19/03/2026
เด็ก และเยาวชนสามารถเลือกพื่้นที่ปลอดภัยสำหรับการพัฒนาตนเองได้ หากมีปัญหาเรื่องเส้นทางแห่งการเรียน อินบ๊อกมาได้
“ในห้องมีแค่หนูคนเดียวที่เป็นมุสลิม”
‘ตรองปัญญ์ กุลทอง’ หรือ ‘ซารีนา’ ในวัย 16 ปี เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เธอได้ไปเรียนในโรงเรียนทั่วไป และพบว่าทั้งโรงเรียนมีแค่เธอที่เป็นเด็กมุสลิมคนเดียว
ความแตกต่างทำให้เธอโดดเด่น แต่ซารีนากลับไม่ได้รู้สึกพิเศษขึ้น น่าจะเป็นความรู้สึกไม่เข้าพวกเสียมากกว่า ซารีนามองว่าเธอไม่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่สักที
‘ข้าวไข่เจียว’ คือเมนูเดียวที่เธอกินได้ตอนมื้อเที่ยง เพราะที่โรงเรียนไม่มีอาหารฮาลาลให้ทาน หลายครั้งที่แม่ต้องเตรียมข้าวเที่ยงไปให้ ไม่เช่นนั้นซารีนาก็ได้กินแค่ข้าวไข่เจียวทุกวี่ทุกวัน
เพื่อนๆ ไม่มีใครที่เข้าใจว่าอิสลามเป็นอย่างไร ซารีนาเล่าว่าบางทีก็โดนเพื่อนล้อเพราะนับถือศาสนาอิสลาม บางคนล้อเลียนกิจกรรมทางศาสนาอย่างการละหมาดของซารีนา เธอเล่าว่าการที่เป็นเด็กมุสลิมคนเดียวในห้องที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เธอรู้สึกกลัว จนเริ่มมีความรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ของเธออีกต่อไปแล้ว
“แม้แต่ครูเองก็ไม่ได้ห้ามเด็ก ครูยังบอกน้องอีกว่า ถ้าอยากเป็นแฟนกับเขาก็ไปเปลี่ยนศาสนาสิ”
‘ดุษฎี พันธะกิจ’ แม่ของน้องเล่าให้ฟังว่า ครูแทนที่จะปกป้องนักเรียน กลับเห็นเรื่องการล้อเลียนแบบนี้เป็นเรื่องตลก แถมยังมองให้เป็นเรื่องเชิงชู้สาว ซึ่งในมุมของแม่มองว่า แบบนี้ไม่ปลอดภัยต่อลูกสาวของตัวเอง
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้ซารีนามีความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ตัดสินใจพาไปหาจิตแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา เพราะนอกจากซารีนาเองที่เจอปัญหาจากที่โรงเรียน แม่เล่าว่าตัวเองก็มีปัญหาเรื่องธุรกิจเช่นกัน ซึ่งฝั่งจิตแพทย์ก็บอกว่าน้องไม่ได้อยู่ภาวะอันตรายอะไร
ในเมื่อสภาพแวดล้อมในโรงเรียนทั่วไปทำให้น้องรู้สึกไม่ปลอดภัย แม่จึงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกับน้องมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องเป็นพื้นที่ที่ให้ความเคารพกับศาสนาที่น้องศรัทธา จนแม่มาเจอกับ ‘สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม’ ดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.eef.or.th/article-180326/
—---------------------------
เรื่อง : ณัฐริฎา ศิริสอน
ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร
#กสศ
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
18/03/2026
ติดตามการทำงานของสมาคม ชุดโมเดล 6 ด้าน ที่ใช้ได้จริงกับเด็ก ๆ และเยาวชน วิเคราะห์ ตัวเอง ค้นหาเป้าหมาย และวางแผนสู่การเรียนรู้
เวลาพูดถึงอาชีพที่สนใจหรืออาชีพในฝัน ถามสัก 10 คน ก็ต้องมีสักคนที่อยากเป็นหมอ อยากเป็นยูทูบเบอร์ (Youtuber) แต่ในวงเวิร์กช็อปของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่หนองจอก ฟารุสบอกว่าเขาอยากเป็น ‘เด็กเอ็น (N - Entertain)’
มีคนหลุดขำ มีคนเชียร์ มีคนตั้งคำถามว่าทำไม แต่ไม่มีใครตัดสินว่าเป็นความฝันที่ผิด เพราะฟารุสอธิบายได้ว่า อยากเป็นเด็กเอ็นเพราะชอบร้องเพลง แถมอาชีพนี้ก็ดูสนุกดี แต่ต่อให้ฟารุสจะอธิบายไม่ได้ หรือเหตุผลจะไม่สมเหตุสมผลก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครว่า เพราะนี่คือ 1 ในกระบวนการวิเคราะห์ตัวเองที่มาจาก ‘โมเดลชีวิต 6 ด้าน’
