26/06/2026
วันนี้เราจะมาไขปริศนาที่ทำให้นักเรียนภาษาฝรั่งเศสตึ้บกันมานักต่อนัก นั่นคือเรื่อง Les Adjectifs Possessifs หรือคำที่ใช้บอกว่า 'ของใคร' นั่นเอง วันนี้เราจะสรุปให้จบ เข้าใจง่าย
กฎเหล็กข้อแรกที่ต้องจำคือ ‘ฝรั่งเศสเลือกคำตามเพศของสิ่งของ ไม่ใช่เพศคนพูด’ เช่น หนังสือเป็นเพศชาย ต่อให้เจ้าของเป็นผู้หญิง ก็ต้องใช้ Son livre
แต่ระวังกับดักนะคะ ปกติคำนามเพศหญิงต้องใช้ Ma, Ta, Sa ใช่ไหม? แต่ถ้าคำนั้นขึ้นต้นด้วย สระ (A, E, I, O, U, Y) หรือตัว H เงียบ เราต้องเปลี่ยนไปใช้ Mon, Ton, Son แทน เพื่อให้เสียงมันไม่สะดุดค่ะ เช่น แทนที่จะพูดว่า Ma amie เราจะพูดว่า Mon amie แทน
จุดระวังที่สอง! ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าประธานเป็นคนทำเอง ไม่ต้องใส่คำแสดงความเป็นเจ้าของ ให้ใช้ le, la, les แทนได้เลย เช่น J'ai mal à la tête. (ฉันปวดหัว)
สำหรับคำว่า On ถ้าแปลว่า 'พวกเรา' ให้ใช้ Notre/Nos แต่ถ้าแปลว่า 'คนเราทั่วไป' ให้ใช้ Son/Sa/Sesนะคะ
สุดท้ายคือเรื่องการออกเสียงครับ อย่าลืมการ Liaison (เชื่อมเสียง)นะคะ เช่น Mon_ami เสียง 'น' ต้องไปแตะที่ 'อามี' หรือ Mes_idées เสียง 'ส' จะกลายเป็นเสียง 'Z' ทันที แต่ระวังตัว H-Aspiré นะคะ เช่นคำว่า Héros (ฮีโร่) ห้ามเชื่อมเสียงเด็ดขาด ให้เว้นวรรคสวยๆ ว่า Mes héros ค่ะ
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
21/06/2026
Salutttttttttt วันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับคำคุณศัพท์บอกลักษณะนิสัยในภาษาฝรั่งเศสค่ะหรือ les adjectifs de personnalité จริง ๆ แล้ว เวลาที่เรารู้จักใครสักคน สิ่งแรกที่เราสังเกตอาจไม่ใช่หน้าตา แต่เป็นนิสัยของเขาค่ะ แล้วเราจะอธิบายถึงบุคลิก ลักษณะนิสัยเขาอย่างไรละคะ มาดูกันค่ะ
โครงสร้างพื้นฐานง่ายมาก คือ Sujet + être + adjectif
หรือก็คือ ประธาน + être + คำคุณศัพท์ นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างเช่น
Je suis timide. ฉันขี้อาย
Tu es gentil. เธอใจดี
โอ๊ะแล้วที่สิ่งที่สำคัญนะคะ คำคุณศัพท์มักเปลี่ยนรูปตาม “เพศ” และ “จำนวน” ค่ะ
เช่น gentil → gentille
sérieux → sérieuse
bavard → bavarde
ดังนั้นถ้าคำนามหรือประธานเป็นผู้ชาย เราจะใช้รูปหนึ่ง
แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องเปลี่ยนอีกรูปค่ะ
ตัวอย่างเช่น
Paul est gentil. ปอลเป็นคนใจดี
แต่ถ้าเป็นผู้หญิง จะกลายเป็น
Marie est gentille. มารีเป็นคนใจดี
ดังนั้น เวลาใช้ adjectif ในภาษาฝรั่งเศส นอกจากจะต้องจำความหมายแล้ว ยังต้องสังเกตเพศของประธานด้วยค่ะ ห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะคะ
ถ้าอย่างนั้นแล้วไปดูตัวอย่างคำและการใช้จากในรูปได้เลยนะคะทุกคน
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝากเพจเล็ก ๆ ของเรา Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350 บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
18/06/2026
เวลามีคนฝรั่งเศสมาชวนไปเที่ยว เราจะตอบรับหรือปฏิเสธยังไงดีคะ มามุงตรงนี้เลยรวมมาให้แล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการชวน การตอบรับ หรือการปฏิเสธ เรามาดูอะไรที่très utile เป็นประโยชน์มาก ๆ ค่ะ จำโครงสร้างไปใช้ค่ะ โครงสร้างประโยคสำหรับ เชิญชวน, ตอบรับ และปฎิเสธ
La Structure de phrase pour inviter, accepter et refuser
เรามาเริ่มจากการชวนกันก่อนนะคะ
1 ใช้กริยาตัวพื้นฐานที่ทุกคนรู้จักนั่นก็คือ « dire » : Sujet + Verbe, Ça (te/vous) dit ?
