21/12/2025
สนศ. กทม. เชียร์ขอบเวที ส่งแรงใจให้ทีม DANCERCISE ตัวแทน 6 กลุ่มเขต และเครือข่าย กทม. สุดยอดนักเต้นเท้าไฟ ☝🏻 สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด”
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร มอบหมายให้ นางอริศรา รัตนพงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน สำนักการศึกษา เป็นผู้แทนร่วมส่งใจเชียร์ขอบเวทีให้กับ 18 ทีม DANCERCISE ตัวแทน 6 กลุ่มเขตกรุงเทพมหานคร และ 7 ทีมเครือข่ายกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2026 รอบคัดเลือกระดับภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ MCC HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี โดยมีทีมตัวแทน 6 กลุ่มเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 18 ทีม และทีมเครือข่ายกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 ทีม เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้
🌟 รุ่น JUNIOR
✍🏻 ทีมที่ 1 โรงเรียนวัดคณิกาผล ตัวแทนเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง
✍🏻 ทีมที่ 2 โรงเรียนวัดลานบุญ ตัวแทนเขตลาดกระบังและกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก
✍🏻 ทีมที่ 6 ชุมชนแป้นทองสัมพันธ์ เครือข่ายเขตคลองสามวา
✍🏻 ทีมที่ 8 โรงเรียนวัดปากบ่อ ตัวแทนเขตสวนหลวงและกลุ่มเขตกรุงเทพใต้
✍🏻 ทีมที่ 9 ศูนย์นันทนาการบางกะปิ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร
✍🏻 ทีมที่ 10 โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ ตัวแทนเขตบางบอน และกลุ่มเขตกรุงธนใต้
✍🏻 ทีมที่ 14 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ตัวแทนเขตบางเขนและกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ
✍🏻 ทีมที่ 15 โรงเรียนวัดปากน้ำฝั่งเหนือ ตัวแทนเขตตลิ่งชันและกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ
🌟 รุ่น PRE-TEENAGE
✍🏻 ทีมที่ 2 โรงเรียนวัดปากบ่อ ตัวแทนเขตสวนหลวงและกลุ่มเขตกรุงเทพใต้
✍🏻 ทีมที่ 6 โรงเรียนคลองทวีวัฒนา (ทองน่วมอนุสรณ์) ตัวแทนเขตทวีวัฒนาและกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ
✍🏻 ทีมที่ 7 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) ตัวแทนเขตทุ่งครุและกลุ่มเขตกรุงธนใต้
✍🏻 ทีมที่ 13 โรงเรียนศาลาคู้ ตัวแทนเขตมีนบุรีและกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง
✍🏻 ทีมที่ 18 ศูนย์นันทนาการบางกะปิ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
✍🏻 ทีมที่ 20 โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) เขตดินแดง
✍🏻 ทีมที่ 21 โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) ตัวแทนเขตบางเขนและกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ
🌟 รุ่น TEENAGE
✍🏻 ทีมที่ 3 โรงเรียนนาหลวง ตัวแทนเขตทุ่งครุและกลุ่มเขตกรุงธนใต้
✍🏻 ทีมที่ 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เครือข่ายเขตดินแดง
✍🏻 ทีมที่ 5 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เครือข่ายเขตลาดกระบัง
✍🏻 ทีมที่ 6 โรงเรียนศรีพฤฒา ตัวแทนเขตสะพานสูงและกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก
✍🏻 ทีมที่ 7 โรงเรียนวัดบางนาใน (รื่น ศยามานนท์) ตัวแทนเขตบางนาและกลุ่มเขตกรุงเทพใต้
✍🏻 ทีมที่ 9 รร.วัดนวลนรดิศ เครือข่ายเขตภาษีเจริญ
✍🏻 ทีมที่ 11 โรงเรียนวิชูทิศ ตัวแทนเขตดินแดงและกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง
✍🏻 ทีมที่ 14 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตัวแทนเขตลาดพร้าวและกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ
✍🏻 ทีมที่ 15 มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เครือข่ายเขตมีนบุรี
✍🏻 ทีมที่ 18 โรงเรียนตั้งพิรุฬห์ธรรม ตัวแทนเขตทวีวัฒนาและกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ
27/10/2025
สนศ. กทม. ร่วมประชุมเกณฑ์ตัดสิน “เขต TO BE กทม.” วางรากฐานภูมิคุ้มกันเด็ก เยาวชน และประชาชน คนกรุงเทพฯ ☝🏻 “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด“
27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำกรอบตัวชี้วัดและเกณฑ์การตัดสินการประกวดผลการดำเนินงาน “เขต TO BE NUMBER ONE กรุงเทพมหานคร” พ้อมด้วย นางอริศรา รัตนพงษ์สถิต ผู้อำนวยการกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน สำนักการศึกษา โดยมี หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE เป็นประธานการประชุมฯ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ชั้น 1 อาคาร 1 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
โอกาสนี้ นายสุนทร สุนทรชาติ ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ทรงคุณวุฒิ TO BE NUMBER ONE กรุงเทพมหานคร นางภาวิณี รุ่งทนต์กิจ ผู้เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอนามัย นางสาวดลจรัส ทิพย์มโนสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย นางพันทิพา วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการพัฒนาชุมชน สำนักพัฒนาสังคม และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน TO BE NUMBER ONE จากสำนักอนามัย สำนักพัฒนาสังคม และสำนักการศึกษา เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงยุติธรรม
25/10/2025
◾ สรุปแนวทางการไว้อาลัยและมาตรการช่วงไว้ทุกข์ ◾
▪️ ลดธงครึ่งเสา 30 วัน
สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568
▪️แต่งกายไว้ทุกข์ 1 ปี
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568
▪️ขอความร่วมมือ 90 วัน
ประชาชนทั่วไปแต่งกายไว้ทุกข์สีดำ ตามความเหมาะสม
