22/08/2026
🤖🦾🦿 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป #เอไอ เข้าสู่ยุค #เอไอกายภาพ (physical หรือ embodied AI) ซึ่งเอไอต้องการ #ผัสสะประดิษฐ์ (sensory intelligence) ด้านต่างๆ ที่จะทำให้เอไอสามารถใช้ชีวิตในโลกกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ
🔬👋🫳 งานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึง #สตาร์ทอัพ ทางด้านนี้เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เราได้เห็น #โมเดลเอไอ ที่เกี่ยวกับ การสัมผัส (tactile) ที่ใช้ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ (e-skin) ได้รับการสนใจจากนักลงทุน
🤖🧠👃👅 ทั้งนี้ MUI Robotics #สตาร์ทอัพไทย เรานั้นได้พัฒนา Sensory AI (Perception Foundation Model) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการ #ดมกลิ่นชิมรส เข้าไปในหุ่นยนต์ ได้จ้า
นักวิจัยจีนพัฒนา 'ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์' เลียนแบบผิวมนุษย์ รับรู้สัมผัสได้
ฉางจื่อเซวียน จากสถาบันเทคโนโลยีขั้นสูง มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน เปิดเผยว่าทีมนักวิจัยจีนได้พัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์เลียนแบบชีวภาพที่สามารถเลียนแบบการรับรู้สัมผัสของมนุษย์ได้ โดยมุ่งพัฒนาวัสดุเลียนแบบชีวภาพที่มีความนุ่มและเรียบเนียนเพื่อทดแทนพื้นผิวซิลิโคนแบบดั้งเดิม พร้อมพัฒนาผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความยืดหยุ่นและผสานรวมเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้
ทีมวิจัยมีเป้าหมายให้ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์สามารถเลียนแบบการทำงานของผิวหนังมนุษย์ ไม่เพียงรับรู้ความเจ็บปวดและแรงกด แต่ยังตรวจจับอุณหภูมิและแยกแยะพื้นผิวที่แตกต่างกันได้ โดยนำความสามารถเหล่านี้มาผสานไว้ในวัสดุที่บางเป็นพิเศษและมีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันการประยุกต์ใช้งานผิวหนังดังกล่าวครอบคลุมโมดูลรับรู้สัมผัสสำหรับมือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีความคล่องตัวสูง ถุงมือสำหรับเก็บข้อมูลการสัมผัส และห้องโดยสารยานยนต์อัจฉริยะ
22/08/2026
🇸🇬👨👩👧👦💰 #สิงคโปร์ สังคมที่คน #รวยกระจาย รายได้คนส่วนใหญ่ไปอยู่ระดับบน .. #ไทย สังคมที่ #จนกระจุก รายได้คนส่วนใหญ่ ไปกระจุกกันอยู่ข้างล่าง
- รายได้เฉลี่ยของคน #สิงคโปร์ = 428,000 บาท ต่อเดือน 🎉
- คนเกินครึ่งประเทศ หรือ 51% ของ #สิงคโปร์ มีรายได้ = 318,000 บาท ต่อเดือน ✨️
รายงานล่าสุดจากสำนักข่าว The Business Times และกรมสถิติต่างประเทศของสิงคโปร์ (Department of Statistics) เผยผลสำรวจ General Household Survey 2025 ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างความมั่งคั่งของครอบครัวชาวสิงคโปร์ (Resident Households) กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นสังคมรายได้กระจุกตัวด้านบน (Top-heavy) อย่างชัดเจน เทียบกับครัวเรือนไทยมีรายได้เพียงเฉลี่ย 28,151 บาทต่อเดือน ห่างเกือบ 12 เท่า
ภาพรวมรายได้และกลุ่มเติบโตสูง
