07/07/2020
ชร เป็นอักษรควบด้วยหรือ ?
ตำราภาษาไทยมักไม่กล่าวถึง ชร ว่าเป็นอักษรควบ จะด้วยเหตุใดก็หาทราบไม่
เพจสนใจตรงที่ ชร สามารถเป็นอักษรควบได้ทั้งตำแหน่งพยัญชนะต้นและตัวสะกด
ที่ทราบได้ว่าเป็นพยัญชนะควบในตำแหน่งพยัญชนะต้นก็ด้วยว่า ในพจนานุกรมเขียนเครื่องหมายจุดหรือพินทุไว้ล่าง คือ ชฺร เพื่อให้อ่านออกเสียงกล้ำกัน เท่าที่สอบจาก พจน. ๒๔๙๓ เป็นต้นมาจนถึง พจน. ๒๕๔๒ พบว่ามีหลายคำ ได้แก่ ชรงำ ชรทึง ชรโมล ชรไม ชรราง ชรริน ชรเรือด ชรแรง ชรแร่ง ชรโลง ชรอกชรัง ชรออบ ชรอ่ำ ชรอื้อ ชรอุ่ม ชระ ชระงม ชระง่อน ชระงำ ชระดัด ชระดื่น ชระเดียด ชระบอบ ชระมด ชระมัว ชระมื่น ชระมุกชระมอม ชระมุ่น ชระเมียง ชระเมียน ชระลอ ชระลอง ชระล่อง ชระลั่ง ชระลัด ชระล้ำ ชระลุ ชระแลง ชระอับ ชระอาบ ชระเอม ชรัด ชรัว ชราบ ชรายุ ชรุก ชรูบ
ถามว่า คำเหล่านี้ก็มีใช้ด้วยหรือ ?
คำเหล่านี้ไม่มีใช้ทั่วไปหรอก จะมีก็แต่ผู้ศึกษาวรรณคดีหรือวรรณกรรมโบราณที่คุ้นกับคำเหล่านี้ ตัวอย่างคำที่ชักมาดังกล่าว ใน พจน. ก็บอกไว้ว่า ชร เป็นพยางค์หน้าของคําในบทกลอน และท่านก็นำตัวอย่างคำเหล่านี้มาจากวรรณคดี เช่น ลิลิตโองการแช่งน้ำ สมุทรโฆษคำฉันท์ มหาชาติคำหลวง นิราศนรินทร์
น่าสังเกตว่าเสียง ร น่าจะแทรกเข้ามาภายหลัง และบางคำก็มาประวิสรรชนีย์เข้าอีก เพราะมีคำเดิมอยู่แล้ว เช่น ........ชอุ่ม-ชรอุ่ม-ชระอุ่ม ........ชอ่ำ-ชรอ่ำ-ชระอ่ำ........ชอื้อ-ชรอื้อ-ชระอื้อ
ในหลักภาษาไทย ของ กำชัย ทองหล่อ เรียกคำลักษณะนี้ว่า คำแผลง ช แผลงเป็น จ, จรร, ฉ, ชร, ชล, ชำ, ชำง, ชำน, ชำร, ท, ทะ, ย, ส ก็ได้
ส่วนเหตุที่เพิ่ม ร เข้ามานั้นจะเพื่อความไพเราะทางด้านเสียงของคำก็ไม่ทราบแน่ ทว่าเพจยังไม่เคยได้ยินผู้ใดออกเสียงคำเหล่านี้ควบกล้ำให้ฟังเลย ในครั้งกระโน้นคำเหล่านี้จะออกเสียงควบกล้ำกันจริงก็ไม่ทราบอีกเช่นกัน เพราะท่านไม่เขียนคำอ่านกำกับไว้ว่าอ่านเช่นไร จะมีก็แต่ใน พจน. ที่ว่านี้ที่บอกคำอ่านไว้
