26/08/2026
สวัสดีค่ะทุกคน! เวลาที่เรา “อยากได้” “อยากทำ” หรือ “มีความปรารถนา” ในใจ แล้วอยากบอกให้โลกรู้ ภาษาฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่คำเดียวโดด ๆ นะคะ แต่เขามีโครงสร้างการบอกความต้องการที่เรียกว่า Exprimer le besoin / le désir ที่มีระดับความรู้สึกและระดับความสุภาพต่างกันไปค่ะ
แล้วถ้าเราอยากแสดงความต้องการในสถานการณ์ต่าง ๆ ต้องเลือกใช้คำกริยาและโครงสร้างแบบไหนบ้าง? วันนี้สรุป 5 รูปแบบหลักที่ใช้บ่อยที่สุดมาให้แล้วค่ะ มาดูกันเลย!
รูปแบบที่ 1: บอกความต้องการตรงไปตรงมา (Vouloir + Infinitif)
ถ้าใจเราต้องการหรือตั้งใจจะทำอะไรแบบชัดเจน ตรงประเด็น ให้ใช้กริยา Vouloir ตามด้วยกริยารูปเดิม (Infinitif) ได้เลยค่ะ
ตัวอย่าง: Je veux apprendre le français. (ฉันอยากเรียนภาษาฝรั่งเศส) หรือ Nous voulons partir en vacances. (พวกเราอยากไปเที่ยวพักผ่อน)
เหมาะสำหรับ: การบอกความต้องการทั่วไปในชีวิตประจำวันแบบไม่อ้อมค้อมค่ะ
รูปแบบที่ 2: บอกความต้องการแบบสุภาพ นุ่มนวล (Aimer รูป Conditionnel)
ถ้าอยากขออะไรแบบน่ารัก มีมารยาท หรือแสดงความปรารถนาส่วนตัว ให้ใช้ J'aimerais + Infinitif ค่ะ จะช่วยลดความห้วนลงไปได้เยอะมาก
ตัวอย่าง: J'aimerais visiter le Canada. (ฉันอยาก/ปรารถนาจะไปเที่ยวแคนาดาจัง) หรือ J'aimerais avoir plus de temps libre. (อยากมีเวลาว่างมากกว่านี้จังค่ะ)
เหมาะสำหรับ: การสั่งของ ขอร้อง หรือพูดถึงความฝันแบบสุภาพค่ะ
รูปแบบที่ 3: แสดงความปรารถนาอย่างเป็นทางการ (Souhaiter + Infinitif)
ถ้าอยู่ในบริบทการทำงาน การเขียนอีเมล หรือติดต่อหน่วยงานราชการ ให้เปลี่ยนมาใช้กริยา Souhaiter ค่ะ จะได้ลุคที่เป็นมืออาชีพและเป็นทางการขึ้นมาทันที
ตัวอย่าง: Je souhaite participer à cette formation. (ดิฉันมีความประสงค์จะเข้าร่วมการอบรมนี้ค่ะ) หรือ Elle souhaite continuer ses études. (เธอประสงค์จะศึกษาต่อ)
เหมาะสำหรับ: ภาษาเขียน ติดต่องาน หรือเอกสารทางการค่ะ
รูปแบบที่ 4: อยากตามอารมณ์/ความรู้สึก ณ ตอนนั้น (Avoir envie de + Infinitif / Nom)
ถ้าจู่ ๆ เกิดความรู้สึกอยากทำอะไรขึ้นมา อารมณ์แบบ "เกิดอยากกินพิซซ่าขึ้นมาตอนนี้เลย!" สำนวนฮิตที่คนฝรั่งเศสพูดติดปากที่สุดคือ Avoir envie de ค่ะ
ตัวอย่าง: J'ai envie de manger une pizza. (โอ๊ย อยากกินพิซซ่าจัง) หรือ Nous avons envie de sortir ce soir. (คืนนี้พวกเราอยากออกไปข้างนอกจัง)
เหมาะสำหรับ: คุยกับเพื่อน พูดถึงฟีลลิ่ง ความอยากชั่วขณะในชีวิตประจำวันค่ะ
รูปแบบที่ 5: แสดงความหวังว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้น (Espérer que + Indicatif)
และรูปแบบสุดท้าย เวลาที่เราอยากให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น หรือหวังดีต่อใคร ให้ใช้ Espérer que ตามด้วยประโยคบอกเล่า (Indicatif) ค่ะ
ตัวอย่าง: J'espère que tu vas bien. (ฉันหวังว่าเธอจะสบายดีนะ) หรือ J'espère que je réussirai l'examen. (หวังว่าฉันจะสอบผ่านนะเนี่ย)
เหมาะสำหรับ: การอวยพร ให้กำลังใจ หรือแสดงความหวังในอนาคตค่ะ