▪️ใช้ดุลยพินิจปรับรูปแบบกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
• กรณีเตรียมการไปแล้ว ขอให้พิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับกาลเทศะและสมพระเกียรติ
• กรณียังไม่ได้ดำเนินการ ให้พิจารณาเลื่อนการจัดออกไปก่อน
*ไม่ได้มีคำสั่งห้ามหรือให้ระงับกิจกรรมใดเป็นการเฉพาะ
อ้างอิง : - ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สวรรคต วันที่ 25 ตุลาคม 2568
◾ สรุปแนวทางการไว้อาลัยและมาตรการช่วงไว้ทุกข์ ◾
▪️ ลดธงครึ่งเสา 30 วัน
สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568
▪️แต่งกายไว้ทุกข์ 1 ปี
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2568
▪️ขอความร่วมมือ 90 วัน
ประชาชนทั่วไปแต่งกายไว้ทุกข์สีดำ ตามความเหมาะสม
▪️ใช้ดุลยพินิจปรับรูปแบบกิจกรรมเพื่อความบันเทิง
• กรณีเตรียมการไปแล้ว ขอให้พิจารณาปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับกาลเทศะและสมพระเกียรติ
• กรณียังไม่ได้ดำเนินการ ให้พิจารณาเลื่อนการจัดออกไปก่อน
*ไม่ได้มีคำสั่งห้ามหรือให้ระงับกิจกรรมใดเป็นการเฉพาะ
อ้างอิง : - ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต วันที่ 25 ตุลาคม 2568
25/10/2025
ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร
ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร
สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร
ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร
25/10/2025
พระราชประวัติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร
ขณะนั้นเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร
หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่คงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไปสมทบ มอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต้องอยู่ห่างไกลบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศักราช ๒๔๗๖ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย
ปลายพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมหลวงบัว หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์ บุษบา บุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ บุตรคนรอง กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จาก หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช ๒๔๗๙ แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ในพุทธศักราช ๒๔๘๓ จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกมาเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย หม่อมเจ้านักขัตรมงคลผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ทำให้คนไทยทั้งปวงต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศสิริกิติ์ให้มีความเมตตาต่อผู้อื่นและรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย
หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือนายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ ของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว
ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนเปียโน ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกับครูพิเศษ แต่อยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน พุทธศักราช ๒๔๙๐ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ทรงย้ายไปเป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส
พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรี ทั้งสองคือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์และหม่อมราชวงศ์บุษบาเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลงและเสด็จกลับพระตำหนักได้
สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียน Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์
ต่อมาอีก ๑ ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลและทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไปจนถึงกำหนดตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และ เทพมนตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี
วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพราะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง
พุทธศักราช 2494 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ซึ่งปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิริธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์
ปลายพุทธศักราช ๒๔๙๘ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีให้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาแทน เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ และในปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ภายหลังเมื่อทรงลาผนวชแล้ว ได้ทรงสถาปนาพระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันมีความหมายว่าทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของไทยต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวคือทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชดำริเริ่มใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งโครงการพระราชดำริเหล่านั้นได้ยังประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนสืบมาจนทุกวันนี้
ที่มา : https://www.royaloffice.th/01/08/2025/พระราชประวัติ-12-08-2566/
24/10/2025
๒ พระองค์ทรงเคียงข้าง ปฏิบัติพระราชกรณีกิจเพื่อประชาชนชาวไทย น้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สถิตในหัวใจชาวไทยตลอดไป