21/08/2026
#ฎีกาใหม่น่าสนใจ #กฎหมายอาญา #สอบเนติบัณฑิต
#สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา #สอบอัยการผูู้ช่วย
⚖️ คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์และนั่งซ้อนท้ายมาด้วยกัน และนำเอาอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงติดตัวมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อไปใช้ยิงบ้านที่เกิดเหตุตามที่จำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งมา เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงกราดเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยประจำของผู้เสียหายทั้งสองกับบุตรอย่างน้อย 5 นัด กระสุนถูกผนังบ้านทะลุเข้าไปในตัวบ้านและอยู่ในระดับคอคน จำเลยทั้งสองย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงอาจถูกผู้เสียหายทั้งสองหรือบุคคลอื่นภายในบ้านได้ แม้กระสุนปืนจะไม่ถูกผู้ใดเนื่องจากผู้เสียหายทั้งสองออกไปกรีดยางและได้นำบุตรชายไปฝากญาติไว้ ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้าน กรณีจึงเป็นเรื่องบังเอิญ การกระทำของจำเลยทั้งสองถือได้ว่ามีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นแล้ว
⚖️ และการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกับพวกมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยการตระเตรียมจัดหารถจักรยานยนต์และอาวุธปืนเพื่อนำไปใช้ยิงบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีการนัดให้จำเลยทั้งสองไปเอาอาวุธปืนยังสถานที่ซ่อนไว้เป็นขั้นเป็นตอน ย่อมถือว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อผู้เสียหายทั้งสองไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองกับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2569)
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
18/08/2026
#เลคเชอร์กฎหมาย
#สาธารณสมบัติของแผ่นดิน #กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🤓เลคเชอร์นี้ติวเตอร์ได้รวมข้อสังเกตที่น่าสนใจพร้อมทั้งแนบเลขคำพิพากษาประกอบในเรื่องของสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 เอาไว้ให้ทุกท่านทบทวนแบบกระชับ ๆ และยังแนบผลของการเป็นสาธารณสมบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305, 1306 และ 1307 มาฝากทุก ๆ ท่านค่า
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
14/08/2026
#ฎีกาน่าสนใจ #ฎีกาวิอาญา
#สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
#สอบอัยการผู้ช่วย #สอบเนติบัณฑิต
⚖️ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการแห่งวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อคุ้มครองมิให้เกิดภยันตรายแก่ชีวิตและร่างกายบุคคลอื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายคุ้มครอง โจทก์หรือบุคคลใดจะเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดฐานดังกล่าวได้ ต้องปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดนั้น หมายความว่า #เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ #อันเป็นอันตรายจากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แห่งวิชาชีพนั้น #ที่กฎหมายคุ้มครอง
⚖️ ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ ต้องเป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงจากภยันตรายอันเป็นอันตรายที่อาจเกิดแก่ชีวิตและร่างกาย เนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการอันพึงกระทำตามวิชาชีพการออกแบบก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างในคดีเท่านั้น ผู้เสียหายจึงต้องเป็นบุคคลธรรมดา โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่อาจได้รับอันตรายดังกล่าวจากการกระทำความผิดได้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในฐานความผิดนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)
⚖️ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และกรณีเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาไปถึงจำเลยที่ 3 และที่ 4 ด้วย แม้คดียุติแล้วโดยไม่ได้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 และ 225 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568)
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
11/08/2026
#เลคเชอร์กฎหมาย
