ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน.

ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน.

แชร์

ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน. เพื่อการวางนโยบาย/แผน และติดตามความก้าวหน้า

10/11/2025

🌍 พลังงานสะอาด: หัวใจใหม่ของการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center

ทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center เพื่อรองรับยุค AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล แต่สิ่งที่กลายเป็นโจทย์สำคัญไม่ใช่แค่เพียงเทคโนโลยี แต่คือ “พลังงาน” ที่จะขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลเหล่านี้อย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรม Data Center นั้นใช้ไฟฟ้ามหาศาล หลายประเทศเริ่มแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนด้วย “พลังงานสะอาด”ประเทศที่มีไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากพอ เช่น แสงอาทิตย์ ลม นิวเคลียร์ หรือระบบกริดที่มีประสิทธิภาพสูงกำลังก็จะได้เปรียบในยุคที่ AI ต้องการพลังงานสูง แต่โลกต้องการลดคาร์บอน

💬 Jensen Huang CEO ของ NVIDIA เคยกล่าวไว้ว่า

“Power and energy are the ultimate limiting factors for data centers in the AI era.” — Jensen Huang, CEO of NVIDIA (T. Rowe Price Interview, May 2025)

“พลังงานและไฟฟ้า คือข้อจำกัดสูงสุดของศูนย์ข้อมูลในยุค AI”

คำพูดนี้สะท้อนชัดว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหนแต่ “พลังงาน” คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการเติบโตในยุค AI ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุน ความมั่นคง หรือความยั่งยืนในระยะยาว

ขณะอีกด้านหนึ่ง โลกเทคโนโลยีก็กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งสั่งห้าม NVIDIA ขายชิปเวอร์ชันลดสเปกให้จีนอีกครั้ง (Reuters, Nov 2025) เรื่องนี้ตอกย้ำว่าการลงทุนด้าน อุตสาหกรรม Data Center ไม่ได้พึ่งพาแค่พลังงานเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาความมั่นคงของ “ชิป ฮาร์ดแวร์ และซัพพลายเชน” ไปพร้อมกัน

สำหรับไทยและภูมิภาคนี้ นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center ที่ใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง ทั้งเพื่อลดต้นทุนระยะยาว เสริมภาพลักษณ์ด้าน ESG และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

#พลังงานสะอาด

#สอวช #ศูนย์ข้อมูลนโยบาย

09/11/2025

🌍 โลก STI กำลังเปลี่ยน — นโยบายต้องเปลี่ยนตาม

รายงานล่าสุดจาก OECD Science, Technology and Innovation Outlook 2025 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ชี้ว่า

“นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) แบบเดิม ไม่ตอบโจทย์โลกที่ผันผวนอีกต่อไป”

🔹 OECD เสนอ 7 แนวทางปฏิรูปใหญ่ เพื่อให้ประเทศพร้อมรับความไม่แน่นอน:

✅ ขับเคลื่อนนโยบายมุ่งเป้า (Mission-oriented)
✅ รักษาสมดุลระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “ความเปิดกว้าง”
✅ แพร่นวัตกรรมสู่ SMEs และภูมิภาค
✅ สร้างพื้นที่บรรจบเทคโนโลยี AI–Bio–Quantum
✅ ปรับจาก “รายภาคส่วน” ไปสู่ “ระบบนิเวศอุตสาหกรรม”
✅ เพิ่มความคล่องตัวของภาครัฐด้วย Sandbox และ Foresight

💥 และ “คานงัดสำคัญที่สุด” (Master Lever) ที่จะทำให้ทุกอย่างขยับได้จริงคือ การ “ปฏิรูประบบการประเมินผลงานวิจัย” จากเดิมที่เน้น “นับจำนวนตีพิมพ์” ไปสู่ “การวัดผลกระทบที่แท้จริง” ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน

🎯 OECD เตือนว่า หากยังวัดความสำเร็จด้วย “จำนวนเปเปอร์ใน Q1”
เราจะไม่มีวันได้เห็นนักวิจัยที่อยากทำงานกับ SMEs, เคลื่อนไปภาคอุตสาหกรรมหรือทำวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศในระยะยาว

💡 จุดร่วมสำคัญของการปฏิรูปทั้ง 7 ด้านคือ

“เปลี่ยนจากนโยบายที่ตั้งรับ ไปสู่นโยบายที่มองไปข้างหน้า”

ประเทศที่กล้าปรับระบบประเมิน จะเป็นประเทศที่ขยับเร็วที่สุดในโลกของเทคโนโลยีบรรจบ

รายละเอียดสามารถเข้าไปอ่านใน link นี้ได้เลยค่ะ
https://www.oecd.org/en/publications/oecd-science-technology-and-innovation-outlook-2025_5fe57b90-en.html

#สอวช #ศูนย์ข้อมูลนโยบาย

08/11/2025

🐄จากฟาร์มสู่แก้ว🥛: เทคโนโลยีการผลิตนมโคพร้อมดื่ม

จากกระแสในโลกออนไลน์ที่ได้มีการพูดถึงการบริโภคนมโคนั้น ศูนย์ข้อมูลนโยบาย สอวช. จึงได้รวบรวมข้อมูลสถิติและประเด็นเทคโนโลยีในการผลิตนมโคพร้อมดื่มมาให้ชาวเพจได้รับทราบกับจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ผ่านการนำเสนอ Google NotebookLM เพื่อง่ายต่อการเข้าใจและรับฟังกันเลยจ้า😁

07/11/2025

🌏เทคโนโลยีแร่แรร์เอิร์ธ: โอกาสและความเสี่ยงของประเทศไทย

ศูนย์ข้อมูลนโยบาย สอวช. ได้รวบรวมข้อมูลและประเด็นแร่แรร์เอิร์ธจากแหล่งข่าวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่พูดถึงมากในขณะนี้ โดยนำมาประมวลผลผ่าน Notebook LM เพื่อให้ชาวช่องได้เข้าใจและสะดวกในการรับฟังข้อมูลมากยิ่งขึ้น

สาระสำคัญเป็นการสรุปแนวโน้มอุตสาหกรรมแร่หายาก, โอกาสเชิงเทคโนโลยี, ความเสี่ยงด้านทรัพยากรและภูมิรัฐศาสตร์ และแนวนโยบายที่ไทยควรเตรียมความพร้อม

#แร่หายาก #เทคโนโลยีสีเขียว

#สอวช #ศูนย์ข้อมูลนโยบาย

17/09/2025

ศูนย์ข้อมูลนโยบาย สอวช. ได้ใช้ Google NotebookLM สรุปรายงานประกาศผล Global Innovation Index 2025 ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ร่วมกับสถาบัน Portulans Institute มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

16/09/2025

🌍 ประกาศผล Global Innovation Index 2025

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ร่วมกับสถาบัน Portulans Institute ประกาศผล Global Innovation Index 2025 (GII 2025) ซึ่งเป็นการจัดอันดับสมรรถนะด้านนวัตกรรมของประเทศทั่วโลก โดยใช้ตัวชี้วัดครอบคลุมทั้ง การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D), ศักยภาพเทคโนโลยี, การนำไปใช้จริง, ตลอดจนผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

🌐 ประเทศนวัตกรรมชั้นนำของโลก 2025

ปีนี้ 10 อันดับแรกยังคงสะท้อนบทบาทของประเทศพัฒนาแล้วผสมกับเอเชียที่กำลังทะยานขึ้น ได้แก่

1.สวิตเซอร์แลนด์
2.สวีเดน
3.สหรัฐอเมริกา
4.เกาหลีใต้
5.สิงคโปร์
6.สหราชอาณาจักร
7.ฟินแลนด์
8.เนเธอร์แลนด์
9.เดนมาร์ก
10.จีน (เข้ามาใน Top 10 เป็นครั้งแรก)

🇹🇭 อันดับประเทศไทยใน GII 2025 อยู่ที่ 45 (คะแนน 36.7) ซึ่งขยับลงจากปี 2021 ที่อยู่อันดับที่ 41

