ๆ ให้กับคนอื่น

อย่าเชื่อใครง่าย ๆ

รวมถึงอย่าเชื่อผมเพียงเพราะผมพูด

ให้ศึกษา
ให้ตรวจสอบ
ให้ใช้เหตุผล
และให้เข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจเสมอ

ถ้าเจอใครการันตีกำไร
ให้ตั้งคำถาม

ถ้าเจอใครบอกว่าไม่มีความเสี่ยง
ให้ถอยออกมา

ถ้าเจอใครรับเงินไปดำเนินการแทน
ให้ระวัง

ถ้าเจอใครบอกว่ารวยแน่นอน
ให้ใช้สติให้มากกว่าความหวัง

เพราะในตลาดการเงิน
ไม่มีอะไรแน่นอน 100%

ผมไม่ได้อยากชี้นำให้ใครรีบตัดสินใจ

แต่ผมอยากให้ทุกคนมีความรู้มากพอ
ที่จะไม่ถูกใครใช้คำว่า Forex มาหลอก

และถ้าวันหนึ่งคุณเลือกจะศึกษาเรื่องตลาดนี้จริง ๆ
ผมอยากให้คุณเริ่มจากความเข้าใจ

ไม่ใช่เริ่มจากความโลภ
ไม่ใช่เริ่มจากความคิดว่าจะรวยเร็ว
ไม่ใช่เริ่มจากการเห็นคนอื่นได้กำไร
และไม่ใช่เริ่มโดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยงอะไรอยู่

ผมยังเชื่อว่าความรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของนักลงทุน

และผมจะยังทำหน้าที่ให้ความรู้
อัปเดตข่าว
วิเคราะห์ตลาด
และพูดความจริงเรื่องความเสี่ยงต่อไป

เพราะสำหรับผม…

การเทรดที่ดี
ไม่ใช่การชนะทุกไม้

แต่คือการอยู่รอดในตลาดได้อย่างมีสติ
มีวินัย
และรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ผมไม่ได้ปกป้องทุกคนในวงการ Forex

แต่ผมอยากปกป้องความจริงว่า…

✅ Forex ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่โดยตัวมันเอง
✅ การให้ความรู้ไม่ใช่การหลอกลงทุน
✅ การเทรดไม่ใช่การรับประกันความรวย
✅ การอัปเดตข่าวไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย
✅ การวิเคราะห์ตลาดไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์
✅ คำว่าโค้ชในที่นี้คือผู้ให้ความรู้ ไม่ใช่ผู้รับประกันกำไร
✅ ระบบพาร์ตเนอร์ต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส
✅ และความเสี่ยงคือสิ่งที่ต้องพูดก่อนกำไรเสมอ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม สนับสนุน
และเดินทางเรียนรู้ไปด้วยกันมาตลอดครับ

เรียบเรียงโดย
โค้ชรุ่ง | ProfitGoalAcademy

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📚 แหล่งข้อมูลประกอบสำหรับ
ผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม
🇹🇭 ก.ล.ต. — รายชื่อนักวิเคราะห์การลงทุน / ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบ
🇹🇭 ธนาคารแห่งประเทศไทย — ข้อมูลและคำเตือนเกี่ยวกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและการถูกชักชวนลงทุนเทรด Forex
🇭🇰 SFC Hong Kong — Leveraged Foreign Exchange Trading
🇹🇼 FSC Taiwan / Securities and Futures Bureau — Forex Margin Trading และ Leverage Contract Merchant
🇸🇬 MAS Singapore — Securities and Futures Act และข้อกำหนดเกี่ยวกับ derivatives / margin
🇦🇺 ASIC Australia — Product Intervention Order สำหรับ CFD รายย่อย
🇳🇿 FMA New Zealand — Derivatives Issuer Licence
🇪🇺 ESMA — มาตรการจำกัด CFD สำหรับลูกค้ารายย่อย
🇬🇧 FCA — มาตรการกำกับดูแล CFD และ rolling spot forex
🇨🇳 SAFE / CSRC China — ข้อจำกัดและคำเตือนเกี่ยวกับ Foreign Exchange Margin Trading
🇻🇳 State Bank of Vietnam — คำเตือนเกี่ยวกับ Forex Trading Floors ที่ไม่ได้รับอนุญา

22/06/2026

ทองคำยังคงนิ่ง
วิ่งในกรอบ ต้าน4200,4220-4240
รับ 4170-4150 สัญญาณแรงซื้อเริ่มกลับมา หลังเริ่มมีการเจรจา ข้อตกลง 60 วัน🫣

22/06/2026

พ่อมึงแม่มึง ทองคำพุ่งสะแบบ
"กดไม่ทันเลยว่ามั้ย 55555"
สาเหตุเพราะ!! ใต้เม้น...

