CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU

CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU, โรงเรียน, อาคาร สถาบันวิจัยและพัฒนา 1 ถนน อู่ทองนอก ดุสิต, Bangkok.

หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงที่เน้นด้าน “5F” ตามแนวทางของกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ F-Food อาหารไทย, F-Film ภาพยนตร์ไทย, F-Fashion แฟชั่นไทย, F-Fighting ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย และ F-Festival เทศกาลประเพณีไทย สู่ระดับโลก

Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 12/05/2026

🚀✨ “พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมดิจิทัล”
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)

📅 วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

🔷 ช่วงที่ 2 ของการอบรม
ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ณดา จันทร์สม
ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเศรษฐกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
🎤 หัวข้อบรรยาย
“การจัดการและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ การเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์เศรษฐกิจ
จากระบบที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและการผลิตเชิงเส้น สู่การขับเคลื่อนด้วย “ความรู้ + จินตนาการ + ทรัพย์สินทางปัญญา” ผ่านเครือข่ายความร่วมมือและเทคโนโลยีดิจิทัล

✅ นิยามของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมที่มีรากฐานจาก
• ทักษะ
• ความคิดสร้างสรรค์
• พรสวรรค์ส่วนบุคคล
และสามารถสร้างความมั่งคั่งและการจ้างงาน ผ่านการใช้ประโยชน์จาก “ทรัพย์สินทางปัญญา”

✅ สมการการแปลงคุณค่า
ความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องผสานองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
• พรสวรรค์ / วัฒนธรรมดั้งเดิม
• ระบบนิเวศเมืองที่สนับสนุน
• การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อขับเคลื่อนสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และสร้างพลัง Soft Power อย่างแท้จริง

✅ ความท้าทายของเศรษฐกิจไทย
โครงสร้างเศรษฐกิจยังคงพึ่งพาระบบดั้งเดิม และมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสูง
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงเป็น “ทางรอดเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญ

✅ กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม
มุ่งสร้างตลาดใหม่ ลดการแข่งขันเดิม โดยเน้น
• ขจัดสิ่งที่ล้าสมัย
• ลดการพึ่งพาภาครัฐเกินจำเป็น
• ยกระดับทักษะดิจิทัลและการเงิน
• พัฒนาทักษะผู้ประกอบการและระบบพี่เลี้ยง

💡 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 IP คือหัวใจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ทรัพย์สินทางปัญญาเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน”
ในการเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นทุน ระบบ IP ที่เข้มแข็ง ช่วยสร้างแรงจูงใจต่อการลงทุนและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

📊 Data คือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
ในยุคดิจิทัล “ข้อมูล” มีมูลค่าไม่ต่างจากเทคโนโลยี องค์กรต้องสามารถใช้ Data เพื่อ
• เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
• สนับสนุนการตัดสินใจเชิงธุรกิจ

💰 สร้างความแตกต่าง หนีสงครามราคา
การแข่งขันในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนด้วย
• ความแปลกใหม่
• เอกลักษณ์
• ชื่อเสียงของแบรนด์
ซึ่งช่วยสร้างอำนาจต่อรองมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

🌐 ระบบนิเวศความร่วมมือ
ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงความร่วมมือ และการเปิดรับความหลากหลายทางความคิด เพื่อสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม

🌱 ความรับผิดชอบต่อโลก
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ต้องควบคู่กับแนวคิดความยั่งยืน เช่น
• เศรษฐกิจหมุนเวียน
• การผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ

✨ การบรรยายในช่วงนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ไม่ใช่เพียงเรื่องของไอเดีย แต่คือการออกแบบระบบที่สามารถเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นมูลค่าผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

ุ่น1



Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 12/05/2026

🚀✨ “ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ สู่นวัตกรรมที่สร้างมูลค่าจริง”
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🔷 สัปดาห์ที่ 10 ของหลักสูตร มุ่งเน้นการเชื่อม “ความคิดสร้างสรรค์” เข้ากับ “นวัตกรรม” เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสใหม่ในเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

🎤 ช่วงที่ 1
โดย คุณปริวรรต วงษ์สำราญ
รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
📌 หัวข้อบรรยาย
“การจัดการเชิงสร้างสรรค์ (Creative Management)”

🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ นิยามใหม่ของ “นวัตกรรม”
นวัตกรรมไม่จำกัดอยู่ที่เทคโนโลยี แต่คือ “การสร้างคุณค่าใหม่” ผ่านการผสมผสานระหว่าง
• การเรียนรู้
• การออกแบบ
• การเข้าใจผู้บริโภค

