11/08/2026
มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ประกาศให้นักศึกษา ป.ตรี ทุกคณะ ทุกสาขา ต้องเรียนวิชาบังคับด้าน AI ก่อนจบการศึกษา
NUS ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของมหาวิทยาลัย โดยจะเริ่มใช้เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปดังนี้
1.
มีการเปิดหลักสูตรพื้นฐานใหม่ซึ่งเป็นวิชาด้าน AI ให้กับนักศึกษาใหม่ทุกคนที่เข้ามาในปีการศึกษานี้
2.
นักศึกษาใหม่ นักศึกษาปัจจุบัน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย จะได้รับสิทธิ์ใช้งาน ChatEDU ฟรี ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ Open AI พัฒนาสำหรับใช้งานในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะ
3.
กำหนดให้นักศึกษาระดับ ป.ตรี ทุกคน ทุกสาขาวิชา จะต้องเรียนวิชาบังคับด้าน AI "อย่างน้อย 2 วิชา" ให้ครบก่อนสำเร็จการศึกษา
เป้าหมายของยุทธศาสตร์นี้ คือ ต้องการให้นักศึกษาที่จบ ป.ตรี ไม่ว่าจะสาขาใดของ NUS รู้และใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่ว (AI Fluent) เพื่อพัฒนาบุคลากรในสาขาต่างๆทำงานร่วมกับ AI ได้
ส่วนนักศึกษาที่เรียนในสาขา AI อยู่แล้ว ก็จะพัฒนาทักษะด้านนี้ไปสู่ระดับเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง
อ้างอิง: สำนักข่าว The Straits Times (สิงคโปร์) รายงานวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ในหัวข้อ "NUS makes AI courses compulsory, gives all students and staff free ChatGPT Edu access"
#เรียนต่อสิงคโปร์ #มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ #เรียนสิงคโปร์ #ทุนเรียนต่อสิงคโปร์
06/08/2026
ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษผ่านการเล่าเรื่อง
การเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบันการศึกษา Kaplan สิงคโปร์ ไม่ได้มีเพียงแค่การเรียนในชั้นเรียนกับครูอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังมีกิจกรรม Fun Friday Storytelling เพื่อเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนอีกด้วย
กิจกรรมนี้จะช่วยให้ นร.นำสิ่งที่เรียนในห้องเรียนทั้งหมด เช่น คำศัพท์ ไวยากรณ์ นำมาใช้สื่อสารกันจริงๆ โดยการให้ นักเรียนเล่าเรื่อง (Story Telling) เป็นภาษาอังกฤษ
การเล่าเรื่อง จะช่วยฝึกทักษะการพูด (Speaking) ให้นักเรียนสามารถบรรยายความคิดตัวเองได้ซึ่งหากฝึกฝนบ่อยๆจะทำให้มีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น
เป็นแนวทางจัดการเรียนการสอนบนหลักการที่ว่า "ภาษาเป็นทักษะ ยิ่งใช้มากเท่าไร ก็จะยิ่งชำนาญเท่านั้น"
ดังนั้นการเรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียวโดยไม่ได้นำไปใช้จริงๆ ทำให้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร
หมายเหตุ : แผนกวิชาภาษาอังกฤษของสถาบัน Kaplan ซึ่งเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนสิงคโปร์ มีบทบาทในการช่วยให้นักศึกษาต่างชาติสามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและเรียนต่อระดับ ป.ตรี / ป.โท ในสิงคโปร์ได้
#เรียนต่อสิงคโปร์ #เรียนภาษาอังกฤษสิงคโปร์ #พัฒนาภาษาอังกฤษ
31/07/2026
หลายคนอาจเคยชินกับการข้ามถนนเมื่อเห็นว่ารถไม่มา หรือเลือกข้ามในจุดที่ใกล้ที่สุดเพื่อความสะดวก
แต่หากอยู่ในสิงคโปร์ พฤติกรรมแบบเดียวกันอาจทำให้คุณถูกจับปรับได้
หนึ่งในกฎหมายที่นักเรียนไทยควรรู้ก่อนเดินทางไปเรียนต่อสิงคโปร์ คือการห้ามข้ามถนนในจุดที่ไม่ใช่ทางข้ามสำหรับคนเดินเท้า หรือที่เรียกว่า "Jaywalking"
การข้ามถนนที่ผิดกฎหมาย (Jaywalking) คือ การข้ามถนนโดยไม่ใช้ทางข้ามสำหรับคนเดินทางเท้า เช่น ทางม้าลาย ทางข้ามที่มีไฟสัญญาณจราจร สะพานลอยคนข้าม
แล้วการข้ามถนนที่ผิดกฎหมายในสิงคโปร์มีโทษปรับเท่าไหร่?
