14/09/2025
Hardt Hyperloop จากเนเธอร์แลนด์ทำสถิติความเร็วใหม่ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนรางทดสอบ European Hyperloop Center พร้อมสาธิตการเปลี่ยนเลนด้วยระบบ Maglev สำเร็จ ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเดินทางเชิงพาณิชย์ในอนาคต
โดยตั้งเป้าเพิ่มความเร็วได้ถึง 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ขณะที่จีนเร่งทดสอบกว่า 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวางแผนเชื่อมเซี่ยงไฮ้-กวางโจวในปี 2035
คลิกอ่านต่อในคอมเมนต์
#เนเธอร์แลนด์
15/03/2025
โครงการ HyperPort ระบบขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ความเร็วสูงแห่งอนาคต
บริษัท ไฮเปอร์ลูป ทรานสพอร์เทชัน เทคโนโลยีส์ (Hyperloop Transportation Technologies) หรือ HTT กำลังพัฒนาโครงการไฮเปอร์พอร์ต (HyperPort) เพื่อปฏิวัติระบบขนส่งสินค้าผ่านท่อสุญญากาศ โดยมุ่งเน้นไปที่บราซิล
โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายขนส่งความเร็วสูงที่สามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต หรือ 12.2 เมตร ได้ด้วยความเร็วเกือบ 370 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 595 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถลดระยะเวลาการขนส่งจากหลายชั่วโมงหรือหลายวันให้เหลือเพียง 20-30 นาที
🔵 หลักการของเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop)
โครงการไฮเปอร์พอร์ต (HyperPort) ใช้หลักการของเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ระบบการขนส่งที่อาศัยท่อสุญญากาศ หรือท่อแรงดันต่ำ เพื่อลดแรงต้านอากาศ ทำให้พาหนะด้านในท่อสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูงโดยใช้พลังงานน้อยกว่าระบบรางทั่วไป
🔵 การศึกษาเบื้องต้นของโครงการ
การศึกษาเบื้องต้นซึ่งนำโดยทีมแล็บทรานส์ (LabTrans) จากมหาวิทยาลัยสหพันธ์ซานตาคาตารินา (Federal University of Santa Catarina) ร่วมกับ EGA Group บริษัทโลจิสติกส์ของบราซิล พบว่าโครงการนี้มีศักยภาพในหลายด้าน ทั้งทางเทคนิคและการเงิน
แผนเบื้องต้นกำหนดให้ไฮเปอร์พอร์ต (HyperPort) เชื่อมต่อ ท่าเรือซานโตส ผ่านเซาเปาโลไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญต่าง ๆ โดยท่าเรือซานโตสซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา จัดการสินค้ากว่า 5 ล้าน TEU หรือประมาณ 120 ล้านตันต่อปี
ปัจจุบัน ท่าเรือซานโตสรองรับรถบรรทุกมากถึง 15,000 คันต่อวัน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการจราจรและการปล่อยมลพิษ หากโครงการไฮเปอร์พอร์ต (HyperPort) ดำเนินการได้ตามแผน คาดว่าจะช่วยลดจำนวนรถบรรทุกบนถนนได้มากถึง 4,000 คันต่อวัน พร้อมลดการปล่อย CO2 ลงประมาณ 906 ตันต่อวันภายในปี 2060
🔵 เส้นทางที่ได้รับการศึกษา
สำหรับเส้นทางที่ได้รับการศึกษา คือ เส้นทางซานโตส - กัมปีนัส (Santos - Campinas) ระยะทาง 105 ไมล์ หรือ 169 กิโลเมตร ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ทำกำไรได้มากที่สุด โครงการนี้มีต้นทุนลงทุน (CAPEX) 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 322,327 ล้านบาท และต้นทุนดำเนินงาน (OPEX) 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 53,734 ล้านบาท ตลอดอายุการใช้งาน โดยคาดว่าจะสร้างรายได้รวม 17.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 574,146 ล้านบาท