เห็นไหมคะว่าการบอกความต้องการในภาษาฝรั่งเศสมีระดับความรู้สึกลูกเล่นเยอะมากใช่ไหมคะ แค่เราเลือกหยิบกริยาและโครงสร้างให้เหมาะกับคู่สนทนา ภาษาฝรั่งเศสของเราก็จะทั้งเป๊ะและดูเป็นธรรมชาติสุด ๆ เลยค่ะ
สุดท้ายขอฝากไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
24/08/2026
Coucou tout le monde! ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวไหนกันไหมคะ เวลาชาวฝรั่งเศสถามว่า Tu fais quoi ce week-end ? (วันหยุดทำอะไรบ้าง?) อย่าเพิ่งตอบว่านอนเปื่อยอยู่ห้องอย่างเดียวนะคะ วันนี้เรามาเก็บคลังคำศัพท์ Les activités du week-end หรือกิจกรรมวันหยุดสุดชิคในภาษาฝรั่งเศส C'est chic chic chic chic เริ่ด เริ่ด เลยแหละค่ะ
สายชิลล์ คาเฟ่ & แชะภาพ
prendre des photos (พร็องดร์ เด โฟโต) = ถ่ายรูป สายคอนเทนต์ต้องพูดคำนี้เลยค่ะ โพสท่าแล้วกดชัตเตอร์รัวๆ
prendre un café (พร็องดร์ เอิง กาเฟ) = ดื่มกาแฟ / นั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ นั่งคุยกับเพื่อนเก๋ๆ ในร้านกาแฟ
สายช้อปปิ้ง & เสพความรู้
faire du shopping (แฟร์ ดู ชอปปิง) = ไปช้อปปิ้ง วันหยุดทั้งที วงเงินบัตรเครดิตต้องทำงาน!
visiter un musée (วิซิเต เอิง มูเซ) = เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เดินดูไดโนเสาร์ เสพประวัติศาสตร์แบบมีคลาส
สายบันเทิง โรงหนัง & โรงละคร
aller au cinéma (อาเล โอ ซิเนมา) = ไปดูภาพยนตร์ ซื้อป๊อปคอร์นแล้วเข้าโรงหนังกันค่ะ
aller au théâtre (อาเล โอ เตอาตร์) = ไปโรงละคร เปลี่ยนฟีลไปดูละครเวทีสดๆ อินๆ
สายอาร์ตตัวแม่ & คอนเสิร์ตสุดมันส์
visiter une exposition (วิซิเต อูน เอ็กซ์โปซีซียง) = เยี่ยมชมนิทรรศการ เดินดูงานศิลปะสวยๆ แสงไฟละมุน
aller à un concert (อาเล อา เอิง กงแซร์) = ไปคอนเสิร์ต กรี๊ดให้สุดเสียง โยกตามจังหวะให้หายเหนื่อย
สายสุขภาพ & ธรรมชาติ
faire du vélo (แฟร์ ดู เวโล) = ปั่นจักรยาน สูดอากาศบริสุทธิ์ในสวน
faire une promenade (แฟร์ อูน พรอมนาด) = เดินเล่น จูงน้องหมาไปเดินรับลมชิลล์ๆ
สายเสพศิลป์ & ดูโชว์สุดอลังการ
assister à un spectacle (อาซิสเต อา เอิง สเปกตากล์) = เข้าชมการแสดง ไม่ว่าจะเป็นโชว์เต้น บัลเลต์ หรือการแสดงสด
visiter une galerie d'art (วิซิเต อูน กาเลอรี ดาร์) = เยี่ยมชมหอศิลป์ ถ่ายรูปกับภาพวาดแนวๆ ไว้อัปสตอรี่
เห็นไหมคะว่ากิจกรรมเยอะมาก วันหยุดหน้าใครมีแพลนทำกิจกรรมไหน ลองหยิบคำศัพท์เหล่านี้ไปแต่งประโยคหรือพูดบอกเพื่อนดูนะคะ
สุดท้ายขอฝากไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
23/08/2026
Coucou tout le monde! เวลาใช้ชีวิตประจำวัน อยู่บ้าน อยู่หอ จะพูดเปิดไฟ ปิดแอร์ เสียบสายชาร์จ หรือช่วยปิดประตูหน่อย แต่สมองดันช็อตฟีล นึกศัพท์ฝรั่งเศสไม่ออก บอกเลยว่าการจำศัพท์เดี่ยวๆ มันน่าเบื่อ แถมลืมง่ายมากค่ะ เทคนิคของคนเก๋คือเราต้องจำกันเป็น 'คู่ปรับตัวตรงข้าม' เจอแอ็กชันนี้ปุ๊บ คู่ตรงข้ามต้องเด้งขึ้นมาในหัวปั๊บ วันนี้จัดมาให้แบบเน้นๆ 5 คู่กริยากิจวัตรประจำวันยอดฮิต ที่รู้ไว้แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นล้านเปอร์เซ็นต์ มาดูกันเลยค่ะ!