รายได้เฉลี่ยพุ่งทะยาน: รายได้มัธยฐาน (Median Income) ของครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ S$12,446 ต่อเดือน ((1 SGD ≈ 26.5 บาท = ประมาณ 329,800 บาท) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทะลุหลัก 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยเติบโตเฉลี่ยชนะเงินเฟ้อถึง 3.2% ต่อปี
ส่วนรายได้เฉลี่ยรวม (Average Income) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ S$16,159 ต่อเดือน (ประมาณ 428,200 บาท)
กลุ่ม Super Rich โตเท่าตัว: ครอบครัวที่มีรายได้ตั้งแต่ S$30,000 (ประมาณ 795,000 บาท) ขึ้นไปต่อเดือน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 7.4% ในปี 2020 กลายเป็น 13.4% (หรือเกือบ 1 ใน 7 ของประเทศ) ในปัจจุบัน
คนส่วนใหญ่รายได้ทะลุ 3 แสนบาท: ปัจจุบันครัวเรือนเกินครึ่งประเทศหรือคิดเป็น 51.6% มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ S$12,000 (ประมาณ 318,000 บาท) ขึ้นไปแล้ว
ไทยน้อยกว่าสิงคโปร์ 12 เท่า
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ระบุว่า ครัวเรือนไทยทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ย 28,151 บาทต่อเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 21,984 บาท ทำให้ยังมีส่วนต่างรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่พอสมควร
เปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยของสิงคโปร์ประมาณ 329,800 บาทต่อเดือน เท่ากับรายได้คนไทยซึ่งอยู่ที่เฉลี่ย 28,151 บาทต่อเดือน น้อยกว่า 11.7 หรือเกือบ 12 เท่า
รายได้เฉลี่ยดังกล่าวแบ่งหลักๆ เป็นรายได้จากการทำงาน 19,616 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 69.7% ของรายได้ทั้งหมด ในกลุ่มนี้ ค่าจ้างและเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 12,264 บาท กำไรสุทธิจากธุรกิจ 4,726 บาท และกำไรสุทธิจากการเกษตร 2,626 บาท
ถ้าย้อนดูปี 2566 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนอยู่ที่ 29,030 บาท ส่วนปี 2558 อยู่ที่ 26,915 บาท แปลว่าระดับรายได้ครัวเรือนโดยรวมแกว่งขึ้นๆ ลงๆ แต่ภาพระยะยาวยังสูงกว่าช่วงก่อนหน้า
3 ปัจจัยหลัก และโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไป
สิ่งที่น่าสนใจคือโครงสร้างรายได้เริ่มเปลี่ยนจากรายได้จากการจ้างงาน (ลดลงจาก 85% เหลือ 79.6%) ไปสู่รายได้จากการลงทุนสินทรัพย์ และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้นเป็น 13.5% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ 3 ประการ คือ:
1.Double Income: สัดส่วนคู่สมรสที่ทำงานสร้างรายได้ทั้งคู่ (Dual-income) เพิ่มสูงถึง 56.6%
2.อุตสาหกรรมมูลค่าสูง: การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่ม Tech, Finance และ Professional Services ดันฐานเงินเดือนพุ่งเร็ว
3.สินทรัพย์งอกเงย: ตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตแข็งแกร่งหลังยุคโควิด-19 สร้างความมั่งคั่งให้ผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่เดิม
เมื่อแยกตามกลุ่มชาติพันธุ์ พบว่ากลุ่มครัวเรือนเชื้อสายอินเดียมีรายได้มัธยฐานสูงสุดที่ S$13,382 (≈ 354,600 บาท) ตามด้วยเชื้อสายจีน S$12,969 (≈ 343,600 บาท) และเชื้อสายมลายู S$8,581 (≈ 227,400 บาท)
โครงสร้างประชากร: ครอบครัวสิงคโปร์อยู่กลุ่มไหน ?