22/06/2026

🚨 อัปเดตข่าวทองคำ XAUUSD
ประจำวันที่จันทร์ 22 มิถุนายน 2026
โฟกัสข่าวในตารางเศรษฐกิจ + ข่าวนอกตารางที่อาจกระทบทองคำแรง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 ภาพรวมตลาดวันนี้
วันนี้ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวจากกราฟอย่างเดียว
แต่ตลาดกำลังจับตา 2 เรื่องใหญ่พร้อมกัน

1️⃣ ข่าวในตารางเศรษฐกิจ
2️⃣ ข่าวนอกตารางเรื่องสหรัฐฯ–อิหร่าน / ช่องแคบฮอร์มุซ / ราคาน้ำมัน

ประเด็นสำคัญคือ วันนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดใหญ่ยังไม่ได้ออกทั้งหมด แต่ตลาดยังต้องจับตาคำพูดของเจ้าหน้าที่ Fed, Bond Yield, DXY และข่าวภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก

Investing.com ระบุว่า Economic Calendar เป็นตารางติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น GDP, เงินเฟ้อ, การจ้างงาน, PMI, ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และถ้อยแถลงธนาคารกลาง ซึ่งสามารถกระทบตลาดการเงินได้โดยตรง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📅 ข่าวในตารางเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้
⏰ ช่วงเช้าเอเชีย
🇨🇳 จีนประกาศ Loan Prime Rate 1Y และ 5Y
จีนคงอัตรา Loan Prime Rate 1 ปีไว้ที่ 3% และ 5 ปีไว้ที่ 3.5% ตามตารางเศรษฐกิจวันที่ 22 มิถุนายน 2026

ผลต่อทองคำ:
ถ้าจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น อาจหนุนความเชื่อมั่นฝั่งเอเชียและสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ผลต่อทองคำโดยตรงมักไม่แรงเท่าข่าวสหรัฐฯ

⏰ ช่วงค่ำไทยโดยประมาณ
🇨🇦 เงินเฟ้อแคนาดา CPI เดือนพฤษภาคม
ตาราง Trading Economics ระบุ Canada CPI YoY อยู่ที่ 2.8% จากก่อนหน้า 2.9% และ Core CPI YoY อยู่ที่ 2.1% จากก่อนหน้า 2.2%

ผลต่อทองคำ:
ข่าวนี้ไม่ใช่ตัวหลักของทองคำ แต่มีผลต่อภาพเงินเฟ้อโลกและค่าเงินกลุ่ม Commodity Currency ถ้าตัวเลขเงินเฟ้อต่ำลง ตลาดอาจตีความว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อ Bond Yield และ Sentiment โดยรวม

🇺🇸 Fed Waller Speech
ตารางเศรษฐกิจวันนี้มีถ้อยแถลงของ Fed Waller ซึ่งเป็นข่าวที่ต้องระวัง เพราะคำพูดของเจ้าหน้าที่ Fed สามารถกระทบ DXY, US10Y และทองคำได้ทันที

ผลต่อทองคำ:
ถ้า Fed พูดโทน Hawkish = ดอลลาร์และ Bond Yield มีโอกาสแข็ง กดดันทองคำ
ถ้า Fed พูดโทน Dovish = ดอลลาร์และ Bond Yield มีโอกาสอ่อน หนุนทองคำรีบาวด์

🇪🇺 ECB President Lagarde Speech
ตารางวันนี้มีถ้อยแถลงของ Christine Lagarde ประธาน ECB ด้วยเช่นกัน

ผลต่อทองคำ:
มีผลผ่านค่าเงิน EUR/USD และ DXY ทางอ้อม ถ้าเงินยูโรแข็ง ดอลลาร์อ่อน อาจช่วยหนุนทองคำได้บางส่วน