ตัวอย่างเช่น on va à la campagne ce week-end. Ça te dit ?
อง วา อา ลา กอม-ปาน เซอ วีก-เกนดฺ์. ซา เตอ ดี ?
เราจะไปชนบทสุดสัปดาห์นี้ เธอว่าไง?
2 ใช้กริยาที่นิยมใช้กัน« tenter » : Sujet + Verbe, Ça (te/vous) tente?
ตัวอย่าง un week-end à la plage, ça te tente ?
แอง วีก-เกนดฺ์ อา ลา ปลาจฺ, ซา เตอ ต็องต์ ?
สุดสัปดาห์หนึ่งไปทะเลกันไหม เธอสนใจไหม?
3 ใช้กริยาที่ทุกคนรู้จัก « inviter » : sujet + (t'/ vous) + v. inviter à + lieu
เช่น Ce soir, je t'invite au resto.
เซอ ซัว, เฌอ แตง-วิต โอ เครส-โต.
เย็นนี้ฉันชวนเธอไปกินข้าว
เมื่อเราชวนเป็นแล้ว เราก็ต้องมาดูการตอบรับ จัดมาให้ดูกันง่าย ๆ เลยค่ะ 3 ประโยค
1 Oh oui, quelle bonne idée !
โอ วุย, แกล์ บอน อิ-เด !
โอ้ ใช่เลย ไอเดียดีมาก!
2 Oh merci, j'accepte avec grand plaisir !
โอ เมร์-ซี, ฌัก-เซปต์ อา-แว็ก กรอง เพล-ซีร์ !
โอ ขอบคุณมาก ๆ เลย ฉันยอมรับด้วยความยินดีอย่างยิ่ง!
3 Quelle merveilleuse idée, je serai ravi de participer.
แกล แมร์-เวย-เอิส อิ-เด, เฌอ เสอ-เคร่ คราวี เดอ ปาร์-ติ-ซี-เป้.
ช่างเป็นไอเดียที่ดีเหลือเกิน ฉันจะดีใจมากที่ได้เข้าร่วมครับ
ส่วนถ้าไม่ว่าง หรือไม่อยากไปเราจะปฏิเสธอย่างไรดี
1 Je suis désolé, c'est très gentil, mais je ne suis pas libre !
เฌอะ ซุย เด-โซ-เล, เซ แทร้ ฌ็อง-ติ, เม เฌอ เนอ ซุย ปา ลีบรฺ !
ฉันขอโทษนะ มันน่ารักมากเลย แต่ฉันไม่ว่างจริง ๆ !
2 Ah quel dommage ! Je suis désolé mais je suis occupé !
อา แกล โด-มาจฺ ! เฌอ ซุย เด-โซ-เล เม เฌอ ซุย โอ-คู-เป้ !
อา น่าเสียดายจัง! ขอโทษนะ แต่ฉันติดธุระอยู่!
3 Malheureusement, je ne peux pas.
มัล-เลอ-เคริส-ม็อง, เฌอ เนอ เปอ ปา.
น่าเสียดาย แต่ฉันทำไม่ได้ / ฉันไปไม่ได้
นี่นะคะก็คือวิธีการชวน การตอบรับ และการปฏิเสธในภาษาฝรั่งเศส
แถมอันนี้เอาไว้พูดแซ็วแล่น ๆ " ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย Pas libre, ça veut pas dire pas jolie. (ปะ ลีบรฺ, ซา เวอ ปา ดี ปา โฌลี.) " ดังนั้นใครมาชวนก็แอบเล่น ๆ ตัวหน่อยสักนิด โปรยเสน่ห์ หน่อย ๆ เพราะ ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 300บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
15/06/2026
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เรามาเปิดคัมภีร์ตัวแม่กับการดูแลลูกค้าในร้านนวด หรือ Salon de massage แบบรวดเดียวจบกันค่ะ!
