Longsharedu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

Longsharedu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Longsharedu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน, ศูนย์วิจัยด้านการศึกษา, Bangkok.

🌱ชุมชนออนไลน์สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
-----------------
🌟Instagram: longsharedu.education
📣Youtube: longsharedu.education
-----------------
✅ ติดต่อลงโฆษณา DM

เด็กสมัยนี้เติบโตมากับแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟน จนหลายคนเชื่อว่า พวกเขาน่าจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี แต่เร...
20/08/2026

เด็กสมัยนี้เติบโตมากับแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟน จนหลายคนเชื่อว่า พวกเขาน่าจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี แต่เรื่องราวของเด็กประถมกลุ่มหนึ่งกำลังสะท้อนว่า “ใช้เทคโนโลยีบ่อย” อาจไม่เท่ากับ “ใช้คอมพิวเตอร์เป็น”
Emily Lockwood จำได้ว่าเมื่อเธอเรียนประถม โรงเรียนมีห้องคอมพิวเตอร์และสอนตั้งแต่การพิมพ์งาน ทำพรีเซนเทชัน ไปจนถึงการบันทึกไฟล์ แต่เมื่อลูกของเธอต้องพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์ กลับพิมพ์ได้ช้าและไม่รู้ว่าตัวอักษรอยู่ตรงไหนบนแป้นพิมพ์
ผู้เชี่ยวชาญจาก Edith Cowan University อธิบายว่า การคุ้นเคยกับหน้าจอไม่ได้หมายความว่าเด็กจะมีทักษะคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เด็กจำนวนมากเขียนด้วยมือได้ดีกว่า เพราะฝึกเขียนมานานกว่า แต่ไม่ค่อยได้ฝึกพิมพ์ หากยังต้องเสียเวลาหาตัวอักษรบนแป้นพิมพ์ สมาธิก็อาจหายไปจากการคิดและเรียบเรียงสิ่งที่ต้องการเขียน
เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เมื่อเด็กต้องสอบ NAPLAN ผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ชั้นปีที่ 5 ขณะที่ผลการเขียนกลับลดลงตามระดับชั้น จากกว่า 77% ในปี 3 เหลือราว 61% ในปี 9 ที่ทำคะแนนอยู่ในระดับดีหรือสูงกว่า
โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า เด็กไม่ควรถูกคาดหวังให้เรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง แต่ควรมีการสอนทักษะพื้นฐานอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ การเกิดมาในยุคดิจิทัล ไม่ได้แปลว่าเด็กจะใช้เทคโนโลยีเป็นโดยอัตโนมัติ และบางทีสิ่งที่เด็กต้องการ อาจไม่ใช่เวลาหน้าจอที่มากขึ้น แต่คือการมีคนสอนว่า จะใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้เกิดประโยชน์จริง ๆ
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

สงครามไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่สู้รบ แต่แรงสั่นสะเทือนยังเดินทางไปถึงครอบครัวยากจนในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะ...
19/08/2026

สงครามไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่สู้รบ แต่แรงสั่นสะเทือนยังเดินทางไปถึงครอบครัวยากจนในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมัน อาหาร และค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น
สำหรับเด็กบางคน การไปโรงเรียนจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ค่าเดินทางที่แพงขึ้น ขณะที่รายได้ของครอบครัวลดลง ทำให้พวกเขาต้องหยุดเรียนเพื่อออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน บางคนอาจขาดเรียนเพียงไม่กี่วัน แต่เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อ การกลับเข้าสู่ห้องเรียนก็อาจยากขึ้นเรื่อย ๆ
ในกัมพูชา เด็กหญิงวัย 13 ปีคนหนึ่งฝันอยากเป็นครู แต่ครอบครัวที่ทำประมงกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจนไม่สามารถเดินทางไปหาปลาในพื้นที่ไกลออกไปได้ เมื่อเงินไม่พอ เธอจึงต้องยอมขาดเรียนเพื่อช่วยครอบครัวหาเงิน
ขณะเดียวกัน โรงเรียนก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเดินทางของครู ค่าขนส่งอุปกรณ์ และค่าอาหารสำหรับเด็ก ส่วนรัฐบาลเองต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเพื่อรับมือกับราคาพลังงานและอาหารที่สูงขึ้น ทำให้เงินที่เหลือสำหรับการศึกษาและสาธารณสุขอาจลดลง
สิ่งที่น่ากังวลคือ เด็กที่หลุดจากโรงเรียนอาจไม่ได้เสียแค่โอกาสในการเรียน แต่ยังเสี่ยงต่อ แรงงานเด็ก การถูกแสวงหาประโยชน์ การค้ามนุษย์ และความยากจนในอนาคต โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในบางสังคมที่อาจถูกผลักให้ออกจากโรงเรียนก่อนเด็กผู้ชาย
สถานการณ์ปัจจุบันจึงกำลังสะท้อนว่า เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น สิ่งที่เด็กบางคนต้องเสียไปก่อนอาจไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่คือ “โอกาสทางการศึกษา” และเมื่อเด็กคนหนึ่งต้องออกจากห้องเรียนเพื่อช่วยครอบครัวอยู่รอด ผลกระทบนั้นอาจติดตัวเขาไปอีกนานหลายปี
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยจึงลังเลที่จะมีลูก ทั้งที่หลายคนก็อยากมีครอบครัวคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “ไม่อยากมีลูก” แต่อยู่ที...
17/08/2026

ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยจึงลังเลที่จะมีลูก ทั้งที่หลายคนก็อยากมีครอบครัว
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “ไม่อยากมีลูก” แต่อยู่ที่ความรู้สึกว่า การมีลูกในวันนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่และเต็มไปด้วยความกดดัน
ประเด็นนี้กำลังถูกพูดถึงในสิงคโปร์ ท่ามกลางอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากต้องการให้คนรู้สึกพร้อมที่จะมีลูกมากขึ้น การให้เงินช่วยเหลือหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับพ่อแม่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
เพราะเบื้องหลังการตัดสินใจมีลูก มีเรื่องต่าง ๆ ซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่ ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู การทำงาน การลาเพื่อดูแลลูก ไปจนถึงระบบการศึกษา
โดยเฉพาะความคาดหวังด้านการศึกษาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ พ่อแม่อาจรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกไม่ได้หมายถึงแค่การดูแลให้เติบโต แต่ต้องทุ่มทั้งเวลา เงิน และพลัง เพื่อให้ลูก “ตามทัน” และมีโอกาสที่ดีในอนาคต
เมื่อรวมเข้ากับภาระจากการทำงานและความกังวลเรื่องคุณภาพชีวิต การมีลูกจึงอาจกลายเป็นเรื่องที่หลายคนต้องคิดแล้วคิดอีก
ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอว่า การแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำควรมองแบบ “เชื่อมโยงกันทั้งระบบ” ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบให้พ่อแม่เพียงสองคน แต่ต้องทำให้สังคมรอบตัวครอบครัวเอื้อต่อการมีลูกมากขึ้น ตั้งแต่ที่ทำงาน โรงเรียน ระบบดูแลเด็ก ไปจนถึงสุขภาพกายและใจของพ่อแม่
และหากสังคมอยากให้คนมีลูกมากขึ้น คำถามอาจไม่ใช่แค่ “จะทำอย่างไรให้คนอยากมีลูก” แต่คือ “เราจะทำอย่างไรให้การมีลูกไม่ใช่เรื่องที่หนักเกินไปสำหรับคนคนหนึ่ง”
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัย แต่ช่วงที่ผ่านมา โรงเรียนในฟิลิปปินส์กลับเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง จนกลุ่มคร...
13/08/2026

โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัย แต่ช่วงที่ผ่านมา โรงเรียนในฟิลิปปินส์กลับเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง จนกลุ่มครูออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง สุขภาพจิตของนักเรียน
หนึ่งในเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองลาสปีญาส เมื่อนักเรียนวัย 13 ปีถูกนักเรียนวัย 14 ปีแทงเสียชีวิตในโรงเรียนระหว่างเวลาเรียน โดยตำรวจระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากการทะเลาะกันเรื่องเงินจำนวนเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ เมืองตาโคลบันก็เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และหลังจากนั้นพบเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งการแทงกันและการพบอาวุธปืนในหมู่นักเรียน จนเจ้าหน้าที่เรียกว่าเป็น “ปรากฏการณ์เลียนแบบ”
Teachers’ Dignity Coalition หรือ TDC จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งใช้กฎหมายส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน พร้อมเพิ่มผู้ให้คำปรึกษาและศูนย์ดูแลด้านจิตใจในโรงเรียน
แม้รัฐบาลมีแผนจ้างผู้ช่วยที่ปรึกษาโรงเรียน 10,000 คน แต่ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับโรงเรียนรัฐบาลกว่า 45,000 แห่ง และหลายแห่งยังไม่มีบุคลากรด้านการแนะแนวโดยเฉพาะ
TDC มองว่า ความรุนแรงอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางอารมณ์และสุขภาพจิตที่ไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ต้น การมีคนคอยรับฟังจึงอาจช่วยมองเห็นสัญญาณความเสี่ยงและช่วยเด็กได้ก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น
เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนไม่นานมานี้ ก็เป็นอีกกรณีที่ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในโรงเรียน เหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า การปกป้องเด็กไม่ได้มีเพียงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ควรให้ความสำคัญกับ การรับฟัง ดูแล และส่งเสริมสุขภาพจิตของเด็กในโรงเรียนควบคู่กันไป เพื่อช่วยสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยทั้งทางกายและทางใจ
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

เด็กในวันนี้อาจเกิดมาพร้อมสมาร์ตโฟน แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกออนไลน์จะปลอดภัยสำหรับพวกเขาเสมอไปCyberbullying เนื้อหาไม่เหม...
10/08/2026

เด็กในวันนี้อาจเกิดมาพร้อมสมาร์ตโฟน แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกออนไลน์จะปลอดภัยสำหรับพวกเขาเสมอไป
Cyberbullying เนื้อหาไม่เหมาะสม อัลกอริทึมที่ทำให้เลื่อนต่อไม่หยุด รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพจิต กำลังทำให้หลายประเทศตั้งคำถามว่า ใครควรรับผิดชอบกับเรื่องนี้?
คำตอบของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ฝรั่งเศสเลือกจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ออสเตรเลียกำหนดให้แพลตฟอร์มป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ให้มีบัญชี หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงถึง 54.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ตุรกีใช้มาตรการเจาะจงกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น การบล็อก Roblox ในปี 2024 พร้อมพัฒนาระบบยืนยันอายุและการควบคุมโดยผู้ปกครอง ฟินแลนด์ เลือกอีกทาง คือไม่เน้นห้าม แต่สอนให้เด็ก “รับมือ” ด้วยทักษะ Digital & Media Literacy ตั้งแต่ในโรงเรียน
โดยแนวคิดนี้มีความสำคัญ เพราะการกันเด็กออกจากโลกออนไลน์อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด นักจิตวิทยา Jonathan Haidt มองว่า การเปลี่ยนจาก “วัยเด็กที่เล่น” มาเป็น “วัยเด็กที่อยู่กับโทรศัพท์” อาจเกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลและความโดดเดี่ยวในวัยรุ่น
ขณะที่ UNICEF เตือนว่า การจำกัดเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เด็กยังต้องได้รับการปกป้องจากการกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิด และเนื้อหาที่เป็นอันตราย พร้อมกับได้พัฒนาทักษะดิจิทัลไปด้วย
โจทย์จึงอาจไม่ใช่แค่ “จะห้ามเด็กใช้โซเชียลเมื่อไร” แต่คือ “เราจะสร้างโลกออนไลน์ที่เด็กสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร” ซึ่งคำตอบอาจต้องเกิดจากทั้ง กฎหมาย แพลตฟอร์ม โรงเรียน และครอบครัว ที่ช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กในโลกดิจิทัล
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

09/08/2026

“หลายคนต่างมีความลับที่ซ่อนเอาไว้และไม่สามารถเปิดเผยได้”

#ความรู้

ทัศนคติของครูต่อเด็กรุ่นใหม่ และ เหตุการณ์ความรุนแรงจากนักเรียน “ไม่ใช่ปัญหาใหม่” หากแต่เป็นภาพสะท้อนของ “ปัญหาเดิม” ที่...
07/08/2026

