สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

แชร์

ข้อมูลจากการสังเคราะห์ประสบการณ์ทำงานของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

24/05/2026

พาไปดูความอลังการลวดลายปูนปั้นบนพระปรางค์ของเมืองละโว้ ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี ก่อนที่จะมีการบูรณะอย่างเช่นทุกวันนี้

สมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบเพื่อชมภาพ: https://www.siamdesa.org/srisakra-manit-vallibhotama/watphrasirattanamahathat

#วัดเก่า #โบราณคดี #ฐานข้อมูลภาพศรีศักรมานิตวัลลิโภดม

24/05/2026

🏛️ ย้อนรอย “ดอนขุมเงิน” มรดกแห่งศรัทธาและอารยธรรมเจนละ ณ ดินแดนอีสาน 🏛️

พาส่องร่องรอยประวัติศาสตร์สะท้อนภาพความรุ่งเรืองของอารยธรรมโบราณผ่าน “ดอนขุมเงิน” ศาสนสถานขอมโบราณนอกเมืองนครจำปาขัน ฝั่งตรงข้ามลำน้ำเสียว ซึ่งอยู่ชายขอบของดอนที่สูงที่เชื่อมต่อกับ “บ่อพันขัน” แหล่งผลิตเกลือโบราณที่สำคัญของภูมิภาค

จากการขุดแต่งทางโบราณคดีของกรมศิลปากรเมื่อต้นปี พ.ศ. 2549 ได้ค้นพบหลักฐานทางกายภาพที่น่าอัศจรรย์ของสถาปัตยกรรมแบบเจนละ ดังนี้:

บ่อน้ำศิลาทราย 💧: บ่อน้ำกรุเรียงด้วยหินทรายสีขาวปนเหลือง กว้าง 2.50 x 2.50 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร มีบันไดหินทราย 5 ขั้นลงสู่ก้นบ่อ และรอบบ่อมีลานปูด้วยหินทรายสีชมพูทรงสี่เหลี่ยม

แนวอาคารศาสนสถาน 🏛️: ทางทิศตะวันตกของลานหินทรายมีแนวปูหินทรายสีชมพูต่อเนื่อง ส่วนปลายขยายออกเป็นห้อง 2 ห้อง มีประตูทางเข้าสู่สระน้ำและแท่นฐานโยนีที่ประดิษฐานศิวลึงค์ สะท้อนชัดถึงวัฒนธรรมการนับถือศาสนาฮินดู นอกจากนี้ยังพบอาคารด้านหน้าที่มีช่องให้น้ำสรงหรือน้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลออกอีกหลายช่องทางด้วย

จารึกฐานประติมากรรม 📜: ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ่อน้ำ พบแท่นหินทรายสีเทาขนาดยาว 98 ซม. กว้าง 82.5 ซม. หนา 30.2 ซม. (ถูกทุบเป็น 3 ส่วนตั้งแต่โบราณ) ซึ่งเป็นฐานโยนีที่มีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต

👑 จารึกพระเจ้าจิตรเสน (มเหนทรวรรมัน) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเจนละ 👑
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ (อาจารย์ก่องแก้ว วีระประจักษ์) ได้สรุปความในจารึกฐานประติมากรรมดอนขุมเงิน ซึ่งเปรียบเทียบอายุได้ราว พุทธศตวรรษที่ 12 โดยมีเนื้อหาสำคัญระบุถึง:

"พระราชาผู้ทรงพระนามว่า จิตรเสน เป็นพระนัดดาของ พระศรีสารวเภามะ เป็นพระโอรสของ พระศรีวีรวรมัน ทรงเป็นพระอนุชาตามศักดิ์แต่ได้เป็นภารดาของพระศรีภววรมัน เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงได้รับการขนานนามใหม่ว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน"

ข้อความจารึกยังระบุอีกว่า พระองค์ทรงแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระศิวะ (พระพฤษธวัช) โดยสร้างรูปพระโค (พระพฤษ) ที่ตกแต่งด้วยศิลาอย่างดีในยามที่ทรงมีชัยชนะเหนือราชอาณาจักรทั้งปวง ทรงใฝ่พระทัยที่จะฝึกดวงหทัยเพื่อสำรวมอินทรีย์ให้สุภาพอ่อนโยน ด้วยหลัก 3 ประการ คือ