🇺🇸 ประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น 3 เดือน / 6 เดือน
ตารางเศรษฐกิจมีการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 3 เดือน และ 6 เดือน โดยผลตอบแทนอยู่บริเวณ 3.640% และ 3.680%

ผลต่อทองคำ:
ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น = กดดันทองคำ
ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรลง = ช่วยหนุนทองคำ

📌 ข่าวสำคัญทั้งสัปดาห์ที่ต้องวางแผนล่วงหน้า

สัปดาห์นี้ตลาดยังต้องจับตา Flash PMI, GDP, Jobless Claims, Durable Goods และ PCE โดยเฉพาะ PCE เพราะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญสูงมาก

📌 ถ้าข่าวออกมาสนับสนุนภาพ Fed คุมเข้มต่อ
ทองคำอาจถูกกดดัน

📌 ถ้าข่าวออกมาสะท้อนเศรษฐกิจเริ่มอ่อน / เงินเฟ้อชะลอ
ทองคำมีโอกาสได้แรงหนุนจากดอลลาร์และ Bond Yield ที่อ่อนตัว

🌍 ข่าวนอกตารางที่สำคัญมาก: สหรัฐฯ–อิหร่าน เจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์

ประเด็นนี้คือข่าวใหญ่ที่ตลาดจับตา เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ
🛢️ ราคาน้ำมัน
💵 ดอลลาร์ DXY
📉 Bond Yield
🥇 ราคาทองคำ
🌍 ความเสี่ยงตลาดโลก

Reuters รายงานว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่วันที่ 2 หลังจากเตหะรานประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำคำขู่เรื่องการกลับมาโจมตีอิหร่าน

รองประธานาธิบดี JD Vance เป็นผู้เจรจากับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่รีสอร์ต Bürgenstock ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้กรอบ MOU ที่ต้องการขยายการหยุดยิงออกไปอย่างน้อย 60 วัน

สาระสำคัญของข้อตกลงคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของการขนส่งพลังงานโลก และการยุติการสู้รบ รวมถึงประเด็นในเลบานอนที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและฮิซบอลลาห์

━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🛢️ ทำไมข่าวฮอร์มุซถึงสำคัญกับทองคำ?
ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ถ้ามีความเสี่ยงว่าช่องแคบถูกปิด ตลาดจะกังวลทันทีว่าอุปทานน้ำมันอาจสะดุด

ผลที่มักเกิดขึ้นคือ
🔥 น้ำมันมีโอกาสพุ่ง
🔥 เงินเฟ้อมีความเสี่ยงกลับมา
🔥 Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
🔥 DXY และ Bond Yield อาจแข็ง
🔥 ทองคำอาจถูกกดดันจากดอลลาร์และยีลด์

Reuters รายงานว่าข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าในวันอาทิตย์มีเรือผ่านช่องแคบเพียง 5 ลำ ลดลงจาก 26 ลำในวันก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดพลังงานเริ่มเห็นผลกระทบทันที แม้ฝั่งสหรัฐฯ จะโต้แย้งว่าช่องแคบไม่ได้ปิดจริงก็ตาม

ราคาน้ำมัน Brent ช่วงเช้าวันจันทร์ปรับขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ ไปที่ 81.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการเจรจาเริ่มต้นแบบตึงเครียด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🥇 ทำไมช่วงนี้ทองคำขึ้น ทั้งที่มีข่าวสงคราม?
ประเด็นนี้ต้องเข้าใจให้ถูก

สงครามรอบนี้ไม่ใช่สงครามทั่วไป แต่เป็นสงครามที่เกี่ยวกับพลังงาน น้ำมัน ช่องแคบฮอร์มุซ เงินเฟ้อ และนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

ดังนั้นในรอบนี้ ตลาดไม่ได้มองแค่ “สงคราม = ซื้อทอง” แบบง่าย ๆ
แต่ตลาดกำลังมองผ่านกลไกนี้
📌 ถ้าสงครามตึงเครียด
➡️ น้ำมันขึ้น
➡️ เงินเฟ้อเสี่ยงสูงขึ้น
➡️ Fed อาจต้องคงดอกเบี้ยสูง
➡️ DXY / US10Y มีโอกาสแข็ง
➡️ ทองคำถูกกดดัน