แอดมินเคยพยายามออกเสียงคำเหล่านี้แบบควบกล้ำ แต่ก็ไม่สามารถออกเสียงควบกันได้สนิทนัก และออกเสียงยากมาก และยังความลำบากให้ในเวลาอ่านวรรณคดีอีกต่างหาก ใน พจน. บอกว่าบางคำมาจากภาษาเขมร จึงคิดว่าผู้พูดภาษาเขมรได้น่าจะออกเสียงคำดังกล่าวได้ หรือไม่ก็ภาษาสันสกฤตที่มีเสียงควบ ชฺร
น่าสังเกตว่า ศริพจน์ภาษาไทย์ (๒๔๓๙) ซึ่งเป็นพจนานุกรมที่มีก่อน พจน. ๒๔๙๓ ไม่มีคำควบ ชร ที่ยกมา แต่มีคำ ชะระอ่ำ ชะระอื้อ หรือว่าคำเหล่านี้ไม่ออกเสียงควบกัน ? และน่าเสียดายว่าหนังสือ คำฤษฎี ได้เก็บคำเหล่านี้ไว้บ้างแต่ก็ไม่ได้ให้คำอ่านเอาไว้
อย่างไรก็ดี พบว่า พจน. เล่มปัจจุบัน (๒๕๕๔) ได้แก้ไขคำอ่านที่มีมาแต่เดิมว่าให้อ่านควบนั้นเสียใหม่เป็นอ่านแบบเรียงพยางค์ คือ อ่าน ชะระ ไม่ต้องอ่าน ชฺระ อันนี้ก็ช่วยให้อ่านง่ายขึ้นหน่อย และเป็นเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า ชร ไม่ใช่เสียงควบกล้ำในภาษาไทยอีกต่อไป
ส่วน ชร ที่เป็นตัวสะกด ตำราภาษาไทยเดิมว่าเป็นตัวสะกดควบ มักมาจากภาษาอื่น คำอื่นก็มีเช่น บุตร เนตร มิตร จักร อัคร สมุทร
คำเหล่านี้ถ้ามีคำหรือเสียงมาต่อท้ายจะกลายเป็นพยัญชนะต้นควบของพยางค์ถัดไป เช่น บุตรี จักรี อัครชายา สมุทรศาสตร์ อย่างไรก็ดีคำที่ยกมานี้ออกเสียงควบกันสนิท
แต่ ชร ไม่เป็นเช่นนั้น เราจะพบว่า เสียง ร หายไป หรือกลายเป็นอักษรควบไม่แท้อย่างคำอื่นที่ไม่ออกเสียง ร เช่น จริง เศร้า ไซร้ สร้าง
สังเกตว่า ชร ควบทั้งหมดเป็นตัวสะกดของคำว่า เพชร (ตามรูป ถึงจะเป็นสระเอ-เสียงยาว แต่ก็ออกเสียงสั้นเป็นสระเอะว่า เพ็ด เพราะท่านว่าแผลงมาจากคำเดิมที่มีเสียงสั้นว่า วชฺร-วัชระ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งกระมังที่บ่อยครั้งเราเห็นสะกดว่า เพ็ชร) ได้แก่ เพชรกลับ เพชรดา เพชรปาณี เพชรฤกษ์ เพชรสังฆาต เพชรหลีก เพชรหึง เพชรบูรณ์ เพชรบุรี
เฉพาะคำว่า เพชรบุรี คนนิยมออกเสียงเป็น เพ็ดบุรี เป็นส่วนใหญ่ เพราะออกเสียงง่ายกว่า และเป็นการออกเสียงตามหลักภาษาศาสตร์ตามกระสวนจังหวะ หนัก-เบา-หนัก บางทีก็ออกเสียงสะดวกกว่านั้นเป็น เพ็ดรี หรือชื่อจังหวัดอื่น เช่น ราดรี พิดโลก
ความสะดวกในการออกเสียงนี้กระมัง ที่เราไม่ต้องออกเสียง ชร ควบกัน