Nuclear Engineering, Chulalongkorn University

Nuclear Engineering, Chulalongkorn University

แชร์

Department of Nuclear Engineering, Faculty of Engineering, Chulalongkorn University

Photos from Nuclear Engineering, Chulalongkorn University's post 15/06/2026

☢️💧 ทำไม SMR อย่าง NuScale เทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ต้องแช่อยู่ในบ่อน้ำ?

🤔 หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่อย่าง NuScale จึงถูกติดตั้งอยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่ใต้ดิน

✅ คำตอบง่าย ๆ คือ "เพื่อช่วยระบายความร้อนในกรณีฉุกเฉิน"

แม้เครื่องปฏิกรณ์จะหยุดเดินเครื่องแล้ว เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ภายในยังคงปล่อยความร้อนออกมาต่อเนื่องจากการสลายตัวของผลิตภัณฑ์ฟิชชัน หรือที่เรียกว่า Decay Heat 🔥 หากความร้อนนี้ไม่ถูกระบายออกอย่างเพียงพอ อาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนสร้างความเสียหายต่อแกนปฏิกรณ์ได้

🌊 บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุฟูกูชิมะเมื่อปี 2011 คือ สึนามิได้ทำให้ระบบไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำสำรองเสียหาย ส่งผลให้ระบบระบายความร้อนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ จนเกิดความเสียหายต่อแกนปฏิกรณ์บางหน่วย

☢️ SMR รุ่นใหม่อย่าง NuScale จึงถูกออกแบบให้มี Passive Safety หรือระบบความปลอดภัยที่อาศัยหลักธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อลดการพึ่งพาไฟฟ้าและอุปกรณ์เชิงกล

💡 สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เครื่องปฏิกรณ์ของ NuScale ไม่ได้ "แช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา"

ในสภาวะปกติ ผิวภายนอกของภาชนะปฏิกรณ์ (Reactor Pressure Vessel: RPV) ไม่ได้สัมผัสกับน้ำจากบ่อโดยตรง และระบบระบายความร้อนจะทำงานตามปกติเหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป

⚠️ แต่หากเกิดเหตุการณ์สูญเสียไฟฟ้าทั้งหมด (Station Blackout) ระบบความปลอดภัยแบบพาสซีฟจะทำงานโดยอัตโนมัติ

💧 น้ำจะถูกปล่อยให้ไหลลงมายังช่องว่างรอบ ๆ RPV ด้วยแรงโน้มถ่วง ทำให้น้ำเริ่มสัมผัสผิวภายนอกของภาชนะปฏิกรณ์และรับความร้อนที่ถ่ายเทออกมาจากแกนปฏิกรณ์

♻️ น้ำที่ได้รับความร้อนจะกลายเป็นไอน้ำ ก่อนจะไปควบแน่นที่ผนังด้านในของ Containment Vessel ซึ่งถูกหล่อเย็นด้วยน้ำจำนวนมหาศาลใน Reactor Pool ภายนอก จากนั้นน้ำจะไหลกลับลงมาอีกครั้ง เกิดเป็นวงจรระบายความร้อนตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องสูบน้ำ

🧊 กล่าวได้ว่า น้ำในสระขนาดใหญ่ทำหน้าที่เสมือน "แบตเตอรี่ความเย็น" ที่ช่วยดูดซับความร้อนจากเครื่องปฏิกรณ์ได้โดยอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน

🌍 ดังนั้น ภาพของเครื่องปฏิกรณ์ที่อยู่ภายในบ่อน้ำ ไม่ได้หมายถึงความอันตราย แต่เป็นหนึ่งในบทเรียนที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ทั่วโลกนำมาพัฒนาต่อยอดหลังเหตุการณ์ฟูกูชิมะ เพื่อให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น



📚 อ้างอิง และรูปภาพประกอบจาก:
• NuScale Power
• U.S. NRC – NuScale Design Certification Application
• IAEA, Advances in Small Modular Reactor Technology Developments
• World Nuclear Association – Fukushima Accident

Photos from Nuclear Engineering, Chulalongkorn University's post 15/06/2026

☢️🇺🇿🇷🇺 อุซเบกิสถานเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศ ผสาน SMR และเครื่องปฏิกรณ์ขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของโลก

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน ชัฟคัต มีร์ซิโยเยฟ ร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างหน่วยผลิตไฟฟ้าหน่วยแรกของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบบูรณาการ (Integrated Nuclear Power Plant) ของอุซเบกิสถาน

โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของโลกที่รวมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่และเครื่องปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) ไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยจะก่อสร้างในแคว้นจิซซัค (Jizzakh Region)

🔹 เครื่องปฏิกรณ์ VVER-1000 รุ่น Generation III+ จำนวน 2 เครื่อง
⚡ กำลังผลิตเครื่องละ 1,000 เมกะวัตต์

🔹 เครื่องปฏิกรณ์ SMR รุ่น RITM-200N จำนวน 2 เครื่อง
⚡ กำลังผลิตเครื่องละ 55 เมกะวัตต์

เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง โรงไฟฟ้าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 17,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็นราว 15% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าของอุซเบกิสถาน

นอกจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว รัสเซียยังจะสนับสนุนเงินกู้ การจัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ การบำรุงรักษา และการพัฒนาบุคลากรของอุซเบกิสถานตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า

ด้าน Rafael Grossi ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA ซึ่งเข้าร่วมพิธีด้วย ได้ย้ำว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ของ IAEA อย่างครบถ้วน

🌍 โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของอุซเบกิสถาน แต่ยังเป็นการวางรากฐานของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์สมัยใหม่ของประเทศ และอาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการผสมผสานระหว่าง SMR และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอนาคต

ที่มาของข่าวและรูปภาพ

1. Kremlin. Launch of construction of the first power unit of the integrated NPP in Uzbekistan. 4 June 2026.

2. World Nuclear News. Uzbekistan and Russia mark SMR construction progress. 24 March 2026.

Photos from Nuclear Engineering, Chulalongkorn University's post 15/06/2026

☢️🇷🇺 รัสเซียติดตั้ง “Core Catcher” ให้หน่วยที่ 7 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลนินกราด

📅 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 รัสเซียได้ติดตั้ง Core Catcher หรือ “ระบบดักจับแกนปฏิกรณ์หลอมละลาย” น้ำหนักกว่า 120 ตัน สำหรับเครื่องปฏิกรณ์ VVER-1200 หน่วยที่ 7 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลนินกราด ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety System) ที่สำคัญที่สุดของเครื่องปฏิกรณ์รุ่น Generation III+

🔹 Core Catcher มีลักษณะเป็นภาชนะรูปกรวยที่ทำจากเหล็กทนความร้อนสูง ติดตั้งอยู่ใต้ภาชนะเครื่องปฏิกรณ์ ทำหน้าที่รองรับและระบายความร้อนของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่หลอมละลาย (Corium) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่ทำให้แกนปฏิกรณ์เสียหายอย่างร้ายแรง เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุกัมมันตรังสีทะลุออกจากอาคารกักกันเครื่องปฏิกรณ์ 🛡️

🌊 บทเรียนจากอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ในปี 2011 แสดงให้เห็นว่า เมื่อระบบหล่อเย็นไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน แกนปฏิกรณ์อาจหลอมละลายและสร้างความเสียหายต่อชั้นป้องกันต่าง ๆ จนนำไปสู่การปลดปล่อยสารกัมมันตรังสีสู่สิ่งแวดล้อมได้

🏗️ ดังนั้น เครื่องปฏิกรณ์สมัยใหม่จำนวนมากจึงได้รับการออกแบบให้มี Core Catcher เป็นด่านป้องกันชั้นสุดท้ายสำหรับจัดการอุบัติเหตุขั้นรุนแรง (Severe Accident)

🔎 แม้โอกาสที่ Core Catcher จะถูกใช้งานจริงน่าจะน้อยมาก แต่การมีระบบดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญระหว่างเครื่องปฏิกรณ์ยุคใหม่กับเทคโนโลยีรุ่นก่อน และเป็นผลโดยตรงจากบทเรียนที่โลกได้รับจากเหตุการณ์เชอร์โนบิลและฟูกูชิมะ

☢️ สำหรับ SMR นั้น ไม่ได้มี Core Catcher ทุกแบบ เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีมีแนวคิดด้านความปลอดภัยแตกต่างกัน บางแบบเลือกใช้ Core Catcher ขณะที่บางแบบอาศัยระบบระบายความร้อนแบบ Passive หรือการออกแบบเชื้อเพลิงที่ช่วยลดโอกาสการหลอมละลายแทน