และเส้นทางระยะไกลซานโตส - เซา โชเซ ดู ริโอ (Santos - São José do Rio Preto) ระยะทาง 341 ไมล์ หรือ 549 กม. กิโลเมตร คาดว่าจะมีค่าใช้จ่าย OPEX 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 94,012 ล้านบาท และสร้างรายได้ 535 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 17,967 ล้านบาทต่อปี
หากรัฐบาลบราซิลสนับสนุนโครงการเต็มที่ บริษัท ไฮเปอร์ลูป ทรานสพอร์เทชัน เทคโนโลยีส์ (Hyperloop Transportation Technologies) คาดว่าอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) จะอยู่ที่ 62.7% และมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 161,202 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนพิจารณาระดมทุนแบบ PPP (Public-Private Partnership) เพื่อแบ่งเบาภาระการลงทุนภาครัฐ
🔵 โครงการยังต้องศึกษาเพิ่มเติม
สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการศึกษา EVTEA หรือ การศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของโครงการนี้ หากได้รับอนุมัติโครงการไฮเปอร์พอร์ต (HyperPort) อาจกลายเป็นโซลูชันขนส่งสินค้าที่เร็วและยั่งยืนที่สุดในโลก ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเสริมสร้างเศรษฐกิจบราซิลในระยะยาว
ที่มาของข้อมูล
https://www.tnnthailand.com/tech/192542/
ที่มาของรูปภาพ HyperloopTT
———
อัปเดตข่าวเทคโนโลยีกับ TNN Tech
บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพิ่มเติม
คลิกที่นี่ https://linktr.ee/TNNTech
06/09/2024
ปัจจุบันบริษัท Swisspod ยังคงพัฒนาเทคโนโลยี Hyperloop อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอีกหลายบริษัทในยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน
บริษัท Swisspod ตั้งเป้าพัฒนาระบบ Hyperloop ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลกโดยใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมสวิสคุณภาพสูง ทดสอบสำเร็จไปแล้ว 82 ครั้ง ระยะทางรวม 1,300 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 488.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แม้ว่าความเร็วที่บริษัทแห่งนี้ทำได้จะยังห่างไกลการทะลุกำแพงเสียงที่ 1,236 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนที่จะไปถึงจุดนั้นซึ่งต้องใช้เวลาในการวิจัยพัฒนา มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 1-2 เดือน
* ผมว่าคนที่หัวเราะที่หัวเราะเย้ยระบบ Hyperloop ว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นเหมือนคนในยุคโบราณที่ไม่เชื่อว่าเครื่องบินจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ ฝากไว้ให้คิด แต่ตัวเองก็นั่งเครื่องบินเป็นประจำปีละหลายครั้ง
ที่มาของข้อมูล Swisspod
อัปเดตข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจกับ TNN Tech
IG คลิก www.instagram.com/tnn_tech
X คลิก www.twitter.com/TnnTech
Threads คลิก www.threads.net/
14/03/2024
อิตาลีพลิกวิธีทำ “รถไฟ Maglev” ด้วยการวิ่งบนรางรถไฟที่มีอยู่เดิมเป็นครั้งแรกของโลก !