#ส่วนควบ #กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🤓ในเลคเชอร์นี้ติวเตอร์ได้สรุปเนื้อหาในเรื่องของส่วนควบตามมาตรา 144 มาตรา 145 รวมถึงข้อยกเว้นตามมาตรา 146 โดยเราจะเริ่มตั้งแต่ลักษณะของส่วนควบ ซึ่งหากพิจารณาจากมาตรา 144 แล้ว ส่วนควบคือ สังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปมารวมกัน โดยทรัพย์นั้นต้องเป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของทรัพย์นั้น ไม่ว่าจะโดยสภาพแห่งทรัพย์ เช่น รถยนต์ต้องมีล้อ แว่นตาต้องมีเลนส์ หรือโดยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญประกอบกับทรัพย์ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปที่มารวมกันนั้นไม่อาจแยกจากกันได้ นอกจากจะทำลาย ทำให้บุบสลาย หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป
🌳ทั้งนี้มาตรา 145 ได้ขยายความว่าส่วนควบนี้รวมไปถึงไม้ยืนต้นที่มีอายุพันธุ์ไม้มากกว่า 3 ปีขึ้นไป แต่ต้องระมัดระวังว่า ต้องดูที่ประเภทของต้นไม้นั้นว่ามีอายุขัย 3 ปี ขึ้นไปหรือไม่ ไม่ดูระยะเวลาในการปลูก
🤓โดยเมื่อเป็นส่วนควบแล้วเกิดผลทางกฎหมาย 2 ประการคือ ส่วนควบตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์ โดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนการได้มา (ฎ.4285/2564) และส่วนควบของทรัพย์ย่อมตกติดไปกับผู้รับโอนทรัพย์นั้นด้วยแต่ในกรณีที่ผู้ขายกับผู้ซื้อตกลงกันอย่างชัดแจ้งว่าซื้อขายกันเฉพาะที่ดินเท่านั้น ไม่รวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน
🤓โดยในเรื่องของส่วนควบนี้ได้มีข้อยกเว้นอยู่ที่มาตรา 146 คือ หากทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดินหรือโรงเรือนเพียงชั่วคราว หรือโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธิปลูกสร้างไว้ ทรัพย์ที่ติดกับที่ดินหรือโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นนั้นย่อมไม่เป็นส่วนควบ
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
07/08/2026
#ฎีกาน่าสนใจ #ฎีกากฎหมายอาญา
#สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
#สอบอัยการผู้ช่วย #สอบเนติบัณฑิต
⚖️ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของ น. ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยมีอาวุธขวานติดตัวไปด้วย จากนั้นจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการล็อกคอจับแขน แล้วชกต่อย และใช้เท้าเตะใบหน้า ศีรษะและต้นคอของผู้เสียหายหลายครั้ง และจำเลยที่ 3 ใช้อาวุธขวานที่ร่วมกันพาติดตัวมาดังกล่าวตีศีรษะ หัวเข่า และสะโพกของผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ
⚖️ การที่จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นแล้วใช้กำลังประทุษร้ายทันทีต่อเนื่องกัน ในขณะที่การบุกรุกยังคงมีอยู่ตลอดเวลาไม่ขาดตอน พฤติการณ์ความร้ายแรงไม่อาจแยกออกจากกันได้ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดฐานบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ตาม ป.อ. มาตรา 365 (1) (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2030/2568)
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
04/08/2026
#เลคเชอร์กฎหมาย
#คดีเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกตั้ง #คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม #รัฐธรรมนูญ
🍰ในเลคเชอร์นี้ติวเตอร์ได้สรุปคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกตั้งหรือบางท่านอาจเรียกว่าคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 225 และมาตรา 226 มาฝากทุกท่านค่ะ โดยติวเตอร์จะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ การเลือกตั้งระดับชาติและการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เพื่อให้ท่านเห็นความเหมือนและแตกต่างอย่างชัดเจนค่ะ
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
31/07/2026
#วิอาญา #ฎีกาน่าสนใจ
#ฎีกาใหม่ #สอบอัยการผู้ช่วย
#สอบเนติฯ #สอบผู้พิพากษา
📇 ปัญหาว่าผู้เสียหายจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่นั้น ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจะต้องเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องร้อง ผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่ไม่ได้ถูกฟ้องไม่ได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยได้นำหลักฐานการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยที่จำเลยยังชำระราคาที่ดินแก่ผู้ตายยังไม่ครบถ้วนแล้วนำที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้สิทธิของผู้ตายเกี่ยวกับการมีกรรมสิทธิ์ต้องถูกเปลี่ยนแปลงหรือกระทบกระเทือนในทางที่ทำให้สิทธิที่มีอยู่สิ้นไปหรือลดน้อยถอยลงจากการกระทำความผิดของจำเลยทำให้ผู้ตายได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยในคดีนี้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/ 2569)