✅ Soft Power ไทยในฐานะกลไกเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรม Soft Power ไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 8% ของ GDP ครอบคลุมมากกว่า 14 สาขา เช่น
• อาหาร
• แฟชั่น
• การท่องเที่ยว
• อุตสาหกรรมหนังสือ
• กิจกรรมวัฒนธรรม เช่น การแข่งเรือยาว สะท้อนศักยภาพของ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สามารถต่อยอดเชิงเศรษฐกิจได้จริง

✅ นวัตกรรมจากบริบทไทย
• Bodhi Theater ใช้ Projection Mapping เปลี่ยนพื้นที่วัดเป็นสื่อการเรียนรู้เชิง Digital Art
• Ving Marathon Sandals รองเท้าแตะเชิงนวัตกรรม ออกแบบตามสรีระนักวิ่ง
• MuvMi ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่เชื่อมระบบการเดินทางด้วย Internet of Things

✅ การปกป้องนวัตกรรมด้วย IP Management
ทรัพย์สินทางปัญญา คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของธุรกิจสร้างสรรค์ ครอบคลุม
• ลิขสิทธิ์
• สิทธิบัตร
• เครื่องหมายการค้า
เพื่อสร้าง Barrier ในการแข่งขัน และรักษาความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

💡 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 Innovation = Knowledge + Creativity + Value
นวัตกรรมที่แท้จริงต้องไม่หยุดที่ “ความคิด” แต่ต้องสามารถ “สร้างคุณค่า” ที่ลูกค้ายอมจ่าย

💰 หนีจากสงครามราคา
ธุรกิจที่ไม่มีนวัตกรรม จะถูกบีบให้แข่งขันด้วย “ราคา”
ในขณะที่ธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์
สามารถกำหนด “คุณค่า” และสร้างกำไรได้สูงกว่า

🌐 การสร้างระบบนิเวศ
ความสำเร็จในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่การเติบโตแบบเดี่ยว
แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่าง
• ภาครัฐ
• มหาวิทยาลัย
• ภาคธุรกิจ
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

🛡️ ความสำคัญของ “เครื่องหมายการค้า”
แบรนด์ที่ได้รับการสะสมชื่อเสียงในระยะยาว
จะกลายเป็น “สินทรัพย์” ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การจดทะเบียนและบริหาร Trademark
จึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

✨ การบรรยายในช่วงนี้ตอกย้ำว่า “ความคิดสร้างสรรค์” จะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้ หากขาด “ระบบการจัดการนวัตกรรม” ที่ชัดเจน ตั้งแต่การสร้างไอเดีย การพัฒนา ไปจนถึงการปกป้องและต่อยอดเชิงธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล
ุ่น1



Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 06/05/2026

🎭✨ “ศิลปะและอัตลักษณ์ไทย ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์”
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🔶 ช่วงที่ 2 ของการอบรม
โดย ชวน หลีกภัย
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
อดีตนายกรัฐมนตรี
📌 หัวข้อบรรยาย
“ศิลปะ : มิติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Soft Power”

🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ ศิลปะในมิติ Soft Power
ศิลปะมิใช่เพียงงานสร้างสรรค์เชิงสุนทรียะ แต่คือ “ทักษะเชิงช่างและการสื่อสารอารมณ์”
ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ
เพื่อสร้างการยอมรับและแรงดึงดูดในระดับนานาชาติ

✅ อัตลักษณ์ไทยในฐานะทุนวัฒนธรรม
ตัวอย่างศิลปะไทยที่ทรงพลัง เช่น
• วัดพระแก้ว – สถาปัตยกรรมที่สะท้อนความวิจิตรและความเป็นไทยอย่างลึกซึ้ง
• โนรา – ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
สิ่งเหล่านี้คือ “Soft Power Asset” ที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจได้อย่างมีศักยภาพ

✅ ศิลปะกับการพัฒนาเชิงพื้นที่
การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้ศิลปะและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น
สนามบินลำปางและสนามบินตรัง
ช่วยสร้าง “Character ของเมือง”
เพิ่มแรงดึงดูดด้านการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

✅ ธรรมชาติในฐานะ Soft Power
องค์ประกอบเชิงภูมิทัศน์ เช่น
• แนวต้นไม้
• อุโมงค์ต้นไม้
• พืชพรรณท้องถิ่น
สามารถยกระดับ “ประสบการณ์ของเมือง”
ทั้งด้านความสวยงาม คุณภาพอากาศ และความน่าประทับใจ
ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

💡 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 ศิลปะต้องเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจ
Soft Power ที่มีประสิทธิผล ต้องสามารถ
• ดึงดูดนักท่องเที่ยว
• กระตุ้นการใช้จ่าย
• สร้างรายได้ให้กับพื้นที่
โดยใช้ “คุณค่าเชิงสุนทรียะ” เป็นตัวขับเคลื่อน

🏛️ การรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น
การพัฒนาเมืองต้องหลีกเลี่ยง “ความเหมือนกัน”
และหันมาใช้ “สถาปัตยกรรมท้องถิ่นประยุกต์”
เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าเชิงพื้นที่

🤝 Soft Power จาก “ความเป็นไทย”
นอกเหนือจากศิลปะที่จับต้องได้
“อุปนิสัยและน้ำใจของคนไทย” เช่น
• ความสุภาพ
• รอยยิ้ม
• ความเอื้อเฟื้อ
คือ Soft Power เชิงพฤติกรรม ที่ฝังอยู่ในสังคมไทย และเป็นจุดแข็งที่ยากจะลอกเลียน

📊 การขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลจริง
การกำหนดยุทธศาสตร์ Soft Power ต้องอาศัย
• ข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจริง
• มุมมองเชิงโครงสร้าง
• การบูรณาการหลายภาคส่วน
เพื่อให้สามารถระบุทั้ง “โอกาส” และ “ข้อจำกัด” ได้อย่างแม่นยำ

✨ การบรรยายในช่วงนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า “ศิลปะ” ไม่ใช่เพียงมิติทางวัฒนธรรม แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานเชิงเศรษฐกิจ” ที่สามารถสร้างคุณค่า เพิ่มรายได้ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว ผ่านการผสานอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาเชิงระบบอย่างมียุทธศาสตร์

ุ่น1



Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 06/05/2026

🌏✨ “เจาะลึกกลยุทธ์ Soft Power พลิกโฉมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก”
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🔶 สัปดาห์ที่ 9 ของหลักสูตร
ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน มาถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มุ่งเน้นการถอดรหัส “Soft Power” ในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่การแข่งขันระดับสากล ทั้งในมิติการค้า วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

🎤 ช่วงที่ 1
โดย ม.ล.ภาสกร อาภากร
ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
📌 หัวข้อบรรยาย
“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Soft Power”
🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ Soft Power ในฐานะ “อำนาจละมุน”
อ้างอิงแนวคิดของ Joseph Nye
Soft Power คือความสามารถในการโน้มน้าวใจผ่าน
• วัฒนธรรม
• ค่านิยมทางการเมือง
• นโยบายระหว่างประเทศ
โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ
สำหรับประเทศไทย ได้เลือกใช้ “ต้นทุนทางวัฒนธรรม” เป็นกลไกหลักในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

✅ Thailand’s DNA: 5F Model
อัตลักษณ์ไทยที่สามารถต่อยอดสู่ Soft Power ระดับโลก ประกอบด้วย
• Fun (ความสนุก)
• Flavoring (รสชาติที่จัดจ้าน)
• Fulfilling (ความรู้สึกเติมเต็ม)
• Flexibility (ความยืดหยุ่น)
• Friendliness (ความเป็นมิตร)
โมเดลนี้สะท้อน “Character เชิงวัฒนธรรม” ที่แตกต่างและสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

✅ “ความยุ่งเหยิงอย่างมีเสน่ห์”
สิ่งที่ดูธรรมดาในสายตาคนไทย เช่น สายไฟระโยงระยาง หรือวัฒนธรรมตลาดกลางคืน
ถูกตีความใหม่ในฐานะ “Popular Culture”
ซึ่งกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก

✅ 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
การขับเคลื่อน Soft Power ไทยครอบคลุมหลายภาคส่วน เช่น อาหาร, ดนตรี, ภาพยนตร์, แฟชั่น, ศิลปะ, การแสดง, เกม,
มวยไทย ฯลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “Creative Economy Ecosystem” อย่างครบวงจร

💡 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 จาก Functional → Emotional Value
สินค้าในยุคใหม่ต้องไม่เพียง “ใช้งานได้” แต่ต้อง “สร้างความรู้สึก”
เช่น ความสวยงาม ประสบการณ์ และความหมาย
เพื่อให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในระดับราคาที่สูงขึ้น

📈 5 กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง
• ค้นหา Unique Value ของสินค้า
• สร้างเรื่องเล่าน่าจดจำ
• ออกแบบประสบการณ์
• กำหนดราคาให้สอดคล้องกับ Perceived Value
• สื่อสารอย่างแม่นยำสู่กลุ่มเป้าหมาย

🏷️ พลังของ “การรับรอง”
ตราสัญลักษณ์และรางวัล เช่น
• Thai SELECT
• DEmark (Design Excellence Award)
มีบทบาทสำคัญในการ
• สร้างความน่าเชื่อถือ
• ยกระดับมาตรฐานสินค้า
• ปกป้องภาพลักษณ์ของแบรนด์ไทยในตลาดโลก

🌐 สถานะ Soft Power ไทยในเวทีโลก
ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก (ปี 2568)
โดยมีจุดแข็งสำคัญ ได้แก่
• “ความเป็นมิตรของผู้คน” (อันดับ 4)
• “อาหารไทย” (อันดับ 6)
สะท้อนให้เห็นว่า “ทุนทางวัฒนธรรม” ของไทยยังมีศักยภาพสูงในการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ

✨ การบรรยายในช่วงนี้ชี้ชัดว่า Soft Power ไม่ใช่เพียง “ภาพลักษณ์” แต่คือ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ที่สามารถเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางการค้า สร้างความแตกต่างในตลาดโลก และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างเป็นระบบ

ุ่น1



Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 06/05/2026

✨ สืบสานวัฒนธรรมไทย สู่การสร้างคุณค่าซอฟต์พาวเวอร์ ✨

หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (CREAM)
จัดกิจกรรม “สืบสานวัฒนธรรมไทย เนื่องในประเพณีวันปีใหม่ไทย” 🌼

📅 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น.
📍 ณ ห้อง BB211 ชั้น 2 อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมอันเป็นสิริมงคล ได้แก่ 🙏
💦 พิธีสรงน้ำพระ
🌸 รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดของหลักสูตร CREAM ในการนำ “วัฒนธรรม” มาต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ (Creative Economy) และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ 🇹🇭

การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงเช่นนี้ ช่วยเสริมสร้างมุมมองให้ผู้บริหารสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมไปพัฒนา สร้างคุณค่า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย 💛

Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 23/04/2026

💼✨ สร้าง Brand ให้เป็น Soft Power เปลี่ยนชื่อเสียงให้เป็นมูลค่าที่ยั่งยืน
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 7 เมษายน 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

🎤 ช่วงที่ 2
โดย ดร.ศิริกุล เลากัยกุล
Founder, Brand Strategist & Sustainability Advisor
THE BRANDBEING CONSULTANT
📌 หัวข้อบรรยาย
“How to use Brand as a Soft Power for Business”
🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ โลกเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy)
การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทรัพยากรหรือเงินทุน แต่ขับเคลื่อนด้วย
• Capability (ความสามารถ)
• Knowledge (องค์ความรู้)
• Relationship (ความสัมพันธ์)
• Reputation (ชื่อเสียง) — ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในระยะยาว
✅ นิยามของ Soft Power ในมิติธุรกิจ
Soft Power คือความสามารถในการ “จูงใจโดยไม่ต้องบังคับ” ทำให้ผู้บริโภคเลือกแบรนด์ด้วยความเต็มใจ จากการรับรู้ถึงคุณค่าและความหมายที่แบรนด์มอบให้
✅ แบรนด์คือการบริหารชื่อเสียง
แบรนด์ไม่ใช่เพียงโลโก้หรือภาพลักษณ์ แต่คือ “Trust Management”
แบรนด์ที่แข็งแกร่งต้องสร้างความเชื่อมั่นก่อนการทำธุรกรรม (Trust before Transaction) และให้ความสำคัญกับ “Meaning” มากกว่า “Market Share”
✅ การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)
แบรนด์ระดับโลกสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมหาศาล ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและความรู้สึกเชิงบวก เช่น การทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลก
✅ บทเรียนจาก “ดอยตุง”
กรณีศึกษาการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนผ่านโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยยึดหลัก “คืนศักดิ์ศรีให้คนและแผ่นดิน” ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับการยอมรับในระดับสากล
💡 มุมมองสำคัญที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 Purpose-Driven Brand
แบรนด์ที่ยั่งยืนต้องตอบได้ว่า “เกิดมาเพื่ออะไร” และหากไม่มีแบรนด์นี้อยู่ ผู้บริโภคจะรู้สึกสูญเสียอะไรไป พร้อมมี DNA ที่ชัดเจนเสมือนรากแก้วขององค์กร
👥 Brand Ambassador from Within
พนักงานคือ “ผู้ถ่ายทอด Soft Power” ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ความเข้าใจและความเชื่อในแบรนด์ของพนักงาน จะสะท้อนออกไปสู่ประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง
🤝 Stakeholder Capital
ความรักและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ “ภูมิคุ้มกันเชิงกลยุทธ์” ในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
⚖️ Sufficiency as Real Power
การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการบริหารแบรนด์ คือการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว
❤️ Human-Centric Branding
การสร้างแบรนด์ที่แท้จริงต้อง “มองลูกค้าเป็นมนุษย์” ไม่ใช่เพียงผู้บริโภค เข้าใจความรู้สึก ความต้องการ และบริบทชีวิต เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกและยั่งยืน

✨ การเรียนรู้ในช่วงนี้สะท้อนว่า “แบรนด์” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางการตลาด แต่คือ “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่สามารถแปลงชื่อเสียงให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ Soft Power ที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและประเทศในระยะยาว ✨
ุ่น1




Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 16/04/2026

🌏✨ Soft Power คือการสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความน่ารัก” จนคนทั่วโลกอยากเป็นเหมือนเรา
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 7 เมษายน 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🔶 สัปดาห์ที่ 8 ของหลักสูตร
ผู้เข้าอบรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้ Soft Power ในการสื่อสาร และการใช้ “แบรนด์” เป็นกลไกสำคัญในการสร้างอิทธิพลทางธุรกิจ

🎤 ช่วงที่ 1
โดย คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
📌 หัวข้อบรรยาย
“ศิลปะแห่งการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ด้านซอฟต์พาวเวอร์”
🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ ศิลปะการเล่าเรื่อง (Storytelling)
การมี “ของดี” เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีศิลปะในการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างแนบเนียน ไม่เป็นการสื่อสารแบบ Hard Sell จนเกินไป เพื่อสร้างการรับรู้ที่ลึกและยั่งยืน
✅ Soft Power ในฐานะ “อิทธิพลที่ไม่ต้องใช้กำลัง”
กรณีศึกษา McDonald’s ในรัสเซีย สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ถูกส่งออกไม่ใช่เพียงสินค้า แต่คือ “วิถีชีวิต” และ “คุณค่า” ที่สามารถเปลี่ยนมุมมองและความเชื่อของผู้คนได้โดยไม่ต้องใช้แรงบังคับ
✅ ศักยภาพ Soft Power ไทย
ประเทศไทยมีต้นทุนวัฒนธรรมที่โดดเด่น ตั้งแต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ (เช่น หนังผีไทยที่ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ) ไปจนถึงอาหารไทย เช่น ผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสามารถสร้างการจดจำในระดับโลก
✅ Soft Power ไทย บนเวทีโลก (APEC 2022)
การออกแบบประสบการณ์ผ่านอาหารและงานหัตถศิลป์ เช่น การจัดเมนูที่สะท้อนแผนที่ประเทศไทย และการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างใบตองและดอกบัว สร้างความประทับใจจนเกิดการสื่อสารต่อในระดับผู้นำโลก

💡 มุมมองสำคัญที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 Cultural Openness
Soft Power ที่ทรงพลังต้องเปิดกว้างทางวัฒนธรรม ทำให้ “ใคร ๆ ก็เป็นเราได้” โดยไม่ยึดติดกับความเป็นต้นตำรับจนเกินไป แต่เปิดโอกาสให้เกิดการตีความและต่อยอดในระดับสากล
🌿 Craftsmanship as Value Creation
การยกระดับสิ่งธรรมดา เช่น ดอกบัวดิน หรือกล้วยน้ำว้า ให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ผ่านฝีมือและความประณีตแบบไทย คือการสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมที่จับต้องได้
🤝 Trust & Friendship as National Image
กรณี “ทีมหมูป่าติดถ้ำ” สะท้อน Soft Power ของไทยในมิติของ “ความจริงใจ น้ำใจ และการเปิดรับความช่วยเหลือ” ซึ่งสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกในระดับโลกได้อย่างทรงพลัง
🌏 Creative Economy as Future Strategy
ในบริบทโลกที่เผชิญความไม่แน่นอน ทั้งด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power คือกลไกสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและความรุ่งเรืองใหม่ของประเทศไทย

✨ การเรียนรู้ในช่วงนี้สะท้อนว่า Soft Power ที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการ “พยายามทำให้คนชอบ” แต่เกิดจากการสั่งสม “ความน่าเชื่อถือ” และ “เสน่ห์ทางวัฒนธรรม” อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้โลกอยากเข้ามาเรียนรู้ สัมผัส และมีส่วนร่วมกับประเทศไทยอย่างเป็นธรรมชาติ ✨
ุ่น1




Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 06/04/2026

🌏✨ Soft Power ไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาล แต่คือการที่ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนด “เรื่องเดียว” ที่อยากให้โลกจำ
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🎤 ช่วงที่ 2 ของการอบรม ได้รับเกียรติจาก
คุณปรีชา สนั่นวัฒนานนท์
ที่ปรึกษาคณะกรรมการและประธานคณะอนุกรรมการ ด้านยุทธศาสตร์
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB)
📌 หัวข้อบรรยาย
“การสื่อสาร Soft Power อย่างสร้างสรรค์ สู่นานาชาติ”
🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ นิยามใหม่ของ Soft Power
Soft Power ไม่ใช่เพียง “การมีของดี” แต่คือ “ความสามารถในการทำให้คนอื่นเลือกเรา” ผ่านการสร้างความโดดเด่นและความผูกพัน จนเกิดเป็นฐานผู้ติดตามหรือแฟนคลับในระดับสากล
✅ ปัญหา “ช่องว่าง” (Gaps) ของประเทศไทย
แม้ประเทศไทยจะมีต้นทุนวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง แต่การสื่อสารที่ผ่านมาเป็นลักษณะ “ต่างคนต่างเล่า” (Silos) ขาดเอกภาพและความต่อเนื่อง โดยมักเน้นที่ “สินค้า” มากกว่า “ความหมาย” ที่ลึกซึ้ง
✅ พลังของ “ความชัดเจน” (Clarity)
หัวใจสำคัญของการสื่อสารคือการสร้าง “Single Narrative” หรือเรื่องเล่าแกนกลางเพียงหนึ่งเดียวที่โลกจะจดจำ เปรียบเสมือนการวางตำแหน่งประเทศ (Positioning) ให้ชัดในเวทีโลก
✅ อีเวนต์และเทศกาลในฐานะเครื่องมือ
การใช้เวทีระดับโลก เช่น World Expo หรือการพัฒนา “City Expo” เพื่อยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศอย่างเป็นระบบ
💡 มุมมองสำคัญที่ผู้เข้าอบรมได้รับ
🎯 Narrative Strategy (เล่าเรื่องให้โลกจำ)
ต้องกำหนด “ประโยคแกนกลาง” ของประเทศให้ชัดเจน ว่าไทยยืนอยู่ตรงไหน และถ่ายทอดผ่าน Story Arc ที่เชื่อมโยงรากเหง้า ประสบการณ์ และอนาคต
👥 Audience Strategy (พูดให้ถูกคน)
การสื่อสารต้องแปล “คุณค่า” ให้ตรงกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักลงทุน หรือคนรุ่นใหม่ โดยไม่ใช้ข้อความเดียวกันกับทุกกลุ่ม
📱 Platform & Content Strategy
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องทำให้ “รู้สึกก่อนรู้” (Emotion before Information) โดยใช้สื่อสมัยใหม่และ Creator เพื่อขยายผลสู่การรับรู้ในวงกว้าง
🔗 Ecosystem Strategy (Triple Helix)
การขับเคลื่อน Soft Power ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง
• ภาครัฐ (นโยบาย)
• ภาคเอกชน (การตลาด)
• ภาคการศึกษา (การพัฒนาคนและงานวิจัย)
เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนได้จริงและต่อเนื่อง
📊 การวัดผลอย่างเป็นระบบ
การกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ต้องครอบคลุมตั้งแต่ระดับการรับรู้ (Perception) ไปจนถึงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ (Revenue) เพื่อประเมินความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม
✨ การเรียนรู้ในช่วงนี้ตอกย้ำว่า การขับเคลื่อน Soft Power ไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามการทำงานแบบแยกส่วน สู่การสร้าง “เรื่องเล่าร่วมระดับชาติ” ที่ชัดเจน มีทิศทาง และสามารถสื่อสารไปยังเวทีโลกได้อย่างทรงพลัง ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง✨
ุ่น1




Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 26/03/2026

🎨🌏 เมื่อ “Design” คือภาษาและกลยุทธ์สากล
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569
📍 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
🔶 สัปดาห์ที่ 7 ของหลักสูตร
ผู้เข้าอบรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ท่าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ และแนวทางการสื่อสาร Soft Power ไทยสู่เวทีโลก ผ่านมุมมองของการออกแบบที่ไม่เพียงเป็นศิลปะ แต่เป็น “เครื่องมือเชิงกลยุทธ์” ในการสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ของประเทศ
🎤 ช่วงที่ 1
โดย คุณสมชนะ กังวารจิตต์
นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ Executive Creative Director, Prompt Design
📌 หัวข้อบรรยาย
“การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์”
🔎 ประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
✅ หัวใจของการออกแบบ
การออกแบบไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือ “การสื่อสารในภาษาสากล” ที่ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจหน้าที่และคุณค่าของสินค้าได้ทันที แม้ไม่มีคำอธิบาย
✅ ระบบอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity)
การสร้างภาพจำที่เข้มแข็งต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญของโลโก้ 5 รูปแบบ ได้แก่
• Symbols (สัญลักษณ์)
• Wordmarks (คำ)
• Lettermarks (ตัวย่อ)
• Emblems (ตราสัญลักษณ์)
• Combination Marks (รูปแบบผสม)
ระบบอัตลักษณ์ที่ชัดเจนช่วยจัดโครงสร้างการสื่อสารของแบรนด์ และสร้างความแตกต่างในระยะยาว
✅ บรรจุภัณฑ์ในฐานะเครื่องมือการตลาด
Packaging เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในจุดตัดสินใจซื้อ (Point of Sale) ซึ่งสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคได้ภายในเสี้ยววินาที
✅ Design เพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ
การออกแบบมีบทบาทสำคัญใน 2 มิติหลัก
• การสื่อสาร: เพิ่มยอดขาย จัดกลุ่มสินค้าให้ชัดเจน สร้างภาพจำ และสร้างกระแสในตลาด
• การใช้งาน: เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และเปิดโอกาสสู่นวัตกรรมใหม่
💡 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมได้รับจากการบรรยาย
📊 Case Studies แห่งความสำเร็จ
ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจริงที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ขนมปัง ปลากระป๋อง และน้ำอ้อย ที่ใช้การออกแบบสร้างมูลค่าใหม่ให้สินค้า
🔍 การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ของงานออกแบบ
งานออกแบบที่ประสบความสำเร็จต้องผ่านการวิเคราะห์รอบด้านใน 5 มิติ ได้แก่
• วิเคราะห์แบรนด์ของตนเอง
• วิเคราะห์คู่แข่ง
• วิเคราะห์ผู้บริโภค
• วิเคราะห์ข้อจำกัดด้านการผลิต
• วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของจุดจำหน่ายสินค้า
🌱 Design เพื่อสิ่งแวดล้อม
แนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน เช่น บรรจุภัณฑ์ข้าวสารที่นำแกลบเหลือทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และการออกแบบขวดน้ำดื่มไร้ฉลากที่สะท้อนภาพภูเขาน้ำแข็งละลาย เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านภาวะโลกร้อน
🚀 การออกแบบคือการลงทุนเชิงกลยุทธ์
การออกแบบสามารถเปลี่ยนมุมมองของตลาดโลกที่มีต่อศักยภาพของนักออกแบบไทย พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
✨ การเรียนรู้ในสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “Design” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านความสวยงาม แต่เป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงธุรกิจ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน✨
ุ่น1




Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 19/03/2026

✨📣 ประชาสัมพันธ์กำหนดการบรรยาย 🎉
ขอเรียนแจ้งกำหนดการกิจกรรมในวันสำคัญ ดังนี้ค่ะ

📅 วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569

⏰ กำหนดการกิจกรรม

🍽 12.00 – 13.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน

🏙 13.30 – 15.30 น.
🎤 การบรรยายหัวข้อ
“การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์”
👤 โดย คุณสมชนะ กังวารจิตต์
🌟 นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก
🎨 Executive Creative Director – PROMPT DESIGN

💡 16.00 – 17.30 น.
🎤 การบรรยายหัวข้อ
“การสื่อสาร Soft Power อย่างสร้างสรรค์ สู่นานาชาติ”
👤 โดย คุณปรีชา สนั่นวัฒนานนท์
🏢 ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริษัท รี๊ด เทรดเด็กซ์ จำกัด

🎶 18.00 – 22.00 น.
🎉 กิจกรรมสัมพันธ์สุดสนุก
🐘 Theme: “ELEPHANT”

💖 แล้วพบกันนะคะ 😊✨

Photos from CREAM - Creative Economy and Soft Power Management : SSRU's post 11/03/2026

🚀 เปิดพื้นที่บ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ สู่การต่อยอดนวัตกรรมที่น่าเหลือเชื่อ
หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1
(Creative Economy and Soft Power Management for Senior Executives – CREAM รุ่นที่ 1)
📅 วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569
📍 ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร
🔶 ช่วงที่ 2 ของการเรียนรู้ในสัปดาห์นี้
ผู้เข้าอบรมได้ศึกษาดูงาน ณ
🏛️ Thailand Creative & Design Center
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้การดูแลของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบและพื้นที่บ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ที่มุ่งผลักดันให้ “ความคิดสร้างสรรค์” ถูกนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม
📌 ไฮไลต์พื้นที่สำคัญภายในศูนย์
📚 ชั้น 5 – 4 | พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ (Library & Co-working Space)
เริ่มต้นการเยี่ยมชมที่ห้องสมุดซึ่งรวบรวมทรัพยากรความรู้กว่า 50,000 รายการ ทั้งหนังสือ นิตยสารด้านการออกแบบจากทั่วโลก และฐานข้อมูลออนไลน์ โดยพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงห้องสมุดที่ต้องเงียบสงัด แต่ถูกออกแบบให้เป็น Creative Space สำหรับการพูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดีย และประชุมงาน (Discuss) รวมถึงกิจกรรม Music Space ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินหน้าใหม่ได้แสดงผลงาน ขณะที่ชั้น 4 ถูกจัดเป็นโซนสำหรับการค้นคว้าและทำงานในบรรยากาศที่สงบ
🛠️ ชั้น 3 | พื้นที่สร้างสรรค์ต้นแบบ (Maker Space)
ห้องปฏิบัติการที่ติดตั้งเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น เครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) และเครื่องเลเซอร์ตัดวัสดุ เปิดโอกาสให้สมาชิกนำแนวคิดหรือไอเดียมาพัฒนาเป็นชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถจับต้องได้จริง ก่อนต่อยอดสู่การผลิตและการพัฒนาธุรกิจ
🧩 ชั้น 2 | คลังวัสดุและนวัตกรรม (Material & Design Innovation Center)
พื้นที่รวบรวมตัวอย่างวัสดุทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อให้นักออกแบบและผู้ประกอบการได้ทดลองค้นหาวัสดุที่เหมาะสมกับผลงาน เช่น วัสดุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือวัสดุเหลือใช้จากท้องถิ่น ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ใหม่ ๆ
🎨 ชั้น 1 | พื้นที่จัดนิทรรศการ
นิทรรศการที่จัดแสดงในช่วงนี้คือ
“OUTTAKES: Dear B, You were Brilliant! A Cross-Cultural Design Collaboration”
ซึ่งนำเสนอผลงานออกแบบที่ไม่ได้รับเลือก (Rejected Works) เพื่อสะท้อนว่า ไอเดียทุกชิ้น—even ความล้มเหลว—ล้วนมีคุณค่า และสามารถกลายเป็นต้นทางของผลงานที่สมบูรณ์แบบในอนาคตได้
💡 มุมมองสำคัญจากการศึกษาดูงาน
🎯 ห้องสมุดที่เป็นมากกว่าพื้นที่อ่านหนังสือ
TCDC พลิกแนวคิดของ “ห้องสมุด” ให้กลายเป็น Interactive Creative Space ที่ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนความคิด ประชุมงาน หรือทำกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันได้
🔧 จากจินตนาการสู่ชิ้นงานจริง
Maker Space ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “ไอเดียบนกระดาษ” กับ “ต้นแบบที่จับต้องได้” ช่วยให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบสามารถทดสอบแนวคิดก่อนพัฒนาเป็นสินค้าในตลาดจริง
🔗 พลังของการเชื่อมโยง
ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ “เชื่อมโยงจุด” (Connecting the Dots) ระหว่างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือ
🌏 จาก OTOP สู่ Global Brand
การยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก จำเป็นต้องผสาน Design Thinking และ Storytelling เพื่อสร้างคุณค่าที่ผู้บริโภคต่างชาติสามารถเข้าถึงและยอมรับได้ในระดับสากล
✨ การศึกษาดูงานในครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพ “ระบบนิเวศของความคิดสร้างสรรค์” ตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจ การทดลองพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ธุรกิจและแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power ของประเทศไทยในอนาคต
ุ่น1




ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


อาคาร สถาบันวิจัยและพัฒนา 1 ถนน อู่ทองนอก ดุสิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 04:00
อังคาร 09:00 - 04:00
พุธ 09:00 - 04:00
พฤหัสบดี 09:00 - 04:00
ศุกร์ 09:00 - 04:00