29/12/2015
DrJumpot Kanjanakomtorn - Dr Chern
วิทยากรฮากระจาย ที่ปรึกษา โค้ช อาจา?
29/12/2015
12/11/2015
Train The Trainer
ระยอง
11 พย 2558
12/11/2015
Update E Commerce กับ DBD
26/10/2015
คนส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อว่า “ความรวยนั้นมาจากโอกาส ความสามารถ และประสบการณ์”
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือการพัฒนาตัวเองเพื่อรอรับโอกาสดีๆที่จะเข้ามาโดยที่ไม่รู้ตัวต่างหากคร้าบ
และทั้งหมดนี้คือ 20 ข้อ 20 เรื่องที่คนรวยเขาทำกันในทุกๆวันอย่างสม่ำเสมอ
เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้างครับ
1. กินอาหารขยะ (JunkFood) น้อยกว่า 300 แคลลอรี่ต่อวัน : การรับประทานอาหารขยะ หรืออาหารฟาดส์ฟู้ดส์บ่อยๆ สร้างภาระให้กับร่างกาย รวมถึงอาจจะเกิดโรคอ้วนได้อีกต่างหาก ดังนั้นการลดอาหารเหล่านี้ คือการสร้างวินัยที่ดีในการรับประทานอาหาร และสร้างสุขภาพให้แข็งแรง อย่างที่ใครหลายคนเคยว่าไว้ “ถ้าคุณยังมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ดี สุขภาพการเงินของคุณอาจจะมีปัญหา เพราะต้องรักษาโรคร้าย”
2. ตั้งเป้าหมายในความสำเร็จอย่างมุ่งมั่น : ชีวิตที่ดีเริ่มต้นที่เป้าหมาย ถ้าไม่มีเป้าหมาย เราก็ไม่รู้ว่าแต่ละวันเรานั้นจะเริ่มต้นอย่างไร และที่สำคัญกว่านั้นต้องไม่ลืมสะสมเป้าหมายความสำเร็จในแต่ละวันด้วยนะครับ
3. ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 วัน : กำลังกายที่ดี สร้างร่างกายให้แข็งแรง ทั้งประหยัดในการรักษาโรค แถมยังสร้างพลังในการทำงานอีกด้วย
4. ฟัง AudioBook (หนังสือเสียง) ระหว่างไปทำงาน : ระหว่างรถติด หรือระหว่างการเดินทาง การฟังเพลงอาจจะช่วยให้เราผ่อนคลาย แต่การฟังความรู้จากบทความต่างๆ ผ่านทาง Audiobook จะช่วยให้เราซึมซับแนวคิดดีๆ เพื่อการพัฒนาตัวเองอีกทางหนึ่ง
5. สร้างรายการที่ต้องทำในแต่ละวัน (To do list) : โดยส่วนตัว เขียนสิ่งที่้ต้องทำประมาณ 6 เรื่องต่อวันและพยายามทำมันให้สำเร็จ เพื่อสร้างเป้าหมายเล็กๆที่ทำให้เราสามารถรับรู้ความสำเร็จในแต่ละวัน
6. ให้ลูกๆอ่านหนังสือ (ไม่ใช่นิยาย) 2 เล่มต่อเดือน : ถือเป้นการสร้างวินัยในการอ่าน ให้เด็กๆเริ่มต้นรักการอ่าน
7. ให้ลูกๆทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อเดือน : การทำเพื่อสังคมนั้น ทำให้เรารู้ว่า ถึงแม้วันนี้เราจะไม่รวย แต่เราก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้
8. โทรศัพท์เพื่ออวยพรวันเกิดผู้อื่น : เชื่อเถอะครับว่าการโทรศัพท์ไปหาแล้วบอกว่า “สุขสันต์วันเกิด” สร้างความรู้สึกดีให้กับผู้รับ และมันยังทำให้เค้าสามารถจดจำเราได้ดีกว่าการบอกทางหลังไมค์หรือข้อความอย่างแน่นอน
9. เขียนเป้าหมายของเขาออกมา : นอกจากเป้าหมายเล็กๆ ในข้อ 5 อย่าลืมเขียนเป้าหมายใหญ่ในชีวิตไว้ด้วยนะครับ
10. อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน : หาความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอ เพราะการรักการอ่านเป็นรากฐานของความสำเร็จ
11. พูดในสิ่งที่เขาคิด : เรียกง่ายๆว่าไม่ “โกหก” นั่นเองครับ
