16/02/2022
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่6 เมือง Jaisalmer)
นครสีทอง Jaisalmer คือเมืองที่ตั้งอยู่บนทะเลทรายธาร์ Thar ยามเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องมาแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้สีสรรของเมืองและป้อมปราการนี้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะยามเช้า เมืองนี้กลายเป็นสีเหลืองทอง ชาวJain (เจน หรือ เชน) อาศัยอยู่ที่นี่นานแล้ว จะมีโบสถ์วิหารที่สำคัญอยู่หลายแห่ง ทั้งในและนอกตัวป้อมปราการนี้ วัดของชาวเจนน่าชมครับ เพราะมีประวัติศาสตร์ควบคู่มากับศาสนาพุทธ ถ้ามัคคุเทศน์อินเดียอธิบายจะได้อรรถรสมาก เพราะการแกะสลักวิจิตรบรรจงมาก เมืองนี้สามารถขี่อูฐในทะเลทรายธาร์ได้ เป็นแหล่ง shopping เครื่องเงิน และผ้าปักผืนใหญ่สวยงามที่ทุกคนได้เอากลับมาที่บ้านแน่นอน
16/02/2022
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่5 เมือง Jodhpur)
ในบรรดาป้อมปราการที่เป็นมรดกโลกของรัฐราชสถาน ผมประทับใจที่นี่ครับ ป้อม Mehrangarhแห่งจอร์ดเปอร์หรือนครสีน้ำเงิน เมืองหลวงเก่าของอาณาจักร Marwar อย่างที่ผมเล่ามาก่อนครับ รํฐราชาสถานนั้นประกอบด้วยอาณาจักรมากมาย ผู้ปกครองเรียกว่าราชบุตร ผู้นำเหล่านี้นับถือฮินดุและสุ้รบกันมาตลอด เพื่อปกป้องแผ่นดินของตน และบางกลุ่มก็ไปเข้ากับมุสลิมราชวงศ์โมกุลต่อมา อาณาจักรนี้ก่อตั้งประมาณปี คศ.1459 by Rao Jodha แต่ในปี 1581 ได้ถูกปกครองโดยกษัตริย์มุสลิมอักบาร์ นับเป็นอาณาจักรที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากไจเปอร์ หลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ เจ้านครก็ยังไม่อยากรวมตัวเป็นประเทศอินเดีย อยากที่จะปกครองตัวเองแต่ก้ไม่สำเร็จ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐราชสถานในที่สุด ปัจจุบันที่นี่เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาด้านการแพทย์ วิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศ เมือง Johdpur เคยได้จัดเป็นเมืองน่าเที่ยวของนิตยสาร Newyork Times ปี 2020
16/02/2022
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่4 เมือง Jaipur)
ภาพที่คุ้นตาของราชสถานภาพหนึ่งของการท่องเที่ยวอินเดียคือ หน้าต่างของพระราชวังสายลม ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ(Jaipur) รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชา สะหวาย ประทาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล จันท์ อุสตัท (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ ลองนับดูนะครับหน้าต่างมีกี่บาน
เมืองไจเปอร์ (ขออนุญาติออกเสียงตามภาษาอังกฤษ) เป็นเมืองหลวงของรัฐราชาสถาน หรือนครสีชมพู มีประะวัติศาสตร์มาช้านาน แรกเริ่มเรียกว่าอาณาจักร Amber ปี คศ.1093 และย้ายเมืองหลวงมาที่เป็นนครไจเปอร์ปี1727 อาณาจักรนี้ได้เป็นพันธมิตรกับกษัตริย์มุสลิม ราชวงศ์โมกุล ทำให้เกิดสงครามระหว่างนครรัฐราชบุตรอื่นๆที่ไม่ยอมรับกษัตริย์มุสลิม แต่ในที่สุดก็ตกเป็นของอังกฤษ และเป็นอิสระเมื่ออินเดียได้รับอิสรภาพ
สถานที่ท่องเที่ยวมีมากมาย หลายแห่งเป็นมรดกโลก ได้แก่ 1ตัวเมืองเก่าแก่ของไจเปอร์ 2.ป้อมAmber ผมชอบที่นี่มาก 3.หอดูดาวดาราศาตร์ Jantar Mantar คุณต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างน้อย 2 วันเต็ม และมีโรงแรมระดับ 5 ดาว( พระราชวังเก่า)ให้คุณได้มาสัมผัสด้วย หากสนใจก็ติดต่อมานะครับ ผมส่งนักท่องเที่ยวไทยมาที่นี่เหมือนกัน ไปเองได้ จะมีไกด์พูดอังกฤษมาดูแลทุกท่านครับ อีกอย่างครับอย่าพลาดการนั่งบอลลูนชมเมืองไจเปอร์นะครับ