คู่ที่ 1: ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
allumer (อาลูเม) = เปิดไฟ หรือเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า เดินเข้าห้องมืดๆ สั่งเลยค่ะ!
éteindre (เอต็องดร์) = ปิดไฟ หรือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ้นเดือนค่าไฟพุ่ง ตะโกนคำนี้ด่วน!
คู่ที่ 2: ช่องทางเข้า-ออก (ห้ามสับสนกับเครื่องใช้ไฟฟ้านะ!)
ouvrir (อูวรีร์) = เปิดประตู หรือเปิดหน้าต่าง รับลมชมวิว
fermer (แฟร์เม) = ปิดประตู หรือปิดหน้าต่าง ยุงจะเข้าบ้าน รีบใช้คำนี้เลย!
คู่ที่ 3: สายชาร์จและปลั๊กไฟ
brancher (บร็องเช) = เสียบปลั๊ก แบตจะหมด วิ่งหาเต้ารับแล้วลุย!
débrancher (เดอบร็องเช) = ถอดปลั๊ก แบตเต็มแล้ว เติม 'เดอ' ข้างหน้าแล้วดึงออกเลย จำง่ายมาก!
คู่ที่ 4: การสวมใส่และการถอด
mettre (เมตร์) = ใส่ สวมใส่ หรือวางไว้ แต่งตัวสวยๆ พร้อมออกจากบ้าน
enlever (อ็องเลอเว) = ถอดออก หรือเอาออก กลับถึงห้องเหนื่อยๆ ถอดชุดพักผ่อนทันที!
คู่ที่ 5: หยิบจับกับปล่อยวาง
prendre (พร็องดร์) = หยิบ เอา หรือรับประทาน คำสารพัดประโยชน์ เห็นอะไรน่ากินรีบคว้าเลย!
laisser (เลเซ) = ปล่อยไว้ หรือวางทิ้งไว้ ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากแตะ ก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ!
จำแบบแพ็กคู่แบบนี้ รับรองว่าเวลาเจอสถานการณ์จริง คำศัพท์จะไหลลื่นออกมาแบบอัตโนมัติแน่นอน ลองเอาไปฝึกพูดกันดูนะคะ สุดท้ายขอฝากไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
19/08/2026
สวัสดีค่ะทุกคน! ไหนใครเป็นสายรักธรรมชาติ หรือชอบแพ็กกระเป๋าออกเดินทางไปฮีลใจกันบ้างคะ? เวลาที่เราได้พาตัวเองไปยืนมองวิวสวยๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ มันช่างสุขหัวใจจริงๆ ใช่ไหมคะ? แต่เคยสงสัยไหมคะว่า เวลาคนฝรั่งเศสเขาพูดถึงภูเขา ทะเล ป่าไม้ หรือแม่น้ำ เขาใช้คำศัพท์คำไหนและออกเสียงกันยังไงบ้าง?
มาเริ่มกันที่ 'แก๊งภูเขา ป่าไม้ และที่สูง' กันก่อนเลยค่ะ:
คำที่ 1: la montagne (ลา มงตาญ) = ภูเขา
ตัวอย่าง: Nous adorons faire de la randonnée dans la montagne. (พวกเราชอบไปเดินป่าปีนเขาบนภูเขาค่ะ)
คำที่ 2: la colline (ลา โกลีน) = เนินเขา
ตัวอย่าง: Sa maison se trouve sur la colline. (บ้านของเขาตั้งอยู่บนเนินเขาค่ะ)
คำที่ 3: la forêt (ลา ฟอแร) = ป่าไม้
ตัวอย่าง: Les oiseaux chantent dans la forêt. (นกทั้งหลายร้องเพลงอยู่ในป่าค่ะ)
คำที่ 4: la vallée (ลา วาเล) = หุบเขา
ตัวอย่าง: Un petit village se cache dans la vallée. (มีหมู่บ้านเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาค่ะ)
คำที่ 5: la grotte (ลา กร็อต) = ถ้ำ
ตัวอย่าง: Les touristes visitent la grotte. (เหล่านักท่องเที่ยวกำลังไปเยี่ยมชมถ้ำค่ะ)
คำที่ 6: le volcan (เลอ โวลกอง) = ภูเขาไฟ
ตัวอย่าง: Ce volcan n'est plus en activité. (ภูเขาไฟลูกนี้ไม่ได้ปะทุแล้วค่ะ)
คำที่ 7: la plage (ลา ปลาช) = ชายหาด
ตัวอย่าง: Les enfants jouent sur la plage. (เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่บนชายหาดค่ะ)
คำที่ 8: la mer (ลา แมร์) = ทะเล
