12/10/2026
หลังเลือกการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ผลเป็นที่แน่ชัดว่าตัวแทนจากทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะถล่มทลาย ผู้ประกันตนจำนวนมากแห่แสดงความยินดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่พอใจกับผลการเลือกตั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือ รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ที่โพสต์เดือดลั่น
“ประชาชนคุณภาพต่ำ ประชากรคุณภาพต่ำ ผู้ประกันตนคุณภาพต่ำ เราเลือกตั้งทีไรก็ได้คุณภาพต่ำบรรลัยเสมอ ประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้ง คือวิธีการที่เลวร้ายที่สุดเสมอ สำหรับประเทศไทย”
พร้อมบอกว่า “คณิตศาสตร์การเมืองคือการเลือกตั้ง มันเป็นคนละเรื่องกับคณิตศาสตร์ประกันภัย…ปล่อยให้เขาที่ชนะเลือกตั้งด้วยคณิตศาสตร์การเมือง และคิดว่าเก่งกว่าคณิตศาสตร์ประกันภัย แสดงฝีมือกันไป เรื่องแบบนี้ต้องดูกันยาว ๆ 10 ปี - 20 ปี เจ๊งมาเมื่อไหร่ก็จะได้รู้กัน”
บทวิจารณ์ 3,000 ปี
ประเด็นถกเถียงเรื่องประชาธิปไตยกับความรู้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงนับครั้งไม่ถ้วน คำวิจารณ์ลักษณะนี้มีมาตั้งแต่ยุคสมัยที่ประชาธิปไตยเพิ่งกำเนิด มีนักคิดชาวเอเธนส์โบราณนามแฝง Old Oligarch วิจารณ์ว่า
ประชาธิปไตยคือระบอบที่เอื้อประโยชน์ให้ชนชั้นล่างมากกว่าเหล่าชนชั้นสูง ซึ่งเขามองว่าชนชั้นล่างคือกลุ่มที่โง่เขลา เป็นคนชั่วเพราะขาดความรู้ ส่วนชนชั้นสูงนั้นเป็นคนดีเพราะมีความรู้ อำนาจประชาชนอยู่ในมือฝูงชนที่ขาดความรู้ทางการเมือง เน้นตัดสินใจด้วยอารมณ์ เป็นระบอบที่ “ไร้ศีลธรรม” เพราะเอาคนที่ไม่มีความรู้มาปกครอง เพราะคนที่มีความรู้จะไม่ยอมฟังเสียงของคนโง่
เขายังมองว่าชนชั้นล่างนั้นไม่ได้มีอุดมการณ์อยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาและความยุติธรรมที่แท้จริง แต่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการความมั่งคั่งและผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น คนเหล่านี้จึงไม่ใช่ประชากรที่มีคุณภาพ และตัวระบอบก็ด้วย เขาจึงมองว่าอำนาจควรอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยที่มีความสามารถมากกว่าอยู่ในมือของคนจำนวนมากที่ขาดความรู้และศีลธรรม
ในรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ Old Oligarch ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนของประชาธิปไตยได้ชัดเจนว่ามันก็ไม่ใช่ระบอบที่สมบูรณ์ แต่ในภาพรวม นี่คือบทวิจารณ์ที่มีอคติทางชนชั้นสูง
อคติชนชั้นปิดกั้นความจริง
นักประวัติศาสตร์หลายคนวิพากษ์วิจารณ์คือ Old Oligarch แบ่งคนดี/ชั่วด้วยเกณฑ์หยาบ ๆ อย่างชนชั้น และเขาแบ่งชนชั้นด้วยสองสิ่งที่คนมีไม่เท่ากันแต่แรก นั่นคือทรัพย์สินและความรู้ เขามองว่าชนชั้นที่มั่งคั่งและมีความรู้คือคนดี ส่วนประชากรส่วนใหญ่ที่ยากไร้นั้นเป็นคนชั่วเพราะขาดความรู้และเงินทอง
ทั้งที่ในความจริงสังคมเอเธนส์นั้นซับซ้อนและหลากหลาย มีชนชั้นกลางจำนวนมากที่เป็นผู้ออกเสียงหลักในสภาประชาชน และเหล่าผู้นำทางการเมืองเกือบทั้งหมดในเอเธนส์ล้วนเป็นผู้มีการศึกษาจากสังคมชนชั้นสูงทั้งสิ้น และฝูงชนในสภาไม่ได้รับผิดชอบการออกแบบนโยบาย แต่มีหน้าที่ตรวจสอบและลงมติเห็นชอบหรือไม่เท่านั้น ประชาธิปไตยจึงไม่ได้กีดกันผู้มีความรู้จากการบริหารบ้านเมืองและขับเคลื่อนโดยคนโง่อย่างที่เขาอ้าง