08/10/2021
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่3 เมือง Bikaner)
พื้นฐานความรู้เมื่อคุณมาเที่ยวในราชาสภานคือ สมัยก่อนที่นี่ประกอบด้วยนครรัฐหลายนคร เจ้านครเรียกว่าราชบุตร( นับถือศาสนาฮินดู) พวกนี้เป็นนักรบ กล้าหาญ สู้กันเองบ้างเพื่อชิงอาณาจักร มีภาพยนตร์อินเดียหลายเรื่องที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับวีรกรรมของพวกราชบุตร แต่ต่อมาเมื่อราชวงค์โมกุล(นับถืออิสลาม)เข้าปกครองเดลลี นครรัฐเหล่านี้ก็ต้องเลือกข้าง เพราะกษัตริย์โมกุลมีอำนาจมาก สามารถกำจัดกลุ่มราชบุตรที่อ่อนแอได้ เจ้านครชื่อ Rao Bika เป็นผู้สร้างเมือง Bikaner และต่อมาทายาทพระองค์ราชา Rai Singh ผู้สร้างวังและป้อม Junagarh ในปี คศ 1594 ก็ได้ยอมรับเป็นพัทธมิตรกับพระเจ้าอักบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล ป้อมนี้เป็นป้อมปราการเดียวที่ไม่ได้สร้างอยู่บนเขา แต่อยู่ในตัวเมืองเลยครับ
จุดท่องเที่ยวของเมืองนี้คือ ป้อมและพิพิธภัณฑ์ Junagarh Fort ,วังเก่าสวยงามมากชื่อLuxmi Niwas Palace (ผมพักที่นี่) , วัด Karmi Mata วัดที่เขาบูชาเทพหนู หรือร่างหนึ่งของเจ้าแม่ทุรคา ปางหนึ่งของพระอุมาเทวี ( ต้องมั่นใจว่าไม่กลัวหนูนะครับ) และวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่
07/10/2021
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่2 เมือง Mandawa)
ผมชอบมาพักที่วัง Mandawa ปัจจุบันได้กลายเป็นโรงแรม 3ดาว เพราะเก่าแบบ classic แต่ไม่มีลิฟต์ ห้องมีขนาดไม่เท่ากัน จริงๆแล้วที่พักในราชาสถานที่เป็นวังเก่ามีมากเลยครับ ดังนั้นสถานทีพักที่เป็นวังเก่าก็คือที่เที่ยวนั่นเอง ผมจึงแนะนำครับ
เมืองมันดาวาอยู่ในเขต Shekawati คือเป็นเขตที่มีคฤหาสน์ Haveli ของเศรษฐีที่ทำมาค้าขายบนเส้นทางสายไหมกับจีนมาแต่โบราณ คฤหาสน์มีลักษณะพิเศษคือมีภาพจิตกรรมฝาพนังทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตลอดจนมีปูนปั้นต่างบนตัวอาคาร ทำให้เขตนี้มีความสวยงามมีเอกลักษณ์ แต่ต่อมาเมื่อการค้าบนเส้นทางสายไหมเปลี่ยนแปลงเป็นการเดินเรือ เขต Shekawati ก็ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง เพราะทายาทเจ้าของไปทำธุรกิจในเมือง บางแห่งก็ขาดการบูรณะ อย่างไรก็ดี ชาวยุโรปก็ยังนิยมเดินทางมาเขต Shekawati นี้ และเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจอินเดียที่เติบโตในอัตราสูงตอนนี้ รัฐราชาสถานคงจะมีการบูรณะให้ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้กลับมาใหม่ เพื่อส่งเสรืมการท่องเที่ยว และความเข้าใจที่ดีระหว่างประเทศโดยเฉพาะกับชาวยุโรป ส่วนชาวเอเซียส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจการท่องเที่ยวส่วนนี้ในอินเดีย เพราะส่วนใหญ่ไม่รู้จักประวัติศาสตร์ของอินเดีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันออกควบคู่กับจีน ประเทศอาเซียนมีรากเหง้าวัฒนธรรมมาจากอินเดียและจีนทั้งสิ้น ฝรั่งเขาดูออก เขาเลยเรียกพวกเราว่า Indo China Country หรือประเทศอินโดจีนนั่นเอง
07/10/2021
เที่ยวรัฐ Rajastan (เรื่องที่1 รู้จักรัฐราชาสถาน)
คนยุโรปจะมาเที่ยวรัฐนี้มากที่สุดในประเทศอินเดีย เพราะเป็นรัฐที่สวยงามตามชื่อ มีประวัติศาสตร์และความเป็นอินเดียมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม, ความเป็นอยู่ของประชาชน,การแต่งกายที่ฉูดฉาด, อาหารมังสะวิรัติที่มีชื่อเสียง ในขณะที่คนไทยเรานิยมเส้นทางสังเวชนียสถานมากที่สุด