12. พบปะพูดคุยเพื่อสร้างสังคม อย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อเดือน : หาเพื่อนใหม่ หาสังคมใหม่ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจอย่างดีอีกทางหนึ่งครับ
13. ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน : ลด ละ เลิก สิ่งบันเทิงบ้าง เพื่อเอาเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น
14. ไม่ดูรายการ Reality : รายการ Reality ทำให้เราติดตามอย่างใจจดจ่อ ดังนั้นเราจะเสียเวลา
15. ตื่นก่อนเวลาทำงาน 3 ชั่วโมง : เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการทำงาน และจัดสรรสิ่งที่เราต้องการในแต่ละวัน
16. สอนสิ่งดีๆเพื่อสร้างความสำเร็จในแต่ละวันให้กับลูกๆ : การปลูกฝังความคิดดีๆ แนวทางสร้างชีวิตให้กับเด็กๆ เพื่อสร้างความคิดปูทางไปสู่จุดหมาย
17. เชื่อว่านิสัยที่ดีสร้างความสำเร็จมากกว่าโชค
18. เชื่อว่านิสัยแย่สร้างโชคร้ายแบบสุดๆ
นิสัยที่ดี หรือนิสัยที่ร้ายนั้น อยู่ที่เราเริ่มต้นทำด้วยตัวเอง ถ้าเราสร้างนิสัยดีๆ โชคดีก็จะตามมา แต่ถ้ามัวรอโชคชะตาก็คงไม่มีความหมาย เช่นเดียวกันกับนิสัยร้ายๆ เหมือนกัน เพราะสิ่งแย่ๆทุกอย่างในชีวิตนั้น มันเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน
19. เชื่อในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเรียนรู้มันตลอดชีวิต : ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพเคยบอกว่า “ไม่มีคนผิดพลาด มีแต่คนที่ผิดพลาดแล้วไม่มีการแก้ไข”
20. รักการอ่าน : ถ้าอ่านมาถึงข้อนี้ ยินดีด้วยครับ คุณมีคุณสมบัติของคนรวยอย่างน้อยก็ข้อหนึ่งแล้ว
15/10/2015
"เทคนิคกินของย่างให้ห่างมะเร็ง"
สําหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบของปิ้งของย่าง แต่ยังไม่ค่อยจะกล้ากินกันสักเท่าไหร่(ก็เพราะกลัวมะเร็งจะถามหาเอาน่ะสิ) ขอแนะว่าให้ลองมาทํากินเองจะเวิร์กกว่ามั้ย เพราะยังไงก็ดีกว่าไปซื้อเขาเป็นไหนๆ หากสาวๆ คนไหนพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยแล้วละก็ รีบมาอ่านเทคนิคเด็ดข้างล่างนี้กันดูสิ เผื่อจะได้นําไปใช้ฝึกทําให้ถูกในครั้งต่อไปไงล่ะ
1.ก่อน อื่นต้องทําความสะอาดตะแกรงที่ใช้ย่างซะก่อนเพื่อป้องกันสาร Carcinogen (สารก่อมะเร็ง) โดยขูดเอาเศษเนื้อที่ไหม้เกรียมที่เหลือติดจากการปิ้งครั้งก่อนๆ ออกให้หมดด้วยแปรงขัด จากนั้นก็ทําความสะอาดด้วยน้ำอุ่นที่ผสมน้ำยาทําความสะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ
2. เช็ดตะแกรงให้สะอาด แล้วใช้กระดาษชําระชุบน้ำมันพืชทาบนตะแกรงให้ทั่ว เพื่อป้องกันเนื้อติดตะแกรง
3. สําหรับการเตรียมเนื้อ ควรหมักด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ ไวน์ น้ำปลา หรือน้ำมะนาวก่อน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติและความนุ่มแล้ว ยังสามารถช่วยลดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า Heterocyclic Amines (HCAs) อีกด้วยนะ (ซึ่งสารตัวนี้จะพบก็ต่อเมื่อปรุงอาหารด้วยการปิ้งหรือย่างในความร้อนสูง ค่ะ)
4. ควรเก็บเนื้อหมักไว้ในตู้เย็นเพื่อป้องกันแบคทีเรียที่ปนมากับอากาศ เมื่อจะนํามาย่างจึงค่อยทําการละลายน้ำแข็งด้วยการย้ายเนื้อจากช่องฟรีซลงมา ไว้ที่ช่องปรกติ หรือจะใช้ไมโครเวฟช่วยด้วยก็ได้นะคะ แต่ไม่ควรนํามาวางทิ้งไว้เฉยๆ ที่อุณหภูมิห้องค่ะ