ตัวอย่าง: J'aime nager dans la mer. (ฉันชอบว่ายน้ำในทะเลค่ะ)
คำที่ 9: l'océan (โลเซออง) = มหาสมุทร
ตัวอย่าง: Le navire traverse l'océan. (เรือลำนั้นกำลังแล่นข้ามมหาสมุทรค่ะ)
คำที่ 10: l'île (ลีล) = เกาะ
ตัวอย่าง: Ils passent leurs vacances sur une île. (พวกเขาใช้วันหยุดพักผ่อนอยู่บนเกาะค่ะ)
คำที่ 11: la cascade (ลา กัสกาด) = น้ำตก
ตัวอย่าง: L'eau de la cascade est très fraîche. (น้ำที่น้ำตกเย็นชื่นใจมากๆ ค่ะ)
คำที่ 12: le lac (เลอ ลัก) = ทะเลสาบ
ตัวอย่าง: Nous faisons du bateau sur le lac. (พวกเราพายเรือเล่นกันในทะเลสาบค่ะ)
คำที่ 13: la rivière (ลา ริวิแยร์) = แม่น้ำสายเล็ก (ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำอื่น)
ตัวอย่าง: Il y a beaucoup de poissons dans cette rivière. (มีปลาเยอะมากในแม่น้ำสายนี้ค่ะ)
คำที่ 14: le fleuve (เลอ เฟลิฟ) = แม่น้ำสายใหญ่ (ไหลออกสู่ทะเลโดยตรง)
ตัวอย่าง: La Seine est un grand fleuve en France. (แม่น้ำแซนเป็นแม่น้ำสายใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสค่ะ)
คำที่ 15: le désert (เลอ เดแซร์) = ทะเลทราย
ตัวอย่าง: Il fait très chaud dans le désert. (อากาศร้อนมากในทะเลทรายค่ะ)
คำที่ 16: la campagne (ลา ก็องปาญ) = ชนบท
ตัวอย่าง: Mes grands-parents habitent à la campagne. (คุณปู่คุณย่าของฉันอาศัยอยู่ในชนบทค่ะ)
หวังว่าบทนำเสนอนี้จะช่วยให้ทุกคนจำคำศัพท์หมวดธรรมชาติและภูมิประเทศทั้ง 16 คำนี้ได้อย่างขึ้นใจ และมีความสุขกับการฝึกออกเสียงไปพร้อมๆ กับการเรียนภาษาฝรั่งเศสนะคะ
สุดท้ายขอฝากไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
11/08/2026
Bonjour ทุกคนค่ะ! Joyeuse Fête des Mères à toutes les mamans ! สุขสันต์วันแม่นะคะ
เชื่อว่าวันนี้หลายๆ คนคงกำลังเตรียมพวงมาลัยดอกมะลิหอมๆ หรือพาคุณแม่ไปทานของอร่อยๆ กันอยู่ใช่ไหมคะ? แต่ไหนๆ ก็เป็นสายฝรั่งเศสกันแล้ว เคยสงสัยไหมคะว่า... วันแม่ที่ไทย กับ วันแม่ที่ฝรั่งเศส เขาเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง? วันนี้เลยแอบหยิบเรื่องน่ารักๆ ของทั้งสองประเทศมาเล่าให้ฟังกันค่ะ!
เริ่มที่บ้านเราก่อนเลย วันแม่ของเรา ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้เลยคือดอกมะลิ ที่ส่งกลิ่นหอมบริสุทธิ์ สื่อถึงความรักของแม่ที่ไม่เคยเลือนหาย
ข้ามฝั่งไปที่ประเทศฝรั่งเศส (La Fête des Mères) ฝั่งนู้นวันแม่เขาไม่มีวันที่แน่นอนนะคะ งงล่ะสิ? เพราะเขาจะจัดกันใน วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมค่ะ
ส่วนเรื่องของขวัญ ฝรั่งเศสเขาไม่มีดอกไม้ประจำวันแม่แบบตรงตัวเหมือนมะลิบ้านเราค่ะ แต่คนส่วนใหญ่นิยมให้ ช่อดอกไม้สด การ์ดน่ารักๆ หรือเค้กรูปหัวใจ
เห็นไหมคะว่า... ถึงวันที่และวัฒนธรรมจะต่างกันคนละซีกโลก แต่สิ่งที่เหมือนกันเป๊ะแบบ 100% ก็คือ ความรักและความขอบคุณที่ลูกๆ มีให้แม่ นั่นเองค่ะ!
วันแม่ปีนี้ ไม่ว่าจะบอกรักแม่ด้วยพวงมาลัยมะลิหอมๆ หรือเดินไปบอกแม่สั้น ๆ ว่า J'aime ma maman ก็อย่าลืมส่งต่อความอบอุ่นให้คุณแม่กันเยอะ ๆ นะคะ Joyeuse Fête des Mères à toutes les mamans !
11/08/2026
ทุกคนคะ เคยได้ยินคำว่า bo**er หรือ kiffer ไหม หลายคนอาจเคยได้ยินคำเหล่านี้จากหนัง ซีรีส์ เพลง หรือจากการคุยกับเจ้าของภาษา แต่มันแปลว่าอะไร แล้วเราจะใช้เมื่อไหร่ ใช้ได้หรือไม่ และเหมาะกับสถานการณ์แบบใด
คำเหล่านี้เรียกว่า “คำสแลง” หรือ langage familier ซึ่งเป็นคำที่เจ้าของภาษาใช้กันจริงในชีวิตประจำวัน ไม่เป็นทางการเท่าภาษาหนังสือ แต่ก็ไม่ใช่ภาษาหยาบคาย มักใช้ในการพูดคุยกับเพื่อน คนรู้จัก หรือในบริบทสบาย ๆ เช่น บทสนทนาทั่วไป ข้อความแชต หรือโซเชียลมีเดีย
การที่เรารู้จักคำสแลงช่วยให้พูดภาษาฝรั่งเศสได้เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน หรือการสนทนา และช่วยให้การใช้ภาษาฟังดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเหมือนภาษาหนังสือพวกCosmopoliteใด ๆ
วันนี้เรามาดูตัวอย่างคำสแลงภาษาฝรั่งเศสที่นิยมใช้จำนวน 16 คำ เพื่อช่วยให้ภาษาของเราค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับภาษาฝรั่งเศสใน สุดท้ายขอฝากไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
08/08/2026
Salut à tous! ทุกคนเคยสงสัยไหมคะว่า ในภาษาฝรั่งเศสเวลาที่เราอยากจะพูดประโยคสั้นๆ แต่ไม่อยากพูดชื่อสิ่งของหรือชื่อคนซ้ำไปซ้ำมาให้มันดูเยิ่นย้อ เราจะทำยังไงกันดี? คำตอบก็คือเราต้องรู้จักกับ COD หรือที่มีชื่อเต็มสุดหรูว่า Complément d'objet direct นั่นเองค่ะ
เจ้า COD หรือ กรรมตรง เนี่ย จริงๆ แล้วไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ เลยก็คือ มันคือคำนามที่มารับการกระทำจากกริยาโดยตรง และจุดสังเกตสำคัญที่สุดที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลยก็คือ ระหว่างกริยากับกรรมจะต้องไม่มีคำบุพบท หรือ préposition มาคั่นกลางแม้แต่ตัวเดียว เวลาเราอยากรู้ว่าในประโยคไหนคือ COD ให้เราลองถามคำถามง่ายๆ หลังกริยาด้วยคำว่า Qui? (ใคร) หรือ Quoi? (อะไร) ดูค่ะ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ นะคะ สมมติเราพูดว่า Je mange une pomme. (ฉันกินแอปเปิ้ล) ให้ลองถามตัวเองดูค่ะว่า Je mange quoi? (ฉันกินอะไร?) คำตอบก็คือ une pomme ดังนั้น une pomme นี่แหละค่ะคือ COD! หรือถ้าเป็นคน เช่น Il regarde Marie. (เขามองมารี) พอลองถามว่า Il regarde qui? (เขามองใคร?) คำตอบก็คือ Marie ซึ่งเป็น COD เช่นกันค่ะ!
และความสนุกมันอยู่ตรงนี้ค่ะทุกคน! เวลาที่เราไม่อยากพูดคำว่า une pomme หรือ Marie ซ้ำอีกรอบ เราก็สามารถนำ Pronoms COD อย่าง me, te, le, la, nous, vous, les เข้ามาแทนที่ได้เลย ซึ่งเวลาเอามาแทนที่ จำไว้ง่ายๆ เลยนะคะว่า ตำแหน่งของคำสรรพนาม COD จะต้องย้ายมาวางไว้หน้ากริยาเสมอ! เช่น จาก Je mange la pomme. พอใช้สรรพนามแทนก็จะกลายเป็น Je la mange. (ฉันกินมัน) หรือ Il regarde Marie. ก็จะกลายเป็น Il la regarde. (เขามองเธอ) เห็นไหมคะว่าประโยคดูสั้นลง สละสลวย และดูเป็นเจ้าของภาษาขึ้นมาทันทีเลย!
สรุปCOD ในวันนี้ก็คือ "โดนทำโดยตรง + ไม่มี préposition คั่น + ย้ายสรรพนามไปไว้หน้ากริยา" เพียงแค่นี้ทุกคนก็สามารถแต่งประโยคภาษาฝรั่งเศสได้อย่างมั่นใจ และเริ่ดสุด ๆ แล้วค่ะ Merci beaucoup
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
06/08/2026
Bonsoir tout le monde! เคยไหมคะ เวลาจะเม้าท์หรือแสดงความเห็นกับเพื่อนชาวฝรั่งเศส แล้วนึกคำไม่ถูก ได้แต่พยักหน้า Oui, oui อย่างเดียว?
วันนี้เราจะมาเปลี่ยนเรื่องนี้กันค่ะ กับหัวข้อ Comment peut-on donner son avis หรือ เราจะแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างไรได้บ้าง รวม 6 ประโยคเด็ดใช้ได้จริง พูดแล้วดูเริ่ด เป็นมาดามโบวารีเลยแหละค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ
เริ่มกันที่คำแรก ตัวเบสิกยอดฮิต! กริยา 'penser' (ป็องเซ) แปลตรงตัวว่า 'คิด' ค่ะ
เวลาจะบอกว่า 'ฉันคิดว่า...' ให้พูดโครงสร้างนี้เลย: Je pense que... (ฌอ ป็องส์ เกอ) แล้วตามด้วยประโยคเต็มที่มีประธานและกริยาค่ะ
มาต่อกันที่กริยาตัวที่สอง 'trouver' (ทรูเว่) แปลตรงตัวแปลว่า 'หาเจอ/พบ' แต่พอเอามาใช้แสดงความคิดเห็น จะหมายถึง ฉันรู้สึกว่า หรือเป็นการประเมินสิ่งต่างๆ จากประสบการณ์เราค่ะ
โครงสร้างคือ: Je trouve que... (เฌอ ทรูฟ เกอะ)
ลองจินตนาการว่าไปทานอาหารร้านดังในรูป แล้วประทับใจสุดๆ พูดว่า: Je trouve que ce restaurant est excellent.
(เฌอ ทรูฟ เกอะ เซอ เครสโตร็อง เอ เอกเซอล็องต์) — ฉันรู้สึกว่าร้านนี้เลิศมาก!
ถัดมาคือคำว่า 'croire' (ครัวร์) แปลว่า 'เชื่อ' ค่ะ คำนี้เหมาะมากเวลาเราอยากแสดงความคิดเห็นหรือคาดเดาอะไรที่เรายังไม่แน่ใจเต็มร้อย แต่ใจเราเชื่อว่าจะเป็นแบบนั้น!
โครงสร้างคือ: Je crois que... (เฌอ ตรัว เกอะ)
เช่น Je crois que nous allons réussir. (เฌอ ครัว เกอะ นู ซาลง เครอุสซีร์) — ฉันเชื่อว่าพวกเราทำสำเร็จแน่นอน!
เอาล่ะค่ะนอกจากกริยาแล้ว เรามาดูวลีเริ่ด ๆ กันบ้างวลีแรกคือ 'À mon avis' (อา มง นาวี) แปลว่า 'ในความคิดเห็นของฉัน...' อันนี้เอาไว้เกริ่นก่อนพูดความเห็นส่วนตัวได้เลยค่ะ
โครงสร้างง่ายมาก: À mon avis, + ประโยค
เช่น À mon avis, il faut voyager davantage.
(อา มง นาวี, อิ้ล โฟ โว ยาจเฌ่ ดาว็องตาช) — ในความคิดฉันนะ เราควรรอบโลกหรือเดินทางให้เยอะขึ้น
วลีต่อมานั่นคือ 'Selon moi' (เซอ ลง มัว) แปลว่า 'สำหรับฉัน...' หรือ 'ตามมุมมองของฉัน...' ใช้แสดงความเห็นแบบเป็นกลาง ไม่ก้าวร้าว
โครงสร้าง: Selon moi, + ประโยค
Selon moi, il est important de faire du sport.
(เซอ ลง มัว, อิล เล แอ็งปอร์ ต็อง เดอ แฟร์ ดู สปอร์) — สำหรับฉัน การเล่นกีฬาเป็นเรื่องสำคัญมากนะ
เดินทางมาถึงตัวสุดท้ายแล้วค่ะ! วลีนี้สั้นสรุปง่าย และเน้นความรู้สึกส่วนตัวเน้น ๆ นั่นคือ 'Pour moi' (ปูร์ มัว) แปลว่า 'สำหรับฉัน...'
โครงสร้าง: Pour moi, + ประโยค
Pour moi, la famille est très importante.
(ปูร์ มัว, ลา ฟามิล เอ เทร แซ็งปอร์ ต็องต์) — สำหรับฉัน ครอบครัวสำคัญที่สุดเลยค่ะ
เห็นไหมคะว่าการแสดงความคิดเห็นภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ยากเลย! มีทั้ง Je pense que, Je trouve que, Je crois que, À mon avis, Selon moi และ Pour moi
ลองเลือกประโยคที่ชอบไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูนะคะ แล้วไหนลองคอมเมนต์บอกเป็นภาษาฝรั่งเศสหน่อยสิคะว่าสไลด์วันนี้เป็นยังไงบ้าง? เช่น Je trouve que c'est super !
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
03/08/2026
สวัสดีค่ะทุกคน! เคยเป็นไหมคะ? เวลาเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส ครูมักจะสอนให้ใช้ ne...pas เวลาจะเปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธ พอเรียนไปเรื่อย ๆ กลับเจอ jamais, plus, rien, personne เพิ่มเข้ามาอีก จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าเมื่อไหร่ควรใช้แต่ละตัว
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ 5 รูปแบบของประโยคปฏิเสธที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาฝรั่งเศส พร้อมตัวอย่างที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเลยค่ะ
แบบที่ 1 : ใช้ Ne...pas (ไม่...)