รถไฟระบบพื้นผิวแม่เหล็ก หรือที่เรียกว่ารถไฟแม็กเลฟ (Maglev) มีจุดเด่นในด้านการทำความเร็วสูงเนื่องจากตัวรถไฟลอยขึ้นเหนือรางวิ่งแทนการใช้ล้อ โดยแลกกับการพัฒนาทั้งระบบใหม่ทั้งหมด รวมถึงรางรถไฟที่ Maglev เองก็ไม่สามารถใช้รางรถไฟทั่วไปได้ แต่ข้อเท็จจริงนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อไอออนเลฟ (IronLev) บริษัทสัญชาติอิตาลี ประกาศว่าบริษัทได้พัฒนาวิธีที่ทำให้รถไฟ Maglev เคลื่อนตัวเหนือรางรถไฟธรรมดาได้สำเร็จครั้งแรกของโลก
ข้อมูลต้นแบบรถไฟ Maglev บนรางเดิม
IronLev ได้เปิดเผยภาพวิดีโอรถไฟ Maglev ต้นแบบของบริษัทซึ่งมีน้ำหนักอยู่ที่ 1 ตัน สามารถทำความเร็วเหนือรางรถไฟธรรมดาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนรางรถไฟเส้นทางนอกเมืองเวนิสเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 2 กิโลเมตร โดยที่รางรถไฟดังกล่าวไม่ได้มีการดัดแปลงใด ๆ เพื่อให้รถไฟ Maglev ของบริษัทวิ่งได้
ทาง IronLev ให้ข้อมูลว่า ความสามารถดังกล่าวมีความแตกต่างจากรถไฟ Maglev อื่น ๆ ในตลาด ที่จำเป็นต้องพัฒนารางรถไฟโดยอาศัยขดลวดโลหะประกอบภายในราง เพื่อให้เกิดสภาวะเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างส่วนล่างของขบวนรถกับราง ซึ่งใช้ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงมากเมื่อเทียบกับการสร้างรางรถไฟแบบปกติ โดยต้นแบบดังกล่าวเป็นการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานจากการสร้างระบบรถไฟ Maglev แบบเดิม ๆ รวมถึงเป็นทางเลือกในการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ภาพรวมตลาดรถไฟ Maglev
ทั้งนี้ IronLev ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบเทคโนโลยี Maglev แบบใหม่เท่านั้น แต่ทางบริษัทประกาศว่าเตรียมพัฒนา Maglev ที่มีน้ำหนัก 20 ตัน ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทางบริษัทไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่านี่คือแผนการพัฒนาเป็นรถไฟ Maglev แบบสมบูรณ์ แต่เป็นที่น่าจับตาว่าหากสำเร็จแล้ว น้ำหนักและความเร็วที่สูงขึ้น จะยังคงสามารถวิ่งบนรางรถไฟแบบเดิมได้หรือไม่
โดยในปัจจุบันบริษัทได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ทำระบบขนส่งสินค้าบางประเภท เช่น หน้าต่าง ลิฟต์ และสินค้าที่มีน้ำหนักอื่น ๆ ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางแห่งแล้ว โดยมีเป้าหมายหลักเป็นการพัฒนาทางเลือกการใช้รถไฟ Maglev โดยยังคงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างเครือข่ายรางรถไฟรูปเดิมเอาไว้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการเดินรถไฟ Maglev
ในขณะที่รถไฟ Maglev เชิงพาณิชย์ซึ่งเร็วที่สุดในโลกปัจจุบันมีชื่อว่า แอลซีโร่ ซีรีส์ (L0 Series) ของบริษัทเจอาร์ เซ็นทรัล (JR Central) ผู้ผลิตและผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยทำความเร็วสูงสุดไว้ที่ 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้ระบบรางที่เรียกว่า เอสซี แม็กเลฟ (SCMaglev) ที่เป็นรางแม่เหล็กขดลวดขนาบ 2 ข้างด้านใต้ของรถไฟ รองรับผู้โดยสารทั้งหมด 24 คน และเตรียมให้บริการในปี 2027 นี้
นอกจากนี้ยังมีรถไฟต้นแบบของ CASIC บริษัทรัฐวิสาหกิจด้านเทคโนโลยีการบินและอวกาศจีน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีผสมระหว่างรถไฟ Maglev และไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ที่เป็นการนำรถไฟวิ่งในท่อสุญญากาศ และทำความเร็วทดสอบทำลายสถิติในกลุ่มรถไฟ Hyperloop ที่ 623 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนรางแม่เหล็กและท่อสุญญากาศขนาดเท่าของจริงความยาว 2 กิโลเมตร ที่ TNN Tech นำเสนอก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจาก https://www.tnnthailand.com/news/tech/162921/