เมื่อเทียบกับกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง: ไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจากจีน, มาเลเซีย และตุรกี

เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย: ไทยอยู่ในอันดับ 10

✅ จุดแข็งของไทย

1.ระบบโครงสร้างพื้นฐานเริ่มมีการพัฒนาเพื่อรองรับเทคโนโลยี

2.ภาคธุรกิจบางกลุ่มเริ่มปรับตัวเข้าสู่การใช้นวัตกรรม

⚠️ ความท้าทายและจุดอ่อน

1.การลงทุนด้าน R&D ทั้งภาครัฐและเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ

2.ผลงานสิทธิบัตรและงานวิจัยเชิงลึกยังไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่น จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ที่กำลังเร่งตัว

3.ความเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยกับอุตสาหกรรมยังจำกัด ทำให้การสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ยังไม่ก้าวกระโดด

🔎 บทสรุป

ผลการจัดอันดับ GII 2025 เป็นสัญญาณสำคัญว่าไทยยังคงมีศักยภาพ แต่จำเป็นต้อง เร่งลงทุนเชิงนวัตกรรม, ผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ และสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงนักวิจัยกับอุตสาหกรรม หากต้องการไต่อันดับสู่กลุ่มประเทศนวัตกรรมชั้นนำในอนาคต

#ศูนย์ข้อมูลนโยบาย #สอวช .

ที่มา: https://www.wipo.int/en/web/global-innovation-index/2025/index

https://www.facebook.com/wipo/videos/824228973593801

03/09/2025

ศูนย์ข้อมูลนโยบาย สอวช. ได้ลองเครื่องมือใหม่ AI Google NotebookLM แบบ Video Overviews เพื่อช่วยสรุปรายงานการจัดอันดับ Innovation Cluster Ranking 2025 ของ WIPO เพื่อให้ทุกท่านที่สะดวกฟังได้เข้าใจกันอย่างง่ายๆ ลองไปฟังกันดูเลยค่ะ😀

03/09/2025

🌐 WIPO ประกาศผลจัดอันดับ Innovation Cluster Ranking 2025

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้เผยแพร่ ผลการจัดอันดับคลัสเตอร์นวัตกรรมโลก ประจำปี 2025 (Innovation Cluster Ranking) เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ณ Hong Kong Science Park

🔎 Innovation Cluster Ranking คืออะไร?
การจัดอันดับนี้วัด “พื้นที่ทางภูมิศาสตร์” (เช่น เมืองหรือภูมิภาค) ที่มีความเข้มข้นด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสูงที่สุดในโลก โดยใช้เกณฑ์วัด 3 ด้าน ได้แก่

1. สิทธิบัตรระหว่างประเทศ (Patent-filing activity)
2. บทความวิชาการ (Scientific article publication)
3. ดีลเงินทุนร่วมลงทุน (venture capital, VC) (เพิ่มครั้งแรกในปี 2025)

📊 ความสำคัญของการจัดอันดับ
การจัดอันดับนี้สะท้อนว่า ศูนย์กลางนวัตกรรม ใดของโลกมีศักยภาพสูงในการเปลี่ยนความรู้เชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่การลงทุนและธุรกิจจริง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนด ความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมในอนาคต

🏆 10 อันดับคลัสเตอร์นวัตกรรมโลก ปี 2025

1. 🇨🇳 Shenzhen–Hong Kong–Guangzhou (จีน และ ฮ่องกง)

2.🇯🇵 Tokyo–Yokohama (ญี่ปุ่น)

3.🇺🇸 San Jose–San Francisco (สหรัฐฯ)

4. 🇨🇳 Beijing (จีน)

5. 🇰🇷 Seoul (สาธารณรัฐเกาหลี)

6. 🇨🇳 Shanghai–Suzhou (จีน)

7. 🇺🇸 New York City (สหรัฐฯ)

8. 🇫🇷 Paris (ฝรั่งเศส)

9. 🇬🇧 London (สหราชอาณาจักร)

10. 🇨🇳 Nanjing–Wuxi (จีน)

👉 ข้อสังเกตสำคัญ

เมื่อรวมกัน Shenzhen–Hong Kong–Guangzhou และ Tokyo–Yokohama คิดเป็น เกือบ 1 ใน 5 ของการยื่น patent-filing activity ทั่วโลก

นอกจากนี้ในรายงานยังได้มีการจัดอันดับในประเด็นต่างๆ ดังนี้

🔥 Innovation clusters with most intensive activity
(วัดตาม “ความเข้มข้นเชิงนวัตกรรม” เมื่อเทียบกับความหนาแน่นของประชากร) ได้แก่:

1.🇺🇸 San Jose–San Francisco

2.🇬🇧 Cambridge

3.🇺🇸 Boston–Cambridge

4.🇨🇳 Ningde

5. 🇬🇧 Oxford

🌎 World regions ของ Top 100 Innovation Clusters
พื้นที่ที่ติดอันดับ 100 อันดับแรก ยังคงกระจุกตัวใน 3 ภูมิภาคหลัก:

1. อเมริกาเหนือ (North America)

2. ยุโรป (Europe)

3. เอเชีย (Asia)

💡 Economies ของ Top 100 Innovation Clusters

1.🇨🇳 จีน: 24 คลัสเตอร์ (มากที่สุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน)

2.🇺🇸 สหรัฐฯ: 22 คลัสเตอร์ โดยมี San Jose–San Francisco เป็นผู้นำ

3.🇩🇪 เยอรมนี: 7 คลัสเตอร์ (Munich เด่นที่สุด)

4.🇮🇳 อินเดีย: 4 คลัสเตอร์ (Bengaluru เด่นที่สุด)

5.🇬🇧 สหราชอาณาจักร: 4 คลัสเตอร์ (London เด่นที่สุด)

✨ เมืองใหม่ที่เข้าสู่ Top 100 ปีนี้ (10 เมือง):

1.🇺🇸 Miami (67)

2.🇺🇸 Phoenix (78)

3.🇺🇸 Salt Lake City (92)

4.🇨🇳 Ningbo (93)

5.🇨🇳 Ningde (99)

6.🇮🇪 Dublin (71)

7.🇲🇽 Mexico City (79) → ทำให้ละตินอเมริกามี 2 คลัสเตอร์ (ร่วมกับ São Paulo, 49)

8.🇳🇴 Oslo (85)

9.🇩🇪 Hamburg (91)

10.🇬🇧 Manchester (94)

🇹🇭 ความหมายต่อประเทศไทย
แม้ไทยยังไม่ติดอันดับ แต่บทเรียนจากคลัสเตอร์ชั้นนำสะท้อนว่า “การลงทุนด้านวิจัย + ระบบนิเวศการลงทุน” คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมโลก ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญที่ไทยควรใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายด้าน อววน.

📌 ศูนย์ข้อมูลนโยบาย ของ สอวช. จะติดตามและเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการกำหนด นโยบายวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ของประเทศไทย

สามารถอ่านรายละเอียดรายงานเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wipo.int/en/web/global-innovation-index/2025/innovation-clusters

#สอวช. #ศูนย์ข้อมูลนโยบาย

Photos from ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน.'s post 10/10/2024

🎓 อัพเดทล่าสุด! อันดับมหาวิทยาลัยไทยใน Times Higher Education 2025 🏆

📊 ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน. ภายใต้ สอวช. ได้สรุปการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกกว่า 2,092 แห่ง จาก 115 ประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัยไทยเข้าร่วมการจัดอันดับ 20 แห่ง! ซึ่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยยังคงก้าวหน้าด้านคุณภาพงานวิจัยและความร่วมมือกับอุตสาหกรรม 💪✨

🏅 Top 5 มหาวิทยาลัยไทยใน THE 2025:
• จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: อันดับ 601-800
• มหาวิทยาลัยมหิดล: อันดับ 601-800
• มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี: อันดับ 801-1,000
• มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: อันดับ 1,001-1,200
• มหาวิทยาลัยขอนแก่น: อันดับ 1,001-1,200

🌟 จุดแข็ง:
• มหาวิทยาลัยไทยพัฒนาคุณภาพงานวิจัยจนได้รับการยอมรับระดับโลก
• มีการเติบโตด้านความร่วมมือกับอุตสาหกรรมและการสร้างสิทธิบัตรใหม่ ๆ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ

🚩 จุดที่ควรปรับปรุง:
• ยังตามหลังเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย
• ยังไม่มีมหาวิทยาลัยไทยในกลุ่ม Top 200 ของโลก

ขอแสดงความยินดีกับทุกมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้ และเป็นกำลังใจให้มหาวิทยาลัยไทยพัฒนาต่อไป!

ที่มา: THE World University Rankings 2025

Photos from ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน.'s post 02/10/2024

🌎 จากรายงานดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรม (Global Innovation Index) ประจำปี 2567 อันดับโดยรวมของ 🇹🇭 ประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นจากอันดับ 43 ในปี 2566 มาอยู่อันดับ 41 ในปี 2567 โดยดัชนีย่อยปัจจัยเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) อันดับของประเทศไทยดีขึ้นอยู่ที่อันดับ 41 และ ในดัชนีย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) ปรับตัวดีขึ้นเป็นอันดับ 39 เช่นกัน

📊 ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน. ภายใต้ สอวช. จึงได้สรุปจุดแข็ง และจุดอ่อนของดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรม จากอันดับประจำปี 2567 ของประเทศไทย เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดยิ่งขึ้น

ที่มา : https://www.wipo.int/web-publications/global-innovation-index-2024/en/

14/09/2024

🧐 รู้ไหมว่าไต้ฝุ่นยากิ 🌪🌪 ซึ่งพัดถล่มในแถบจีนตอนใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นหลายพันล้านดอลลาร์

📊 ศูนย์ข้อมูลนโยบายด้าน อววน. ภายใต้ สอวช. ได้สรุปบทความที่น่าสนใจจากบริษัท Statista เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ของเยอรมันที่เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมข้อมูลและแสดงผลเป็น Dashboard มาฝากแฟนเพจกัน

ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนตอนใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นยากิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย รวมทั้งเกิดดินถล่ม น้ำท่วม และการทำลายบ้านเรือน ตลอดจนทำให้ประชาชนกว่าหนึ่งล้านคนต้องอพยพหนีภัย

ในเวียดนามมีรายงานว่าบ้านเรือนกว่า 8,000 หลัง ได้รับความเสียหาย และประชาชนหลายหมื่นคนต้องพลัดถิ่นอย่างน้อยชั่วคราว รวมถึงโครงสร้างที่เสียหายจากเหตุการณ์สภาพอากาศขึ้นใหม่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์

หากพิจารณาข้อมูลความสูญเสียทางการเงินจากไต้ฝุ่นในแถบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก พบว่า

🌪ไต้ฝุ่นดอกซูรี ซึ่งพัดถล่มจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พ.ศ. 2566 และทำให้มีผู้เสียชีวิต 137 คน มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด โดย บริษัทประกันภัย Munich Re ประมาณการความสูญเสียทางการเงินรวมสำหรับเหตุการณ์นี้ไว้ที่ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในการจัดอันดับไต้ฝุ่นที่สร้างความเสียหายทางการเงินสูงสุด 8 อันดับ 5 ในจำนวนนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปีที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือ พ.ศ. 2562 เมื่อไต้ฝุ่นฮากิบิส ฟักไซ และเลกีมา ก่อให้เกิดความเสียหายรวมกันมากกว่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเอเชีย ปี พ.ศ. 2563 มีความรุนแรงน้อยลงในแง่ของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม พายุไซโคลนอำพันในมหาสมุทรอินเดียได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงถึง 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ และไทยในปีนั้น

อย่างไรก็ตาม ระดับการประกันภัยของประเทศในเอเชียใต้จะยิ่งต่ำกว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน ตามข้อมูลจาก Munich Re

อ้างอิง: https://www.statista.com/chart/19335/most-costly-typhoons-since-1980-in-asia/

14/09/2024
ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน
Bangkok
10330