อีกทั้งเอเธนส์ยังก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจกรีกและรักษาเสถียรภาพทางการเมืองได้มั่นคงกว่าหลายนครรัฐที่ปกครองแบบคณาธิปไตยในยุคสมัยนั้น จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมตะวันตก
แม้บทวิจารณ์ประชาธิปไตยนี้จะมีมานานเกือบ 3,000 ปี แต่ในปัจจุบันก็ยังมีบางคนที่มีอคติทางชนชั้นแบบเดียวกัน และมองว่าอำนาจเป็นของชนชั้นสูงเท่านั้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วเนื้อแท้ของประชาธิปไตยมันออกแบบมาให้กระจายอำนาจสู่ทุกชนชั้นได้อย่างเท่าเทียม การที่ชนชั้นสูงบางกลุ่มเดือดเนื้อร้อนใจ นั่นเพียงเพราะอำนาจในมือพวกเขามันถูกหั่นออกไป และพวกเขาไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้ตามใจโดยไร้เสียงคัดค้าน
มันจึงไม่เกี่ยวกับว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นชอบนั้นมาจากการตัดสินใจที่ “มีคุณภาพแค่ไหน” มันแค่ไปขัดความพอใจของคนที่เคยกุมอำนาจ ก็มากพอจะทำให้ชนชั้นสูงสั่นไหวจนโอดร้องโวยวายได้แล้ว
ส่วนเรื่องที่ว่า หากเราได้คนโง่มาบริหารล่ะ จะไม่พินาศกันหมดเหรอ
ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่ออกแบบมาให้ได้ผู้นำที่ดีที่สุด แต่มันมีกลไกสำคัญคืออำนาจในการกำจัดผู้นำที่ไม่ดีได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง นั่นคือการเลือกตั้ง และแม้ในบางเรื่องอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่เมื่อมันมาจากความเห็นชอบของคนส่วนใหญ่ มันจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่พอใจมากที่สุด ซึ่งอาจสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมมากกว่าคุณภาพสูงสุดของผลลัพธ์
กลับมาที่ประเด็นของบอร์ดประกันสังคม เพิ่งมีการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2566 ก่อนจะครบวาระ 2 ปี และมีการจัดเลือกตั้งอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งครั้งก่อนมีผู้ใช้สิทธิ์น้อยมาก รวมทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนแค่แสนกว่าคน และก่อนหน้านั้นบอร์ดประกันสังคมมาจากการแต่งตั้งล้วน ๆ บางคนอย่าง พนัส ไทยล้วน ก็อยู่มานานกว่า 30 ปี
หากกองทุนประกันสังคมจะมาพินาศเอาในสมัยนี้ จะกล่าวโทษเพียงบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน หรือควรหันมารื้อดูความยับเยินที่บอร์ดบริหารชุดก่อนเคยทิ้งเอาไว้ล่ะ ทั้งผลตอบแทนการลงทุนที่ต่ำ ความโปร่งใสในการบริหารกองทุน ค่าใช้จ่ายหลายพันล้านที่ไม่สมเหตุสมผล และปัญหาเรื้อรังมากมายที่ถูกกองทิ้งไว้มาหลายสิบปี คณิตศาสตร์ประกันภัยอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง
ดังนั้น การเลือกตั้งได้บอร์ดบริหารชุดใหม่จึงไม่ใช่ความเสี่ยงที่ได้มาเพราะประชาธิปไตยด้อยคุณภาพ แต่มันคือความหวังที่ผู้ประกันตนร่วมกันเรียกร้องผ่านบัตรเลือกตั้งทุกใบ การด้อยค่าประชาธิปไตยและเสียงสะท้อนของผู้ประกันตนจึงเป็นทัศนคติที่เต็มไปด้วยอคติทางชนชั้นและมองคนไม่เท่ากัน ล้าหลังไม่ต่างจากแนวคิดโบราณเกือบ 3,000 ปี
#ประชาธิปไตย #บทวิจารณ์ประชาธิปไตย #การเลือกตั้ง #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม