21/07/2020
5 ลักษณะของ “Learn Through Play” เรียนรู้ผ่านการเล่นที่พ่อเเม่ควรรู้ !
5 ลักษณะของ “Learn Through Play” เรียนรู้ผ่านการเล่นที่พ่อเเม่ควรรู้ !
พ่อเเม่หลายท่านอาจจะรู้อยู่เเล้วว่าการเล่นนั้นสำคัญต่อลูกของเราเพียงใด โดยเฉพาะพ่อเเม่ที่มีลูกอยู่ในช่วง 0-8 ปี เพราะเป็นวัยที่เด็กมีพัฒนาการที่รวดเร็วเเละสำคัญที่สุด เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นเมื่อเติบโตขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีตำถามที่ว่า "จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเราเล่นถูกวิธี เเละการเล่นนั้นจะส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลัก Learn Through Play ?"
วันนี้เราอยากนำเสนอ 5 ลักษณะสำคัญของ Learn Through Play (เรียนรู้ผ่านการเล่น) ประกอบไปด้วยอะไร? เเละสำคัญต่อการเรียนรู้ของลูกๆ อย่างไร?
1. Joyful คือความสุข เพลิดเพลิน มีแรงจูงใจหรือความตื่นเต้นในระหว่าการเล่น
ความสนุกคือสิ่งที่สำคัญที่เกิดก่อน ระหว่าง เเละหลังการเล่นของเด็กทุกคน เกิดก่อนคือการที่เด็กได้หัวเราะมีความสุขจากการได้มอง สัมผัส สำรวจสิ่งที่อยู่ข้างหน้ารืแรอบตัวเขา ระหว่างคือการที่เด็กสนุกกับการลงมือเล่น ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ รู้จักเรียนรู้ในการเเก้ไขผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ เเละสุดท้ายคือหลังการเล่น ที่เด็กจะเกิดความรู้สึกประสบความสำเร็จ (Achievement) หลังได้ก้าวผ่านอุปสรรคด้วยตนเอง เเละได้ปลดปล่อยอารมณ์ในระหว่างการเล่น
2. Meaningful คือเชื่อมโยงข้อเท็จจริงและแนวคิดกับประสบการณ์ที่มี
บางทีการที่เด็กได้รับความรู้จากการถ่ายทอดมาจากผู้ใหญ่นั้นเป็นเพียงเเค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เเต่การเรียนรู้ที่เเท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กนำความรู้มาลงมือทำผ่านการเล่น ยกตัวอย่างเช่นเด็กคนหนึ่งเรียนนับเลข 1-10 ผ่านการดูที่ครูสอนเเละท่องจำ ซึ่งเมื่อต้องนับจำนวนลูกอมที่ต้องเเบ่งให้เพื่อน เด็กคนนี้นึกถึงสิ่งที่ครูสอนเเละนำมาใช้ผ่านการลงมือทำจริง หรือสิ่งที่พ่อเเม่สามารถทำได้คือการที่สอนลูกผ่านการยกตัวอย่าง เช่น ไม่สอนลูกด้วยการโชว์เลข 1-10 เพียงอย่างเดียวเเต่ยกตัวอย่างด้วยการนับเลขโดยใช้สิ่งของรอบตัวให้เป็นประโยชน์ เพราะเด็กจะสามารถเรียนรู้ได้เร็วเเละดีผ่านการเล่าเรื่องนั่นเอง
3. Iterative คือทดลองทำและทบทวนสมมติฐานที่ตั้งไว้
การเล่นในพื้นที่ปลอดภัยทำให้เด็กได้มีโอกาสสำรวจ (Exploration) เละทดลองเล่น (Experiment) ซึ่งทำให้เขารู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดที่เขาไม่เคยคาดการณ์หรือตั้งสมมติฐานไว้ในขณะสำรวจ รวมถึงหากเขาตั้งสมมติฐานหรือคาดการณ์สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเอาไว้ จะช่วยให้เขาเข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้นเเละพัฒนาทักษะเชิงคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ที่ดีนั่นเอง
4. Socially Interactive คือความเข้าใจ สื่อสารเเละมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้าง
การเล่นไม่ได้เพียงเเต่ทำให้เด็กเข้าใจผู้อื่น เเต่ยังเป็นการสื่อสารความคิดของเขาให้คนอื่นได้เข้าใจเช่นกัน การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้าง มีความสำคัญในการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะด้านภาษาเเลทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไหร่ ยิ่งมีการพัฒนาด้านสมองที่ดี หากได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ
5. Active Engagement คือ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติและการออกความคิด
เด็กควรที่จะเรียนรู้ผ่านการลงมือทำหรือการเล่น เพราะเป็นการฝึกสมาธิ (Mind-on) ให้จดจ่อกับการเรียนรู้ในสิ่งๆ หนึ่ง หรือเมื่อเด็กเรียนรู้ผ่านการสังเกตคนอื่นจะทำให้เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) โดยไมีมีผู้สอนหรือผู้ให้ความรู้นั่นเอง
อ้างอิง
https://www.legofoundation.com/media/2410/learningthroughplay_areview.pdf