คำตอบคือ จะมีโทษปรับเป็นเงิน 50 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทย × 26 บาท = 1,300 บาทโดยประมาณ
อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวสิงคโปร์ The Straits Times พบว่า ระหว่างปี 2021-2023 เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจับปรับการข้ามถนนผิดกฎหมายเฉลี่ย 1,000 ครั้งต่อปี
แต่ในปี 2024-2025 พบผู้กระทำผิดพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยในปี 2024 จับปรับได้ 1,591 ครั้ง
และในปี 2025 จับปรับได้ 1,421 ครั้ง
นักเรียนไทยที่กำลังจะไปเรียนที่สิงคโปร์หรืออยู่ที่สิงคโปร์แล้ว ควรข้ามถนนในทางข้ามที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เพราะไม่เพียงเลี่ยงการถูกจับปรับตามกฎหมาย แต่ยังปลอดภัยต่อนักเรียนอีกด้วย
#เรียนสิงคโปร์ #เรียนต่อสิงคโปร์ #กฎหมายสิงคโปร์ #ชีวิตนักเรียนสิงคโปร์ #นักเรียนไทยในสิงคโปร์
21/07/2026
ตัวอย่างการเรียนปริญญาตรีให้จบภายใน 2 ปีที่สิงคโปร์ ทำอย่างไร และค่าเรียนเท่าไร?
วันนี้ เรียนสิงคโปร์ Rian Singapore ขอยกกรณีศึกษา PSB Academy สถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนของประเทศสิงคโปร์
1.
PSB Academy เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขา Business & Marketing และสาขา Business & Finance
หลักสูตรข้างต้นเป็นหลักสูตรปริญญาตรี ของ Coventry University มหาวิทยาลัยจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมาเปิดสอนที่ PSB Academy สิงคโปร์ และเป็นหลักสูตรแบบเดียวกันที่เปิดสอนที่ UK
2.
ทำไมจึงจบได้เร็วขึ้น?
ปกติที่ UK หลักสูตรนี้จะเรียนตั้งแต่ ป.ตรี ปี 1-3 ใช้เวลาเรียน 3 ปี
แต่หลักสูตรที่มาเรียนที่สิงคโปร์ หลักสูตรจะเรียน ป.ตรี ปี 1-3 เช่นกัน แต่จะใช้เวลาเรียน 2 ปีเท่านั้น
เหตุที่ทำได้เพราะ PSB Academy ใช้ระบบเรียนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีปิดเทอมใหญ่ ทำให้นักศึกษาเก็บหน่วยกิตได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ทำให้จบเร็วขึ้นกว่าปกติ
การจบเร็ว ช่วยให้นักศึกษาอยู่สิงคโปร์สั้นลง เป็นการลดค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่สิงคโปร์ได้ด้วย
3.
ค่าเรียนเท่าไหร่?