📌 ที่มา: World Nuclear News (11 มิถุนายน 2026) และภาพจาก Rosatom

Photos from Nuclear Engineering, Chulalongkorn University's post 15/06/2026

☢️🇬🇧 29 พฤษภาคม 2026 : "Big Carl" ยกถังปฏิกรณ์นิวเคลียร์หน่วยที่ 2 ของ Hinkley Point C น้ำหนัก 500 ตันติดตั้งสำเร็จ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hinkley Point C ในมณฑลซัมเมอร์เซต สหราชอาณาจักร ได้บรรลุอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อเครนยักษ์ "Big Carl" ซึ่งเป็นเครนภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ยก ถังความดันปฏิกรณ์ (Reactor Pressure Vessel: RPV) ของหน่วยผลิตที่ 2 เข้าสู่อาคารปฏิกรณ์สำเร็จ

ถังปฏิกรณ์ดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 500 ตัน และมีความยาวประมาณ 13 เมตร โดยเป็นภาชนะเหล็กแรงดันสูงที่ใช้บรรจุแกนปฏิกรณ์และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หลังจากยกเข้าสู่อาคารแล้ว เครนภายในอาคาร (Polar Crane) จะหมุนถังให้อยู่ในแนวตั้งและติดตั้งลงบนฐานรองรับด้วยความแม่นยำสูง

🏗️ Hinkley Point C เป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของสหราชอาณาจักรในรอบหลายทศวรรษ พัฒนาโดย EDF และใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ European Pressurised Reactor (EPR) หรือเครื่องปฏิกรณ์น้ำแรงดันสูงรุ่นที่ 3+ จำนวน 2 เครื่อง

⚡ เครื่องปฏิกรณ์แต่ละเครื่องมีกำลังผลิตประมาณ 1,630 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe) รวมกำลังผลิตทั้งโครงการ 3,260 เมกะวัตต์ไฟฟ้า ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟฟ้าคาร์บอนต่ำให้กับประชาชนชาวสหราชอาณาจักรประมาณ 6 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นราว 7% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ

📈 จากบทเรียนที่ได้รับจากการก่อสร้างหน่วยที่ 1 ทำให้การก่อสร้างหน่วยที่ 2 มีความคืบหน้าเร็วกว่าประมาณ 20-30% และมีการนำวิธีการติดตั้งใหม่มาใช้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ

📌 ที่มาและรูปประกอบ: EDF Energy, ACE Newsroom, Crane Today, ITV News, Modern Power Systems

14/06/2026

☢️🇲🇾 IAEA ชี้มาเลเซียมีความพร้อมเดินหน้าโครงการไฟฟ้านิวเคลียร์ อาศัยประสบการณ์จากเครื่องปฏิกรณ์วิจัยกว่า 40 ปี

📍 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นายราฟาเอล มาริอาโน กรอสซี (Rafael Mariano Grossi) ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่เข้าร่วมโครงการ IAEA Journalists Seminar โดยระบุว่า มาเลเซียมีพื้นฐานและศักยภาพที่ดีในการพัฒนาโครงการไฟฟ้านิวเคลียร์ เนื่องจากประเทศมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาอย่างยาวนาน และมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว

🗣️ กรอสซีกล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียได้แสดงความสนใจอย่างจริงจังในการศึกษาความเป็นไปได้ของการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ

🔬 “การมีเครื่องปฏิกรณ์วิจัยถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก เพราะหมายความว่ามาเลเซียมีบุคลากรที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์และการเดินเครื่องปฏิกรณ์อยู่แล้ว” กรอสซีกล่าว

⚛️ ปัจจุบันมาเลเซียมีเครื่องปฏิกรณ์วิจัย TRIGA PUSPATI ซึ่งตั้งอยู่ที่ Malaysian Nuclear Agency เมืองบังกี รัฐสลังงอร์ โดยเริ่มเดินเครื่องครั้งแรกเมื่อปี 1982 และถูกใช้ในงานวิจัย การฝึกอบรม การผลิตไอโซโทป และการประยุกต์ใช้งานทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ

⚡ รัฐบาลมาเลเซียกำลังศึกษาการนำพลังงานนิวเคลียร์มาเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มความมั่นคงด้านไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยแผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 13 (ค.ศ. 2026-2030) ได้ระบุให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสะอาดของประเทศ และตั้งเป้าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป

📊 ข้อมูลของ IAEA ระบุว่า ณ เดือนมกราคม 2026 มีประมาณ 70 ประเทศทั่วโลกที่กำลังพิจารณาหรือศึกษาการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่มาเลเซียเป็นหนึ่งใน 28 ประเทศที่อยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจ (Decision-making Phase)

🛡️ IAEA พร้อมสนับสนุนประเทศผู้เริ่มต้นโครงการนิวเคลียร์ผ่านแนวทาง Milestones Approach เพื่อช่วยพัฒนากฎหมาย ระบบกำกับดูแล และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

💬 “พลังงานนิวเคลียร์คือการตัดสินใจระยะยาว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์สามารถเดินเครื่องได้เกือบหนึ่งศตวรรษ ดังนั้นหลายชั่วอายุคนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง” ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA กล่าว

📌รูปประกอบและ ที่มา: The Edge Malaysia, 14 มิถุนายน 2026 ตาม Link ใน comment no. 1

14/06/2026

☢️🇲🇲 เมียนมาเดินหน้าศึกษาโครงการพลังงานนิวเคลียร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านบทบาทและหน้าที่ของ NEPIO

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมียนมา (Ministry of Science and Technology) กำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

📅 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “บทบาทและความรับผิดชอบขององค์กรดำเนินโครงการพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติ (Nuclear Energy Programme Implementing Organization: NEPIO)” ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี ดร. Myo Thein Kyaw รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. Nay Chi Lae Lae Thein รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญจาก IAEA และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ของเมียนมาเข้าร่วม

👨‍🏫 ภายในงาน ผู้เชี่ยวชาญจาก IAEA ได้บรรยายเกี่ยวกับ
🔹 นโยบายพลังงานนิวเคลียร์ระดับชาติ
🔹 บทบาทและความรับผิดชอบของ NEPIO
🔹 กระบวนการดำเนินโครงการพลังงานนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากล
🔹 ประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ ในการพัฒนาโครงการพลังงานนิวเคลียร์

🗓️ การประชุมดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน และจะดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง IAEA Milestones Approach และยกระดับความพร้อมของเมียนมาสำหรับการพัฒนาโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต

📌 NEPIO เป็นองค์กรระดับชาติที่มีหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ สำหรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ โดยครอบคลุมประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน 19 ด้านตามกรอบการดำเนินงานของ IAEA

📰 ที่มาและรูปประกอบ: Myanmar International TV (MITV) 📅 10 มิถุนายน 2569

12/06/2026

☢️🔎 หากประเทศไทยจะมี SMR… เราควรเลือกเทคโนโลยีแบบใด?

ปัจจุบันมีแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) มากกว่า 80 แบบที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศทั่วโลก แต่ละแบบมีจุดเด่น ข้อจำกัด ระดับความพร้อม และต้นทุนที่แตกต่างกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เทคโนโลยีใดดีที่สุด” แต่คือ “เทคโนโลยีใดเหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด” 🇹🇭

🌍 เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถตอบคำถามดังกล่าวได้อย่างเป็นระบบ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้พัฒนาแนวทาง Reactor Technology Assessment (RTA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับประเมินและเปรียบเทียบเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์อย่างเป็นกลาง โดยพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ได้แก่

🛡️ ความปลอดภัยของเทคโนโลยี
⚙️ ความพร้อมและประสบการณ์การใช้งาน
⚡ ความเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของประเทศ
💰 ต้นทุนและรูปแบบการลงทุน
👨‍🔬 ความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน
♻️ การจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและกากกัมมันตรังสี

🌎 หลายประเทศได้นำแนวคิดลักษณะนี้มาใช้ในการตัดสินใจ เช่น

🇨🇦 แคนาดา ศึกษาและประเมินเทคโนโลยี SMR หลายรูปแบบ ก่อนเลือกสนับสนุนโครงการ BWRX-300 ของ GE Hitachi

🇵🇱 โปแลนด์ เปรียบเทียบเทคโนโลยีจากหลายผู้พัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพลังงานของประเทศ

🇪🇪 เอสโตเนีย จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาทางเลือกต่าง ๆ ก่อนคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าขนาดเล็กของประเทศ