ราชาสถาน เป็นรัฐหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย มีพื้นที่ 342,239 ตารางกิโลเมตร หรือขนาด 62 %ของประเทศไทย มีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศ พื้นที่ของรัฐจะมีทะเลทรายธาร์ และมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศปากีสถาน การเดินทางท่องเที่ยวจึงใช้เวลามาก โดยปกติผมจะแบ่งเป็นเส้นทาง 2 เส้นคือทางเหนือ 7วัน และทางใต้ 7วัน แต่ก็สามารถจัดรวบเป็น 10 วันก็ได้ รูปที่ลงนี้เป็นรูปรวมๆของรัฐ แต่จะกล่าวแยกสถานที่สำคัญต่อไปอีกประมาณ 7 เมืองนะครับ ใครนำรูปไปใช้หรือ shareไป ยินดีนะครับ แต่แจ้งให้ผู้เขียนรู้สึกดีใจด้วยจะขอบคุณมากครับ
21/07/2021
การเดินทาง8วันด้วยรถไฟ Deccan Odyssey
ผมได้เดินทางบนที่ราบสูงเดคคานของอินเดียซึ่งเป็นที่ราบสูงภาคกลางของอินเดียกินอาณาเขตของรัฐมหาราช, รัฐคานาตากา,รัฐอันดราประเทศ ของอินเดีย มีสถานที่น่าชมและมรดกโลกหลายแห่งที่รถไฟจอดและมีรถบัสมารับส่ง เช่นถ้ำอชันตา, ถ้ำแอลลอร่า ,มรดกโลก Badami, Aihole, Pattadakal, Humpi และเมืองสำคัญต่าง ตามแผนที่ที่ส่งมา แต่ละสถานที่จะมีมัคคุเทศน์ท้องถิ่ินอธิบายได้อย่างชำนาญการทีเดียว
การเดินทางด้วยรถไฟ Deccan Odyssey นี้จัดกว่าเป็น very luxury คือราคาสูง แต่มีครบทุกอย่างคือ อาหารตะวันตกทุกมื้อ ไวน์และเครื่องดื่ม ห้องนอน ห้องอาบน้ำส่วนตัว ห้องนั่งเล่นและดุภาพยนตร์ และภัตราคารระดับ 5ดาว และการต้อนรับทุกจุดที่มีการจอดรภไฟ นับเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เรียนรู้ว่า การท่องเที่ยวอินเดียนั้นพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยรถไฟไกลกว่าที่เราคิด
30/04/2021
เที่ยวรัฐทมิฬดานูเรื่องที่ 14 ประวัตินาฎศิลป์ไทยมาจากอินเดียใต้
เทวรูปศิวะปางนาฏราชที่สร้างเป็นท่าการร่ายรำของพระอิศวร ซึ่งมีทั้งหมด 108 ท่า หรือ 108 กรณะ โดยทรงฟ้อนรำครั้งแรกในโลก ณ ตำบลจิทรัมพรัม เมืองมัทราส อินเดียใต้ ปัจจุบันอยู่ในรัฐทมิฬนาดูนับเป็นคัมภีร์สำหรับการฟ้อนรำ แต่งโดยพระภรตมุนี เรียกว่า"คัมภีร์ภรตนาฏยศาสตร์" ถือเป็นอิทธิพลสำคัญต่อแบบแผนการสืบสานและถ่ายทอดนาฏศิลป์ของไทยจนเกิดขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่มีรูปแบบ แบบแผนการเรียน การฝึกหัด จารีต ขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ไทยได้สันนิษฐานว่า อารยธรรมทางศิลปะด้านนาฏศิลป์ของอินเดียนี้ได้เผยแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามประวัติการสร้างเทวาลัยศิวะนาฏราชที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1800 ซึ่งเป็นระยะที่ไทยเริ่มก่อตั้งกรุงสุโขทัย ดังนั้นท่ารำไทยที่ดัดแปลงมาจากอินเดียในครั้งแรกจึงเป็นความคิดของนักปราชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการแก้ไขปรับปรุงหรือประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในกรุงรัตนโกสินทร์ จนนำมาสู่การประดิษฐ์ท่าร่ายรำและละครไทยมาจนถึงปัจจุบัน (จาก วิกิพีเดีย )
วัฒนธรรมอินเดียโบราณ ได้ส่งผ่านมายังประเทศอินโดจีนเป็นระลอก อิทธิพลของศาสนาและวรรณกรรม เช่นรามเกียร์ติ ได้ตกทอดสู่ประเทศเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเขมร ขอม อินโด ต่างได้รับอิทธิพลของศิลปอินเดียโบราณทางภาคใต้หลายแขนง และพัฒนาเป็นของตนเองในที่สุด