การระวังพระองค์มิให้บกพร่องมัวหมอง
การรักษาพระองค์ให้บริสุทธิ์
การปกครองแผ่นดินโดยธรรม

🗺️ จากศูนย์กลางเจนละ สู่หน้าประวัติศาสตร์บ่อพันขัน 🗺️
แนวคิดของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ระบุว่า "เจนละ" มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-12 อยู่บริเวณลุ่มน้ำมูล-ซี ในภาคอีสานของไทย โดยพบหลักฐานเก่าแก่ที่สุดแถบจังหวัดอุบลราชธานี-ยโสธร เมื่อพระเจ้าจิตรเสนขึ้นครองราชย์เป็น "มเหนทรวรรมัน" ได้ขยายอำนาจข้ามภูเขาดงรักเข้าสู่ลุ่มน้ำมูล ส่วน "อีสารวรรมัน" ผู้เป็นโอรสได้ตั้งเมืองหลวงชื่อ "อีสารปุระ" (เชื่อว่าอยู่ที่สมโบร์ไพรคุก)

สำหรับเมืองนครจำปาขันนั้น มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องจนกลุ่มชาวลาวจากจำปาสักอพยพเข้ามา ปราสาทแบบเขมรจึงถูกซ่อมแซมและเปลี่ยนรูปมาเป็นธาตุแบบลาว

🌾 "บ่อพันขัน" แหล่งเกลือสินเธาว์และตำนานศักดิ์สิทธิ์ ไม่ไกลจากเมืองนครจำปาขันคือ "บ่อพันขัน" พื้นที่ทำเกลือสินเธาว์โบราณที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน (ประมาณ 600-700 ไร่) ในอดีตมีครอบครัวมาต้มเกลือหลายพันครอบครัว โดยอาศัยดื่มกินจาก “น้ำสร่างครก” หรือ “น้ำสร่างโอ” บ่อน้ำจืดผุดขนาดเล็ก 8-10 นิ้วท่ามกลางพื้นที่ดินเค็ม

บ่อพันขันนี้มีตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงให้พระโมคคัลลานะมาปราบพญานาคและนกอินทรีย์ที่ทำร้ายมนุษย์ และทรงอธิษฐานผ้าจีวรผืนใหญ่คลุมบ่อพันขันไว้เพื่อไม่ให้พญานาคขึ้นมาพ่นพิษ พร้อมชี้นิ้วลงตรงกลางผ้าจีวรให้อธิษฐานเป็นน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระล้างพิษและให้ประชาชนได้ดื่มกิน

ปัจจุบัน บริเวณบ่อพันขันได้รับการพัฒนาเป็น "วัดเกาะบ่อพันขันรัตนโสภณ" มีการบูรณะบ่อและสร้างสิ่งก่อสร้างตามตำนานพญานาค เพื่อมุ่งหมายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนในปัจจุบัน

#ดอนขุมเงิน #เจนละในอีสาน #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #สยามเทศะฯ #สารคดีเสมาพื้นฐานทางสังคมท้องถิ่นโบราณของอีสาน #ประวัติศาสตร์อีสาน #โบราณคดี

23/05/2026

นอกจากความสำคัญของกษัตริย์แล้ว ล้านนายังมี "เจ้ามหาเทวี" ตำแหน่งสตรีผู้สูงศักดิ์ 👑✨

บทบาททางการเมืองของสตรี ตั้งแต่ยุคพญามังรายจนถึงพระเจ้าติโลกราชที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 📚👇 https://www.siamdesa.org/post/the-great-queen-from-the-era-of-king-mangrai-to-king-tilokaraj

#ประวัติศาสตร์ล้านนา #ล้านนา #พระเจ้าติโลกราช #พระญามังราย

23/05/2026

🎨 ศิลปะบนใบเสมา: มรดกธรรมแห่งเมืองฟ้าแดดสงยาง

ค้นพบความอัศจรรย์ของ "เสมาหินทราย" โบราณ ขนาด 64×89×14 เซนติเมตร ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ณ วัดบ้านก้อม หรือวัดโพธิ์ชัยเสมาราม ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ โบราณวัตถุชิ้นสำคัญนี้ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง สันนิษฐานว่าเป็นสิ่งแสดงอิทธิพลทางพระพุทธศาสนาแบบมหายาน ในราวพุทธศตวรรษที่ 14 ถึง 15