5. วอร์มเตาปิ้งก่อนการใช้งานสัก 5-10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเป็นเตาถ่านก็ให้สังเกตจากสีของขี้เถ้าว่าเป็นสีขาวหรือยัง ถ้าเป็นแล้วก็เริ่มลงมือย่างได้เลย
6. ควรเตรียมเนื้อที่จะใช้ย่างให้อยู่ในรูปของปีกผีเสี้อ โดยใช้มีดกรีดลงไปตรงกลางชิ้นเนื้อให้ลึกพอสมควร แต่ระวังอย่าให้เนื้อขาดออกจากกันนะคะ จากนั้นจึงนําไปย่าง เมื่อเนื้อถูกความร้อนจะแบะออกคล้ายๆ กับปีกของผีเสื้อ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อข้างนอกไหม้ก่อนที่เนื้อข้างในจะสุก
7. ในกรณีที่ใช้เตาถ่าน ควรหลีกเลี่ยงการให้เนื้อสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง ซึ่งคุณสามารถช่วยลดปริมาณของเปลวไฟได้ด้วยการใช้เนื้อที่ไม่มี มันหรือเลาะเอามันออกเสียก่อน หลีกเลี่ยงการวางเนื้อในตําแหน่งที่ตรงกับถ่านไฟ หรือจะใช้วิธีวางเนื้อลงบนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ก่อนนําไปย่างก็ได้นะคะ แต่ถ้าหากคุณเลือกใช้วิธีพรมน้ำละก็ ให้ยกเนื้อขึ้นก่อนทําการพรม จากนั้นรอให้น้ำระเหยออกให้หมดเสียก่อน แล้วจึงค่อยวางเนื้อกลับไปไว้ที่เดิม การทําอย่างนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เนื้อสัมผัสกับเขม่าควันได้โดยตรงค่ะ
8. กลับเนื้ออย่างน้อย 1 ครั้ง จะช่วยให้เนื้อสุกสม่ำเสมอกัน และเนื้อ ที่มีไขมันมากจะใช้เวลาปิ้งนานกว่าเนื้อที่มีไขมันน้อย อย่างเช่น ถ้าเป็นเนื้อปลาก็จะสุกเร็วกว่าเนื้อไก่และเนื้อหมูค่ะ แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดด้วยเพื่อความแน่ใจ โดยจิ้มเข้าไปในเนื้อ (ระวังอย่าให้โดนช่วงที่เป็นกระดูกนะคะ) ซึ่งเนื้อแต่ละชนิดจะมีอุณหภูมิที่สุกแตกต่างกัน เช่น หากเป็นเนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะจะสุกที่ 170 F แต่ถ้าอยากได้แบบ Medium Rare ละก็ จะอยู่ที่ 160 ?F ค่ะ สําหรับเนื้อเป็ดหรือเนื้อไก่ ถ้าเป็นเนื้อช่วงอกจะ สุกที่ 170 F แต่ถ้าเป็นเนื้อช่วงตัวและต้นขาต้อง 180 F เท่านั้นค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : woman plus
15/10/2015
7 สาเหตุชีวิต ยึก ๆ ยัก ๆ
1. ขาดแรงบันดาลใจ
2. ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
3. ขาดความกล้าหาญ
4. ขาดความคิดในเชิงบวก
5. ขาดความรู้ในการพัฒนาชีวิต
6. ขาดสิ่งแวดล้อมที่เสริมพลัง
7. ขาดความมุ่งมั่นตั้งใจจริง
12/10/2015
TAX
11/10/2015
สิ่งที่ต้อง
11/10/2015
ขอเป็น Presenter เจ้าจำปี
การบินไทย "รักคุณเท่าฟ้า"
"ผู้โดยสารทั่วโลก ใช้บริการ การบินไทย
บินไกล้ไกล การบินไทย รับใช้คุณ"
กัปตันเฉิน รักคุณเท่ากิ๊ก
11 ตค 2558
11/10/2015
อาการบอกเหตุ...เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
การสังเกตอาการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติต่างๆเบื้องต้นได้ แต่ควรหาสาเหตุที่แท้จริง จึงจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด อาการบางอย่าง อาจเกิดจากสาเหตุต่างกัน แต่มีอาการเหมือนกัน เช่น...