เริ่มที่ก้าวแรกลูกค้าเดินเข้าร้านปุ๊บ L'accueil du client (ลักเกย ดู กลีย็อง) ทักทายสวยๆ เลยค่ะ 'Bonjour Madame/Monsieur, bienvenue dans notre salon de massage.' (บงชูร์ มาดาม/เมอซีเยอ, เบียงเวอนือ ดอง น็อทร์ ซาลง เดอ มาสซาจ) ยินดีต้อนรับค่ะ! แล้วรีบเช็กคิวทันที 'Avez-vous une réservation ?' (อาเว-วู อูน แซร์วาซียง) ได้จองไว้ไหมคะคุณพี่?
พอเข้าเรื่องสอบถามความต้องการ L'identification des besoins (ลิด็องติฟีกาซียง เด เบอซวง) ก็ถามเลยค่ะว่า 'Quel type de massage recherchez-vous ?' (แกล ทิป เดอ มาสซาจ เรอแชร์เช-วู) อยากนวดแบบไหนดีคะวันนี้?
แต่ก่อนจะลงมือนวด สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ La vérification de l'état de santé (ลา เวริฟีกาซียง เด เลตา เดอ ซองเต) เช็กเรื่องสุขภาพความปลอดภัยค่ะ ยิงคำถามเซฟตัวเองและลูกค้าไปเลยว่า 'Êtes-vous allergique à certaines huiles ?' (แอต-วู อาแลร์ฌิก อา แซร์แตน อุยล์) แพ้น้ำมันตัวไหนไหมคะ?
เมื่อเคลียร์ชัด ก็ถึงเวลาป้ายยาขายคอร์สค่ะ La présentation des prestations (ลา เพรเซินตาซียง เด เปรสตาซียง) 'Je vous recommande notre massage thaï traditionnel.' (เฌอ วู เรอกอมม็องด์ น็อทร์ มาสซาจ ไท ทราดิซิอแนล) แนะนำนวดไทยดั้งเดิมเลยค่ะ แล้วเช็กความฟินว่า 'Cette formule vous convient-elle ?' (แซ็ต ฟอร์มูล วู กงเวียง-แตล) คอร์สนี้โอเคไหมคะ? พอตกลงปุ๊บก็พาลูกค้าเข้าห้องนวด L'installation du client (ล็องสตาลาซียง ดู กลีย็อง) พูดเก๋ๆ ว่า 'Veuillez me suivre, s'il vous plaît.' (เวอเยอ เมอ ซวีฟร์ ซิล วู เปล) ตามน้องมาเลยค่ะ
ไฮไลท์ความใส่ใจอยู่ตรงนี้ค่ะ ระหว่างนวดต้องมี Le suivi pendant la séance (เลอ ซวีวี ป็องด็อง ลา เซอ็องส์) คอยถามน้ำหนักมือเรื่อยๆ ว่า 'La pression vous convient-elle ?' (ลา เปรสซียง วู กงเวียง-แตล) แรงนวดโอเคไหมคะคุณพี่? เจ็บไปบอกได้นะ!
พอนวดเสร็จปุ๊บ La fin de la séance (ลา แฟ็ง เดอ ลา เซอ็องส์) เช็กฟีดแบ็กปิดท้ายคอร์สหน่อยค่ะ 'Comment vous sentez-vous après le massage ?' (กอมม็อง วู ซ็องเต-วู อาแปร เลอ มาสซาจ) นวดเสร็จแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ ตัวเบาเลยไหมเอ่ย?