ความพิเศษของใบเสมานี้ คือการสลักภาพจำหลักเล่าเรื่องราวอย่างประณีต โดยบริเวณด้านปลายของเสมาปรากฏภาพบุคคลกำลังยิงธนู ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องราวใน "สรภังคชาดก" (Sarabhanga Jātaka) หนึ่งในนิบาตชาดก 547 เรื่อง

🏹 จาก "โชติปาละ" สู่ "สรภังคดาบส" ผู้หักลูกธนู
ภาพสลักดังกล่าวเล่าถึงเรื่องราวของ "โชติปาละ" บุตรปุโรหิตแห่งกรุงพาราณสี ผู้มีความสามารถเป็นเลิศจนได้แสดงวิชาธนูประลองหน้าพระที่นั่ง และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดี

ทว่า ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด โชติปาละได้พิจารณาเห็นถึงโทษของตำแหน่งใหญ่โต ว่าเป็นหนทางที่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและหมกมุ่นในกามคุณ ท่านจึงตัดสินใจสละลาภยศและหนีออกบวชเป็นฤๅษี จนสามารถบรรลุอภิญญา 5 และสมาบัติ 8 ได้นามใหม่ว่า "สรภังคดาบส" ซึ่งมีความหมายอันลึกซึ้งว่า “ผู้หักลูกธนู” ในกาลต่อมาท่านได้แสดงธรรมโปรดพระราชา บิดามารดา และประชาชน จนทุกคนเกิดความเลื่อมใสและสละเพศฆราวาสออกบวชตามในที่สุด

💡 คติธรรมนำชีวิต: อานุภาพแห่งการฆ่าความโกรธ
นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว สรภังคชาดกยังได้มอบแนวทางในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาตนเองไว้อย่างลึกซึ้ง:

ผู้มีปัญญาที่แท้จริง: คือผู้ที่เพียรพยายามปฏิบัติตามคำสอนของครูอาจารย์อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งฝึกฝนสมาธิ สติ และปัญญา พิจารณาหลักแห่งความเป็นจริงในทุกลมหายใจ มีความระลึกรู้เท่าทันสภาพความจริงของตนเองและคนรอบข้าง

การเอาชนะความโกรธ: ในชาดกเน้นย้ำว่า "บุคคลฆ่าความโกรธได้แล้ว จึงจะไม่เศร้าโศกในกาลไหน ๆ"

ขันติธรรมอันสูงสุด: เหล่าฤๅษีและสัตบุรุษต่างยกย่องการละความลบหลู่ และถือว่า "ความอดทนต่อคำหยาบคายที่คนทั้งปวงกล่าว เป็นสิ่งสูงสุด"

🌿 มรดกธรรมจากเสมาหินทรายชิ้นนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ แต่ยังเป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนหลักธรรมคำสอนเรื่องการใช้ปัญญาและขันติธรรม ให้คงอยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน (อ้างอิงจาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง 27/2458/444)

#ฟ้าแดดสงยาง #สรภังคชาดก #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #สารคดีเสมาพื้นฐานทางสังคมท้องถิ่นโบราณของอีสาน

VLek-Prapai Channel 22/05/2026

ครั้งที่ ๑๑ สาระสนทนา เรื่อง สมัยลพบุรีในสยามประเทศ

รื้อถอนมายาคติประวัติศาสตร์: สมัยลพบุรีในสยามประเทศ

📌 บทนำ: การตั้งคำถามต่อกรอบคิดอาณานิคม

การศึกษาประวัติศาสตร์ในดินแดนประเทศไทยมักถูกครอบงำด้วยแนวคิดของนักวิชาการตะวันตกในยุคอาณานิคม ที่พยายามอธิบายความสัมพันธ์เชิงอำนาจผ่านมุมมองการแผ่ขยายอาณาจักรแบบศูนย์รวมอำนาจเด็ดขาดหรือ "ราชาธิราช" อย่างไรก็ดี มุมมองจากการเสวนาเชิงลึกครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า "สมัยลพบุรี" (ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘) มิใช่ยุคสมัยที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาถูกครอบงำหรือตกเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิเขมรโบราณอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่มีความจำเพาะและเป็นอิสระในตัวเอง