ค่าเรียนปริญญาตรี ปี 1-3 = 35,316 SGD หรือประมาณ 920,000 บาท (คำนวณที่ 1 SGD= 26 บาท)
แต่สำหรับนักศึกษาที่เริ่มเรียนรอบ กันยายน 2026 ค่าเรียนจะลดลงเหลือ 29,316 SGD หรือประมาณ 760,000 บาท
ปรึกษาและวางแผนการเรียนต่อสิงคโปร์ กับ Rian Singapore ศูนย์แนะแนวเรียนต่อสิงคโปร์โดยเฉพาะ
📲 Line:
📞 Tel: 085 9329081
🌐Website: www.riansingapore.com
#เรียนต่อสิงคโปร์ #เรียนสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ #ปตรีสิงคโปร์ #ปริญญาตรีสิงคโปร์ #เรียนปตรี2ปี
17/07/2026
นักเรียนไทยแบบไหนที่เหมาะกับการเรียนต่อปริญญาตรีกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของสิงคโปร์?
✓ ต้องการทางเลือกที่เหมาะกับพื้นฐานของตัวเอง
✓ ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษก่อนเริ่มเรียนปริญญาตรี
✓ อยากเรียนจบปริญญาตรีเร็วขึ้น
✓ อยากได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ แต่เรียนใกล้ประเทศไทย
เลื่อนดูรายละเอียดในแต่ละสไลด์
#เรียนต่อสิงคโปร์ #เรียนสิงคโปร์ #ปริญญาตรีสิงคโปร์ #มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ #สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ #เรียนภาษาอังกฤษสิงคโปร์ #ปริญญาต่างประเทศ
14/07/2026
นักเรียนไทยแบบใดที่ควรยื่นเรียนต่อ ป.ตรี กับมหาวิทยาลัยรัฐระดับ Top ของสิงคโปร์อย่าง NUS และ NTU
อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า การเข้าเรียน ป.ตรีในมหาวิทยาลัยรัฐชั้นนำของสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) เข้ายากมากและมีการแข่งขันสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก
ดังนั้นทางเลือกนี้ จึงไม่ใช่ทางเลือกสำหรับนักเรียนไทยทุกคน แต่เป็นทางเลือกสำหรับนักเรียนไทยที่มีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้
1.
ประวัติการเรียนอยู่ในระดับโดดเด่นมาก (Outstanding)
ถ้าเป็นนักเรียนที่จบ ม.6 ไทย ต้องมีเกรดเฉลี่ยสูงระดับ 3.90-4.00 มีคะแนน Standard Test เช่น AP Test สูง และผู้สมัครที่ได้รับการตอบรับจำนวนไม่น้อย มาจากโรงเรียนที่มีความเข้มข้นทางวิชาการ ยกตัวอย่างเช่น กำเนิดวิทย์ มหิดลวิทยานุสรณ์ เตรียมอุดมศึกษา สวนกุหลาบ สามเสนวิทยาลัย ฯลฯ เป็นต้น
ถ้าเป็นนักเรียนที่จบ A Level ใน ร.ร.นานาชาติระบบอังกฤษในไทย ก็มักจะได้เกรด A-A* จำนวน 4 วิชา
ถ้าเป็นนักเรียนที่จบ IB Diploma ใน ร.ร.นานาชาติระบบ IB ในไทย มักได้คะแนนรวมระหว่าง 40-45 จากคะแนนเต็ม 45
2.
มีโปรไฟล์ในระดับโดดเด่นมาก
ไม่เพียงแต่มีเกรดที่ดีเยี่ยมเท่านั้น โปรไฟล์ส่วนตัวต้องโดดเด่นและแข่งขันได้ เช่น
มีผลงานวิชาการระดับประเทศ/ระดับนานาชาติมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เคยแข่งขันโอลิมปิควิชาการมาก่อน หรือเคยได้รับรางวัลโครงการวิจัยในระดับประเทศหรือนานาชาติมาก่อน เป็นต้น
บางคนมีภาวะผู้นำ เช่น เป็นประธานนักเรียน, หัวหน้าชมรมที่นำทำกิจกรรมแล้วสามารถสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสังคมได้
บางคนสอบได้ทุนและเป็นนักเรียนทุนการศึกษาของหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรเอกชน
3.
สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีมาก
เนื่องจากการเรียนการสอนในสิงคโปร์ ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นนักเรียนไทย ต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ สำหรับระดับภาษาอังกฤษที่แนะนำคือ ควรมีคะแนน IELTS อย่างน้อย 7.5 หรือ TOEFL IBT อย่างน้อย 100
อย่างไรก็ตาม การเรียนต่อปริญญาตรีในสิงคโปร์ไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว ยังมีสถาบันการศึกษาเอกชนคุณภาพที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้เรียนในหลักสูตรระดับนานาชาติและได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ซึ่งเรียนสิงคโปร์ Rian Singapore จะอธิบายในโพสต์ถัดไป
#เรียนต่อสิงคโปร์ #เรียนสิงคโปร์ #มหาวิทยาลัยรัฐสิงคโปร์ #เรียนต่อมหาวิทยาลัย
09/07/2026
การเลือกมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อปริญญาตรีในสิงคโปร์ มีกี่ทางเลือก
ทางเลือกที่ 1 : มหาวิทยาลัยรัฐของสิงคโปร์
เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) เป็นต้น
ทางเลือกที่ 2 : สถาบันการศึกษาเอกชนของสิงคโปร์
เช่น สถาบันการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SIM) และสถาบัน Kaplan เป็นต้น
ทางเลือกที่ 3 : มหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มาเปิดวิทยาเขต (Campus) ของตนเองที่สิงคโปร์ เช่น มหาวิทยาลัยรัฐออสเตรเลียอย่างมหาวิทยาลัยเจมส์คุก (JCU) เป็นต้น
จะเลือกทางเลือกใด ให้ดู 2 ประเด็นหลักๆ คือ คุณสมบัติของนักเรียนและงบประมาณ
ทางเลือกที่ 1 : เหมาะกับนักเรียนที่มีประวัติการเรียน ประวัติการทำกิจกรรม ความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ ความสามารถพิเศษอื่น อยู่ในระดับโดดเด่นมาก (Outstanding)
มีงบประมาณสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพจนเรียนจบอยู่ระหว่าง 5-7 ล้านบาท (กรณีหากได้ทุนการศึกษาหรือได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสิงคโปร์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะลดลง)
ทางเลือกที่ 2 : เหมาะกับนักเรียนที่มีประวัติการเรียน ประวัติการทำกิจกรรม ความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ ในระดับที่กว้างกว่าคือตั้งแต่ระดับพื้นฐาน - ปานกลาง - ดี
มีงบประมาณสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพจนเรียนจบอยู่ระหว่าง 2-4 ล้านบาทขึ้นอยู่กับว่าเลือกเรียนที่สถาบันการศึกษาเอกชนใด
ทางเลือกที่ 3 : เหมาะกับนักเรียนที่มีประวัติการเรียน ประวัติการทำกิจกรรม ความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ ในระดับปานกลาง - ดี
มีงบประมาณสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพจนเรียนจบอยู่ระหว่าง 3-4 ล้านบาท
ผู้ปกครองท่านใดต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมและช่วยวางแผนการเรียนต่อปริญญาตรีที่สิงคโปร์ สามารถติดต่อสอบถาม "เรียนสิงคโปร์ Rian Singapore" ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อสิงคโปร์โดยเฉพาะ
LINE:
Tel: 085 9329081
#เรียนต่อสิงคโปร์ #ปริญญาตรีสิงคโปร์ #มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ
06/07/2026
“ลูกจะอยู่ได้ไหม” สิ่งที่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน แต่คือวันที่ลูกต้องอยู่ไกลบ้านเป็นครั้งแรก
การเดินทางไปอยู่ต่างประเทศครั้งแรกและการอยู่ห่างบ้านเป็นความท้าทายสำหรับทั้งตัวนักเรียนและผู้ปกครอง โดยเฉพาะในช่วงแรกของการปรับตัวที่บางคนมีอาการคิดถึงบ้าน (Homesick)
จากประสบการณ์ของ เรียนสิงคโปร์ Rian Singapore พบว่านักเรียนแต่ละคนใช้เวลาในการปรับตัวไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่บางคนอาจใช้เวลาหลายเดือน
เรียนสิงคโปร์ Rian Singapore ได้มีโอกาสคุยกับคุณ Mildred ผู้บริหารและเจ้าของหอพักที่ดูแลนักเรียนไทยที่มาเรียนต่อที่สิงคโปร์
ตลอดเวลากว่า 20 กว่าปี คุณ Mildred ได้ดูแลนักเรียนไทยจำนวนมากที่เดินทางมาเรียนต่อสิงคโปร์ และพบว่าช่วงแรกของการปรับตัวเป็นช่วงเวลาที่ทั้งนักเรียนและผู้ปกครองต้องการการสนับสนุนมากที่สุด จึงฝากคำแนะนำไว้ดังนี้
1.