และขั้นตอนสุดท้ายที่รอคอย Le paiement et la fidélisation (เลอ เปม็อง เอ ลา ฟีเดลีซาซียง) รูดบัตรเก็บตังค์ค่ะ! 'Souhaitez-vous payer par carte ou en espèces ?' (ซูแอเต-วู เปเย ปาร์ การ์ต อู อ็อง แอสเปส) สะดวกจ่ายแบบไหนดีคะ? พอเงินเข้ากระเป๋าปุ๊บก็ปิดจ๊อบสวยๆ ว่า 'Merci de votre visite et à bientôt.' (แมร์ซี เดอ ว็อทร์ วีซีต เอ อา เบียงโต) ขอบคุณที่มาอุดหนุนแล้วเจอกันใหม่นะคะ
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
10/06/2026
วันนี้เราจะมาพูดถึงทักษะที่มีความสำคัญมากๆ ในธุรกิจงานบริการและร้านอาหาร นั่นก็คือAccueil téléphonique et prise de réservation au restaurant หรือ การรับโทรศัพท์และการรับจองในร้านอาหารค่ะ ทราบไหมค่ะว่า การรับโทรศัพท์ไม่ใช่แค่การจดข้อมูลลงกระดาษ แต่คือความประทับใจแรกที่ลูกค้ามีต่อร้าน โดยเฉพาะในบริบทวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่มีรายละเอียดและมารยาทที่น่าสนใจมาก วันนี้เราจะมาเจาะลึก 10 ขั้นตอนสำคัญ พร้อมตัวอย่างประโยคภาษาฝรั่งเศสที่จะช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างเป็นมืออาชีพกันค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: Accueillir le client (ต้อนรับและรับสาย)
เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกครับ Accueillir le client วัตถุประสงค์คือการสร้างความประทับใจและแสดงความพร้อมในการให้บริการ ประโยคที่เรามักใช้กันบ่อยๆ เช่น:
Bonjour, restaurant ............. , à votre service. (สวัสดีค่ะ/ครับ ร้าน ............. ยินดีให้บริการ)
ขั้นตอนที่ 2: Identifier le besoin du client (สอบถามความต้องการ)
เมื่อทักทายแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการ Identifier le besoin หรือสืบหาความต้องการของลูกค้าครับ ว่าเขาโทรมาเรื่องอะไร เราสามารถถามอย่างสุภาพได้ว่า:
Souhaitez-vous réserver une table ? (คุณต้องการจองโต๊ะหรือไม่ครับ/ค่ะ)
ขั้นตอนที่ 3 คือการรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน Demander la date et l'heure ครับ ประโยคมาตรฐานที่เราใช้คือ
Pour quel jour souhaitez-vous réserver ? (คุณต้องการจองสำหรับวันไหน)
ถัดมาเป็นขั้นตอนที่ 4 คือ Demander le nombre de personnes เพื่อที่เราจะได้วางแผนจัดโต๊ะได้อย่างเหมาะสมครับ เราสามารถถามง่ายๆ ว่า
Pour combien de personnes ? (สำหรับกี่ท่านครับ/ค่ะ)
ขั้นตอนที่ 5 คือการตรวจสอบโต๊ะว่าง หรือ Vérifier la disponibilité ในช่วงที่กำลังเช็กระบบ สิ่งสำคัญคือต้องบอกให้ลูกค้าทราบ อย่าปล่อยให้สายเงียบไปเฉยๆ
Un instant, je vérifie nos disponibilités. (กรุณารอสักครู่ ฉันขอตรวจสอบโต๊ะว่าง)
ขั้นตอนที่ 6 คือการ Proposer une alternative หรือการเสนอทางเลือกอื่นวัฒนธรรมของร้านอาหารฝรั่งเศสคือ เมื่อเราปฏิเสธ เราต้องมีทางเลือกทดแทนให้ลูกค้าเสมอเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี เช่น
Malheureusement, nous sommes complets à cette heure-là. (ขออภัยค่ะ เวลานั้นเต็มแล้ว) แล้วรีบเสนอต่อว่า...
ขั้นตอนที่ 7 เมื่อตกลงเวลาได้แล้ว เราต้องขอข้อมูลติดต่อ หรือ Demander les coordonnées เพื่อบันทึกในระบบเช่น:
À quel nom dois-je enregistrer la réservation ? (ฉันควรลงชื่อการจองในชื่อใครดีคะ)
ขั้นตอนที่ 8 เพื่อการบริการที่เหนือระดับ เราต้องถามถึง Demander les demandes particulières หรือความต้องการพิเศษเช่น:
Souhaitez-vous une table en terrasse ? (คุณต้องการโต๊ะบริเวณระเบียงด้านนอกไหม)
ขั้นตอนที่ 9 สำคัญมากห้ามลืมเด็ดขาด คือการ Confirmer la réservation หรือทวนรายละเอียดทั้งหมดเพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยเราจะพูดว่า
Je récapitule votre réservation. (ฉันขอทวนรายละเอียดการจองนะครับ/ค่ะ)
ขั้นตอนที่ 10 Prendre congé คือการปิดการสนทนาอย่างอบอุ่นและสุภาพ
