29/11/2023
Resilience ไม่ได้แปลว่าความยืดหยุ่นนะ ⚠
แล้วแปลว่าอะไรกันแน่ ❓❔
เชื่อว่าในวงการธุรกิจ เราจะได้ยินคำว่า Resilience ค่อนข้างบ่อย
ยิ่งโดยเฉพาะช่วงยุคหลังโควิด
คำนี้เป็นอีกคำที่คิดว่าภาษาไทยไม่มีคำแปลตรงตัว
จะแปลว่าอย่างไร มาดูกันค่ะ
Resilience (N.) แปลว่าความสามารถในการฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่เลวร้าย หรืออุปสรรคต่างๆ
คนที่มี Resilience จะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายในชีวิตได้ โดยที่จริงๆ พวกเขาอาจจะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเค้ารอดมาได้อย่างไร (Neenan, 2018)
Resilience เป็นเหมือนความสามารถที่วัตถุจะสามารถกลับคืนสู่รูปเดิม หลังจากที่โดนดึงหรือยืดออกอย่างรุนแรง ให้นึกถึงดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่สามารถเติบโตแทรกจากพื้นคอนกรีตได้ นั่นแหละค่ะคือ Resilience (Pemberton, 2015)
Resilience เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับโลกธุรกิจในปัจจุบัน
เรากำลังก้าวเปลี่ยนผ่านจาก VUCA World สู่ BANI World
โลกที่เต็มไปด้วย
B - Brittle ความเปราะบาง,
Anxious ความกังวล,
Non-linear ความไม่เป็นเส้นตรง และ
I-Incomprehensible เรื่องที่ไม่เข้าใจ (Cascio, 2020)
โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราอาจจะต้องล้มอีก 7 ครั้ง
แต่เราจะต้องยืนขึ้นให้ได้ในครั้งที่ 8
ดังนั้น Resilience จึงสำคัญ
ทำอย่างไรให้มี resilience
Cherry (2022) จาก verywellmind.com ให้เทคนิค 10 ข้อในการสร้าง Resilience ดังนี้
1. Finding a sense of purpose : หาจดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตให้เจอ
การมีจุดมุ่งหมายในชีวิตจะทำให้คุณเข้าใจอุปสรรคในชีวิตมากขึ้น
ถ้าคุณมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน คุณจะไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
คุณจะมีกำลังใจที่จะสู้ เรียนรู้จากอุปสรรคที่คุณต้องเจอ
2. Believing in yourself : เชื่อมั่นในตัวเอง
ฟังเสียงของตัว
ถ้าคุณได้ยินเสียงของตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ในแง่ลบ
ให้พยายามเปลี่ยนเป็นแง่บวกแทน เช่น "ฉันทำได้!"
3. Developing a social network : หาเพื่อนคุย
การที่คุณมีใครสักคนที่ไว้ใจได้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
การที่มีเพื่อนรับฟังปัญหาของคุณ อาจจะทำไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป
แต่อย่างน้อยก็มีเพื่อนที่ช่วยแชร์ความรู้สึกร่วมกับคุณ
4. Embracing change: โอบรับความเปลี่ยนแปลง
ความสามารถในการปรับตัว เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Resilience
คนที่มี Resilience มักจะมองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส
เป็นการเปิดทางสู่เส้นทางใหม่ ที่อาจจะทำให้คุณเติบโต
5. Being optimistic : มองโลกในแง่ดี
การมองโลกในแง่ดีไม่ใช่การหนีปัญหา
แต่เป็นการมองโลกด้วยความจริงว่า อุปสรรคนี้เป็นเรื่องชั่วคราว
และคุณจะต้องผ่านมันไปให้ได้
6. Nurturing yourself : ดูแลตัวเองบ้าง
ในเวลาที่เครียด คุณอาจจะละเลยที่จะดูแลตัวเอง
หยุดพักสักครู่เพื่อดูแลตัวเองบ้าง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ
ทานอาหารดีๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกไปออกกำลังกาย
คนที่สุขภาพดีมักจะมี Resilience มากกว่าคนที่สุขภาพไม่ดี
7. Developing problem-solving skills : พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา
เมื่อเจอปัญหา ลองใช้ตรรกะ และทักษะในการแก้ปัญหา
ศึกษาหากลยุทธ์และวิธีการต่างๆ ที่เป็นไปได้
8. Establishing goals : ตั้งเป้าหมาย
ถ้าคุณรู้สึกว่าปัญหามันรุมเร้า ให้ลองถอยหลังมา 1 ก้าว
ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าคุณ คิดถึงทางออกที่พอจะทำได้
ค่อยๆ ย่อยวิธีแก้ปัญหาออกมาทีละขั้นๆ เล็กๆ ที่พอจะทำได้
9. Taking action : ลงมือทำ
ค่อยๆ ลงมือแก้ปัญหาไปทีละขั้น ทีละตอน
หนทางอาจจะยังไกล ไม่ต้องไปมองที่ปลายทาง
มองความคืบหน้าของคุณ อย่างน้อยคุณได้ลงมือทำเพื่อแก้ปัญหานั้นแล้ว
10. Committing to building skills over time : อย่าหยุดพัฒนา
Resilience ถือเป็นทักษะ การจะพัฒนาทักษะนี้จะต้องใช้เวลา
ไม่ต้องท้อถ้าคุณยังรู้สึกจมอยู่กับปัญหา ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
แล้ววันหนึ่งคุณจะมีทักษะ Resilience ที่แข็งแกร่ง
สำหรับตวงเอง ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมี Resilience จนกระทั่งมาเจอกับโควิด
ภูมิใจมากๆ ที่ตอนนี้เราผ่านมันมาได้
แม้ว่าชีวิตยังไม่ดีเหมือนก่อน แต่อย่างน้อยเราก็ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวเท่าที่เราจะทำได้
วิธีฝึก Resilience ของตวงง่ายๆ คือ
กลับบ้านไปนอน บอกตัวเองว่า พรุ่งนี้เอาใหม่
พอเริ่มวันใหม่มา ก็เป็นเรื่องใหม่แล้ว
ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันใหม่ที่ดีของทุกคนนะคะ
มีคำไหนที่อยากรู้ อยากให้อธิบาย แชร์มาได้เลยจ้า
#ติวTOEICอย่างเริงร่ากับครูตวงและครอบครัว