16/01/2026
ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีวันนี้ วันที่หลายๆคนเรียกผมว่าโค้ชหรือครู
สำหรับผมลูกศิษย์ทุกคน ก็เหมือนหนังสือที่ต่างกันออกไป
หน้าปก เนื้อหา บทสรุป ไม่เหมือนกันสักคน
ทุกคนมีความพิเศษ มีความเป็นตัวเอง และมีศักยภาพอยู่ในตัวอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ช่วยดึงศักยภาพในตัวพวกเขาและช่วยเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น
ผมไม่เคยตัดสินว่าเล่มไหนดี เล่มไหนไม่ดี เล่มไหนน่าอ่านหรือไม่น่าอ่าน ผมไม่เคยกำหนดหรือฉีกแล้วร่างมันขึ้นมาใหม่ เพราะผมเข้าใจในเนื้อหาของหนังสือแต่ละเล่ม
ขอให้จำไว้ว่า"โค้ชสาม พลวรรษ อินทวัฒน์" คนนี้
เปิดรับและพร้อมเคียงข้างพวกคุณเสมอ ผมไม่เคยไปไหน ไม่เคยเดินจากใครไป ยังอยู่ที่เดิมและเฝ้ามองบทสรุปของหนังสือแต่ละเล่มเสมอครับ
ดีใจและภูมิใจที่ได้สอนลูกศิษย์ทุกคน
(ปล.ขอบพระคุณครูอาจารย์โค้ชทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทพร่ำสอนให้วิชาที่หาในตำราไหนก็ไม่ได้ให้ศิษย์คนนี้
มาจนวันนี้ผมได้นำความรู้ที่ได้รับจากทุกท่านถ่ายทอดให้เด็กๆรุ่นต่อไป ให้เขาได้มีวิชาติดตัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ลืมพระคุณครูบาอาจารย์ทุกคนครับ)
17/10/2025
“อาจารย์ผู้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล”
บทบาทและการเริ่มต้นเป็นโค้ชผู้รักษาประตูในวัย13ย่าง14 ไม่เกินจริง
"อาจารย์แต๊ก วิชาญชัย หาทรัพย์" อาจารย์ที่ผมเคารพรักและมีอิทธิพลต่อชีวิตฟุตบอลของผมอีกท่าน
ย้อนกลับไปประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา ผมในวัย 13 ย่าง14 ที่ชีวิตฟุตบอลเริ่มเข้าสู่วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี ไปต่อกับฟุตบอลดีหรือจะพอแค่นี้ กับปัญหาสมัยนั้น ตัวเล็กเกินไป บาดเจ็บบ่อย และมีอีกหลายๆอย่างที่ในชีวิตผมไม่สามารถอธิบายตรงนี้ได้ทั้งหมด ผมเริ่มห่างจากฟุตบอลมากขึ้น ทุ่มเทให้กับการศึกษาในห้องเรียนบวกกับมีอาการบาดเจ็บ(กระดูกข้อมือแตก)ภายในใจมีความถามมากมายไปหมด
ก็มี"อาจารย์อุ๊"ที่เข้าใจและ"อาจารย์แต๊ก"เห็นถึงความสามารถ เชื่อมั่น และไว้ใจ ชักชวนผมไปทำงานเป็นโค้ชผู้รักษาประตูสอนน้องๆในอะคาเดมี่ของอาจารย์ เมื่ออาจารย์แต๊กชวนผม ผมก็ไม่ปฎิเสธแต่อย่างใด เพราะผมรักฟุตบอลอยู่สุดหัวใจ ไม่ว่าจะได้อยู่ในตำแหน่งหรือหน้าที่อะไร ขอแค่เป็นฟุตบอล หัวใจผมมันพร้อมอยู่เสมอ
ถึงตรงนี้เพื่อนๆของผมในรุ่นหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าช่วงนั้นผมหายไปไหน แต่ผมก็ยังอยู่กับฟุตบอลนี่แหละ เพียงแค่บทบาทหน้าที่มันเปลี่ยนแปลงไป
ผมใช้ช่วงเวลานี้ประมาณเกือบ 1 ปีเต็มๆ ในการเป็นโค้ชผู้รักษาประตูสอนน้องๆในอะคาเดมี่และในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รวมถึงยังมีการฝึกซ้อมของตัวเองอยู่ควบคู่กันไป
ในช่วงเวลาที่ผมสอนอยู่กับจารย์แต๊ก ผมเดินทางจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน(บางรัก)หลังเลิกเรียน ไปสอนที่ลาดปลาเค้า และกลับถึงบ้านที่พระราม2 เวลา 3ทุ่ม อาทิตย์ละ3-4วัน รวมถึงเสาร์อาทิตย์อีกด้วย โดยมีอาจารย์แต๊กช่วยรับส่ง
ผมไม่เหนื่อยเลยแถมสนุกกับบทบาทนี้ด้วยซ้ำ การที่ได้เจอน้องๆหลายๆคน หลายๆปัญหาที่เราต้องช่วยให้เขาพัฒนา ทุกครั้งที่ทำได้ผมก็จะภูมิใจ มีความสุข และรู้สึกท้าทายอยู่เสมอ จนมีความคิดที่ว่าถ้าถึงวันนึงผมไม่สามารถเดินทางต่อในเส้นทางของผู้เล่นได้ ผมอยากจะเป็นผู้ถ่ายทอด สร้างผู้รักษาประตูฝีมือดีให้กับประเทศอีกหลายๆคน
อาจารย์แต๊กเป็นแบบอย่างของคนที่ทุ่มเทให้กับงานทำงานหนักและทำให้ผมเข้าใจว่า การที่เราทุ่มเททำงานหนักให้กับงานของเรา ผลลัพธ์มักจะออกมาดีเสมอ ผมยังคงยึดแบบอย่างนี้เป็นต้นแบบจนเป็นโค้ชสามในทุกวันนี้
ผมกลับมาเล่นให้ทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนอีกครั้งในวัย14ย่าง15 ปี จนจบม.6 ได้เข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหิดล เอกฟุตบอล และเล่นสโมสรแรกในชีวิตกับทีมกรุงธนบุรี เอฟซีในวัย 17 ปี
ความเชื่อมั่นของจารย์แต๊ก เป็นเหมือนแสงสว่างให้ผมกลับมาสู่เส้นทางฟุตบอลอีกครั้ง ไม่เพียงแต่กลับไปเล่นแค่นั้น แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของคนคนนึง ได้นำความรู้ทางด้านการสอนและประสบการณ์การต่างๆมาสานต่อจนเปิดสถาบันสอนผู้รักษาประตูโดยตรง ในวัย 21 ปี (Goalkeeper Club Thailand) ในปี 2019
ปัจจุบันนี้ เราได้กับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ทำทีมน้องๆโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้อาจารย์แต๊กติดต่อชวนไปทำงานร่วมกันหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้มีโอกาส สำหรับในครั้งนี้พอมีโอกาสผมก็ไม่ลังเลเลย มีความสุขและดีใจมากที่ได้มาร่วมงานกับอาจารย์อีกครั้ง
"เพราะว่าชีวิตผมมันยิ่งกว่าละคร"
กราบขอบพระครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ตัวผมคนนี้ ไม่เคยลืม 🙏