Merci de votre appel. Nous avons hâte de vous accueillir. (ขอบคุณที่โทรมา พวกเรารอคอยที่จะได้ต้อนรับคุณครับ/ค่ะ
และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 ขั้นตอนในการรับโทรศัพท์และการรับจองโต๊ะอาหารสไตล์ฝรั่งเศสครับ จะเห็นได้ว่าในทุกๆ ประโยค ทุกๆ ขั้นตอน มันไม่ใช่แค่การสื่อสารเพื่อเก็บข้อมูล แต่แฝงไปด้วยศิลปะแห่งการบริการและความใส่ใจในวัฒนธรรมของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
09/06/2026
สวัสดีค่ะชาวเพจทุกท่าน
อยากให้เพจเราทำคอนเทนต์ภาษาฝรั่งเศสเรื่องใดเพิ่มเติม
หรืออยากให้จัดคลาสทดลองเรียนฟรีแบบสั้น ๆ ดีไหมคะ
#รับสอนภาษาฝรั่งเศส
08/06/2026
สวัสดีค่ะทุกคน! เวลาเราทักทายกับคนอื่น ๆ เรื่องนึงที่ชวนคุยได้ง่ายและบ่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ลมฟ้าอากาศใช่ไหมคะ? วันนี้เราจะมาชวนทุกคนเม้าท์มอยเรื่องสภาพอากาศเป็นภาษาฝรั่งเศสกันค่ะ หรือที่เรียกว่า Le temps qu'il fait บอกเลยว่าง่ายและมีโครงสร้างให้เลือกใช้แค่ 4 แบบหลัก ๆ เท่านั้นค่ะ จำง่ายพูดคล่องแน่นอน ไปดูกันเลยค่ะ
มาเริ่มกันที่ Il fait ตามด้วยคำคุณศัพท์ค่ะ โครงสร้างนี้ใช้บอกสภาพอากาศทั่ว ๆ ไปได้กว้างขวางมากเลยค่ะ
เช่น ถ้าจะพูดถึงอุณหภูมิและความรู้สึก:
Il fait chaud. ร้อนค่ะ
Il fait froid. หนาวค่ะ
Il fait frais. เย็นสบายกำลังดีค่ะ
หรือถ้าอบอ้าว อากาศชื้น ๆ เหนียวตัว ก็พูดว่า Il fait humide. หรือ Il fait lourd. ค่ะ
แบบที่สองค่ะ Il y a ที่แปลว่า 'มี' แล้วตามด้วยคำนามค่ะ
Il y a du vent. มีลมพัดค่ะ
Il y a du brouillard. มีหมอกหนาค่ะ
Il y a des nuages. มีเมฆเยอะค่ะ
หรือถ้าอากาศแปรปรวนจัด ๆ มีพายุ ก็ใช้ Il y a un orage. (มีพายุฝนฟ้าคะนอง) หรือ Il y a une tempête. (มีพายุเข้าค่ะ)
แบบที่สาม เป็นคำกริยาพิเศษที่เกิดมาเพื่อบอกสภาพอากาศโดยเฉพาะเลยค่ะ! โดยกริยากลุ่มนี้จะใช้ประธาน Il เสมอ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาผู้ชายนะคะ เป็นแค่โครงสร้างไวยากรณ์ค่ะ
คำที่เราคุ้นหูกันดีเลยก็คือ:
Il pleut. ฝนตกค่ะ
Il neige. หิมะตกค่ะ
Il tonne. ฟ้าร้องค่ะ และ Il éclaire. ฟ้าแลบค่ะ
ส่วนถ้าหนาวจัดจนน้ำแข็งเกาะ ก็พูดว่า Il gèle. หรือถ้าลูกเห็บตกก็ Il grêle. ค่ะ
และแบบสุดท้ายค่ะ โครงสร้าง Le temps est แล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ที่บอกลักษณะของวันนั้น ๆ ค่ะ
เช่น:
• Le temps est agréable. อากาศน่ารื่นรมย์ สบาย ๆ ค่ะ
• Le temps est ensoleillé. วันนี้แดดจ้า ท้องฟ้าสดใสค่ะ
• Le temps est pluvieux. วันนี้เป็นวันฝนพร่ำ ฝนตกบ่อยค่ะ
เห็นไหมคะทุกคน? การบอกสภาพอากาศภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่เราเลือกหยิบโครงสร้างที่เข้ากับสิ่งที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำคุณศัพท์ทั่วไป ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือกริยาเฉพาะตัว เท่านี้เราก็คุยเรื่องดินฟ้าอากาศได้อย่างเข้าใจง่ายแล้วค่ะ สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
06/06/2026
วันนี้เราจะมาอัปเกรดสกิลการพูดภาษาฝรั่งเศสกันด้วยเรื่องประโยคปฏิเสธ หรือ La négation ค่ะ หลายคนพอพูดถึงปฏิเสธปุ๊บจะนึกถึงแค่ ne ... pas เป็นหลักเลยใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้วในภาษาฝรั่งเศสเนี่ย ยังมีคำปฏิเสธเก๋ ๆ เริ่ด ๆ อีกหลายคำที่ช่วยให้เราพูดได้ละเอียดและมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นค่ะ
เริ่มที่พื้นฐานสุด ๆ ตัวที่หนึ่งนะคะ นั่นคือ ne ... pas แปลว่า 'ไม่' ค่ะ โครงสร้างก็ง่ายมาก แค่เอาประธาน ตามด้วย ne ตามด้วยคำกริยา แล้วปิดท้ายด้วย pas ค่ะ
เช่น Je ne parle pas français. แปลว่า 'ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้
ถ้าเราอยากบอกว่า ไม่เคยทำสิ่งนั้นเลย ให้ใช้ ne .... jamais ค่ะ โครงสร้างยังประกบกริยาเหมือนเดิมเลยนะคะ
เช่น ถ้าจะบอกว่าฉันไม่เคยไปดูหนังเลย ให้พูดว่า Je ne vais jamais au cinéma.