ภาพจาก IronLev
#รถไฟ #อิตาลี #ขนส่ง #แม่เหล็ก #รถไฟความเร็วสูง ่อง16 #ซิงเกิลอิมเมจ
————
📲 อัปเดตข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจบน Instagram กับ TNN Tech คลิก https://www.instagram.com/tnn_tech
และติดตาม TNN Tech ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Youtube : https://bit.ly/TNNTechYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNTechTikTok
• Website : https://bit.ly/TNNTechWebsite
• Line OA : https://page.line.me/tnntech
• Threads : https://threads.net/
• X : https://twitter.com/TnnTech
01/11/2023
อัปเดตความคืบหน้าแคปซูลสินค้าอัตโนมัติ Express Freight แบบไฮเปอร์ลูปความเร็วเหนือเสียง
แนวคิดของระบบขนส่งไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ได้รับการถูกพูดถึงอีกครั้งโดยบริษัท ไฮเปอร์ลูป ทรานสปอร์ตเทชั่น เทคโนโลยี (HyperloopTT) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปชั้นนำในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ได้เผยโฉมระบบขนส่งแคปซูลส่งสินค้าแบบอัตโนมัติเอ็กซ์เพรส เฟรต (Express Freight) โดยใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปความเร็วเหนือเสียง บริษัทยืนยันว่ารูปแบบการขนส่งดังกล่าวสามารถขนส่งสินค้าได้เร็วกว่าเครื่องบินและรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยใช้ต้นทุนที่มีความคุ้มค่ามากกว่า
ระบบขนส่งแคปซูลส่งสินค้าแบบเอ็กซ์เพรส เฟรต (Express Freight) เริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้ครั้งแรกในปี 2019 โดยนำแนวคิดของระบบขนส่งแบบไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ความเร็วเหนือเสียงเข้ามาใช้งานร่วมกับระบบขนส่งตู้สินค้าอัตโนมัติ โดยบริษัท ไฮเปอร์ลูป ทรานสปอร์ตเทชั่น เทคโนโลยี (HyperloopTT) ได้ทำงานร่วมกับบริษัท แทนเจอรีน (Tangerine) บริษัทออกแบบเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศอังกฤษ และได้วางเป้าหมายการพัฒนาเอาไว้ 4 ประการ
1. ระบบจะต้องบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้านี้
2. ระบบสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าภายในแคปซูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ
3. ระบบสามารถบรรทุกสินค้าได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4. ระบบมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าได้
กระบวนการทำงานของระบบขนส่งแคปซูลส่งสินค้าแบบเอ็กซ์เพรส เฟรต (Express Freight) เริ่มต้นจากการรับตู้สินค้าผ่านสายพานลำเลียงมายังตำแหน่งที่พอดีกับประตูของแคปซูลภายในสถานีขนส่งสินค้า เมื่อแคปซูลเดินทางมาถึงสถานีขนส่งสินค้าประตูแคปซูลทั้งสองด้านซ้ายและขวาจะถูกเปิดออกพร้อมกันเพื่อขนถ่ายสินค้า ตู้สินค้าจะถูกเคลื่อนย้ายเข้าและออกแคปซูลโดยอัตโนมัติผ่านสายพานลำเลียง เมื่อกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นประตูของแคปซูลถูกปิดลงและแคปซูลจะเดินทางไปยังสถานีขนส่งสินค้าที่อยู่ถัดไป
จุดเด่นของระบบขนส่งแคปซูลส่งสินค้าแบบเอ็กซ์เพรส เฟรต (Express Freight) อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีท่อสุญญากาศผสมกับเทคโนโลยีรถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้า (Maglev) ทำให้แคปซูลลอยตัวเหนือรางแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อลดแรงเสียดทานและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เนื่องจากในท่อสุญญากาศไม่มีแรงต้านของอากาศ ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวคาดว่าแคปซูลจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 760 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 1,223 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปของบริษัท ไฮเปอร์ลูป ทรานสปอร์ตเทชั่น เทคโนโลยี (HyperloopTT) ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงต้นของการวิจัยพัฒนาและการสร้างต้นแบบ โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้รับเงินทุนจากโครงการเน็กเจเนอเรชัน อียู (European Union NextGenerationEU) ของสหภาพยุโรปมูลค่า 853.