โมเดลชีวิต 6 ด้าน คือ เครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้รู้ว่าตัวเองมีทักษะอะไร มีความสนใจในเรื่องไหน พร้อมประเมินความเป็นไปได้และความเหมาะสมให้กับอนาคตของตัวเอง ซึ่ง 1 ในจุดเด่นของเครื่องมือนี้คือ ผู้ใช้สามารถมองเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น ผ่านความคิดเห็นของคนในวงสนทนาที่ทำแบบทดสอบเดียวกัน ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาโดย อานัส มินา, ฟารุก ผ่องใส และภัทรพล มาสตูล คณะทำงานของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม ภายใต้โครงการยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
เมื่อทดลองทำโมเดลนี้ เยาวชนกลุ่มต่างๆ รวมถึงเยาวชนที่หลุดระบบด้วยเหตุผลที่หลากหลายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาในระบบไม่เอื้อต่อวิถีทางศาสนา เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และพัฒนา หรือเคยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเพราะความเชื่อทางศาสนา ก็จะสามารถออกแบบการเรียนรู้ของตัวเองได้ว่าขาดเหลืออะไรบ้างสำหรับอาชีพที่สนใจในอนาคต เพราะการจัดการการเรียนรู้ภายใต้สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม เน้นการจัดกิจกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้ ‘ยืดหยุ่น’ และ ‘ยึดโยง’ กับความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด
ซึ่งรูปแบบการใช้โมเดล ยังเป็นการสร้างเสริมความแข็งแรงของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในฐานะ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพราะเป็นการทำกิจกรรมกลุ่มหรือเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็ก ครู บุคลากร และทำให้เด็กสามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ตัดสิน ตามเป้าหมายของโครงการว่าเป็น ‘การยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน’
โมเดลชีวิต 6 ด้านที่ใช้อยู่ตอนนี้ อานัสเล่าว่า เป็นรูปแบบที่ถูกพัฒนาเป็นครั้งที่ 3 จากแบบแรกที่เป็นเพียงกระดาษ A4 คล้ายแบบทดสอบทั่วไป พร้อมเปิดมือถือให้ดูต้นแบบโมเดลชีวิต 6 ด้านสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล
“เราพัฒนามาตลอด พัฒนามาเยอะมาก แต่จริงๆ เนื้อหาข้างในค่อนข้างจะคล้ายเดิม สิ่งที่เปลี่ยนเยอะอย่างชัดเจน คือ รูปร่างหน้าตา เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น จากแผ่นชีทที่พิมพ์ขาวดำ มีกรอบเยอะๆ เขียนเยอะๆ มันเหมือนข้อสอบ ตอนนี้ก็พัฒนาขึ้น แล้วก็กำลังพัฒนาเวอร์ชันออนไลน์” ฟารุส เสริม
แม้ปัจจุบันหน้าตาของโมเดลชีวิต 6 ด้านจะมีสีสันสดใส มีสติ๊กเกอร์ให้แกะให้แปะ ดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ แต่ในมุมของคนนอกที่ลองมาทำ เรากังวลว่าเนื้อหาอาจจะยากเกินไปในการปล่อยให้เด็กเล็กทำเพียงลำพัง
ตรงนี้ฟารุสเฉลยว่า โจทย์นี้แก้ได้ด้วยการให้ผู้ปกครองหรือครูเป็นผู้นำกระบวนการ
“เราไม่ได้ทำโมเดลนี้เพื่อใช้แค่กับเด็ก แต่เราต้องสร้างความเข้าใจทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และบุคลากรต่างๆ ให้เห็นภาพเดียวกัน เราต้องทำให้เขาเอ๊ะว่า โมเดลนี้สำคัญกับการวางแผนอนาคตของลูกเขานะ” อานัสเสริม
การจะเข้าไปคุยกับผู้ปกครองก็มีขั้นตอนไม่ต่างจากการเข้าหาเด็ก คือ เริ่มจากความไว้ใจ