ตัวที่สามคือ ne ... plus แปลว่า 'ไม่...อีกแล้ว' ค่ะ ตัวนี้เอาไว้บอกเวลาที่เราเคยทำสิ่งหนึ่งในอดีต แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำอีกต่อไปแล้วค่ะ
อย่างเช่น ถ้าเราลาออกจากงานเก่าแล้ว พูดว่า Je ne travaille plus ici.
ตัวที่สี่คือ ne ... rien แปลว่า 'ไม่...อะไรเลย' เช่น เวลาใครถามว่าเราเห็นอะไรไหม แล้วรอบตัวมันว่างเปล่า เราก็บอกไปเลยว่า Je ne vois rien. หรือ 'เขาไม่พูดอะไรเลย' ก็คือ Il ne dit rien. ค่ะ
ตัวที่ห้า โครงสร้างคือ ne ... personne แปลว่า 'ไม่...ใครเลย' ค่ะ
ตัวอย่างเช่น เราเพิ่งย้ายมาใหม่และยังไม่มีเพื่อนเลย พูดเก๋ ๆ ว่า Je ne connais personne ici.
ต่อกันที่ตัวที่หกนั่นคือ ne ... aucun หรือเพศหญิงคือ aucune ค่ะ แปลว่า 'ไม่มี...เลยสักคน หรือสักชิ้นเดียว' โดยคำนี้จะต้องมีคำนามตามหลังเสมอนะคะเพื่อความชัดเจน
อย่างตัวอย่างเพื่อนที่เป็นคำนามเพศชาย: Je n'ai aucun ami ici. ฉันไม่มีเพื่อนที่นี่เลยสักคนเดียวค่ะ หรือเรื่องความผิดพลาดที่เป็นเพศหญิง: Elle ne fait aucune erreur. เธอไม่ทำผิดพลาดเลยสักครั้งเดียวค่ะ
ตัวที่เจ็ดไว้ปฏิเสธเรื่องสถานที่ นั่นคือ ne ... nulle part แปลว่า 'ไม่...ที่ไหนเลย' ค่ะ
เช่น ช่วงวันหยุดนี้ขอนอนพักผ่อนชิล ๆ อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหนเลย ก็พูดสั้น ๆ ว่า Je ne vais nulle part.
และตัวสุดท้ายนั่นคือ ne ... ni A ni B แปลว่า 'ไม่ทั้ง A และไม่ทั้ง B' ค่ะ เอาไว้ใช้เลือกปฏิเสธสองสิ่งพร้อมกันทีเดียวเคลียร์ ๆ
อย่างประโยคนี้: Je ne bois ni café ni thé. ฉันไม่ดื่มทั้งกาแฟและชาค่ะ
เป็นยังไงบ้างคะทุกคน? ทั้ง 8 รูปแบบการปฏิเสธในภาษาฝรั่งเศสนี้ บอกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแค่เราเข้าใจโครงสร้างหลักและเปลี่ยนคำปิดท้าย ความหมายปฏิเสธของเราก็ดูน่าฟังและเฉพาะเจาะจงขึ้นทันทีเลยค่ะ สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
04/06/2026
วันนี้เราจะมาสรุปเรื่องการตั้งคำถามในภาษาฝรั่งเศสแบบเข้าใจง่ายและเอาไปใช้ได้จริงกันค่ะ โดยปกติแล้วโครงสร้างการถามในภาษาฝรั่งเศสจะมีหลัก ๆ 3 แบบเหมือนกันหมด คือ แบบกันเอง (Forme orale), แบบมาตรฐาน (Forme avec est-ce que) และ แบบทางการ (Forme par inversion) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูกันทีละคำเลยค่ะ
คำที่ 1: QUE (อะไร)
คำว่า QUE แปลว่า 'อะไร' ใช้ถามเกี่ยวกับสิ่งของ ความคิด หรือเหตุการณ์ครับ โครงสร้างแบบกันเองจะเปลี่ยน Que เป็น quoi ไว้ท้ายประโยค เช่น Tu fais quoi? ส่วนแบบมาตรฐานใช้ est-ce que เข้ามาช่วย เป็น Qu'est-ce que tu fais? และแบบทางการจะสลับกริยากับประธาน เป็น Que fais-tu? ทั้งหมดนี้แปลว่า 'คุณทำอะไร' เหมือนกันค่ะ
คำที่ 2: QUI (ใคร)
QUI แปลว่า 'ใคร' ใช้ถามถึงบุคคลที่เป็นกรรมของประโยคครับ เช่น ถ้าพูดกันเองก็ Tu attends qui? หรือแบบมาตรฐาน Qui est-ce que tu attends? และแบบทางการ Qui attends-tu? ซึ่งแปลว่า คุณกำลังรอใคร
คำที่ 3: OÙ (ที่ไหน)
OÙ แปลว่า 'ที่ไหน' ใช้ถามถึงสถานที่หรือจุดหมายปลายทางครับ ตัวอย่างประโยค 'คุณอาศัยอยู่ที่ไหน' พูดแบบกันเองได้ว่า Tu habites où? แบบมาตรฐานคือ Où est-ce que tu habites? และแบบทางการคือ Où habites-tu?