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 31,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปเชิงพาณิชย์ในประเทศอิตาลี อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยแผนการก่อสร้างและกำหนดการเปิดให้บริการระบบขนส่งดังกล่าว
ที่มาของข้อมูล Newatlas
ที่มาของรูปภาพ HyperloopTT
#ยานยนต์ไฟฟ้า ่อง16 #ซิงเกิลอิมเมจ
————
📲 อัปเดตข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจบน Instagram กับ TNN Tech คลิก https://www.instagram.com/tnn_tech
และติดตาม TNN Tech ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Youtube : https://bit.ly/TNNTechYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNTechTikTok
• Website : https://bit.ly/TNNTechWebsite
• Line OA : https://page.line.me/tnntech
• Threads : https://threads.net/
• X : https://twitter.com/TnnTech
07/08/2023
https://www.facebook.com/cu.highaltitude/posts/pfbid02DuccLHyaTEzRS7wZZZ8RnbRxKFZefzZf5diAS5iFoPJ63ZvDKXZefM7qZjjFomRel
[Eng below]
🚨 เปิดรับสมัครแล้วสำหรับสมาชิกในทีมของชมรม CUHAR 🚀
📍 ใครต้องการพัฒนาทักษะฝีมือหรือกำลังหาประสบการณ์การทำงานจริง รวมถึงการหา connections และโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย
อย่าพลาดโอกาสที่จะสมัคร แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราชมรม CUHAR 🛩️
ฝ่ายที่เปิดรับสมัคร ได้แก่
Engineering team ⚙️
- Avionics
- Recovery
- Structure
- Payload
- Flight Dynamics
Organization team 👥
- Public Relation
- Finance & Sponsorship
- Human Resource
- Supply
✅ โดยชมรมของเราเปิดรับนิสิตวิศวกรรมศาสตร์ทุกชั้นปีทั้งภาคไทยและนานาชาติ สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 11 สิงหาคม ผ่านทาง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdCjspLtMUBrqWJRG3tcrqpGNwuPy4-i7xfSFoMIVEOtFEeEA/viewform
📨 หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่
IG: cu.highaltitude
Linkedin: CUHAR
Email: [email protected]
🚨 CUHAR is inviting passionate individuals to be part of our teams! 🚀
Opening Positions:
Engineering team ⚙️
- Avionics
- Recovery
- Structure
- Payload
- Flight Dynamics
Organization team 👥
- Public Relation
- Finance & Sponsorship
- Human Resource
- Supply
📍 By joining us, you will not only contribute to cutting-edge projects but also receive hands-on work experience, personalized mentoring, and the chance to earn official certificates.
Forge valuable connections and unlock a world of opportunities. Apply by August 11th, take flight with CUHAR, and shape the future of aerospace! 🛩️
✅ Our club is open to engineering students of all years, both Thai and International programs. Application period from today until August 11 through https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdCjspLtMUBrqWJRG3tcrqpGNwuPy4-i7xfSFoMIVEOtFEeEA/viewform
📨 For more information, feel free to contact us at
IG: cu.highaltitude
Linkedin: CUHAR
Email: [email protected]
21/01/2023
จีนทดสอบต้นแบบ Hyperloop สำเร็จครั้งแรกตั้งเป้า 1,000 กม./ชม.