📌 โครงสร้างการเมืองแบบเครือญาติ บารมี และสหพันธรัฐ

ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ในเอเชียอาคเนย์โบราณแท้จริงแล้วตั้งอยู่บนฐานของ "ระบบเครือญาติ" ผ่านการแต่งงานเกี่ยวดองและการผูกสัมพันธ์ข้ามดินแดน โครงสร้างทางการเมืองมิได้มีลักษณะเป็นรัฐรวมศูนย์ แต่มีลักษณะเป็นสมาพันธ์หรือ "สหพันธรัฐ" ที่เชื่อมร้อยเข้าด้วยกันด้วย "บารมี" และผลประโยชน์ทางการค้า หลักฐานประเภทจารึกขอมที่พบในเมืองลพบุรี (ละโว้) หรือจารึกดงแม่นางเมือง (พ.ศ. ๑๗๑๐) รวมถึงรูปสลักทัพ "เสียมกุก" และ "ละโว้" ที่ระเบียงปราสาทนครวัด จึงเป็นภาพสะท้อนของความเป็นพันธมิตรและการระดมกำลังในฐานะเครือญาติร่วมราชวงศ์ หาใช่หลักฐานของการตกเป็นข้าขอบขัณฑสีมาแบบเมืองขึ้นไม่

"กษัตริย์โบราณในภูมิภาคนี้แสดงบทบาทเป็น 'ธรรมราชา' และ 'องค์อัครศาสนูปถัมภก' ผู้ให้การอุปถัมภ์แก่ทุกศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและแผ่ขยายบารมี การส่งต่ออิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรม คติพระพุทธศาสนามหายาน หรือการสร้างอโรคยาศาล จึงเป็นการกระจายตัวทางวัฒนธรรมและเส้นทางการค้า หาใช่การขยายอำนาจปกครองทางทหารเด็ดขาด"

📌 ศิลปวัฒนธรรมและศาสนา: การปรับเปลี่ยนของท้องถิ่น

การตีความประวัติศาสตร์ศิลปะที่มองว่าโบราณสถานอย่างปรางค์สามยอด ศาลสูง หรือเทวรูปในเขตภาคกลางและภาคใต้ คือหลักฐานการยึดครองของกษัตริย์เขมร เช่น พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ หรือพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ถือเป็นข้อผิดพลาด เนื่องจากแท้จริงแล้ว ชุมชนท้องถิ่นในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีความเคลื่อนไหวและรับอิทธิพลอินเดียโดยตรงมาก่อนหน้านั้น ทั้งในรูปแบบฮินดูและมหายาน ชุมชนโบราณได้นำอิทธิพลวัฒนธรรมภายนอกมาปรับเปลี่ยนผสมผสานเข้ากับฐานความเชื่อเดิม คือการนับถือ "ผี" และเทวรูปท้องถิ่น เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในฐานะเมืองท่าภายใน ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าทางทะเลรอบใหม่ของจีนในยุคราชวงศ์ซ่งและหยวน

📌 สรุป: ระเบียบวิธีวิจัยและคติชาตินิยมที่ต้องพึงระวัง

ข้อสรุปสำคัญของการสนทนาคือ การเตือนให้ตระหนักถึงอันตรายของการศึกษาประวัติศาสตร์แบบสูตรสำเร็จ ที่มุ่งตีความจารึกหรือรูปแบบศิลปะอย่างโดดเดี่ยวโดยปราศจากการวิเคราะห์บริบทพื้นที่ สภาพภูมิศาสตร์ และพัฒนาการของชุมชน นอกจากนี้ การนำประวัติศาสตร์ไปผูกติดกับคติกระแสชาตินิยมจนกลายเป็นการโต้เถียงเชิงการเมืองระหว่างประเทศ มิได้ช่วยให้เกิดความเข้าใจในอดีตอย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์ควรเป็นพื้นที่แห่งการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และร่วมสนทนา เพื่อมองเห็นความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และการปรับตัวของมนุษย์ในอดีตอย่างรอบด้าน

🔗 รับชมวิดีโอฉบับเต็มเพื่อความเข้มข้นทางวิชาการ: https://www.youtube.com/watch?v=yssa5itYDIo

#ประวัติศาสตร์ไทย #สมัยลพบุรี #ศรีศักรวัลลิโภดม #สาระสนทนา #โบราณคดี #ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

VLek-Prapai Channel 165 likes, 5 comments. "ครั้งที่ ๑๑ สาระสนทนากับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เรื่อง สมัยลพบุรีในสยามประเทศ"

Photos from สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์'s post 22/05/2026

✨ อดีตเมืองหน้าด่านแห่งศตวรรษที่ 12: กลุ่มบ้านเมืองเขาน้อย-เขารัง-เมืองไผ่ ✨

หากพูดถึงจังหวัดสระแก้ว หลายคนอาจนึกถึงเพียง "ปราสาทเขาน้อยสีชมพู" และทับหลังศิลปะสมโบร์ไพรกุกอันงดงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่แถบนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งยวด โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนรอยต่อทางวัฒนธรรมและพรมแดนตามธรรมชาติของสองกลุ่มวัฒนธรรมใหญ่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11–12

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 3 โบราณสถานสำคัญที่ร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตของดินแดนแห่งนี้กันค่ะ 📜

🏛️ 1. เมืองไผ่: เมืองโบราณอารยธรรมทวารวดี

เริ่มต้นกันที่ "เมืองไผ่" เมืองโบราณที่มีลักษณะเป็นรูปกลมเกือบเหลี่ยมขนาดประมาณ 1,350 X 985 เมตร ที่นี่แสดงอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมทวารวดีอย่างชัดเจน สิ่งค้นพบที่น่าสนใจประกอบด้วย:

ธรรมจักรหินแบบทึบ ที่บริเวณด้านล่างมีการสลักรูปพระอาทิตย์
ศาสนสถานอาคารอิฐ มีลักษณะเป็นอาคารมีทางขึ้น ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอาคารอิฐที่พบในโบราณสถานดงเตย จังหวัดยโสธร

🏔️ 2. เขารัง: ศาสนสถานและจารึกแห่งป่ากว้าง

ห่างจากเมืองไผ่ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 10 กิโลเมตร จะพบกับ "เขารัง" แนวเขาย่อม ๆ กลางทุ่งป่า บนภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาสนสถานโบราณและมีการค้นพบ "จารึกเขารัง" ซึ่งระบุมหาศักราชตรงกับ พ.ศ. 1182 เนื้อความในจารึกกล่าวถึงการกัลปนา (อุทิศ) ถวายทาสและสวนให้แก่ศาสนสถานในยุคของพระเจ้าภววรมัน กษัตริย์แห่งเจนละ (อีสานปุระ)

🏰 3. ปราสาทเขาน้อยสีชมพู: ศูนย์กลางอำนาจและการศึก

ถัดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 15 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ "ปราสาทเขาน้อยสีชมพู" ซึ่งพบจารึกระบุปี พ.ศ. 1180 เนื้อหาในจารึกสะท้อนภาพการเมืองในอดีตอย่างเข้มข้น ทั้งการต่อสู้ของเมือง "เชษฐปุระ" เพื่อรักษาอำนาจให้แก่พระเจ้าภววรมัน รวมถึงการกัลปนาทาสให้แก่ศาสนสถาน

นอกจากนี้ บริเวณที่ราบรอบเขาน้อย (จารึกวัดบ้านกุดแต้) ยังปรากฏข้อความสรรเสริญพระเจ้าภววรมัน และการปราบปรามกลุ่มเมืองต่าง ๆ เช่น "ชาวศัมพูกะ" และเมือง "จันทปุระ" (คาดว่าเป็นเมืองจันทบูรหรือเมืองเพนียด เชิงเขาสระบาป) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของราชสำนักอีสานปุระในการควบคุมเส้นทางการค้าและทางออกสู่ทะเล

🔄 จากปลายยุคเหล็กสู่รอยต่อแห่งอำนาจ

กลุ่มบ้านเมืองเขาน้อย-เขารัง-เมืองไผ่ ถือเป็นกลุ่มชุมชนโบราณที่ดำรงความสำคัญต่อเนื่องมาหลายยุคสมัย โดยมีร่องรอยเชื่อมโยงตั้งแต่ปลายยุคเหล็กตอนปลายต่อเนื่องถึงยุคฟูนัน (พบหลักฐานจำนวนมากในอำเภอตาพระยาและลุ่มน้ำศรีโสภณ) จนกระทั่งเข้าสู่ปลายพุทธศตวรรษที่ 12 อย่างชัดเจน

หลักฐานเหล่านี้ช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ ทำให้เรามองเห็นเส้นทางการคมนาคมติดต่อของบ้านเมืองในยุคแรกเริ่มก่อตั้งรัฐในดินแดนภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างชัดเจน ในฐานะพื้นที่พรมแดนที่เป็นจุดเชื่อมต่ออำนาจอันหลากหลายในอดีต

#สยามเทศะมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #ปราสาทเขาน้อย #ปราสาทเขารัง #จารึกเขาน้อย #จารึกเขารัง #จารึกบ้านกุดแต้ #เมืองไผ่ #อีสานวรมัน #ภววรมัน #ศัมภูกะ #จันทประ #การศึกษาชุมชนโบราณในอีสานและตะวันออก

21/05/2026

เมืองโบราณโคกขวาง จังหวัดปราจีนบุรี
รับชมวิดิโอเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/mY_1Yyt4g6Q?si=E2pDtzbCZv2upKQr
รายการอดีตในอนาคต ตอน เมืองศรีมโหสถ นครรัฐฟากตะวันออกลุ่มเจ้าพระยา
#อดีตในอนาคต #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #เมืองศรีมโหสถ #ปราจีนบุรี #เมืองโคกขวาง

Photos from สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์'s post 21/05/2026

✨"ประติมากรรมสัมฤทธิ์ลอยตัว" ชิ้นเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ✨

ชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ ผ่าน "ประติมากรรมสัมฤทธิ์ลอยตัว รูปบุคคลถือฉาก" โบราณวัตถุชิ้นเอกฝีมือช่างชั้นเยี่ยมที่มีความซับซ้อนและงดงามเป็นเลิศ ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีบันทึกระบุว่าราชบัณฑิตสภาได้ซื้อต่อมาจากคุณชิ้น ศรียาภัย คหบดีหญิงในยุค นั้น เมื่อ พ.ศ. 2469

🎨 รายละเอียดศิลปกรรม: ฉากเล่าเรื่องพุทธประวัติสองด้าน

ประติมากรรมชิ้นนี้มีความโดดเด่นอย่างยิ่งตรงที่เป็นรูปบุคคลถือฉากแสดงภาพพระพุทธเจ้าทรงเทศนา ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยระบุอายุการสร้างไว้ในช่วง พุทธศตวรรษที่ 17-18 ซึ่งมีรายละเอียดอันน่าอัศจรรย์ดังนี้:
ภาพด้านที่หนึ่ง: แสดงภาพพระพุทธเจ้าประทับในซุ้มเรือนแก้วที่ประดับด้วยใบระกา ทรงแสดงปางมารวิชัย (หัตถ์แตะธรณี) พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งถือตาลปัตร แวดล้อมไปด้วยเหล่าพุทธบริษัทฝ่ายชายที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งและประณมมือด้วยกริยาอันสำรวม
ภาพอีกด้านหนึ่ง: แสดงภาพพระพุทธเจ้าในปางมารวิชัยและพระหัตถ์ขวาถือตาลปัตรเช่นกัน แต่ประทับอยู่ภายใน "ซุ้มปรางค์" แวดล้อมด้วยเทวดาและพุทธบริษัทฝ่ายหญิง

💡 ข้อสังเกตทางวัฒนธรรม:

พุทธบริษัทฝ่ายหญิงด้านบนจะนั่งด้วยกริยาสำรวม เท้าแขนอ่อน และมืออีกข้างไขว้มาแตะบ่าตนเอง ซึ่งเป็นท่าทางของสตรีสูงศักดิ์ที่เคยพบในงานปูนปั้นโบราณ เช่น ที่คูบัว และฟ้าแดดสงยาง อันเป็นกริยาร่วมของกลุ่มบุคคลชั้นสูงและชนทั่วไปในลุ่มเจ้าพระยาและดินแดนอีสานที่นับถือพุทธศาสนา (ทั้งแบบเถรวาทและมหายาน) สืบเนื่องกันมา

🔍 นัยยะสำคัญทางประวัติศาสตร์: มากกว่าคำว่า "ศิลปะลพบุรี"

แม้ว่ารูปแบบศิลปกรรมของโบราณวัตถุชิ้นนี้มักจะถูกสรุปว่าเป็น "แบบลพบุรี" และได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบปาละในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 อย่างชัดเจน (สะท้อนผ่านการแต่งกาย เครื่องประดับ ต่างหู และการสวมเทริด) แต่เมื่อพิจารณาจากแหล่งที่พบ กลับพบร่องรอยที่น่าสนใจดังนี้:

กระจายตัวอย่างหนาแน่นนอกเมืองลพบุรี: โบราณวัตถุลักษณะนี้พบมากตั้งแต่ลุ่มน้ำน้อย ลุ่มน้ำสุพรรณบุรี ตลอดไปจนถึงลุ่มน้ำแม่กลองและปากน้ำแม่กลองในเขตกาญจนบุรีและราชบุรี
สะท้อนความเจริญของท้องถิ่น: การค้นพบประติมากรรมสัมฤทธิ์ที่มีองค์ประกอบซับซ้อน ฝีมือชั้นครูเช่นนี้ ควบคู่ไปกับพระพุทธรูปสมณโคดมทรงเครื่อง พระโพธิสัตว์ และเทวรูปขนาดย่อมฝีมือช่างท้องถิ่นจำนวนมาก เป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการหล่อโลหะ

📜 บทสรุปเพื่อการตีความหน้าประวัติศาสตร์ใหม่

หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ว่า บ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีความเจริญรุ่งเรืองและงอกงามอย่างมาก ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญ "ก่อนการเกิดขึ้นของกรุงศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ" ดังนั้น เราจึงไม่ควรด่วนสรุปตามแนวคิดเดิมๆ ที่มักเชื่อว่า บ้านเมืองจำนวนมากในลุ่มน้ำเจ้าพระยายุคนี้ ตกอยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพียงอย่างเดียว เพียงเพราะอ้างอิงจากรูปแบบประติมากรรมและสถาปัตยกรรมที่พบเห็นทั่วไป แต่ควรศึกษาในรายละเอียดเพื่อเห็นภาพรวมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

#ประติมากรรมสัมฤทธิ์ #พุทธประวัติ #โบราณคดีไทย #ลุ่มน้ำเจ้าพระยา #ศิลปะลพบุรี #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร #ก่อนเป็นศรีสุพรรณภูมิ #สยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์

20/05/2026

เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
รับชมวิดิโอเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/mY_1Yyt4g6Q?si=E2pDtzbCZv2upKQr
รายการอดีตในอนาคต ตอน เมืองศรีมโหสถ นครรัฐฟากตะวันออกลุ่มเจ้าพระยา
#อดีตในอนาคต #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #เมืองศรีมโหสถ #ปราจีนบุรี

20/05/2026

วงแหวนแห่งเมารยะ (Mauryan Ringstones): เปิดประตูสู่สัญลักษณ์แห่งการค้าและความอุดมสมบูรณ์โบราณ

🔍 ทำความรู้จัก "วงแหวนแห่งเมารยะ" โบราณวัตถุล้ำค่า

🏛️ วัสดุและที่มาอันลึกลับ: โบราณวัตถุนี้เป็นหินวงแหวนที่ทำขึ้นจากหิน โดยในปัจจุบันยังไม่ทราบที่มาของหินหรือกระบวนการผลิตที่แน่ชัด

📍 แหล่งที่พบบนดินแดนชมพูทวีป: มีการค้นพบในบริเวณอินเดียตอนเหนือและปากีสถาน โดยเฉพาะในแถบรัฐปัญจาบและรัฐพิหาร

📊 จำนวนและขนาด: ปัจจุบันมีการค้นพบโบราณวัตถุดังกล่าวประมาณ 70 ชิ้น โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ระหว่าง 4 - 10 เซนติเมตร

🛡️ นัยยะทางประวัติศาสตร์: นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า วงแหวนเหล่านี้น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการอุปถัมภ์การค้าจากราชวงศ์ต่าง ๆ ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 2 - 4 .
🌍 การค้นพบครั้งสำคัญ "ชิ้นเดียว" นอกชมพูทวีป ณ ประเทศไทย

📍 พิกัดการค้นพบ: มีการค้นพบวงแหวนแห่งเมารยะเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นนอกชมพูทวีป โดยถูกค้นพบที่บริเวณริมคลองท่าตะเภา เขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร ประเทศไทย

🎨 ลวดลายอันงดงามวิจิตร: ตัววัตถุมีรูปแบบเป็นงานแกะสลักนูนต่ำ แสดงภาพเรือนร่างของสตรีสลับกับลวดลายดอกไม้และลวดลายสัตว์

🌾 สัญลักษณ์แห่งความเชื่อ: ลวดลายที่ปรากฏบนวงแหวนหินนี้ ถูกสันนิษฐานว่าน่าจะสื่อถึงสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

✨ ความพิเศษที่พบเฉพาะในประเทศไทย (Unique Find)

🟡 การค้นพบแผ่นทองดุนลาย: นอกจากวงแหวนหินแล้ว ยังมีการค้นพบโบราณวัตถุชิ้นที่สองเป็นแผ่นทองที่มีการดุนลาย ซึ่งลวดลายนั้นมีความคล้ายคลึงกับรูปบนหินวงแหวน

🛠️ ข้อสันนิษฐานการใช้งาน: แผ่นทองนี้อาจมีไว้สำหรับใช้เป็นแผ่นทองหุ้ม หรืออาจใช้เพื่อเป็นแม่พิมพ์สำหรับลวดลายการดุนตามแบบ

🌟 ความแตกต่างจากแหล่งอื่น: ชิ้นส่วนแผ่นทองลักษณะนี้ ถือเป็นอัตลักษณ์ที่พิเศษมากเนื่องจากไม่มีการค้นพบร่วมกับหินวงแหวนในแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ทั้งในอินเดียตอนเหนือและปากีสถานเลย
..
🙏 ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก: สุธีรัตนามูลนิธิ และ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
..
#วงแหวนแห่งเมารยะ #เขาสามแก้ว #คอคอดกระ #สุวรรณภูมิ #สยามเทศะมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์

19/05/2026

🛕 "เจดีย์ละโว้ วัดไก่จัน จังหวัดลพบุรี"

ในอดีตจังหวัดลพบุรีเคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์สมัยทวารวดีขนาดใหญ่ บริเวณถนนพระนารายณ์มหาราช ทว่าในช่วงการสร้างเมืองใหม่ราว พ.ศ. 2480 เจดีย์องค์ดังกล่าวกลับถูกรื้อทำลายลง และในเวลาต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2494–2501 พื้นที่อันเป็นที่ตั้งของวัดแห่งนี้ได้ถูกนำไปใช้จัดสร้างเป็นที่ทำการไปรษณีย์ลพบุรีในเวลาต่อมา

📜 หลักฐานทางโบราณคดีและลักษณะทางสถาปัตยกรรม

เรื่องราวและร่องรอยของเจดีย์องค์นี้ถูกบันทึกไว้ผ่านข้อเขียนของนายตรี อมาตยกุล และภาพถ่ายโดยนายมานิต วัลลิโภดม ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในเมืองโบราณ เมื่อ พ.ศ. 2518 โดยมีรายละเอียดทางโบราณคดีที่น่าสนใจระบุไว้ดังนี้:

ลักษณะทางกายภาพ: เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นด้วยวิธีการก่ออิฐโดยไม่ใช้วัสดุประสานหรือปูนสอ

ชิ้นส่วนปูนปั้นที่ค้นพบ: ปรากฏหลักฐานชิ้นส่วนปูนปั้นอันวิจิตร อาทิ เศียรพระพุทธรูป เศียรยักษ์ หน้าสิงห์ ลายกระหนก และลายดอกจันทร์

สภาพความเสียหายจากการขุดค้น: โบราณวัตถุเหล่านี้เคยถูกขุดและฉุดลากจนกระทั่งเกิดการแตกหักเสียหาย

🏛️ การเดินทางและการอนุรักษ์โบราณวัตถุในปัจจุบัน

หลังจากได้รับความเสียหาย ชิ้นส่วนโบราณวัตถุต่างๆ ได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ ณ ค่ายนารายณ์มหาราชในเบื้องต้น ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2490 กรมศิลปากรได้รับมอบชิ้นส่วนเหล่านี้ไปดูแลรักษา ณ ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน ซึ่งในปัจจุบันได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็น พิพิธภัณฑสถานสมเด็จพระนารายณ์ อันเป็นสถานที่ที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การเดินทางไปศึกษา ตลอดจนตรวจดูว่าโบราณวัตถุเหล่านี้ยังคงมีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เพียงใดในปัจจุบัน

🔗 ช่องทางการเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.siamdesa.org/srisakra-manit-vallibhotama/chedilawowatkaichanlopburi

#เจดีย์ละโว้ #วัดไก่จัน #ประวัติศาสตร์ลพบุรี #โบราณคดีไทย #ศิลปะทวารวดี #พิพิธภัณฑสถานสมเด็จพระนารายณ์

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร
Bangkok
10200