คำที่ 4: QUAND (เมื่อไหร่)
QUAND แปลว่า 'เมื่อไหร่' ใช้ถามเรื่องเวลา วันที่ หรือช่วงเวลาครับ เช่น คำถามว่า 'คุณมาถึงเมื่อไหร่' แบบกันเองจะพูดว่า Tu arrives quand? แบบมาตรฐานคือ Quand est-ce que tu arrives? และแบบทางการคือ Quand arrives-tu?
คำที่ 5: POURQUOI (ทำไม)
ในส่วนของไฟล์ 90.png คือคำว่า POURQUOI แปลว่า 'ทำไม' ใช้ถามหาเหตุผลหรือสาเหตุครับ เช่น 'ทำไมคุณถึงไป' แบบกันเองคือ Pourquoi tu pars? แบบมาตรฐานคือ Pourquoi est-ce que tu pars? และแบบทางการคือ Pourquoi pars-tu?
คำที่ 6: COMMENT (อย่างไร)
COMMENT แปลว่า 'อย่างไร' ใช้ถามถึงวิธีการ ลักษณะ อาการ หรือความคิดเห็นครับ เช่น ประโยค 'คุณทำยังไง' แบบกันเองจะพูดว่า Tu fais comment? แบบมาตรฐานคือ Comment est-ce que tu fais? และแบบทางการคือ Comment fais-tu?
คำที่ 7: COMBIEN (เท่าไหร่ / กี่)
COMBIEN แปลว่า 'เท่าไหร่ หรือ กี่' ใช้ถามจำนวน ปริมาณ ราคา หรือเวลา โดยจะมีคำว่า de ตามด้วยคำนามครับ เช่น 'คุณมีหนังสือกี่เล่ม' แบบกันเองคือ Tu as combien de livres? แบบมาตรฐานคือ Combien de livres est-ce que tu as? และแบบทางการคือ Combien de livres as-tu?
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเราจะใช้คำแสดงคำถามตัวไหน หลักการสลับโครงสร้างทั้ง 3 รูปแบบนั้นเหมือนกันเป๊ะเลยค่ะ ถ้าเราจำทริคตรงนี้ได้ การแต่งประโยคคำถามในภาษาฝรั่งเศสก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มั้งคะ 555555555
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส
02/06/2026
เคยเป็นไหมคะ เรียนภาษาฝรั่งเศสมาจนถึงระดับ A2-B1 แล้ว แต่เวลาจะอ้าปากพูดทีไร รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมเสี่ยงดวงทุกที? 'เอ๊ะ... คำนี้มันต้องตามด้วย à หรือ de นะ? หรือไม่ต้องใส่เลย?' วันนี้เราจะมาดู 10 โครงสร้างกริยาเจ้าปัญหากันค่ะ
1. Demander (ขอ / ถาม)
มาเริ่มที่คำแรก เวลาจะใช้ใครทำอะไร ให้ใช้โครงสร้าง Demander à [คน] de [ทำอะไร]
ตัวอย่าง: Mon patron m'a demandé de finir ce rapport avant demain. (เจ้านายขอให้ฉันทำรายงานให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้... งานด่วนงานเร่งตลอดเวลานั่นเองค่ะ)
2. Essayer (พยายาม)
คำที่สอง พยายาม' คือ Essayer de + Verb
ตัวอย่าง: J'essaye d'apprendre dix nouveaux mots chaque jour. (ฉันพยายามจำศัพท์ใหม่วันละ 10 คำ... พยายามมาสามวันแล้วค่ะ ตอนนี้จำได้คำเดียว 😅)
3. Décider (ตัดสินใจ)
คำที่สามก็ต้องตัดสินใจ! Décider de + Verb
ตัวอย่าง: Nous avons décidé de partir en vacances en France. (พวกเราตัดสินใจจะไปเที่ยวฝรั่งเศสหน้าร้อนนี้... ตัดสินใจแล้ว แต่ตังค์ในกระเป๋ายังไม่พร้อมค่ะ)
4. Commencer (เริ่ม)
"คำที่สี่ 'เริ่มต้น' ใช้ à นะคะ Commencer à + Verb
ตัวอย่าง: Il commence à pleuvoir, prends ton parapluie ! (ฝนเริ่มตกแล้วนะ หยิบร่มไปด้วย! ฝรั่งเศสตกได้ทุกฤดูจริงๆ ค่ะ)"
5. Réussir (ทำสำเร็จ)
คำที่ห้าสำเร็จโครงสร้างคือ Réussir à + Verb
ตัวอย่าง: Elle a réussi à obtenir son permis de conduire. (เธอสอบใบขับขี่ผ่านจนได้! ปรบมือสิคะรออะไร! 👏)
6. Penser (คิด)
คำที่หกPenser à แปลว่า คิดถึง/นึกถึง แต่ถ้า Penser de แปลว่า คิดยังไง (ใช้ถามความเห็น)
ตัวอย่าง 1: Tu penses encore à ton ex ? (นี่ยังคิดถึงแฟนเก่าอยู่เหรอแก?)
ตัวอย่าง 2: Qu'est-ce que tu penses de ce film ? (แล้วเธอคิดยังไงกับหนังเรื่องนี้ล่ะ?)
7. Plaire (ถูกใจ/ชอบ)
คำที่เจ็ดPlaire à quelqu'un คำนี้จะสลับด้านกับภาษาไทยนะ สิ่งที่ชอบจะเป็นประธาน ส่วนคนชอบจะเป็นกรรม
ตัวอย่าง: Ce livre plaît beaucoup à mon frère. (หนังสือเล่มนี้ถูกใจน้องชายฉันมาก... หรือก็คือ น้องชายฉันชอบหนังสือเล่มนี้ค่ะ)
8. S'intéresser (สนใจ)
คำที่แปด S'intéresser à + สิ่งที่สนใจ
ตัวอย่าง: Il s'intéresse à l'histoire de l'art. (เขาอินกับประวัติศาสตร์ศิลปะมากค่ะช่วงนี้)
9. S'occuper (จัดการ/ดูแล)
คำที่เก้า S'occuper de...
ตัวอย่าง: Ne t'inquiète pas, je m'occupe de tout. (เธอไม่ต้องห่วง... เดี๋ยวฉันจัดการทุกอย่างเอง! สวยและพึ่งพาได้สุดๆ)
10. Avoir besoin (จำเป็นต้อง)
คำสุดท้าย Avoir besoin de... จำเป็นต้องมี หรือต้องทำบางสิ่ง
ตัวอย่าง: J'ai besoin de pratiquer mon français ! (ฉันจำเป็นต้องฝึกภาษาฝรั่งเศสแล้วล่ะค่ะ!)
และนี่คือ 10 กริยาที่จะช่วยอัปเกรดภาษาฝรั่งเศสของทุกคนให้ดูเป็นธรรมชาติและเป๊ะเวอร์ขึ้นค่ะ ทริคเล็กๆ ทิ้งท้าย: เวลาท่องกริยาฝรั่งเศส อย่าท่องแค่คำแปลนะคะ ให้ท่องคำบุพบท à หรือ de พ่วงท้ายไปด้วย ทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาทั้งหมดของวันนี้ แนะนำนะคะควรเอาไปฝึกใช้ ห้ามลืม
สุดท้ายนี้ใครหาที่เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอฝาก Chez moi ไว้เป็นตัวเลือกสักหน่อยนะคะหากใครอยากเรียนภาษาฝรั่งเศสตัวต่อตัว รับสอนพิเศษภาษาฝรั่งเศสเริ่มต้นชั่วโมงละ 350บาท ผ่านZoom, Discord หรือ Microsoft Teams #รับสอนพิเศษ #รับสอนภาษาฝรั่งเศส #ภาษาฝรั่งเศส #เรียนพิเศษ #ฝรั่งเศส #เรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศส #ติวเตอร์ #เรียนภาษา #เรียนภาษาฝรั่งเศส