ไตฉันมีเเต่เธอ - อิไต๊ๆ

ไตฉันมีเเต่เธอ - อิไต๊ๆ

แชร์

เพจสาระคับ

09/12/2024

สรุป ESPEN guideline on clinical nutrition in the intensive care unit (2019)

(https://www.espen.org/files/ESPEN-Guidelines/ESPEN_guideline-on-clinical-nutrition-in-the-intensive-care-unit.pdf)

# คนไข้ที่นอน ICU มากกว่า 48 ชม ควรได้รับสารอาหารแบบ oral nutrition supplement, EN, PN

# ควรประเมินภาวะ malnutrition ใน ICU เช่น BMI, muscle mass, CRP, hypoalbuminemia, การใช้ score ( SGA, MNA, NRS)

# ในคนไข้ critically ill ที่ทานได้ ควรให้เป็น oral diet มากกว่า EN, PN แต่ถ้าทานทางปากไม่ได้ แนะนำให้เริ่ม early EN ภายใน 48 ชม ( early EN จะแนะนำมากกว่า late EN และ PN )

# ในกรณีที่ ผป.มีข้อห้ามต่อ oral nutrition หรือ EN , ควรให้อาหารแบบ PN ภายใน 3-7 วัน

# กรณีที่ ผป.มีภาวะ severe malnutrition + C/I for EN แนะนำให้อาหารแบบ early and progressive PN

# การให้สารอาหารในคนไข้ critically ill ไม่แนะนำให้ full EN-PN เพื่อป้องกันภาวะ overfeeding แต่ควรจะค่อยๆปรับเป็น full dose ในช่วง 3-7 วัน

# การให้ EN แนะนำ continuous drip มากกว่า bolus

# Post-pyloric feeding (เช่น jejunal feeding) แนะนำใน ผป.ที่ gastric feeding intolerance ที่ไม่ดีขึ้นหลังได้ยา prokinetic ( เช่น iv erythromycin, iv metroclopramide) , ผป.ที่เสี่ยงต่อการสำลัก

# คนไข้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ควรได้รับการคำนวณ Energy Expenditure โดยใช้ indirect calorimetry ถ้าไม่มีเครื่องนี้ อาจคำนวณจาก VO2 จาก PAC หรือ VCO2 จากเครื่อง ventilator

# ในช่วง early phase of illness : ให้พลังงาน 70% EE (Hypocaloric nutrition)

# ในช่วงหลังวันที่ 3 : ให้่เพิ่มพลังงานจนเป็น 80 - 100 % EE

# ในช่วงสัปดาห์แรก เป้าหมายคือ พยายามปรับ EN จนได้เต็มพลังงานตามที่คำนวณ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ (tolerate ไม่ได้) อาจเริ่ม PN ได้ โดยให้พิจารณาในคนไข้แต่ละรายไป

# ปริมาณสารอาหารในคนไข้วิกฤต

+ Protein : 1.3 g/kg/day
+ Lipid (iv form) : 1-1.5 g/kg/day
+ Carbohydrate : ไม่เกิน 5 mg/kg/min

# Glutamine (GLN) จะได้ประโยชน์ใน

+ คนไข้ burn > 20% Body surface area : add glutamine ใน EN ขนาด GLN (0.3-0.5 g/kg/day) เป็นเวลา 10-15 วัน
+ คนไข้ trauma : add glutamine ใน EN ขนาด GLN (0.2-0.3 g/kg/day) ใน 5 วันแรก ในกรณีที่เป็น complicated wound healing ให้ต่อเนื่องเป็นเวลา 10-15วัน
+ คนไข้ ICU ที่ไม่ใช่ คนไข้ burn-trauma : ไม่แนะนำการให้ enteral glutamine

# การให้ Omega-3

+ Omega-3 FA ใน EN : สามารถให้ได้
ไม่แนะนำการให้ High doses of omega-3-enriched EN formula แบบ bolus
+ สามารถให้ Parenteral lipid emulsion ที่มี EPA+DHA (fish oil dose 0.1-0.2 g/kg/day) ในคนไข้ที่ได้รับ PN