📌 ถ้าสงครามเริ่มคลี่คลาย
➡️ ตลาดคลายความกังวลด้านพลังงาน
➡️ น้ำมันมีโอกาสถูกขายทำกำไร
➡️ DXY และ US10Y มีโอกาสอ่อนตัว
➡️ เงินไหลกลับเข้าทองคำ
➡️ ทองคำมีโอกาสฟื้นตัว

พูดง่าย ๆ คือ
รอบนี้ทองคำขึ้นได้ เพราะตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องสงครามพลังงาน และเริ่มขายน้ำมัน ขายดอลลาร์ ขาย Bond Yield แล้วกลับมาช้อนทองคำ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📊 มุมมองต่อ XAUUSD วันนี้
ภาพรวมทองคำวันนี้ต้องดู 3 ตัวแปรหลักพร้อมกัน

1️⃣ ราคาน้ำมัน
ถ้าน้ำมันพุ่งแรงจากข่าวฮอร์มุซ ทองคำอาจผันผวนหนัก เพราะตลาดจะกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อ

2️⃣ DXY
ถ้าดอลลาร์อ่อน ทองคำมีโอกาสรีบาวด์
ถ้าดอลลาร์แข็ง ทองคำมีโอกาสถูกกดดัน

3️⃣ US10Y / Bond Yield
ถ้ายีลด์ลง = ทองได้แรงหนุน
ถ้ายีลด์ขึ้น = ทองถูกกดดัน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🎯 แนวทางอ่านตลาดวันนี้
🟢 ฝั่งทองคำมีโอกาสฟื้น
ถ้าข่าวเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มออกมาดี
ถ้าน้ำมันเริ่มอ่อน
ถ้า DXY และ US10Y เริ่มอ่อนตัว
ถ้าตลาดเริ่มมองว่าสงครามพลังงานมีโอกาสคลี่คลาย

🔴 ฝั่งทองคำมีโอกาสถูกกดดัน
ถ้าการเจรจาล้มเหลว
ถ้าอิหร่านยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ถ้าน้ำมันพุ่งแรง
ถ้า Fed ส่งสัญญาณ Hawkish
ถ้า DXY และ Bond Yield กลับมาแข็ง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 สรุปสั้นให้เข้าใจง่าย
วันนี้ข่าวในตารางเศรษฐกิจยังไม่ใช่ตัวเลขสหรัฐฯ ชุดใหญ่ แต่ต้องระวังคำพูด Fed และ Bond Yield

ส่วนข่าวนอกตารางอย่างสหรัฐฯ–อิหร่าน / ช่องแคบฮอร์มุซ / น้ำมัน คือประเด็นใหญ่ที่สุดที่สามารถทำให้ทองคำผันผวนได้ตลอดวัน

รอบนี้ต้องเข้าใจว่า

เมื่อสงครามพลังงานตึงเครียด
➡️ น้ำมันขึ้น
➡️ ดอลลาร์และยีลด์มีโอกาสแข็ง
➡️ ทองคำอาจถูกกดดัน

แต่เมื่อสงครามเริ่มคลี่คลาย
➡️ น้ำมันถูกขาย
➡️ DXY / US10Y อ่อนตัว
➡️ เงินไหลกลับเข้าทอง
➡️ ทองคำมีโอกาสฟื้นตัว

ดังนั้นวันนี้อย่าดูทองคำตัวเดียว ให้ดูพร้อมกันทั้ง
🥇 XAUUSD
🛢️ Oil
💵 DXY
📉 US10Y
🌍 ข่าวสหรัฐฯ–อิหร่าน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚠️ คำเตือน

บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงมุมมองเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์ภาพรวมตลาดเท่านั้น ไม่ใช่การชี้นำ ไม่ใช่การชักชวนให้ลงทุน ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย และไม่ใช่การการันตีกำไร

ตลาดทองคำ XAUUSD มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสงคราม ข่าวพลังงาน และถ้อยแถลงจากธนาคารกลาง ผู้เทรดควรใช้วิจารณญาณ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และวางแผนการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับพอร์ตของตนเอง

📚 แหล่งข่าวประกอบ
Reuters, Investing.com Economic Calendar, Trading Economics, LiteFinance Economic Calendar

เรียบเรียงโดย
โค้ชรุ่ง | ProfitGoalAcademy

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
12000