แม้จะอยู่คนละประเทศแต่การติดต่อสื่อสารผ่านการโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลอย่างสม่ำเสมอเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยนักเรียนลดความคิดถึงบ้านได้เป็นอย่างดี
2.
เนื่องจากสิงคโปร์อยู่ใกล้ไทย เดินทางไปมาหาสู่กันสะดวก การวางแผนสร้างสิ่งให้ลูกได้ตั้งตารอ เช่น วางแผนเดินทางไปเยี่ยมลูกที่สิงคโปร์, ให้ลูกเดินทางกลับบ้านในช่วงปิดภาคเรียน หรือวางแผนท่องเที่ยวร่วมกันในวันหยุดการได้รอคอยช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ลูกมีกำลังใจในการเรียนและการใช้ชีวิตในสิงคโปร์
3.
นอกจากนี้ การมีเพื่อนที่ดี ช่วยให้นักเรียนมีเครือข่ายในการปรึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และลดความรู้สึกโดดเดี่ยวในช่วงเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในสิงคโปร์
หากมีโอกาสไปเยี่ยมลูกที่สิงคโปร์ ผู้ปกครองอาจใช้เวลาทำความรู้จักกับกลุ่มเพื่อนของลูก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกกำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุนกัน
#เรียนต่อสิงคโปร์ #ปริญญาตรีสิงคโปร์ #มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ
03/07/2026
คณะนิติศาสตร์ NUS สิงคโปร์ ยกระดับการจัดการเรียนการสอนสาขา "กฎหมาย" โดยการนำระบบ AI มาใช้เป็นแห่งแรกของสิงคโปร์
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore หรือ NUS) ได้นำเอา เทคโนโลยี Harvey AI มาให้นักศึกษากฎหมาย NUS เรียนรู้การใช้งาน
Harvey เป็นแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ขั้นสูงสำหรับแวดวงกฎหมายโดยเฉพาะซึ่งปัจจุบันบริษัทกฎหมายชั้นนำระดับโลกและแผนกกฎหมายภายในบริษัทข้ามชาติหลายแห่งได้มีการนำ Harvey AI มาใช้งานกันแล้ว
Harvey AI มีความสามารถหลายอย่าง เช่น สืบค้นและวิจัยข้อกฎหมาย, วิเคราะห์สัญญาทางกฎหมาย, สรุปเนื้อหาทางกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะของนักกฎหมาย
การนำ Harvey มาใช้การเรียนการสอนในคณะนิติศาสตร์ของ NUS ครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีทักษะด้าน AI เพื่อรองรับตลาดงานวิชาชีพกฎหมายที่กำลังเปลี่ยนผ่านด้วย AI มากขึ้นเรื่อยๆ
คณะนิติศาสตร์ของ NUS นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสิงคโปร์ที่มีการนำแพลตฟอร์ม Harvey มาให้นักศึกษา นักวิจัยและคณาจารย์ในคณะได้ใช้งานจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สรุปและเรียบเรียงโดย เรียนสิงคโปร์ Rian Singapore
อ้างอิงจากรายงานของ The Straits Times และข้อมูลจาก NUS Faculty of Law