บริษัท การบิน อวกาศ วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม หรือ China Aerospace Science and Industry Corporation (CASIC) ประเทศจีนประสบความสำเร็จพัฒนาต้นแบบไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ระบบขนส่งความเร็วสูงที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางของมนุษย์ในอนาคต
การทดสอบต้นแบบไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) มีขึ้น 3 ครั้ง ในเมืองต้าถง มณฑลชานซี ไฮเปอร์ลูป สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 31 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเป็นเวอร์ชันต้นแบบจึงเริ่มจากการทำความเร็วในระดับนี้ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่เป้าหมายการทำความเร็วมากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การทดสอบมีขึ้นในอุโมงค์สุญญากาศและรางแม่เหล็กด้านในมีความยาว 1.24 ไมล์ หรือประมาณ 2 กิโลเมตร บริษัทมีเป้าหมายขยายระยะทางการทดสอบเป็น 37 ไมล์ หรือประมาณ 60 กิโลเมตรในอนาคต
พื้นฐานของเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงทำให้จีนสานต่อไปพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ในช่วงเวลา 20 ปี ที่ผ่านมาประเทศจีนกลายเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงโดยปัจจุบันมีความยาวของรางรถไฟความเร็วสูงรวมกันทั้งประเทศกว่า 42,000 กิโลเมตร นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังมีแผนการระยะยาวที่ต้องการเพิ่มความเร็วรถไฟความเร็วสูงเป็น 248 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในอนาคต
เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ได้รับการพัฒนามานานแล้วนับจากอดีต แต่สำหรับเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปสมัยใหม่และที่ได้รับการยอมรับถูกนำเสนอขึ้นในปี 2012 โดยอีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัท เทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่ได้รวมทีมวิศวกรของบริษัทสร้างเอกสารอธิบายการทำงานของเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปสมัยใหม่ขึ้นมาชื่อว่าเอกสารไฮเปอร์ลูปอัลฟา (Hyperloop Alpha) เพื่อแจกจ่ายให้บริษัทอื่น ๆ ที่สนใจนำไปพัฒนาต่อยอดได้ฟรี ๆ
เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ใช้หลักการนำรถไฟพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าไปวิ่งในอุโมงค์สุญญากาศ เมื่อในอุโมงค์ไม่มีอากาศรถไฟพลังงานแม่เหล็กจึงสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูง เนื่องจากไม่มีแรงต้านของอากาศเกิดขึ้น โดยหลักการแล้วไฮเปอร์ลูปที่วิ่งในท่อสุญญากาศอาจสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีบริษัทไหนสามารถพัฒนาไฮเปอร์ลูปให้สามารถทำความเร็วไปถึงระดับนั้น
ที่มาของข้อมูล https://interestingengineering.com/transportation/china-hyperloop-train-completes-test-run
ที่มาของรูปภาพ https://www.cccme.cn/shop/tools043/index.aspx
#เทคโนโลยี ่อง16 #ซิงเกิลอิมเมจ
—————————————————————————
ติดตาม TNN Tech ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNTechWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNTechYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNTechTikTok
• Line : https://lin.ee/4fP2tltIo
หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/ #
06/08/2022
เปิดตัว TransPod FluxJet ไฮเปอร์ลูปความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