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
28/07/2026
#เลคเชอร์กฎหมาย
#มัดจำ #เบี้ยปรับ #กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🌧ในสัปดาห์นี้ติวเตอร์นำข้อสังเกตที่น่าสนใจระหว่างในเรื่องของมัดจำและเบี้ยปรับมาฝากทุกท่านค่ะ โดยเราจะดูผ่าน 3 ข้อเปรียบเทียบด้วยกัน คือ เรื่องของลักษณะ ระยะเวลาการส่งมอบ และผล
☔️เรื่องของลักษณะ การวางมัดจำนี้ก็เพื่อเป็นหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำขึ้นและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 377) ส่วนเบี้ยปรับเป็นการกำหนดค่าเสียหายในสัญญาไว้ล่วงหน้าหากมีการผิดสัญญาก็ให้ริบหรือให้เจ้าหนี้เรียกเอาได้ (มาตรา 379)
☔️ระยะเวลาการส่งมอบ มัดจำต้องส่งมอบให้ไว้ในขณะเข้าทำสัญญา แต่เบี้ยปรับจะส่งมอบกันเมื่อใดก็ได้ หรือจะไม่ส่งมอบก็ได้ แต่ต้องมีการตกลงกันก่อนผิดสัญญา
☔️ผล ในมุมของมัดจำถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ผลของการวางมัดจำเป็นตามมาตรา 378 คือ
💧1. มาตรา 378 (1) หากไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญา ให้ผู้รับมัดจำส่งคืนหรือหักจัดเอาเป็นการใช้เงินเมื่อชำระหนี้ในงวดสุดท้ายหรือชำระหนี้สิ้นเชิง
💧2. มาตรา 378 (2) กรณีที่ฝ่ายวางมัดจำผิดสัญญา ให้ผู้รับมัดจำริบได้ (นอกจากนี้อาจบอกเลิกสัญญาหรือฟ้องบังคับให้ผู้วางมัดจำปฏิบัติตามสัญญา)
💧3. มาตรา 378 (3) กรณีฝ่ายที่รับมัดจำผิดสัญญา ให้ผู้รับมัดจำส่งคืนแก่ผู้วางมัดจำ
🫧ในส่วนของเบี้ยปรับ เบี้ยปรับมี 2 ประเภท (มาตรา 380 และมาตรา 381 (ซึ่งคู่สัญญาสามารถกำหนดเบี้ยปรับทั้ง 2 กรณีไว้ในสัญญาได้))
🫧1. มาตรา 380 เบี้ยปรับเพื่อการไม่ชำระหนี้ (ไม่ชำระหนี้เลย) ซึ่งเมื่อลูกหนี้ตกลงจะให้เบี้ยปรับประเภทนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ต่อไปและเรียกค่าเสียหายตามมาตรา 213 215 222 หรือเจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกเบี้ยปรับตามมาตรา 380 และอาจเรียกค่าเสียหายอย่างอื่นได้ตามมาตรา 380 วรรคสอง แต่จะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้อีกไม่ได้ตามมาตรา 380 วรรคหนึ่ง
🫧2. มาตรา 381 เบี้ยปรับเพื่อการไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามสมควร นอกจากเจ้าหนี้จะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับด้วยก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน ให้บังคับตามมาตรา 380 วรรคสอง และถ้าเจ้าหนี้ยอมรับไว้แล้ว จะเรียกเอาเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้ (ที่ไม่ถูกต้อง) ตามมาตรา 381 วรรคสาม
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
24/07/2026
#วิอาญา #ฎีกาน่าสนใจ
#ฎีกาใหม่ #สอบอัยการผู้ช่วย
#สอบเนติฯ #สอบผู้พิพากษา
📇 การร้องทุกข์นั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เป็นแต่ต้องได้ความว่าเป็นการแสดงเจตนาให้ดำเนินคดีอาญา คดีนี้โจทก์เป็นผู้ร่วมเล่นแชร์เป็นเงินจำนวนมากในวงแชร์ที่จำเลยที่ 1 เท้าแชร์เพิ่งประกาศล้มวงแชร์ โดยยังไม่ได้รับเงินคืนจากจำเลยที่ 1 การที่โจทก์มาแจ้งความตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี มีข้อความว่า “...โจทก์กับพวก (ระบุชื่อ) ได้พากันมาสถานีตำรวจแจ้งว่า ผู้แจ้งทั้งหมดได้ร่วมเล่นแชร์ออนไลน์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเท้าแชร์ โจทก์ส่งเงินให้จำเลยที่ 1 จำนวน 2,061,190 บาท (และพวกโจทก์ส่งเงินให้จำเลยที่ 1 ตามจำนวนที่ระบุ) ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564... ทราบว่าเท้าแชร์ไม่สามารถจ่ายเงินได้ จนมาถึงวันนี้... ไม่สามารถจ่ายคืนได้ เป็นเหตุให้พวกผู้แจ้งได้รับความเสียหาย จึงพากันมาพบพนักงานสอบสวนมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย... ร้อยตำรวจเอก ล. รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรขุนทะเล ได้รับแจ้งรับคำร้องทุกข์ไว้แล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป...”
👮🏻♂️ แสดงให้เห็นแล้วว่า โจทก์ซึ่งยืนยันว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 โดยกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนว่ามีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้น ลักษณะแห่งความผิด พฤติการณ์ที่ความผิดนั้นได้กระทำลง จำนวนความเสียหายของโจทก์ และการที่ระบุว่า “...พวกผู้แจ้งได้รับความเสียหาย จึงพากันมาพบพนักงานสอบสวนมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย...” แสดงว่าโจทก์มีความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งก็รับว่าจะไปดำเนินการต่อไป จึงเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7) และมาตรา 123 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2569)
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์
21/07/2026
#เลคเชอร์กฎหมาย
#การพยายามกระทำความผิด #กฎหมายอาญา
🙊โดยหลักแล้ว การตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดยังไม่เป็นความผิด จนกว่าจะเลยขั้นตระเตรียมจนถึงขั้นลงมือกระทำความผิด ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นของความผิด และช่วงระหว่างเริ่มต้นของความผิดก่อนความผิดสำเร็จนี้เอง เรียกว่าเป็นพยายามกระทำความผิด กล่าวคือ การพยายามกระทำความผิดจะเริ่มตั้งแต่ลงมือกระทำความผิดไปจนถึงก่อนความผิดสำเร็จ ขั้นลงมือกระทำความผิด หมายถึง การกระทำที่ได้กระทำลงจนใกล้ชิดกับผลสำเร็จอันพึงเห็นได้ประจักษ์ มีหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ
🍌1. ผู้กระทำต้องมี “เจตนา” กระทำความผิด : จะเป็นพยายามฐานใด ต้องได้ความว่ามีการกระทำโดยเจตนากระทำผิดฐานนั้นเสียก่อน เช่น จะผิดฐานพยายามฆ่า ต้องมีเจตนาฆ่าเสียก่อน หากมีเพียงเจตนาทำร้าย ย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าไม่ได้ เป็นต้น ดังนั้น การกระทำโดยประมาทย่อมมีการพยายามกระทำความผิดไม่ได้ เพราะไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา
🍌2. ผู้กระทำต้องกระทำถึงขั้น “ลงมือ” กระทำความผิดแล้ว : การกระทำใดจะเป็นการพยายามกระทำความผิดถึงขั้นพยายามได้นั้น ศาลฎีกาไทยถือตามหลัก “ความใกล้ชิดต่อผล” (The Proximity Rule) หลักความใกล้ชิดต่อผลนั้น ดูที่การกระทำขั้นสุดท้ายของผู้กระทำความผิดว่า ขั้นตอนใดที่ผู้กระทำความผิดหมดหน้าที่หรือไม่จำเป็นต้องกระทำการใดเพิ่มเติมอีกแล้วเพื่อให้ผลเกิด หากผลไม่เกิดหรือผู้กระทำยับยั้งเสียไม่ให้ผลเกิด เช่นนี้ก็จะเป็นความผิดฐานพยายาม แต่หากผู้กระทำปล่อยให้ผลเกิด เช่นนี้ก็จะเป็นความผิดสำเร็จ
🍌3. ผู้กระทำได้กระทำไป “ไม่ตลอด” หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้น “ไม่บรรลุผล”
🎀3.1 ผู้กระทำได้กระทำไป “ไม่ตลอด” พยายามกระทำความผิดที่กระทำไปไม่ตลอด มีองค์ประกอบดังนี้ (1) ผู้กระทำจะต้องได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว หมายถึง ได้กระทำที่พ้นจากขั้นตระเตรียมการไปแล้วจนถึงขั้นลงมือกระทำ (2) กระทำไปไม่ตลอด หมายความว่า เมื่อผู้กระทำได้ลงมือกระทำความผิดแล้วได้มีเหตุมาขัดขวางเสียไม่ให้กระทำไปได้ตลอด อาจเพราะมีผู้มาพบเห็น ถูกขัดขวางก่อน หรือถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับก่อน เช่น ก. ตั้งใจจะยิง ข. จึงยกปืนขึ้นประทับบ่าและจ้องไปที่ ข. พร้อมกับขึ้นนก ในขณะที่กำลังจะลั่นไก ค. ได้มาจับมือ ก. เสียก่อน ทำให้ ก. กระทำไปไม่ตลอด คือ ไม่สามารถยิง ข. ได้
🎀3.2 กระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้น “ไม่บรรลุผล” พยายามกระทำความผิดที่กระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ (1) ผู้กระทำได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว (2) การกระทำนั้นได้กระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เหตุที่ไม่บรรลุผลก็เพราะว่ามีเหตุมาขัดขวางไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผลนั่นเอง เช่น ก. เจตนาฆ่า ข. และได้ยิงปืนไปที่ ข. แต่ลูกปืนไม่ถูก ข. หรือถูก ข. แต่ไม่ตาย ดังนี้ ถือว่า ก. ได้ลงมือกระทำความผิด และได้กระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล คือ ข. ไม่ตาย หรือ ก. ใช้ปืนยิง ข. ไปแล้ว แต่ไม่ตายเพราะลูกปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ก. ผิดฐานพยายามฆ่า🙊
-------------
✅ ดูคอร์สติวและสมัครติวได้ที่ www.OhmsLawTutor.com/courses
✅ LINE Official :
(09.00-24.00 น. ทุกวัน)
หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40ohmslawtutor
✅ โทร. 098-997-8919, 098-997-8915, 095-693-9789, 080-563-9789, 097-928-9289 (09.00-18.00 น. ทุกวัน)
#ฝากความสำเร็จให้เราดูแล ❤️
#สถาบันติวกฎหมายโอห์มลอว์