# การให้ trace elements + vitamin : ควรเติมเข้าไปในคนไข้ที่ได้รับ PN ทุกวัน

# ไม่แนะนำการให้ antioxidants โดยการให้แบบ high dose monotherapy ไม่แนะนำ ยกเว้น ผู้ป่วยมีการขาด

# คนไข้วิกฤตที่มีระดับ 25-hydroxy-vitamin D < 12.5 ng/ml, or 50 nmol/l แนะนำให้ vitamin D3 (500,000 UI)

# การให้ EN ควร delayed เมื่อ

+ กรณีที่ shock ยังไม่สามารถควบคุม , tissue perfusion goal ยังไม่ถึงเป้าหมาย , แต่ low dose EN สามารถให้ได้เมื่อภาวะ shock สามารถควบคุมได้ โดยที่ไม่มี sign ของ bowel ischemia

+ Uncontrolled life-threatening hypoxemia, hypercapnia or acidosis
+ Active upper GI bleeding (แต่ถ้าไม่มีภาวะ bleeding เราสามารถเริ่มให้ EN ได้)
+ Overt bowel ischemia
+ High-output intestinal fistula
+ Abdominal compartment syndrome
+ Gastric aspirate volume > 500 ml/6 h

# การให้ Low dose EN ควรให้ใน

+ คนไข้ therapeutic hypothermia และ เพิ่มปริมาณอาหารในขณะที่ rewarm
+ คนไข้ intra-abdominal HT ที่ไม่มีภาวะ abdominal compartment (กรณีที่ pressure เพิ่มขึ้น อาจลด EN)
+ acute liver failure

# Early EN ควรให้ใน : คนไข้ที่ receiving ECMO, TBI, stroke, spinal cord injury, severe acute pancreatitis, after GI Sx, abdominal aortic surgery, abdominal aortic surgery, abdominal trauma when the continuity of the GI tract is confirmed/restored, คนไข้ที่ on NMB, prone position, open abdomen, presence of bowel sounds (แต่ต้องไม่มี bowel ischemia - obstruction)

# คนไข้ที่ทานอาหารเองทางปากได้น้อย อาจจะให้อาหารเพิ่มทาง EN

# คนไข้ที่กลืนลำบาก อาจแก้ไขโดยการให้ texture-adapted food, EN , temporary PN

# คนไข้ septic shock ที่ hemodynamic stable : แนะนำ early and progressive EN แต่ถ้ามีข้อห้ามในการให้ EN แนะนำให้อาหารแบบ progressive PN

# หลัง abdominal or esophageal surgery

+ แนะนำ early EN
+ ในคนไข้ที่ยังไม่สามารถทานทางปากได้เนื่องจากมีผลแทรกซ้อนทางการผ่าตัด แนะนำให้เลือก EN ยกเว้น มี discontinuity, obstruction, abdominal compartment syndrome
+ ถ้าหลังผ่า มีรูรั่ว อาจจะ feed EN distal ต่อรูรั่ว หรือ PN

# คนไข้ trauma แนะนำ early EN

# คนไข้ Obesity :

+ คำนวณพลังงาน : ใช้ indirect calorimetry ในการวัด (ใช้ adjusted body weight แทนได้)
+ คำนวณ Protein : urinary nitrogen loss , lean body mass (หรือ คำนวณ protein 1.3 g/kg โดยใช ้ adjusted body weight)

# Glucose

+ ในช่วง 2 วันแรก แนะนำให้เจาะ q 4 hr
+ ให้ insulin เมื่อ POCT > 180 mg/dl

# Electrolytes

+ ตรวจ Electrolytes (potassium, magnesium, phosphate) ทุกวัน ในสัปดาห์แรก
+ ในคนไข้ที่เป็น refeeding syndrome - hypophosphatemia ( < 2 mg/dl หรือลดลง > 0.5 mg/dl)อาจต้อง วัด E’lyte วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อแก้ไข และ จำกัดปริมาณอาหารในช่วง 48 ชม.แรก แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้น