“เราไม่ได้เริ่มจากการสื่อสารโดยตรง แต่เราเริ่มจากการสร้างความใส่ใจ สร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ให้แค่กับเด็กๆ แต่ให้ผู้ปกครองด้วย ให้เขาไว้ใจเรา ให้เขารู้สึกว่า ถ้าลูกเขามาที่นี่จะได้รับความช่วยเหลือ เพราะการสนับสนุนจากเรามันปลอดภัย แล้วอาจจะช่วยเขาได้จริงๆ” ภัทรพลอธิบาย
ที่ผ่านมา โมเดลชีวิต 6 ด้านผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน มีทั้งเด็กราว 60-70 คนที่ได้ลองทำ ไหนจะผู้ใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาในแต่ละครั้งจึงมีความแตกต่างกัน บางคนก็ได้คะแนนเต็ม บางคนก็ได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ฟารุสบอกว่า ไม่เคยมีใครผิดหวังกับผลลัพธ์ เพราะตลอดการทำโมเดลชีวิต 6 ด้าน ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน และเน้นย้ำว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมด เรายังสามารถพัฒนาต่อไปได้
“บางคนเขาชัดเจน พอลงมือทำปุ๊ปก็เต็มทุกช่อง แต่บางคนก็ไม่ถึงครึ่ง เขาไม่เฟลนะ เพราะมีกำลังใจตลอดทาง เราไม่ได้สอนให้เขายอมแพ้ เราสอนให้เขามองว่า มันน้อยเพราะอะไร ขาดอะไร แล้ววางแผนจะเติมส่วนที่ขาดอย่างไร ไม่มีการตัดสินกัน” ภัทรพลเสริม
📍ก้าวทีละขั้นผ่านเวิร์กช็อปโมเดลชีวิต 6 ด้าน
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ https://www.eef.or.th/infographic-160326/
เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร
#กสศ
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
#โมเดลชีวิต6ด้าน
18/03/2026
เพื่อให้เด็กๆ ได้ค้นพบตัวตนของตนเองตั้งแต่วัยเยาว์ การค้นพบที่รวดเร็วย่อมนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ เครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการรู้จักตนเอง และสามารถวางแผนการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทางสมาคมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนทุกคน ได้เข้าถึงเครื่องมือ “โมเดล 6 ด้าน” นี้อย่างทั่วถึง และอินชาอัลลอฮ์ ในอนาคตเราจะพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
https://www.facebook.com/share/p/1KaamxT4YJ/
เวลาพูดถึงอาชีพที่สนใจหรืออาชีพในฝัน ถามสัก 10 คน ก็ต้องมีสักคนที่อยากเป็นหมอ อยากเป็นยูทูบเบอร์ (Youtuber) แต่ในวงเวิร์กช็อปของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่หนองจอก ฟารุสบอกว่าเขาอยากเป็น ‘เด็กเอ็น (N - Entertain)’
มีคนหลุดขำ มีคนเชียร์ มีคนตั้งคำถามว่าทำไม แต่ไม่มีใครตัดสินว่าเป็นความฝันที่ผิด เพราะฟารุสอธิบายได้ว่า อยากเป็นเด็กเอ็นเพราะชอบร้องเพลง แถมอาชีพนี้ก็ดูสนุกดี แต่ต่อให้ฟารุสจะอธิบายไม่ได้ หรือเหตุผลจะไม่สมเหตุสมผลก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครว่า เพราะนี่คือ 1 ในกระบวนการวิเคราะห์ตัวเองที่มาจาก ‘โมเดลชีวิต 6 ด้าน’
โมเดลชีวิต 6 ด้าน คือ เครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้รู้ว่าตัวเองมีทักษะอะไร มีความสนใจในเรื่องไหน พร้อมประเมินความเป็นไปได้และความเหมาะสมให้กับอนาคตของตัวเอง ซึ่ง 1 ในจุดเด่นของเครื่องมือนี้คือ ผู้ใช้สามารถมองเห็นตัวเองในด้านที่ไม่เคยเห็น ผ่านความคิดเห็นของคนในวงสนทนาที่ทำแบบทดสอบเดียวกัน ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาโดย อานัส มินา, ฟารุก ผ่องใส และภัทรพล มาสตูล คณะทำงานของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม ภายใต้โครงการยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