#เรียนสิงคโปร์ #เรียนต่อต่างประเทศ #เรียนต่อนิติศาสตร์ ึกษา
01/07/2026
James Cook University หรือ JCU เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนอกจากจะมีวิทยาเขตหลักในออสเตรเลียแล้ว ยังมีวิทยาเขตที่สิงคโปร์ด้วยเพื่อรองรับนักศึกษาเอเชียที่ต้องการเรียนใกล้บ้าน ใกล้ครอบครัว ปลอดภัยสูง อยู่ในบริทเอเชีย แต่เรียนระบบออสเตรเลีย
James Cook University วิทยาเขตสิงคโปร์ มีทุนการศึกษาเรียนต่อ ป.โท สำหรับนักศึกษาไทยที่สมัครเรียนรอบเดือนกันยายนนี้
สำหรับประเภททุน, มูลค่าทุน และต้องจ่ายเองอีกเท่าไหร่ เรียนสิงคโปร์สรุปมาให้ครบแล้วในโพสต์นี้
1. ประเภทของทุนการศึกษา
ทุนการศึกษานี้เป็น "ทุนการศึกษาบางส่วน" ไม่ได้เป็นทุนการศึกษาเต็มจำนวน หมายความว่า มหาวิทยาลัยช่วยออกค่าเรียนบางส่วนให้ ส่วนค่าเรียนที่เหลือ นักศึกษายังคงต้องจ่ายเอง รวมถึงค่าครองชีพระหว่างอยู่สิงคโปร์ด้วย
2. จำนวนทุนการศึกษา
มีทั้งหมด 3 ทุนการศึกษาประกอบด้วย
ทุนอันดับ 1 : มหาวิทยาลัยจะออกค่าเรียนให้สูงสุด 20,000 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ X 26 บาท = 520,000 บาทโดยประมาณ
ทุนอันดับ 2 : มหาวิทยาลัยจะออกค่าเรียนให้สูงสุด 10,000 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ X 26 บาท = 260,000 บาทโดยประมาณ
ทุนอันดับ 3 : มหาวิทยาลัยจะออกค่าเรียนให้สูงสุด 5,000 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ X 26 บาท = 130,000 บาทโดยประมาณ
3. ค่าเรียน ป.โท แบบเต็มจำนวน
ค่าเรียน ป.โท แบบเต็มจำนวน เป็นเรื่องที่นักศึกษาที่ยื่นขอทุนการศึกษา ควรจะรับทราบเพราะจะได้คำนวณได้ว่า จะต้องจ่ายค่าเรียนเองเท่าไร
ค่าเรียน ป.โท เต็มจำนวน = 42,379.20 - 43,818 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทย = 1,101,000 - 1,139,000 บาทโดยประมาณ
สมมุติว่า นักศึกษาได้รับทุนการศึกษาอันดับ 1 จำนวน 20,000 เหรียญสิงคโปร์ ดังนั้นค่าเรียนที่นักศึกษาต้องจ่ายจริง = 22,379.20 - 23,818 เหรียญสิงคโปร์ คิดเป็นเงินไทย = 581,000 - 619,000 บาทโดยประมาณ
4. หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนการศึกษา
พิจารณาจากประวัติการเรียนและผลการเรียนของนักศึกษา
5. การสมัครเพื่อยื่นขอทุนการศึกษา
นักศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติจบปริญญาตรีและมีผลสอบ IELTS อย่างน้อย 6.5 และจะต้องเริ่มเรียนรอบกันยายน 2026 นี้เท่านั้น โดยยื่นสมัครเรียนภายในวันที่ 3 สิงหาคม 2026
#เรียนสิงคโปร์ #เรียนต่อสิงคโปร์ #ทุนการศึกษา #ทุนเรียนต่อ #ปริญญาโท #เรียนโทสิงคโปร์