ทัศนคติของครูต่อเด็กรุ่นใหม่ และ เหตุการณ์ความรุนแรงจากนักเรียน “ไม่ใช่ปัญหาใหม่” หากแต่เป็นภาพสะท้อนของ “ปัญหาเดิม” ที่ถูกละเลยมาโดยตลอด เราจะต้องถอดบทเรียนกันอีกกี่ครั้ง ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์?
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้สูญเสียทุกท่าน จากเหตุการณ์ ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัว ตลอดจนคณะครู นักเรียน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันน่าเศร้าครั้งนี้

“ทำงานบ้านได้เงิน” อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป แล้วควรให้เงินลูกแบบไหนดี?“เก็บจานเสร็จแล้ว แม่ให้ 20 บาท” ฟังดูเหมือนวิธีง่า...
06/08/2026

“ทำงานบ้านได้เงิน” อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป แล้วควรให้เงินลูกแบบไหนดี?
“เก็บจานเสร็จแล้ว แม่ให้ 20 บาท” ฟังดูเหมือนวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ลูกขยันทำงานบ้าน แต่ถ้าทำแบบนี้เป็นประจำ เด็กอาจกำลังเรียนรู้บางอย่างที่พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจสอน
นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมองว่า การให้เงินเพื่อแลกกับทุกงานที่เด็กทำ อาจทำให้เด็กค่อย ๆ คิดว่า “ถ้าไม่ได้เงิน ก็ไม่ต้องทำ” จากเดิมที่ช่วยเก็บโต๊ะเพราะเป็นหน้าที่ของสมาชิกในบ้าน ก็อาจกลายเป็นการตั้งคำถามว่า “เมื่อทำแล้วได้เท่าไหร่?”
นี่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ไม่ควรให้เงินลูก แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกให้ถูกว่าเงินนั้นกำลังสอนอะไร
งานบ้านที่ทำเป็นประจำ เช่น เก็บจาน กวาดบ้าน หรือช่วยดูแลสัตว์เลี้ยง อาจไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทน เพราะเด็กควรเรียนรู้ว่าทุกคนในครอบครัวมีส่วนช่วยกันรับผิดชอบ
แต่ถ้าเป็น “งานพิเศษ” ที่ต้องใช้ความพยายามหรือทักษะมากขึ้น เช่น ล้างรถ ช่วยทาสีบ้าน หรือทำงานที่ครอบครัวอาจต้องจ้างคนอื่น เงินตอบแทนก็มีประโยชน์ เพราะเด็กจะได้เรียนรู้ว่าความพยายามและทักษะสามารถสร้างรายได้ได้
ส่วนเงินค่าขนมรายสัปดาห์ก็อาจแยกออกจากงานบ้าน เพื่อให้เด็กได้ฝึกบริหารเงิน รู้จักเก็บ รู้จักใช้ และเข้าใจว่าหากใช้เงินหมด ก็ต้องรอเงินรอบถัดไป
ดังนั้นแล้ว เงินค่าขนมจึงไม่ควรเป็นเพียงรางวัลสำหรับการทำงาน แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ การทำงาน และการจัดการเงินไปพร้อมกัน เมื่อเด็กเข้าใจว่าอะไรคือหน้าที่ อะไรคือการหารายได้ และอะไรคือการใช้เงินอย่างเหมาะสม เงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถกลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเติบโตได้
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

การประเมินครูควรช่วยให้เห็นว่าอะไรทำได้ดี และอะไรควรพัฒนา แต่ถ้าคะแนนที่ได้รับกลับทำให้ครูตั้งคำถามว่า “นี่คือคะแนนจากผล...
05/08/2026

การประเมินครูควรช่วยให้เห็นว่าอะไรทำได้ดี และอะไรควรพัฒนา แต่ถ้าคะแนนที่ได้รับกลับทำให้ครูตั้งคำถามว่า “นี่คือคะแนนจากผลงาน หรือจากความรู้สึกของผู้ประเมิน?” ระบบประเมินอาจกำลังเจอกับโจทย์สำคัญ
เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นในเคนยา หลังครูบางส่วนออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับ TPAD ระบบที่ใช้ประเมินการทำงานของครูในโรงเรียน
ประเด็นเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น เมื่อมีภาพผลการประเมินของครูรายหนึ่งเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย โดยบางหัวข้อได้รับ คะแนนเป็นศูนย์ แม้ครูจะระบุว่ามีหลักฐานการทำงานประกอบ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า คะแนนดังกล่าวสะท้อนผลงานจริงหรือไม่ และผู้ประเมินมีอคติส่วนตัวหรือเปล่า
โดยทั่วไป TPAD ให้ครูประเมินตัวเองก่อน จากนั้นผู้ประเมินจะตรวจสอบหลักฐานและให้คะแนนในหลายด้าน ตั้งแต่การเตรียมการสอน การจัดการชั้นเรียน ไปจนถึงพัฒนาการของนักเรียน
หน่วยงานด้านการศึกษาของเคนยายืนยันว่า ระบบนี้ใช้ข้อมูลและหลักฐานในการประเมิน และมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ครูพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่เสียงจากครูบางส่วนสะท้อนว่า ในทางปฏิบัติ “คนให้คะแนน” ก็อาจมีผลต่อคะแนนที่ได้รับ
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนของครูคนใดคนหนึ่ง แต่กำลังชวนให้ตั้งคำถามว่า ระบบประเมินครูควรทำอย่างไรให้ทั้ง “วัดผลงานได้จริง” และ “ยุติธรรมกับคนถูกประเมิน” เพราะการประเมินที่ดีไม่ควรทำให้ครูต้องพยายามเอาใจผู้ประเมิน แต่ควรช่วยให้พวกเขารู้ว่า วันนี้ควรทำอะไรได้ดี และพรุ่งนี้จะพัฒนาอะไรให้ดีขึ้นได้อีก
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่จำนวนประชากร แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการศึกษาของหลายประเทศในลาติ...
04/08/2026

เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่จำนวนประชากร แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการศึกษาของหลายประเทศในลาตินอเมริกาด้วย
ข้อมูลจาก UNESCO ระบุว่า ระหว่างปี 2015–2023 จำนวนเด็กเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้ลดลงมากกว่า 1.2 ล้านคน และคาดว่าภายในปี 2050 จะมีเด็กและวัยรุ่นในวัยเรียนลดลงประมาณ 38 ล้านคน
ฟังดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นปัญหา แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นโอกาสให้ระบบการศึกษาได้ปรับครั้งใหญ่
เมื่อมีเด็กน้อยลง โรงเรียนอาจมีนักเรียนต่อห้องลดลง ครูสามารถดูแลเด็กแต่ละคนได้มากขึ้น และภาครัฐอาจมีโอกาสนำงบประมาณไปใช้กับสิ่งที่จำเป็นกว่าเดิม เช่น การพัฒนาครู การศึกษาปฐมวัย หรือการช่วยเด็กที่ยังมีปัญหาด้านการเรียนรู้
แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีเรื่องให้ต้องคิด ทั้งจำนวนครูที่เหมาะสม โรงเรียนที่จำเป็นต้องมี รวมถึงการจัดสรรงบประมาณให้ไม่สูญเปล่า หลายประเทศจึงเริ่มนำข้อมูลประชากรและการคาดการณ์อนาคตมาใช้วางแผน แทนที่จะอิงเพียงจำนวนเด็กในอดีต
UNESCO มองว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การรับมือกับ “จำนวนเด็กที่น้อยลง” แต่คือการใช้โอกาสนี้ทำให้การศึกษามีคุณภาพและเข้าถึงเด็กทุกคนได้มากขึ้น
เพราะในบางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเป็นปัญหา อาจกลายเป็นโอกาสให้เราได้สร้างระบบการศึกษาที่เหมาะกับอนาคตมากกว่าเดิม
----------------------
ติดตามข้อมูลความรู้และข่าวสารได้ที่:
⭐️LongSharEdu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
⭐️Youtube: .Education
⭐️Instagram: longsharedu.education
_____________________
#เรียนออนไลน์ #ความรู้ #ครู #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #ข่าวสาร #เรียนรู้

ที่อยู่

Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Longsharedu - พื้นที่แห่งการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์