เมื่อทดลองทำโมเดลนี้ เยาวชนกลุ่มต่างๆ รวมถึงเยาวชนที่หลุดระบบด้วยเหตุผลที่หลากหลายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาในระบบไม่เอื้อต่อวิถีทางศาสนา เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และพัฒนา หรือเคยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเพราะความเชื่อทางศาสนา ก็จะสามารถออกแบบการเรียนรู้ของตัวเองได้ว่าขาดเหลืออะไรบ้างสำหรับอาชีพที่สนใจในอนาคต เพราะการจัดการการเรียนรู้ภายใต้สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม เน้นการจัดกิจกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้ ‘ยืดหยุ่น’ และ ‘ยึดโยง’ กับความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด
ซึ่งรูปแบบการใช้โมเดล ยังเป็นการสร้างเสริมความแข็งแรงของสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมในฐานะ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพราะเป็นการทำกิจกรรมกลุ่มหรือเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็ก ครู บุคลากร และทำให้เด็กสามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ตัดสิน ตามเป้าหมายของโครงการว่าเป็น ‘การยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน’
โมเดลชีวิต 6 ด้านที่ใช้อยู่ตอนนี้ อานัสเล่าว่า เป็นรูปแบบที่ถูกพัฒนาเป็นครั้งที่ 3 จากแบบแรกที่เป็นเพียงกระดาษ A4 คล้ายแบบทดสอบทั่วไป พร้อมเปิดมือถือให้ดูต้นแบบโมเดลชีวิต 6 ด้านสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล
“เราพัฒนามาตลอด พัฒนามาเยอะมาก แต่จริงๆ เนื้อหาข้างในค่อนข้างจะคล้ายเดิม สิ่งที่เปลี่ยนเยอะอย่างชัดเจน คือ รูปร่างหน้าตา เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น จากแผ่นชีทที่พิมพ์ขาวดำ มีกรอบเยอะๆ เขียนเยอะๆ มันเหมือนข้อสอบ ตอนนี้ก็พัฒนาขึ้น แล้วก็กำลังพัฒนาเวอร์ชันออนไลน์” ฟารุส เสริม
แม้ปัจจุบันหน้าตาของโมเดลชีวิต 6 ด้านจะมีสีสันสดใส มีสติ๊กเกอร์ให้แกะให้แปะ ดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ แต่ในมุมของคนนอกที่ลองมาทำ เรากังวลว่าเนื้อหาอาจจะยากเกินไปในการปล่อยให้เด็กเล็กทำเพียงลำพัง
ตรงนี้ฟารุสเฉลยว่า โจทย์นี้แก้ได้ด้วยการให้ผู้ปกครองหรือครูเป็นผู้นำกระบวนการ
“เราไม่ได้ทำโมเดลนี้เพื่อใช้แค่กับเด็ก แต่เราต้องสร้างความเข้าใจทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และบุคลากรต่างๆ ให้เห็นภาพเดียวกัน เราต้องทำให้เขาเอ๊ะว่า โมเดลนี้สำคัญกับการวางแผนอนาคตของลูกเขานะ” อานัสเสริม
การจะเข้าไปคุยกับผู้ปกครองก็มีขั้นตอนไม่ต่างจากการเข้าหาเด็ก คือ เริ่มจากความไว้ใจ
“เราไม่ได้เริ่มจากการสื่อสารโดยตรง แต่เราเริ่มจากการสร้างความใส่ใจ สร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ให้แค่กับเด็กๆ แต่ให้ผู้ปกครองด้วย ให้เขาไว้ใจเรา ให้เขารู้สึกว่า ถ้าลูกเขามาที่นี่จะได้รับความช่วยเหลือ เพราะการสนับสนุนจากเรามันปลอดภัย แล้วอาจจะช่วยเขาได้จริงๆ” ภัทรพลอธิบาย
ที่ผ่านมา โมเดลชีวิต 6 ด้านผ่านการใช้งานนับไม่ถ้วน มีทั้งเด็กราว 60-70 คนที่ได้ลองทำ ไหนจะผู้ใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาในแต่ละครั้งจึงมีความแตกต่างกัน บางคนก็ได้คะแนนเต็ม บางคนก็ได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ฟารุสบอกว่า ไม่เคยมีใครผิดหวังกับผลลัพธ์ เพราะตลอดการทำโมเดลชีวิต 6 ด้าน ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน และเน้นย้ำว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมด เรายังสามารถพัฒนาต่อไปได้
“บางคนเขาชัดเจน พอลงมือทำปุ๊ปก็เต็มทุกช่อง แต่บางคนก็ไม่ถึงครึ่ง เขาไม่เฟลนะ เพราะมีกำลังใจตลอดทาง เราไม่ได้สอนให้เขายอมแพ้ เราสอนให้เขามองว่า มันน้อยเพราะอะไร ขาดอะไร แล้ววางแผนจะเติมส่วนที่ขาดอย่างไร ไม่มีการตัดสินกัน” ภัทรพลเสริม
📍ก้าวทีละขั้นผ่านเวิร์กช็อปโมเดลชีวิต 6 ด้าน
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ https://www.eef.or.th/infographic-160326/
เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพถ่าย : อธิคม แสงไชย
ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร
#กสศ
#ความเสมอภาคทางการศึกษา
#การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
#โมเดลชีวิต6ด้าน
18/03/2026
การเรียนรู้มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน และสถานะของการเป็นผู้เรียนก็ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น
แผนการเรียนรู้สามารถออกแบบได้ด้วยตนเอง ให้สอดคล้องกับบริบทและศักยภาพที่แตกต่างของแต่ละคน การรู้จักและค้นพบตัวตนของตนเองจึงเป็นก้าวสำคัญ เพื่อจะได้กำหนดเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
https://www.facebook.com/share/p/1DiyLRgit2/
23/01/2026
👏🏻 ผ่านไปแล้วอย่างงดงามกับกิจกรรม "Open House with Our Heart 💕"
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังของเด็กๆ และเยาวชนผู้เป็นเจ้าของบูธในงานครั้งนี้
แม้จะเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการช่วยกันเตรียมงานมาเกือบสัปดาห์
นอนดึก ตื่นเช้า และทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันงาน
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าชื่นใจอย่างยิ่ง
เด็กๆ ทุกกลุ่มทำหน้าที่ของตนได้อย่างยอดเยี่ยม
ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับน้องๆ การแนะนำกิจกรรม การสอน การแสดง รวมถึงการฝึกบทบาทการเป็น คุณครู
ทุกบูธสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจ ความรับผิดชอบ และศักยภาพที่น่าภูมิใจ
กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้
แต่ยังเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
และการเก็บเกี่ยวทั้งความรู้ ความสนุก และความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างเต็มกระเป๋า
แล้วพบกันใหม่อีกครั้งในปีหน้า 🤍🌱
#การศึกษาทางเลือก #ศูนย์การเรียน #สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม #กสศ #ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน 🌱
22/01/2026
🎉 พรุ่งนี้แล้ว! เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษที่ไม่อยากให้พลาด 🎉
ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งการเรียนรู้และการเติบโตของน้องๆ มุสลิมะห์และเด็กๆ จากโครงการ “ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน🌱”
น้องๆจะได้โชว์ศักยภาพและตัวตน ผ่านบูธกิจกรรมที่ คิด ออกแบบ และลงมือทำด้วยตัวเอง ภายใต้กิจกรรมที่อบอุ่นหัวใจ
💖 “Open House with Our Heart” 💖
ภายในงานพบกับ
✨ บูธแสดงทักษะทางวิชาการ
🎨 งานศิลปะและงานฝีมือสร้างสรรค์
🍳 กิจกรรมทำอาหาร
🎯 และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย
------------------------
📅 วันที่ : 23 มกราคม 2569
⏰ เวลา : 09.00 – 15.00 น.
📍 สถานที่ : ศูนย์การเรียนดาริสซุนนะห์ กระทุ่มราย หนองจอก
มาร่วมให้กำลังใจ เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้
และแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกัน 💕
แล้วพบกันในงาน! ✨
#การศึกษาทางเลือก #ศูนย์การเรียน #สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม #กสศ #ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน 🌱
24/12/2025
"การศึกษาทางเลือก เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ โดยเฉพาะกับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และเห็นภาพเลยว่าการศึกษาทางเลือก ระบบศูนย์การเรียน จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสังคมมุสลิม"
เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับสถานะเป็นผู้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ในบริบบทไหนในสังคม
สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิมจึงร่วมมือกับเครือข่ายการศึกษาทางเลือก การศึกษาในระบบ และการศึกษารูปแบบปอเนาะ
เปิดคลินิกเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้มีสถานะทางการศึกษา
จัดการเรียนรู้ตามบริบทที่หลากหลายของผู้เรียนแต่ละคนด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่น
#การศึกษาทางเลือก #ศูนย์การเรียน #สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม #กสศ #ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน 🌱
02/12/2025
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทางสมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม ได้จัดกิจกรรม “รุ่งอรุณแห่งสันติ”
การทำกิจกรรมผ่าน 'พื้นที่ปลอดภัย' ได้หล่อหลอมเยาวชน สู่สังคมแห่งการเรียนรู้
บางคนได้ก้าวออกจากโลกส่วนตัว บางคนได้พัฒนาตัวตนจากตำราศาสนาที่ได้เล่าเรียนมา บางคนซึ่งไม่ค่อยเข้าสังคม ก็ได้มีโอกาสเปิดใจ พบเพื่อนใหม่ และทำงานร่วมกันบนโจทย์กิจกรรมที่อ่อนโยน ผ่อนคลาย
จนท้ายที่สุด ทุกคนต่างได้รับความสุข ความมั่นใจ มิตรภาพใหม่ ๆ และเรื่องเล่าที่กลายเป็นผลงานอันมีคุณค่า
แม้จะไม่ใช่ผลงานที่หวือหวา แต่เป็นผลงานที่มีค่าทางจิตใจ ทำให้หัวใจฟูฟ่อง
ยิ่งไปกว่านั้น เด็ก ๆ ยังได้ทำกิจกรรมสุดท้าทาย ไม่ว่าจะแข่งเรือ ตกปลา ท่ามกลางรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความร่วมมือตามศักยภาพของทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แถมยังมีเพื่อนที่เป็นนักเตะไวรัล “ทีมหมอนทองวิทยา” มาร่วมแจม โชว์ข้าวหมกคว่ำหม้อ โชว์การฝึกสเต็ปเท้าแบบแอบเขิน ลงเรือพาย แบ่งปันแนวทางสู่ความสำเร็จให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ และถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ แบบไม่หวงตัว
#การศึกษาทางเลือก #ศูนย์การเรียน #กสศ #นักเตะหมอนทองวิทยา #อิชรูน #ศูย์การเรียนทางเลือกแห่งทางนำ #ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน 🌱
21/11/2025
"เพราะทุกคนมีสิทธิ์ได้รับสถานะเป็นผู้เรียนตามบริบบทและศักยภาพ
ไม่ว่าเขาจะเรียน พัฒนาตนเองหรือมีศักยภาพแบบใด
- ไม่ว่าจะมีสถานะใด -"
ทางสมาคมฯของเรา ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตอนนี้ทางเราได้เปิดคลินิก 'เพื่อนเรียนทางเลือก' เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดโอกาสและอยากได้รับคำแนะนำ, การช่วยเหลือด้านการศึกษา
- ให้ความรู้ ความเข้าใจด้านการจัดการศึกษาตามบริบทผู้เรียน พร้อมจัดการเรียนรู้ ให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา
- ให้ความช่วยเหลือด้านการจัดการศึกษารูปแบบศูนย์การเรียนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับเด็กๆ
- อบรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับครูและเด็กๆ
สามารถติดตาม ร่วมเป็นพลัง ได้ที่
- เพจ สมาคมศูนย์การเรียนและบ้านเรียนไทยมุสลิม
- เพจ ศูนย์การเรียนทางเลือกแห่งทางนำ
- เพจ ศูนย์การเรียนดาริสซุนนะห์
#การศึกษาทางเลือก #ศูนย์การเรียน #กสศ #ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยสู่การเรียนรู้ตามบริบทของผู้เรียน 🌱