บริษัททรานส์พ็อด (Transpod) ในประเทศแคนาดา เปิดตัว TransPod FluxJet เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปตั้งเป้าทำความเร็วสูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ระบบการขนส่งสาธารณะความเร็วเหนือเสียงด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าภายในท่อสุญญากาศยุคใหม่ถูกนำเสนอครั้งแรกโดยอีลอน มัสก์และทีมงานวิศวกรในบริษัทสเปซเอ็ก (SpaceX) โดยได้จัดทำเอกสารเผยแพร่แบบไม่คิดมูลค่าเพื่อให้บริษัทนำไปพัฒนาต่อ ปัจจุบันมีหลายบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป เช่น บริษัท เวอร์จิ้น ไฮเปอร์ลูป (Virgin Hyperloop) และล่าสุดก็มีทรานส์พ็อด (Transpod) คู่แข่งรายใหม่จากแคนาดาที่เปิดตัวทรานส์พ็อด ฟลักซ์เจ็ท (Transpod Fluxjet) พร้อมทั้งยังเตรียมแผนก่อสร้างเพื่อทดลองระบบเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทรานส์พ็อด (Transpod) ชูจุดเด่นทรานส์พ็อด ฟลักซ์เจ็ท (Transpod Fluxjet) ว่าเป็นระบบขนส่งแบบใหม่ที่ทั้งน่าตื่นตา น่าประทับใจ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) ซึ่งเรียกว่าเวลแลนซ์ ฟลักซ์ (Veillance Flux)
เวลแลนซ์ ฟลักซ์ (Veillance Flux) เป็นระบบขับเคลื่อนที่มีองค์ประกอบอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือระบบขับดันตัวตู้โดยสาร (Pod) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากระบบแม็กเลฟ (Mag-lev) หรือระบบที่มีตัวสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) เพื่อทำหน้าที่ยกตัวตู้โดยสารให้สูงเหนือรางแม่เหล็กไฟฟ้า และขับดันตัวตู้โดยสารไปข้างหน้า โดยขับเคลื่อนขบวนทั้งหมดในท่อที่ถูกทำให้มีสภาพใกล้เคียงกับสุญญากาศมากที่สุด ซึ่งทำให้ภายในท่อจะเสมือนไม่มีแรงเสียดทานจากอากาศ ซึ่งทำให้ทรานส์พ็อด ฟลักซ์เจ็ท (Transpod Fluxjet) สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูงโดยที่ไม่ต้องมีแรงขับเคลื่อนมหาศาล
ระบบทรานส์พ็อด ฟลักซ์เจ็ท (Transpod Fluxjet) มีตู้โดยสารในรูปทรงคล้ายกระสวยขนาดเล็ก (Pod) ความยาว 25 เมตร ขับเคลื่อนด้วยความเร็วไม่เกิน 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะอยู่ในเมือง ก่อนจะทำความเร็วใช้งานจริงที่ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำความเร็วสูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในห้องโดยสารจะสามารถจุผู้โดยสารได้สูงสุด 54 ที่นั่ง ออกแบบเบื้องต้นให้ที่นั่งผู้โดยสารมีความหรูหรา พร้อมระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งควบคุมสั่งการผ่านหน้าจอระบบสัมผัส ให้ประสบการณ์การเดินทางคล้ายคลึงกับการนั่งโดยสารบนเครื่องบิน
ในขณะนี้บริษัทได้ระดุมทุนได้มากกว่า 19,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมก่อสร้างเส้นทางทดสอบแรกระหว่างเมืองคาลการี (Calgary) และเมืองเอดมันตัน (Edmonton) เป็นระยะทาง 300 กิโลเมตร (ใกล้เคียงกับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที น้อยกว่าการเดินทางโดยรถยนต์ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ซึ่งเบื้องต้นจะมีต้นทุนการก่อสร้างกิโลเมตรละประมาณ 2,100 ล้านบาท กำหนดค่าโดยสารไว้ที่ประมาณ 2,700 บาท (75 ดอลลาร์สหรัฐฯ) และบริษัทคาดหวังว่าหากประสบความสำเร็จ การเดินทางแบบใหม่นี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าปีละ 630,000 ตัน
ที่มาข้อมูล https://tnnthailand.com/news/tech/121117/
ที่มารูปภาพ Transpod
#ไฮเปอร์ลูป #แคนาดา #ขนส่ง #บริการ #ขนส่งมวลชน #เดินทาง #รถไฟ #นวัตกรรม #แม่เหล็ก #ก๊าซเรือนกระจก #พลังงานสะอาด #โลกร้อน ่อง16 #ยานพาหนะ
—————————————————————————
ติดตาม TNN Tech ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNTechWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNTechYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNTechTikTok
• Line : https://lin.ee/4fP2tltIo
หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/ #