- อาการนอนไม่หลับ
อาจเกิดจากถุงน้ำดีข้น หรือ กระดูกคอข้อที่ 1 เคลื่อน หรือเลือดไม่ค่อยเลี้ยงหัวใจ เนื่องจากเป็นคนตื่นเต้นบ่อย
- ผิวหยาบ มีขี้แมลงวัน มีติ่ง หูด ตาปลา
สาเหตุมาจากลำใส้ใหญ่สกปรก
- ปัสสาวะมีกลิ่นแรง กลิ่นฉุนมาก เกิดจากไตไม่ดี ต่อมลูกหมากโต มีปัสสาวะคั่งค้าง
ให้กินแกนสัปปะรด 3 แกน ทุกวันเป็นเวลา 7 วัน และดื่มน้ำกระชาย
- ปวดนิ้วก้อย บอกถึงระบบความร้อนบกพร่อง ร่างกายถูกความเย็นตอน 3 – 5 ทุ่ม
เช่นอาบน้ำเย็น ตากแอร์ เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายต้องการความอบอุ่น
- ปวดใต้ฝ่าเท้า หมายถึงปอดไม่แข็งแรง
- ปวดเข่า
ปวดด้านนอก ขึ้นมาถึงสะโพก หรือโคนขา หมายถึงถุงน้ำดีข้น ดื่มน้ำน้อยไปหรือระบบดูดซึมไม่ดี
อันมาจาก การกินของผัดน้ำมันพืช น้ำมันพืชที่ถูกความร้อนจะแปรสภาพเหนียวเกาะที่ลำไส้ ทำให้สารอาหารและน้ำซึมผ่านไม้ได้
ปวดด้านหน้า หมายถึง กระเพาะอาหารไม่ดี กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือมีความวิตกกังวลบ่อย
ปวดด้านใน (ด้านที่เข่าชนกัน) หมายถึงปัญหาจาก ม้าม / เบาหวาน / อ้วน / ตับ /
กินหวาน / ขี้โมโห / มีสารพิษ / ไต / กินรสจัด / หรือกินอาหาร ผัดน้ำมัน
ปวดตามข้อ ปวดเข่า ให้ตื่นเช้าเอาน้ำเย็นรดตามข้อ สลายหินปูนเกาะได้
กระตุ้นการขับถ่ายด้วย
- ปวดสะบัดหลัง ปวดเอว หมายถึงถุงน้ำดีข้น ต้องล้างระบบดูดซึม
- ปวดกล้ามเนื้อหน้าอก อาจเกิดจากปัญหา หัวใจ หรือไต หรือกระเพาะอาหารไม่แข็งแรง
- มีอาการตึงใต้ราวนมขวา หมายถึงน้ำเหลืองไม่ดี สาเหตุมาจากมีอุจจาระตกค้างมาก
หรือถ่ายไม่หมดเป็นประจำ ให้หาทางระบายและกินขมิ้นชันตอนเช้า 9 โมง ช่วยเรื่องน้ำเหลืองให้ดี
- ปวดหลังมาจาก ท่านั่งไม่ถูกต้อง หรือ ความชื้นเข้าผิวหนัง หรือเพราะความวิตกกังวล
หรือ เป็นนิ่ว ลมในท้องเยอะ ดันกรวยไตให้งอ
- ปวดด้านข้างนอกฝ่าเท้า เป็นอาการของตับไม่ดี ถุงน้ำดีข้น นอนไม่หลับ ปวดหู ไมเกรน
- กดกลางฝ่ามือ ถ้าเจ็บ หมายถึง หัวใจโต เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
- กดใต้นิ้วชี้ ถ้าเจ็บ หมายถึง ระบบย่อย ตับ กระเพาะไม่ดี
- กดใต้ร่องนิ้วนาง กับก้อย ตรงเส้นหัวใจ ถ้าเจ็บ หมายถึง
กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง
- นิ้วกลางล็อค หมายถึงมีไขมันในเลือดมาก ต้องกินน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน
เกิดจาก ตื่นเต้นบ่อย กินอาหารคอเลสเตอรอลสูง กินของหวานที่มีน้ำตาลมาก
- ปวดข้อมือใต้นิ้วโป้ง หมายถึงการมีอุจจาระค้างในลำใส้ใหญ่มาก
ควรแก้ใขด้านการขับถ่าย การมีอุจจาระค้างมากอยู่เสมอยังเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
กลิ่นตัว และอาจจะไปรบกวนการทำงานของตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของเบาหวาน
- ตากุ้งยิง แก้โดยการดูที่แผ่นหลังจะมีเม็ดคลายหัวสิวเกิดขึ้น