กลุ่ม Top Tier (สัดส่วนรวม 25.9%): ครอบครัวรายได้สูงมาก ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจและการลงทุน แบ่งเป็นกลุ่ม Super Rich (795,000 บาทขึ้นไป) มี 13.4% และกลุ่ม High Income (530,000 - 794,900 บาท) มี 12.5%
กลุ่ม Upper-Middle (สัดส่วนรวม 25.7%): ชนชั้นกลางระดับบนซึ่งกลายเป็นแกนหลักใหม่ของประเทศ ครอบคลุมกลุ่มรายได้ 318,000 - 529,900 บาทต่อเดือน
กลุ่ม Traditional Middle (สัดส่วนรวม 33.5%): พนักงานออฟฟิศและข้าราชการทั่วไป รายได้อยู่ที่ 106,000 - 317,900 บาทต่อเดือน
กลุ่ม Base Tier (สัดส่วน 14.9%): กลุ่มครัวเรือนรายได้ต่ำกว่า 106,000 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามลำพัง ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งอุดหนุนค่าครองชีพ
ช่วงห่างความเหลื่อมล้ำ
แม้ตัวเลขความมั่งคั่งจะดูงดงาม แต่ ผศ. Walter Theseira นักวิชาการจาก SUSS- Singapore University of Social Sciences ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบภาษีปัจจุบันที่เน้นเก็บจากรายได้จากการทำงานอาจเริ่มไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากกลุ่มระดับบนสุดมีรายได้เติบโตจากผลตอบแทนการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากไม่มีการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบาย อาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระยะยาวในรูปแบบ K-shaped Economy หรือสภาวะคนรวยยิ่งรวยขึ้น ขณะที่กลุ่มล่างรายได้โตไม่ทัน
21/08/2026
🤖🧠 กูเกิ้ลใจดีปล่อย #เอไอพลัส ฟรีให้น้องๆ นักศึกษาจ้า
- เอไอตัวท็อป ได้พื้นที่ 400 GB ใช้งานได้จุกๆ โดยไม่รบกวนเงิน #ภาษีประชาชน 🎉🎈✨️
- เป็นโครงการที่ไม่มี #คอรัปชั่น แจกฟรีด้วยใจจริงไม่อิงทุนเทา
- สิทธิ์เข้าถึง Gemini Omni และการสร้างวิดีโอ
- ใช้ Gemini Live, Deep Research และการแสดงข้อมูลผ่านภาพแบบอินเทอร์แอกทีฟ 🧑🔬🔬
⋅ เชื่อมโยงข้อมูลกับ Gmail, Drive และ Workspace
Google แจก AI Plus ฟรี 1 ปีสำหรับนักศึกษา ได้พื้นที่ 400GB สมัครภายใน 31 ธ.ค. 2026
Google เปิดแพ็กเกจ Google AI Plus สำหรับนักศึกษาที่มีสิทธิ์ใช้งานฟรีเป็นเวลา 1 ปี พร้อมเพิ่มขีดจำกัดการใช้งาน Gemini และเครื่องมือช่วยเรียนรู้ โดยต้องแลกรับสิทธิ์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2026
ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 18–24 ปี รองรับทั้งผู้ใช้ใหม่ และผู้ที่สิทธิ์ทดลองใช้ AI Pro ปี 2025 ที่หมดอายุแล้ว พร้อมยืนยันสถานะนักศึกษาทุกปีเพื่อใช้งานต่อ
สิทธิประโยชน์สำคัญประกอบด้วย
⋅ ขีดจำกัดการใช้งานสูงขึ้น 2 เท่า
⋅ พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 400GB
⋅ สิทธิ์เข้าถึง Gemini Omni และการสร้างวิดีโอ
⋅ อัปโหลดข้อมูลสำหรับ Study Notebooks รูปภาพ และ Live ได้ไม่จำกัด
⋅ สร้าง Notebook แยกตามหลักสูตร พร้อมแผนการเรียนเฉพาะบุคคล
⋅ ปลี่ยนโน้ต และเอกสารเป็นแบบทดสอบ คู่มือเตรียมสอบ พอดแคสต์ และสรุปเนื้อหา
⋅ ใช้ Gemini Live, Deep Research และการแสดงข้อมูลผ่านภาพแบบอินเทอร์แอกทีฟ
⋅ เชื่อมโยงข้อมูลกับ Gmail, Drive และ Workspace
Gemini ยังช่วยอธิบายการบ้านแบบทีละขั้นตอน เตรียมสอบ ตรวจและปรับปรุงงานเขียน ระดมความคิด ทำเรซูเม่ รวมถึงช่วยสร้างเว็บไซต์สำหรับองค์กรนักศึกษาได้
ผู้สมัครต้องเพิ่มช่องทางชำระเงินที่ใช้งานได้ โดยเมื่อครบระยะเวลาฟรี ระบบจะต่ออายุ Google AI Plus และเรียกเก็บค่าบริการอัตโนมัติเดือนละ 189 บาท หากไม่ต้องการใช้งานต่อ ต้องยกเลิกก่อนสิทธิ์ทดลองสิ้นสุด ทั้งนี้สามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ
ที่มา: Google
เต้นท์ iMoD
#นักศึกษา