🇹🇭 สำหรับประเทศไทย แนวคิดการประเมินและคัดเลือกเทคโนโลยี SMR ไม่ใช่เรื่องใหม่

📅 ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2558 นักวิจัยจากภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง “Technology Ranking of Small Modular Nuclear Reactors for Thailand”

📚 งานศึกษาดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความพยายามช่วงแรก ๆ ของประเทศไทยในการประเมินเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาปัจจัยด้านเทคนิค ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่งมีแนวคิดสอดคล้องกับหลักการของ Reactor Technology Assessment (RTA) ที่ IAEA ส่งเสริมในปัจจุบัน

🤝 ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญไทยจากหลายหน่วยงานยังคงเข้าร่วมกิจกรรมและการฝึกอบรมของ IAEA เกี่ยวกับ RTA อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินเทคโนโลยี SMR อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

💡 ท้ายที่สุด ไม่มีเทคโนโลยีใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกประเทศ แต่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทของแต่ละประเทศ และการตัดสินใจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยข้อมูล การวิเคราะห์ และการประเมินอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวทาง Reactor Technology Assessment ของ IAEA

🔍 การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม คือก้าวแรกสู่อนาคตพลังงานสะอาด มั่นคง และปลอดภัยของประเทศไทย 🇹🇭☢️💚

📖 ที่มา

📘 IAEA Nuclear Energy Series No. NP-T-1.10: Nuclear Reactor Technology Assessment for Near Term Deployment

📄สมบูรณ์ รัศมี และคณะ (2558) Technology Ranking of Small Modular Nuclear Reactors for Thailand วิศวกรรมสารฉบับวิจัยและพัฒนา ปีที่ 26 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม–กันยายน 2558) หน้า 108–118

12/06/2026

🇧🇩☢️🔍 IAEA ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมินโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Rooppur ก่อนเดินเครื่องเชิงพาณิชย์

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญเข้าปฏิบัติภารกิจ Operational Safety Review Team (OSART) ณ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Rooppur ของบังกลาเทศ ซึ่งเป็นการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยในช่วงที่โรงไฟฟ้ากำลังก้าวเข้าสู่ระยะเตรียมเดินเครื่อง

📅 ภารกิจดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่ 11–26 มิถุนายน 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศจะร่วมตรวจสอบด้านการบริหารจัดการ การเดินเครื่อง การบำรุงรักษา การฝึกอบรมบุคลากร และการเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อประเมินความสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของ IAEA

⚛️ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Rooppur ซึ่งใช้เทคโนโลยี VVER-1200 จากรัสเซีย ได้เริ่มบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์สำหรับหน่วยที่ 1 แล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบก่อนเริ่มผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ

✅ การตรวจประเมิน OSART ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของบังกลาเทศจะสามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยตามแนวปฏิบัติสากล

📌 ที่มา: The Daily Star (12 มิถุนายน 2026)

Photos from กองส่งเสริมและพัฒนาพลังงานภูมิภาค's post 12/06/2026

😄😄😄

12/06/2026

📣 ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมเปิดรับสมัครอาจารย์ใหม่ จำนวน 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (สัญชาติไทย) เพื่อร่วมพัฒนาการเรียนการสอน งานวิจัย และขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศไทย

☢️ คุณสมบัติและความเชี่ยวชาญที่ต้องการเบื้องต้น
• สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมนิวเคลียร์ (สัญชาติไทย) อายุไม่เกิน 45 ปี
• มีความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
• มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยด้าน Thermal-Hydraulics สำหรับระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการคำนวณด้าน Neutronics ในแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์
• มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactors: SMRs)

🌏 หากคุณมีความมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนากำลังคนด้านนิวเคลียร์ และทำงานร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมลุยไปกับเรา เพื่อขับเคลื่อนวิศวกรรมนิวเคลียร์ไทยสู่ระดับสากล

📌 รายละเอียดการรับสมัครอย่างเป็นทางการจะประกาศเร็ว ๆ นี้

📌 หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นการประชาสัมพันธ์เบื้องต้น รายละเอียดและกำหนดการรับสมัครอย่างเป็นทางการจะประกาศอีกครั้งในภายหลัง


#วิศวกรรมนิวเคลียร์

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


254 ถ. พญาไท วังใหม่ ปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00