Miss Anne’s Classroom

Miss Anne’s Classroom

แชร์

รับสอนภาษาอังกฤษ และ ภาษาญี่ปุ่น Online and Onsite Language Learning (English, Japanese and Thai)

Photos from Miss Anne’s Classroom's post 24/08/2026

❤️

17/08/2026

https://www.facebook.com/share/1NERnRB6CF/?mibextid=wwXIfr

เคยมั้ย... แค่เพราะลูกโดนขัดใจเรื่องเล็กนิดเดียว เช่น ห้ามกินขนมก่อนกินข้าว หรือไม่อนุญาตให้เล่นเกมต่ออีก 5 นาที จากเด็กที่น่ารักสดใส ก็สวิตช์โหมดกลายเป็นพายุหมุนทันที ทิ้งตัวลงดิ้น กรี๊ดร้อง ขว้างของใส่ หรือตะโกนใส่หน้าเราด้วยถ้อยคำรุนแรง

วินาทีนั้น ในฐานะพ่อแม่ก็คงต้องมีเผลอขึ้นเสียงใส่กลับไปเพื่อหวังจะ “สยบอารมณ์” ของลูกให้เงียบลงโดยไว แต่ยิ่งเราแรงตอบ ลูกก็ยิ่งกรี๊ดกลบ สุดท้ายจบลงด้วยบาดแผลทางอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย ปัญหาไม่ใช่การที่ลูกมีอารมณ์โกรธ เสียใจ หรือผิดหวัง เพราะอารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่ปัญหาคือ “ลูกยังไม่รู้วิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น” ต่างหาก

ถ้าเราไม่เร่งฝึกทักษะนี้ให้เขาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเขาเติบโตออกไปสู่โลกภายนอก อารมณ์ชั่ววูบที่ไม่ได้รับการขัดเกลาอาจกลับมาพังความสัมพันธ์ พังโอกาสการเรียน การทำงาน หรือแม้กระทั่งพังชีวิตของเขาเอง การสอนลูกให้เท่าทันและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ จึงเป็นวิชาชีวิตที่พ่อแม่ต้องส่งมอบให้

1. อารมณ์ไม่เคยผิด แต่ "การแสดงออก" มีขอบเขต
ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัดเจนเพื่อให้ลูกเข้าใจโลกของอารมณ์

สอนลูกว่า การโกรธ เสียใจ หรืออิจฉาเพื่อน ไม่ใช่เรื่องแย่ และหนูมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้นได้เต็มที่ พ่อแม่ยอมรับทุกความรู้สึกของหนูเสมอ

แต่สิ่งที่ “ทำไม่ได้” คือการใช้อารมณ์นั้นไปทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น หรือทำลายข้าวของ ต้องตั้งกฎเหล็กไว้ให้ชัดเจนว่า “โกรธได้ แต่ห้ามตีใคร เสียใจได้ แต่ห้ามปาของ” เพื่อให้ลูกรู้ขอบเขตความปลอดภัยในการปลดปล่อยอารมณ์

2. ช่วยลูก "เรียกชื่ออารมณ์"
เด็กๆ มักจะระเบิดอารมณ์ออกเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะเขายังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในใจมันคืออะไร และเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

เวลาลูกกำลังกรีดร้องหรือร้องไห้หนัก แทนที่จะตะคอกว่า "หยุดร้องเดี๋ยวนี้!" ให้ลองเปลี่ยนเป็นชวนลูกแตะอารมณ์ตัวเอง เมื่อลูกได้รับสัญญาณว่าพ่อแม่รับรู้และเข้าใจอารมณ์ของเขา สมองส่วนอารมณ์จะค่อยๆ สงบลง และสลับกลับมาใช้สมองส่วนเหตุผลได้เร็วขึ้น

3. นิ่งให้ได้ก่อนครึ่งทาง (พ่อแม่ต้องไม่สติแตกตาม)
เด็กจะเรียนรู้วิธีคุมอารมณ์จาก "ทรงพลังของคนตรงหน้า"

ในวินาทีที่ลูกกำลังลงไปดิ้นระเบิดอารมณ์ สิ่งที่เด็กต้องการไม่ใช่การสั่งสอน แต่คือการเห็นว่ามีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ "ไม่โดนพายุอารมณ์ของเขาลากไปด้วย"

ถ้าเราตะคอกกลับ สมองลูกจะจำทันทีว่า 'อ๋อ เวลาโกรธให้ใช้เสียงขู่' แต่ถ้าเรานั่งลงข้างๆ เงียบๆ รออย่างสงบ นิ่ง และสายตามีความเคารพ เขาจะค่อยๆ ซึมซับว่า อารมณ์โกรธนี้มันไม่ได้ทำลายพ่อแม่ได้ และมันจะค่อยๆ ดับไปเอง

5. คุยย้อนหลังในวันที่ "อารมณ์สงบดีแล้ว"
อย่าเพิ่งรีบสอนหรือเทศนาในขณะที่ลูกกำลังร้องไห้หนักหรือโกรธจัด เพราะเด็กจะไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น

รอจนกว่าเรื่องจะผ่านไปสักพัก เช่น ช่วงค่ำ หรือก่อนนอน แล้วค่อยชวนคุยย้อนหลังแบบสบายๆ

"เมื่อบ่ายตอนที่หนูโมโหเรื่องไม่ได้กินขนม ลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง แล้วคราวหน้าถ้าเจอฟีลนี้อีก เราจะทำยังไงกันดีโดยที่ไม่ต้องปาของดีนะ?" การคุยในยามอารมณ์ปกติจะช่วยให้เกิดบทเรียนและทางออกที่นำไปใช้ได้จริงในครั้งถัดไป

6.พ่อแม่คือ "กระจกเงา" และตัวอย่างแรกของการจัดการอารมณ์
เด็กไม่ได้เรียนรู้วิธีรับมือกับอารมณ์จากสิ่งที่เราสอน แต่นึกภาพและซึมซับจาก "สิ่งที่เราทำ" ในชีวิตประจำวัน

เวลาที่พ่อแม่เจอเรื่องหงุดหงิด ขับรถโดนปาดหน้า หรือมีเรื่องปวดหัวจากงาน ลองสังเกตตัวเองว่าเราแสดงออกอย่างไร? ถ้าเราตะโกน ด่าทอ หรือปาของ ลูกจะซึมซับทันทีว่า นั่นคือวิธีแก้ปัญหาเมื่อรู้สึกโมโห

ในทางกลับกัน เวลาเราโกรธ แล้วเราแสดงให้ลูกเห็นว่าเรากำลังจัดการมันอย่างไร เช่น "ตอนนี้แม่อารมณ์ไม่ค่อยดี ขอแม่นั่งพักดื่มน้ำเงียบๆ แป๊บนึงนะ" การทำให้เห็นตรงหน้าคือวิชาสอน EQ ที่ทรงพลังที่สุด ยิ่งกว่าคำสอนเป็นร้อยคำ

เด็กที่ฉลาดและประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เด็กที่ไม่เคยโกรธเลย แต่คือเด็กที่รู้ว่าเวลาโกรธจะจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไรให้อยู่ในร่องในรอย

"สอนลูกและย้ำเตือนใจเขาเสมอว่า... อารมณ์เหมือนกับสภาพอากาศนะลูก วันนี้อาจมีพายุฝนฟ้าคะนองโหมกระหน่ำในใจได้เป็นเรื่องธรรมดา แต่หนูต้องไม่ปล่อยให้พายุนั้นมาเป็นนายและชี้พาชีวิตหนูไปในทางที่ผิด พ่อแม่จะคอยเป็นร่มและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้หนูพักยามพายุพัดผ่าน ฝึกเรียนรู้ที่จะเท่าทัน สูดหายใจลึกๆ แล้วเป็นนายเหนืออารมณ์ตัวเองให้ได้ เพราะคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ คือคนที่จะควบคุมทิศทางชีวิตของตัวเองได้อย่างแท้จริงนะลูก"

#สอนลูกให้จัดการอารมณ์ ็ก #ความฉลาดทางอารมณ์ #ทักษะชีวิต

12/08/2026

One of my online students asked, “Can we read Horrid Henry together?” Of course we can! Let’s do it! 😄📚

10/08/2026

Mr Men book a day keeps the blues away! 📚😊

10/08/2026

I read books with some students who study online. One of the boys and I have just finished a book by David Walliams called Code Name Bananas.

From this week, we’ll be reading the Horrid Henry series together. :)

08/08/2026
07/08/2026

ครูแอนขอความกรุณาจากผู้ปกครองค่ะ 🙏

ครูแเอนให้ความสำคัญกับเวลา และ เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

หากนักเรียน(หรือผู้ปกครอง) ติดธุระ หรือ ไม่สะดวก มาเรียนในเวลาที่ตกลงกัน ครูแอน รบกวนแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือแจ้งทันทีที่ทราบว่าจะไม่สามารถมาเรียนได้นะคะ 🙏

การแจ้งล่วงหน้าจะช่วยให้ครูสามารถปรับตารางสอน สลับเวลาให้กับนักเรียนคนอื่น และบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🫶🏼

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับความเข้าใจและความร่วมมือของคุณพ่อคุณแม่ที่มีให้กันเสมอมาค่ะ 🙏

Class Cancellation Policy

I would kindly like to ask for your cooperation.

I truly value our time together and believe that time is precious.

If you are unable to attend the lesson, I would really appreciate it if you could let me know at least 24 hours in advance, or as soon as you know that you won’t be able to make it.

This helps me rearrange my schedule, offer the lesson to another student, and make the best use of my time.

Thank you so much for your understanding and kind cooperation. I really appreciate it.

Photos from Miss Anne’s Classroom's post 31/07/2026

🌌

31/07/2026

น่าร้ากกกกกกก ❤️

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10120