นี่คือประโยคปฏิเสธพื้นฐานที่สุด และเป็นโครงสร้างแรกที่ผู้เรียนภาษาฝรั่งเศสทุกคนต้องเจอค่ะ ใช้ปฏิเสธประโยคทั่วไป เหมือนคำว่า "ไม่..." ในภาษาไทย หรือ not ในภาษาอังกฤษ
โครงสร้าง : Sujet + ne + verbe + pas
ตัวอย่าง
Je ne parle pas français. (ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้)
Il n'habite pas à Paris. (เขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่ปารีส)
แบบที่ 2 : ใช้ Ne...jamais (ไม่เคย)
ถ้าอยากบอกว่า "ไม่เคย" หรือพูดถึงสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย อย่าเพิ่งใช้ ne...pas นะคะ เพราะภาษาฝรั่งเศสมีโครงสร้างที่ใช้เฉพาะสำหรับการพูดถึง ประสบการณ์ หรือ ความเคยชิน นั่นก็คือ Ne...jamais ค่ะ
โครงสร้าง : Sujet + ne + verbe + jamais
ตัวอย่าง
Je ne bois jamais de café. (ฉันไม่เคยดื่มกาแฟ)
Il ne regarde jamais la télévision. (เขาไม่เคยดูโทรทัศน์)
แบบที่ 3 : ใช้ Ne...plus (ไม่...อีกแล้ว)
โครงสร้างนี้ใช้เมื่อเราต้องการสื่อว่า เมื่อก่อนเคยทำ เคยมี หรือเคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่แล้ว จึงมักแปลว่า "ไม่...อีกแล้ว" หรือ "เลิก...แล้ว" นั่นเองค่ะ
โครงสร้าง : Sujet + ne + verbe + plus
ตัวอย่าง
Je ne fume plus. (ฉันไม่สูบบุหรี่อีกแล้ว)
Il ne travaille plus ici. (เขาไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว)
แบบที่ 4 : ใช้ Ne...rien (ไม่มีอะไร / ไม่...อะไรเลย)
เวลาที่เราพูดถึง สิ่งของ เรื่องราว หรือเหตุการณ์ และต้องการบอกว่า "ไม่มีอะไร" หรือ "ไม่...อะไรเลย" ภาษาฝรั่งเศสจะใช้ Ne...rien ค่ะ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน
โครงสร้าง : Sujet + ne + verbe + rien
ตัวอย่าง
Je ne comprends rien. (ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย)
Elle ne dit rien. (เธอไม่พูดอะไรเลย)
แบบที่ 5 : ใช้ Ne...personne (ไม่มีใคร / ไม่...ใครเลย)
หลังจากรู้จัก Ne...rien กันแล้ว มาดูอีกโครงสร้างที่หลายคนสับสนกันบ่อย นั่นก็คือ Ne...personne ค่ะ
โครงสร้าง : Sujet + ne + verbe + personne
ตัวอย่าง
Je ne connais personne ici. (ฉันไม่รู้จักใครที่นี่เลย)
Elle ne voit personne. (เธอไม่เห็นใครเลย)
จะเห็นได้ว่าแต่ละโครงสร้างมีหน้าที่แตกต่างกัน ไม่สามารถใช้แทนกันได้เสมอไป ดังนั้น ยิ่งเข้าใจความหมายและบริบทของแต่ละแบบ ก็จะยิ่งเลือกใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพูดภาษาฝรั่งเศสได้เหมือนเจ้าของภาษามากขึ้นค่ะ สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
31/07/2026
เคยเป็นไหมคะ? เวลาไปเที่ยวฝรั่งเศส สิ่งที่หลายคนกังวลที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ "การสั่งอาหารในร้านอาหาร" เพราะกลัวพูดผิด กลัวสื่อสารไม่เข้าใจ หรือไม่รู้ว่าควรใช้ประโยคไหนให้สุภาพ
จริง ๆ แล้ว การสื่อสารในร้านอาหารไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ คนฝรั่งเศสเองก็ใช้ประโยคเดิม ๆ อยู่ไม่กี่โครงสร้าง ตั้งแต่การขอโต๊ะ ขอเมนู สั่งอาหาร ขอของเพิ่มเติม ไปจนถึงการขอเช็กบิล
วันนี้เราจะมาดู 5 สถานการณ์สำคัญ พร้อมประโยคที่ใช้ได้จริงในร้านอาหาร ถ้าจำได้ รับรองว่าสามารถนำไปใช้ได้ทันทีค่ะ
1. Demander une table (การขอโต๊ะ)
เมื่อเดินเข้าร้านอาหาร สิ่งแรกที่ต้องทำคือการขอโต๊ะ ซึ่งประโยคที่สุภาพและนิยมใช้มากที่สุดคือการใช้กริยา vouloir ในรูป Conditionnel présent
โครงสร้าง
Je voudrais + nom
ตัวอย่าง
Je voudrais une table en terrasse.