ให้สกิดอ่อนแล้วตากุ้งยิงจะหายไปเอง
- มือสั่น เกิดจากมีน้ำมันเกาะลำไส้มาก ซึ่งอาจเกิดจากกินอาหารผัดน้ำมันพืช หรือตื่นเต้นบ่อย
- เล็บ มีดอก หมายถึงเลือดจาง
- เหงื่อออกง่าย เหงื่อออกฝ่ามือ ตัวเย็น เกิดจากหัวใจไม่แข็งแรง
หรือฮอร์โมนไม่ปกติ ดื่มน้ำกระชาย กินหัวใจหมูต้ม ข้าวเหนียวกับลำไยแห้ง ช่วยบำรุงหัวใจ
- ขี้ร้อน เกิดจาก ไตซ้ายเสื่อม กระทบถึง สมองซีกขวา ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจินตนาการ ศิลปะหรือขาด
ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือถูกความเย็นตอน 3 ทุ่ม – 5 ทุ่มระบบความร้อนในร่างกายบกพร่อง
- ขี้หนาว - หมายถึงไตขวาเสื่อม จะกระทบถึงการทำงานของ
สมองซีกซ้ายที่ทำหน้าที่เก็บความจำ คำนวณ จับประเด็น สาเหตูจากถูกความเย็นตอน 3 – 5ทุ่ม
- ถ้าหิวแล้ว มีอาการหิวจัด ทนไม่ได้ อาจกำลังจะเป็นเบาหวาน
- เหน็บชา ตามแขน ขา เกิดจากเลือดไหลเวียนไม่ดี หรือมีพยาธิ เลือดน้อย
หรือไม่กินข้าวซ้อมมือ น้ำชีวภาค ดีกว่ากระชาย
- ตะคริว สาเหตุมาจากหัวใจไม่แข็งแรง ให้งดกิน ถั่ว ข้าวเหนียว ของดอง
ตะคริวบก ขาดโปรแตสเซียม ให้กินผลไม้สดมากๆ
ตะคริวน้ำ ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือแกงป่น 1 ช้อนชา ละลายน้ำอุ่นดื่ม)
- (ไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ สมองเสื่อม ผมร่วงง่าย หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย ร้อนใน
ปวดไหล่ กล้ามเนื้อเหลว กระดูกคอ กระดูกสะโพกเคลื่อนง่าย เข่าไม่ดี น่องเหลว น่องทู่ ปวดข้อเท้า วิตกง่าย ขี้โมโห
- กลิ่นตัว เกิดจากลำใส่ใหญ่สกปรก มีสิ่งตกค้างมาก ซึมเข้าระบบเลือด และออกทางเหงื่อ ปาก และลมหายใจ
- อัมพฤษ อัมพาต ส่วนใหญ่เกิดจากท้องผูก การขับถ่ายไม่ดี ประกอบกับเส้นเลือดตีบ
เวลาเบ่งอุจจาระจะเพิ่มอันตรายจากการคั่งของเลือด ทำให้เกิดเส้นเลือดตีบตัน หรือแตก
หมดความรู้สึกและล้มลง (มักเข้าใจผิดว่าหกล้มก่อนแล้วเส้นเลือดแตก)
ควรป้องกันด้วยการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ พุทราจีน ขยายหลอดเลือด หรือกินข้าวต้มน้ำมะละกอ
7-10 วัน อาการจะดีขึ้น (วิธีการทำข้าวต้มน้ำมะละกอ นำมะละกอดิบครึ่งลูกตัดจุกออก เอาเม็ดออก หั่นพร้อมเปลือกเหมือนฟัก ต้มน้ำเคี่ยวจนนิ่ม เอาแต่น้ำมาต้มข้าวต้ม ถ้าใช้ข้าวกล้องยิ่งดี จะใส่ใบเตยด้วยก็ได้ กิน 3 มื้อทุกวัน)
- อวัยวะที่สัมพันธ์กัน - ริมฝีปากกับม้าม ถ้าใช้ลิปสติกที่มีสารเคมี
จะทำให้ม้ามไม่แข็งแรง ผลิตไขมันมาก ทำให้อ้วน
- หูกับไต หูไม่ดี ไม่คอยได้ยิน เป็นการแสดงถึงไตไม่แข็งแรง
- ลิ้นกับหัวใจ อาการของลิ้น บ่งบอกถึงความไม่แข็งแรงของหัวใจ
- สายตา กับตับ รวมถึงเส้นผม และเส้นเอ็น ตับไม่แข็งแรงจะทำให้สายตาเสื่อมโทรม ผมหงอก และเส้นเอ็นหย่อนยาน
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
11000