10/03/2016

สุขสันต์วันไตโลกครับทุกคน-รักนะจุ๊บุจุ๊บุ

01/01/2016

HNY ลูกเพจทุกคน

22/12/2015

คลิบสัมภาษณ์ติ๊ต่างห้อง5/4หลังจากเรียนเรื่องไตผ่านการสอนโดยแบบจําลองครับ

22/12/2015

คลิบการสัมภาษณ์เตกีล่าห้องม.5/4หลังจากเรียนเรื่องการทํางานของไตกับทางเราครับ

Photos from ไตฉันมีเเต่เธอ - อิไต๊ๆ's post 22/12/2015

ภาพบรรยากาศการสอนโดยใช่แบบจําลองเป็นสื่อครับ:)

Photos from ไตฉันมีเเต่เธอ - อิไต๊ๆ's post 22/12/2015

Finally!!! แบบจําลองการทํางานของไตเสร็จสมบูรณ์แล้ว ติดตามและอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับไตทั้งหมดจากเราได้ในเพจนี้น่ะครับ:)

Photos from ไตฉันมีเเต่เธอ - อิไต๊ๆ's post 21/12/2015
Photos 21/12/2015

โรคไตวาย CRF หรือ CHRONIC RENAL FAILURE หรือโรคไตล้มเหลว ไม่สามารถทำงาน
ได้ ก็จะมีสาร BUN และสาร CREATININE คั่งมากในร่างกาย สาร 2 อย่างนี้ เป็นพิษต่อร่างกาย
เมื่อมีการสะสมมากขึ้น ไม่สามารถจะทำการขับถ่ายออกจากร่างกายได้ เพราะว่าไตไม่ทำงาน

ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เมื่อเกิดภาวะไตวายแล้วก็รักษาได้เช่นเดียวกับที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ แม้ผลการ
รักษาจะไม่ดีเท่ากับโรคอื่น เนื่องจากมักมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ของโรคเบาหวานร่วมด้วย ซึ่งจะปรากฏ
ชัดเมื่อมีชีวิตยืนยาวขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีการรักษาในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นเป็นลำดับ ผลการรักษา
จึงดีขึ้นกว่าแต่ก่อน วิธีการรักษาเมื่อไตไม่สามารถกลับทำงานได้อีกทีเป็นที่ยอมรับกันขณะนี้ คือ การขจัด
ของเสียทางช่องท้อง การรักษาด้วยเครื่องไตเทียมและการปลูกถ่ายไต หรือที่เรียกกันในหมู่คนทั่วไปว่า
"การล้างท้อง" "การฟอกเลือด และ "การเปลี่ยนไต" ตามลำดับชื่อที่เรียกกันทั่วไปนี้ในบางครั้งก็ทำให้
เกิดความสับสนและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาจนทำให้ผู้ป่วยเกิดความวิตกกังวลมาก

ผู้ป่วยไตวายแพทย์จึงทำการล้างไต หรือบางคนก็เรียกว่า ฟอกโลหิต ด้วยไตเทียม มี 2 แบบคือ
1.การขจัดของเสียออกจากช่องท้อง
การล้างไตชนิด PERITONEAL DIALYSIS คือ การล้างไตโดยวิธีการเจาะผนังหน้าท้อง
2.การรักษาด้วยเครื่องไตเทียม HEMODIALYSIS การฟอกโลหิตด้วยเครื่องล้างไตเทียม

Photos 28/10/2015

ใครอยากหุ่นดีลองนําไปทําตามดูน่ะครับ แอดมินทุกคนเป็นกําลังใจให้น่ะจ๊ะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


ซอยสรงประภา 14 แยก 1-2
Bangkok
10210