(เฌอ วูเดร อูน ตาบล์ อ็อง แตร์ราส)
ฉันต้องการโต๊ะด้านนอกครับ/ค่ะ
หากเห็นโต๊ะว่างและอยากถามว่าสามารถนั่งได้หรือไม่ สามารถใช้กริยา pouvoir
Est-ce que nous pouvons + infinitif ?
ตัวอย่าง
Est-ce que nous pouvons nous installer ici ?
(เอส-เคอ นู ปูวง นู ซ็องสตาเล อิซี)
พวกเราสามารถนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ/คะ
2. Demander la carte (การขอเมนู)
หลังจากได้นั่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการขอเมนู
ประโยคที่ง่ายที่สุดคือ
La carte, s'il vous plaît.
(ลา การ์ต ซิล วู เปล)
ขอเมนูด้วยครับ/ค่ะ
หากต้องการพูดให้สุภาพมากขึ้น สามารถใช้กริยา pouvoir ในรูป Conditionnel
Pourriez-vous nous apporter la carte ?
(ปูริเย วู นู ซาปอร์เต ลา การ์ต)
รบกวนเอาเมนูมาให้พวกเราได้ไหมครับ/คะ
3. Commander (การสั่งอาหาร)
เวลาสั่งอาหาร คนฝรั่งเศสมักหลีกเลี่ยงการพูด Je veux เพราะฟังดูตรงเกินไป แต่จะใช้ Je voudrais หรือ Je vais prendre แทน
ตัวอย่าง
Je voudrais le poulet rôti.
(เฌอ วูเดร เลอ ปูเล โรตี)
ผม/ฉันขอไก่อบครับ/ค่ะ
Je vais prendre le steak.
(เฌอ เวอ ปรองดร์ เลอ สเต็ก)
ผม/ฉันจะเอาสเต๊กครับ/ค่ะ
อีกประโยคหนึ่งที่ได้ยินบ่อยในร้านอาหารคือ
Pour moi, ce sera le poisson.
(ปูร์ มัว เซอ เซอรา เลอ ปัวซง)
สำหรับผม/ฉัน เอาปลาครับ/ค่ะ
4. Demander pendant le repas (การขอความช่วยเหลือระหว่างรับประทานอาหาร)
หากต้องการขอของเพิ่มเติม เช่น ขนมปัง น้ำ หรือช้อน สามารถใช้ประโยคต่อไปนี้
Pourriez-vous nous apporter du pain ?
(ปูริเย วู นู ซาปอร์เต ดู แปง)
รบกวนเอาขนมปังมาให้หน่อยได้ไหมครับ/คะ
Pourriez-vous nous apporter de l'eau ?
(ปูริเย วู นู ซาปอร์เต เดอ โล)
รบกวนเอาน้ำมาให้หน่อยได้ไหมครับ/คะ
อีกโครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ
Est-ce que je peux avoir... ?
ตัวอย่าง
Est-ce que je peux avoir une cuillère ?
(เอส-เคอ เฌอ เปอ อาวัวร์ อูน กุยแยร์)
ผม/ฉันขอช้อนหนึ่งคันได้ไหมครับ/คะ
Est-ce que je peux avoir une serviette ?
(เอส-เคอ เฌอ เปอ อาวัวร์ อูน แซร์เวียต)
ผม/ฉันขอผ้าเช็ดปากได้ไหมครับ/คะ
5. Demander l'addition et payer (การขอเช็กบิลและชำระเงิน)
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาขอเช็กบิล
ประโยคที่ควรจำคือ
L'addition, s'il vous plaît.
(ลาดิซียง ซิล วู เปล)
ขอเช็กบิลด้วยครับ/ค่ะ
หากต้องการชำระด้วยบัตร สามารถพูดว่า
Puis-je payer par carte ?
(ปุย-เฌอ เปเย ปาร์ การ์ต)
สามารถชำระด้วยบัตรได้ไหมครับ/คะ
หากไปหลายคน อาจต้องแจ้งว่าจะจ่ายรวมกันหรือแยกกัน
On paie ensemble.
(อง เป แอ็องซ็องเบิล)
จ่ายรวมกันครับ/ค่ะ
On paie séparément.
(อง เป เซปาเรม็อง)
จ่ายแยกกันครับ/ค่ะ
หวังว่าบทเรียนนี้จะช่วยให้ทุกคนมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องเข้าร้านอาหารที่ฝรั่งเศส จะเห็นว่าการสื่อสารในสถานการณ์นี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงจำโครงสร้างสำคัญไม่กี่แบบ เช่น Je voudrais..., Pourriez-vous..., Je vais prendre... และ L'addition, s'il vous plaît. ก็สามารถสื่อสารได้อย่างสุภาพและเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส