Cross Cultural Foundation (CrCF)

Cross Cultural Foundation (CrCF)

แชร์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม CrCF believes the laws should be fair and justly applied, and the state should serve its lawful role to protect all peoples.

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เป็นองค์กรเอกชนซึ่งไม่แสวงผลกำไร จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมในการส่งเสริม
สิทธิทางด้านวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายเพื่อกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีและจารีตปฏิบัติต่าง ๆ
หลักนิติธรรม และการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับกลุ่มประชากรที่หลากหลายซึ่งกลายเป็นก

Photos from Cross Cultural Foundation (CrCF)'s post 26/06/2026

เย็นนี้มาเจอกันนะ ⏰16.00 - 19.00 น.
✨พบกับกิจกรรมเสริมสร้างกำลังใจ ทั้งการส่งใจถึงต้าร์ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ครอบครัวของต้าร์ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผ่าน “ต้นไม้แห่งความหวัง” และร่วมให้คำสัญญาในการสนับสนุนความยุติธรรมและรักษาความทรงจำเกี่ยวกับผู้สูญหาย ในกิจกรรม “กล่องคำสัญญาปีที่ 7”

🎙️ อัพเดตความคืบหน้าในการตามหาต้าร์ และการทำงานตามหาผู้สูญหาย ในวงเสวนา หัวข้อ “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่: การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง” กับ 4 วิทยากร ได้แก่

◾️ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ - พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
◾️ พรพิมล มุกขุนทด - ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
◾️ ภัทรานิษฐ์ เยาดำ - เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนระดับชาติ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนเเห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ (OHCHR)
◾️ เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข - หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

ปิดท้ายด้วย “พิธีส่งต่อแสงเทียน” ส่งต่อความหวังและกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญหายและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

🌺👓หากสะดวก สามารถแต่งกายสไตล์วันเฉลิม ด้วยเสื้อฮาวายสีแดงและแว่นตามาร่วมงานได้
📆 วันที่ 26 มิถุนายน 2569
📍 ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อ ซอย 3

Location: https://maps.app.goo.gl/z3WGVdJ9qz9nELkx9?g_st=ac

26/06/2026

📢👤26 มิถุนายน วันยุติการทรมานสากล ซึ่งแม้จะฟังดูเหมือนเป็นวาระด้านสิทธิมนุษยชนที่ห่างไกลจากความสนใจของคนไทยทั่วไป แต่หากพิจารณาดีๆ จะพบว่า “การทรมาน” นั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และใกล้ตัวกว่าที่เราคิด เริ่มต้นด้วยคำง่ายๆ อย่าง “จับแพะ” หรือเหตุสะเทือนขวัญอย่างกรณี “ผู้กำกับโจ้” ที่ใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพ จนกลายเป็นกรณีอื้อฉาวในสังคมไทยระยะหนึ่ง

การทรมานเพื่อให้รับสารภาพเป็นวิธีการที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ทว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่เลือกใช้วิธีการนี้กลับไม่ใช่ความโหดร้ายส่วนบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทับซ้อนกันหลายมิติ ส่งผลให้การทรมานเพื่อให้รับสารภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และมีรูปแบบตายตัว ที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่เหล่านี้แทบไม่ถูกดำเนินคดี และลอยนวลพ้นผิดไปพร้อมกับอาชญากรตัวจริง ที่น้อยครั้งจะสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ ขณะที่ผู้ที่ตกเป็นแพะต้องเผชิญกับบาดแผลทางจิตใจ ผลกระทบต่อครอบครัวที่ต้องเห็นบุคคลอันเป็นที่รักต้องทุกข์ทรมาน ชุมชนที่แตกแยกและพยายามเอาตัวรอด เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐกลับกลายเป็นผู้ละเมิดสิทธิ และสังคมโดยรวมที่ต้องเผชิญกับอาชญากรรมซ้ำๆ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เคยจับกุมผู้ก่อเหตุตัวจริงได้

⚖ ด้วยเหตุนี้ การทรมานเพื่อให้รับสารภาพจึงไม่ใช่ปัญหาของปัจเจกบุคคล แต่เป็นปัญหาของสังคมโดยรวม ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อความสงบสุขที่แท้จริงของสังคม โดยเฉพาะในกรณีล่าสุดอย่าง “ลุงเปี๊ยก” ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย “ป้าบัวผัน” ภรรยาของตน จนเสียชีวิต และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายควบคุมตัวและทรมานเพื่อให้รับสารภาพ จนกระทั่งมีการจับกุมผู้กระทำผิดตัวจริงได้ และจะมีการสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย ณ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในความผิดฐานร่วมกันอุ้มหาย ทรมาน และปฏิบัติอย่างโหดร้าย ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

📌อ่านบทความบนเว็บไซต์: https://crcfthailand.org/2026/06/26/63206/

เรื่อง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์
อินโฟกราฟิก: อัญมณี แก้วอะโข

Photos from Cross Cultural Foundation (CrCF)'s post 25/06/2026

📸25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ศาลาชวน วัดหลักสี่ กรุงเทพฯ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมทำบุญเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ในวาระครบรอบ 6 ปี การบังคับสูญหาย "ต้าร์" วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

วันเฉลิมถูกบังคับสูญหายขณะลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 โดยชายนิรนามกลุ่มหนึ่งได้จับตัวเขาขึ้นรถตู้ ขณะที่เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับพี่สาว เสียงสุดท้ายที่พี่สาวของวันเฉลิมได้ยินคือ "โอ๊ย... หายใจไม่ออก"

นับแต่นั้นเป็นต้นมา สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม ยังคงตามหาทุกวิถีทาง เพื่อให้ทราบชะตากรรมของน้องชาย รวมทั้งองค์กรภาคประชาสังคม และกลไกระหว่างประเทศ ก็ยังคงดำเนินการเพื่อให้มีการเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นกับวันเฉลิม ทราบตัวผู้กระทำความผิด และนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม คดีบังคับสูญหายวันเฉลิมยังคงไม่มีความคืบหน้า

🛑นอกจากการทำบุญในวันนี้แล้ว วันพรุ่งนี้ (26 มิถุนายน 2569) จะมีการจัดงาน "ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า 'เราไม่หมดหวัง'" ซึ่งนอกจากจะเป็นการร่วมระลึกถึงวันเฉลิมแล้ว ยังเป็นโอกาสในการรวมตัวคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน และรับฟังการเสวนาในประเด็นเกี่ยวกับความหวังในการตามหาตัวบุคคลสูญหาย
📍ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อ ซอย 3 เวลา 16.00 - 19.00 น.

👚🌺ผู้เข้าร่วมงานสามารถแต่งกายตามสไตล์วันเฉลิม ด้วยเสื้อฮาวาย หรือสวมแว่นตา และกรุณาเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนมาด้วย

🔍ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1BQ6HffjDQ/

25/06/2026

⚖️👤อีก 1 วัน พบกันในงาน “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’”
เนื่องในวาระครบรอบ 6 ปี การบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

🎙️ กำหนดการ
◾️ 16.00 - 16.30 ลงทะเบียน
◾️ 16.30 - 16.45 กล่าวเปิดงานโดยประกายดาว พฤกษาเกษมสุข
◾️ 16.45 - 18.00 เสวนา หัวข้อ “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่: การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง” โดย
▪️ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ - พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
▪️ พรพิมล มุกขุนทด - ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
▪️ เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข - มูลนิธิกระจกเงา
▪️ ภัทรานิษฐ์ เยาดำ - ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับสูญหาย
◾️ 18.00 - 18.30 ช่วงถาม-ตอบ
◾️ 18.30 - 19.00 พิธีส่งต่อแสงเทียน

📆วันที่ 26 มิถุนายน 2569
⏰16.00 - 19.00 น.
📍 ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อ ซอย 3
Location: https://maps.app.goo.gl/z3WGVdJ9qz9nELkx9?g_st=ac

👚🌺หากสะดวก สามารถแต่งกายสไตล์วันเฉลิม ด้วยเสื้อฮาวายสีแดงและแว่นตามาร่วมงานได้

☂️🥼เนื่องจากเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง กรุณาเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนมาด้วย

24/06/2026

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ทนายความอิสระ ในฐานะผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนการใส่โซ่ตรวน ได้เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 เพื่อฟังคำสั่งศาลฎีกา กรณีขอให้ไต่สวนการใส่โซ่ตรวนจำเลย 13 คน ในคดีทรมาน เมื่อปี 2567 โดยศาลฎีกาได้มีคำสั่งว่า “ศาลฎีกาแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 46 จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องฎีกาและรับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณา…”

📌อ่านข่าว: https://crcfthailand.org/2026/06/24/63194/

24/06/2026

📆 25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.
ร่วมส่งใจถึงต้าร์ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทำบุญเลี้ยงพระเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

📍 ณ ศาลาชวน (ติดคลังพัสดุ) วัดหลักสี่ กรุงเทพฯ

Location: https://maps.app.goo.gl/G6U9h9LEnz3SX1Kk8?g_st=ac

Photos from Amnesty International Thailand's post 23/06/2026

เป็นเวลากว่า 6 ปี ตั้งแต่วันที่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับให้สูญหาย

เฟซบุ๊คของเขาถูกปิดตัวลง เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครทราบชะตากรรมของเขา แต่สิ่งที่ไม่มีวันหายไปได้ คือเรื่องราวความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับเขา และความทรงจำในฐานะคนคนหนึ่งที่เป็นที่รักของคนรอบตัวหลาย ๆ คน

วันนี้ เราอยากชวนทุกคนมาทบทวนเรื่องราวของ “ต้าร์-วันเฉลิม” เพื่อเล่าเรื่องราวของเขาให้คนรอบตัวได้ฟังไปด้วยกัน ตั้งแต่ความฝันที่อยากเป็นประธานนักเรียน แมวจิ๋วสองตัวที่กลายเป็นแมวโต ความคิดถึงอาหารแซ่บ ๆ ที่บ้านเกิด ไปจนถึงอาชญากรรมร้ายแรงอย่างการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เกิดขึ้นกับเขา

CrCF แอมเนสตี้ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ขอเชิญทุกคนมาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน ในงาน “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’”

📍 25 มิถุนายน 2569 | 11.00 - 12.00 น.
พิธีทำบุญเพื่อสร้างกำลังใจ ณ วัดหลักสี่ กรุงเทพฯ
Location: https://maps.app.goo.gl/G6U9h9LEnz3SX1Kk8?g_st=ac

📍 26 มิถุนายน 2569 | 16.00 - 19.00 น.
งานเสวนาและส่งต่อความหวังผ่านแสงเทียน
ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อ ซอย 3
Location: https://maps.app.goo.gl/z3WGVdJ9qz9nELkx9?g_st=ac

มาเล่าเรื่องราว และจดจำเขาไปพร้อมกัน
จนกว่าวันที่ความยุติธรรมจะมาถึง

*หากสะดวก สามารถแต่งกายสไตล์วันเฉลิม ด้วยเสื้อฮาวายสีแดงและแว่นตามาร่วมงานได้

Photos from Cross Cultural Foundation (CrCF)'s post 22/06/2026

⚖️👤 CrCF และเครือข่ายภาคประชาสังคม Amnesty International Thailand ขอเชิญทุกคนมาพบปะ ส่งต่อความหวังและกำลังใจให้กับครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในงาน “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’”

✨พบกับกิจกรรมเสริมสร้างกำลังใจ ทั้งการส่งใจถึงต้าร์ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ครอบครัวของต้าร์ และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผ่าน “ต้นไม้แห่งความหวัง” และร่วมให้คำสัญญาในการสนับสนุนความยุติธรรมและรักษาความทรงจำเกี่ยวกับผู้สูญหาย ในกิจกรรม “กล่องคำสัญญาปีที่ 7”

🎙️ อัพเดตความคืบหน้าในการตามหาต้าร์ และการทำงานตามหาผู้สูญหาย ในวงเสวนา หัวข้อ “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่: การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง” กับ 4 วิทยากร ได้แก่

◾️ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ - พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
◾️ พรพิมล มุกขุนทด - ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
◾️ ภัทรานิษฐ์ เยาดำ - เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนระดับชาติ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนเเห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ (OHCHR)
◾️ เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข - หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

ปิดท้ายด้วย “พิธีส่งต่อแสงเทียน” ส่งต่อความหวังและกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญหายและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

🌺👓หากสะดวก สามารถแต่งกายสไตล์วันเฉลิม ด้วยเสื้อฮาวายสีแดงและแว่นตามาร่วมงานได้

📆 วันที่ 26 มิถุนายน 2569
⏰16.00 - 19.00 น.
📍 ณ สวนครูองุ่น ทองหล่อ ซอย 3

Location: https://maps.app.goo.gl/z3WGVdJ9qz9nELkx9?g_st=ac

20/06/2026

👤20 มิถุนายน วันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day)

เมื่อกล่าวถึงผู้ลี้ภัยในมุมมองของสังคมไทย เรามักจะเข้าใจว่า ผู้ลี้ภัยคือผู้ที่กระทำความผิดในประเทศของตนเอง และต้องหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีความผิด เป็นอาชญากรที่ไม่สมควรได้รับการช่วยเหลือ หรือเป็นผู้ที่เข้ามาแย่งชิงทรัพยากรของประเทศ และเป็นภาระของประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือ ทำให้เมื่อมีกรณีผู้ลี้ภัยจากประเทศใกล้เคียงเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เช่น กรณีชาวโรฮิงญา หรือชาวเมียนมา ก็ล้วนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในทุกพื้นที่ และการถกเถียงเช่นนี้ก็ยังไม่เคยมีข้อสรุป

🕊อย่างไรก็ตาม “ผู้ลี้ภัย” ในความหมายสากลนั้นแตกต่างจากความเข้าใจของสังคมไทยอย่างมาก โดยคำจำกัดความของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ผู้ลี้ภัยหมายถึง บุคคลที่ถูกบังคับให้หนีออกจากประเทศบ้านเกิดของตน เนื่องจากเผชิญกับสงคราม ความรุนแรง หรือการถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรง โดยมีความหวาดกลัวอย่างมีเหตุผลว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตหรือเสรีภาพ และจำเป็นต้องข้ามพรมแดนเพื่อแสวงหาความคุ้มครองในต่างแดน นอกจากนี้ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บุคคลกลายเป็นผู้ลี้ภัย ได้แก่ เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ การเป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคมใดกลุ่มหนึ่ง และความคิดเห็นทางการเมือง

นอกเหนือจากสงครามและความรุนแรงในประเทศต้นทาง ผู้ลี้ภัยยังต้องเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายประการในระหว่างที่ลี้ภัย ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ การล่วงละเมิดทางเพศ การแสวงประโยชน์ การส่งกลับไปเผชิญอันตรายในประเทศต้นทาง รวมทั้งการปราบปรามข้ามชาติ เช่น การลอบสังหาร การข่มขู่คุกคาม และการบังคับสูญหาย ตัวอย่างกรณีที่เห็นได้ชัดเจน คือการบังคับสูญหายสยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยชาวไทยในประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2562 การบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ขณะลี้ภัยในประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 และกรณีการบังคับสูญหายชัชชาญ บุปผาวัลย์ และไกรเดช ลือเลิศ ขณะลี้ภัยในประเทศลาว เมื่อปี 2561 จนกระทั่งพบเป็นศพในแม่น้ำโขง บริเวณ จ. นครพนม

ยิ่งกว่านั้น ยังมีกรณีผู้ลี้ภัยจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่เผชิญกับการปราบปรามข้ามชาติขณะที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย เช่น กรณีการลอบสังหารลิม กิมยา อดีตนักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชา กรณีการบังคับสูญหายดวง วาน ไถ สื่อมวลชนชาวเวียดนาม หรือกรณีการส่งกลับอี ควิน เบดั๊บ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิในการนับถือศาสนาชาวมองตานญาด ไปยังประเทศเวียดนาม โดยอ้างว่าเป็นการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจะพบว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเพียงผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ และพยายามแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน มิได้มีความผิดในฐานะอาชญากรแต่อย่างใด

⚖ วันผู้ลี้ภัยโลกจึงเป็นโอกาสอันดีในการทำความเข้าใจและตระหนักถึงชะตากรรมของผู้ลี้ภัย รวมถึงสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ปราศจากความวิตกกังวลจากภัยคุกคามโดยรัฐ และระลึกถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญของบุคคลเหล่านี้ รวมทั้งระลึกถึงเหล่าผู้ลี้ภัยที่ถูกสังหารหรือถูกบังคับสูญหาย

เมื่อเรายังคงอยู่ใต้อำนาจรัฐอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่ว่าใครก็ตามสามารถกลายเป็นผู้ลี้ภัยได้ เพียงเพราะแสดงความเห็นที่แตกต่าง ดังนั้น สิทธิในการมีชีวิตและไม่ถูกส่งกลับไปเผชิญอันตรายในประเทศต้นทางจึงต้องได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง เพราะผู้ลี้ภัยคือมนุษย์ เช่นเดียวกับพวกเรานั่นเอง

19/06/2026

👤19 มิถุนายน 2569 ครบรอบ 35 ปี การบังคับสูญหายทนง โพธิ์อ่าน

ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน หนึ่งในขบวนการที่เติบโตอย่างมากได้แก่ขบวนการแรงงาน โดยมีแกนนำคนสำคัญอย่าง “ทนง โพธิ์อ่าน” เป็นกำลังหลักในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงาน

ทนง โพธิ์อ่าน มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ เป็นพนักงานในบริษัทเฟสโก้ (S.G.S.) เคยผ่านอาชีพรับซื้อของเก่า ขับรถสองแถวสายสีลม-บางรัก ก่อนเข้าสู่วงการแรงงานอย่างเต็มตัว ในช่วงปี 2517 โดยเข้าร่วมในสหภาพแรงงานขนส่งสินค้าส่งออก (ทางน้ำ) ซึ่งมีกรรมกรแบกข้าวสารขึ้นเรือสินค้าเป็นสมาชิก และเป็นการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงานประเภทกิจการหรือในระดับอุตสาหกรรม ทำให้สหภาพนี้มีสมาชิกกว้างขวางและมีกำลังในการเรียกร้องเจรจากับนายจ้างอย่างมาก

จากคำบอกเล่าของเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายคน ทนงเป็นคนใจเด็ด กล้าได้กล้าเสีย ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใด และมักวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ความโดดเด่นทั้งนิสัยใจคอและประสบการณ์การทำงาน ส่งผลให้เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปี 2534 โดยหนึ่งในผลงานสำคัญของทนง คือการผลักดันเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ

ต่อมาทนงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญที่ทำให้เสียงของทนงและเสียงของแรงงานดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งเขายังยืนยันในการให้สัมภาษณ์กับสื่อในครั้งหนึ่งว่า จะไม่มีอำนาจใดที่จะมายับยั้งการเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงาน และตนจะไม่ยืนอยู่ข้างรัฐบาลในทุกเรื่อง ดังเช่นที่ผู้นำแรงงานเคยกระทำ นอกจากนี้ ทนงยังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2533 ด้วย

⚖ อย่างไรก็ตาม การรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2534 สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน รวมถึงตัวของทนงเอง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่วันแรกของการรัฐประหาร รสช. ได้เรียกผู้นำแรงงานเข้าพบทั้งหมด และในครั้งนั้น ทนงได้แสดงความเห็นหลายเรื่องต่อหน้าคณะรัฐประหาร หลายคนเชื่อกันว่านี่อาจเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ทนงถูกบังคับสูญหายในเวลาต่อมา

ภายหลังจากการรัฐประหาร รสช. ได้พยายามจำกัดพลังของขบวนการแรงงานในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการออกประกาศ รสช. ฉบับที่ 54 และการแยกและยุบอำนาจของแรงงานรัฐวิสาหกิจออกจากขบวนการไม่ให้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องต่อรองได้เช่นในอดีต ผ่านการออก พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 เพื่อแก้ไขไม่ให้ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ ใช้บังคับแก่กิจการรัฐวิสาหกิจ และออกกฎหมายใหม่อย่าง พ.ร.บ. พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ซึ่งมีใจความสำคัญคือ ยุบสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจเดิมและจัดตั้งเป็นสมาคม ซึ่งมีบทบาทจำกัดเพียงการยื่นข้อเสนอและคำร้องทุกข์ด้านสิทธิประโยชน์เท่านั้น ไม่มีอำนาจเจรจาต่อรองร่วมเหมือนภาคเอกชน นอกจากนี้ที่สำคัญคือ ห้ามพนักงานรัฐวิสาหกิจนัดหยุดงานทุกรูปแบบ และจำกัดให้แต่ละรัฐวิสาหกิจมีสหภาพแรงงานได้เพียงแห่งเดียว โดยมีสมาชิกอย่างน้อยร้อยละ 10 ของพนักงานทั้งหมด

ความขัดแย้งระหว่างทนงกับ รสช. มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยชนวนสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อทนงได้รับเชิญโดยตรงให้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ประจำปีขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่จัดขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยงานดังกล่าวมีกำหนดการจะจัดขึ้นในวันที่ 3 – 27 มิถุนายน 2534 แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือถึงทนงให้งดการเดินทางไปประชุมใหญ่ แต่ทนงยังคงยืนยันที่จะเข้าร่วมและแจ้งเจตจำนงชัดเจนว่าตนจะประณามการกระทำของคณะรัฐประหาร และร้องเรียนต่อ ILO และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานก่อนการเดินทางไปยังนครเจนีวา ทนงได้หายสาบสูญไปในวันที่ 19 มิถุนายน 2534 โดยพบเพียงรถของเขาถูกจอดทิ้งไว้หน้าสหภาพ ครอบครัวและคนรอบตัวต่างมั่นใจว่าทนงถูกบังคับสูญหายไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

การหายตัวไปของทนงไม่เพียงส่งผลกระทบต่อครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความเข้มแข็งและความเป็นเอกภาพของขบวนการแรงงานในประเทศไทย และเมื่อแรงงานไม่อาจได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่ นั่นหมายความว่ารายได้และสวัสดิการของแรงงานทุกคน รวมถึงครอบครัวของพวกเขาก็จะถูกลิดรอนสิทธิเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น การบังคับสูญหายบุคคลที่ท้าทายอำนาจอันฉ้อฉลของรัฐจึงไม่ได้ส่งผลแค่คนคนหนึ่งหายไปเพียงเพราะ “ขัดขา” ผู้มีอำนาจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสิทธิและเสรีภาพของคนทั้งสังคมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

📌อ่านบทความ “19 มิ.ย. ทนง โพธิ์อ่าน ถูกบังคับสูญหาย และการล่มสลายของเครือข่ายแรงงานไทย” : https://crcfthailand.org/2025/06/19/59761/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


89 ซอยสิทธิชน ถนน สุทธิสารวินิจฉัย
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00